All Chapters of เงารักกลางม่านเมฆา: Chapter 1 - Chapter 10

71 Chapters

บทที่ 1

ขบวนรถม้าที่กำลังวิ่งอยู่บนอันแสนขรุขระอย่างรีบเร่ง ทำให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่แตกตื่นพร้อมวิ่งหนีอย่างลุกลี้ลุกลน เหล่านกน้อยบินหวือออกไปทุกทิศทางเพราะความหวาดหวั่น เช่นเดียวกันกับใบหน้าของผู้คนที่อยู่ในขบวนรถม้า พวกเขาทุกคนต่างมองไปรอบทิศอย่างหวาดระแวงเสียงฝีเท้าม้าซึ่งตามหลังมาส่งผลให้ใบหน้าของพวกเขายิ่งเผือดสี คนบังคับรถม้าหวดแส้ไปยังม้าสองตัวที่ผูกยืดเข้ากับรถม้า พวกมันเร่งฝีเท้าขึ้นอีกตามแรงหวดกระนั้นกลับยังคงไม่เร็วดังใจเสียงตะโกนกู่ร้องด้านหลังทำให้คนในขบวนรถม้าแตกตื่น คนคุ้มกันส่วนหนึ่งหันหลังกลับไปยิงธนูอีกส่วนก็เตรียมพร้อมรับมือผู้ที่ไล่ตามมา รถม้าคันที่อยู่ด้านหลังสุดค่อยๆ ชะลอความเร็วกระทั่งจอดแน่นิ่ง ใบหน้านิ่งเฉยของบุรุษวัยกลางคนโผล่ออกมาจากม่านรถม้า ชะโงกออกไปมองไปยังรถม้าอีกคันข้างหน้า“พวกเจ้าคุ้มเซวียนเอ๋อร์ด้วย ข้าขอฝากบุตรสาวของข้าด้วย” “ขอรับท่านอาจารย์โจว” ผู้คุ้มกันสามคนรับคำเสียงหนักแน่นก่อนควบม้าตามรถม้าอีกคันไป ส่วนที่เหลือหันกลับไปถ่วงเวลาเหล่ามือสังหารในชุดสีดำซึ่งกำลังใกล้เข้ามา “ท่านพ่อ!” เสียงสตรีนางหนึ่งร้องเรี
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more

บทที่ 2

“คุณหนูท่านว่าพวกเขาจะเลิกตามล่าเราหรือยังเจ้าคะ” ปี้หรูกระซิบถามโจวจินเซวียนในยามที่ช่วยใช้ผ้าซับน้ำตามเรือนผมให้อีกฝ่าย“ข้าไม่รู้ นี่ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว ไม่รู้ว่าการปราบปรามเหวินอู่โหวเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพ่อ...ท่านพ่อให้ข้ารับปากว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าก็ต้องเดินทางไปยังเมืองต้าเหลียง ฉะนั้นเราก็ได้แต่หวังว่าเมื่อไปถึงที่นั่นท่านพ่อจะรอเราอยู่แล้ว”“แล้วเมืองต้าเหลียงอยู่อีกไกลหรือไม่เจ้าคะ”“หากเดินเท้าคงราวๆ ครึ่งเดือนกระมัง ข้าเองก็ไม่เคยไปเพียงได้ยินมาเท่านั้น”“แห้งแล้วเจ้าค่ะคุณหนูนอนพักเถิดนะเจ้าคะ”“ปี้หรูต่อไปก็เรียกข้าว่าพี่สาวเถิด เรียกเช่นนี้อาจทำให้ผู้อื่นสงสัยได้”“เจ้าค่ะ” ปี้หรูพยักหน้าเห็นด้วย เพราะแม้จะสนทนากันเสียงเบา กระนั้นพวกนางก็ไว้ใจผู้ใดไม่ได้ “พี่สาวหน้าท่านถูกน้ำฝนล้างออกหมดแล้วข้าช่วยทาให้ท่านใหม่นะเจ้าคะ”“ได้”พวกนางทั้งสองต้องทนกลิ่นเหงื่อไคล ทั้งยังไม่กล้าอาบน้ำล้างเนื้อตัวและสวมเสื้อผ้าสกปรกเหม็นอับ รวมไปถึงใช้ผงถ่านทาใบหน้าให้อัปลักษณ์จนผู้คนไม่อยากเข้าใกล้เช่นนี้หนึ่งในสาเหตุก็เพื่อปกป้องตัวเอง กระนั้นนี่ก็ไม่อาจทำให้พวกนางรู้สึกปลอดภัยในยามที่
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more

บทที่ 3

โจวจินเซวียนหาได้สงสารเหล่าเพื่อนร่วมเดินทางที่สิ้นใจอยู่โดยรอบ นางเห็นชัดเจนในยามที่มองกวาดสายตาไปยังสตรี คนแก่ หรือคนอื่นๆ ที่เดินทางมาด้วย พวกเขารู้ทั้งรู้ว่าปี้หรูโดนย่ำยีแต่ไม่กล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ บางคนขยับกายมองด้วยสายตาเฉยชา บางคนขยับหนีด้วยความหวาดกลัว บางคนลุกขึ้นนั่งมองราวกำลังเห็นเรื่องน่าสนุกความสิ้นหวังและท้อแท้ลอยอวลท่ามกลางความเงียบ หญิงสาวได้แต่นอนนั่งในอ้อมแขนของบุรุษแปลกหน้า กลิ่นเหงื่อไคลที่โชยออกมาท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด เสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างหู เรียกสติและความนึกคิดของนางกลับมามือน้อยค่อยๆ ขยับก่อนจะพบว่าพันธนาการจากเขาได้คลายลงแล้ว นางขยับออกห่างเขาจากกายเขาแล้วพบว่าอีกฝ่ายแน่นิ่งไปแล้วคิ้วเรียวขมวดมุ่นในยามที่แสงฟ้าแลบแปลบปลาบนั้น ส่งผลให้นางมองเห็นคราบเลือดบนแขนเสื้อตัวเอง นางอยู่ห่างจากจุดที่เกิดการเข่นฆ่า แล้วเหตุใดตัวนางจึงเปรอะเปื้อนเลือดได้นั่นคือคำถามที่นางถามตัวเองในใจ กระทั่งเลื่อนสายตามองบุรุษที่หลับตานอนนิ่งอยู่ในมุมมืด แสงสายฟ้าเล็ดลอดเข้ามาอีกครั้งทำให้นางตระหนักในที่สุด บุรุษผู้นี้ได้รับบาดเจ็บนั่นคือคำตอบว่าเหตุใดในยามที่พวกนางเข้
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 4

ร่างสูงยังคงก้าวเดินออกไปช้าๆ และนั่นทำให้โจวจินเซวียนก้าวตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก แม้ว่าไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและกำลังไปที่แห่งใดกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าอยู่กับเขานางคงปลอดภัยกว่าอยู่ที่ศาลเจ้าร้างที่เต็มไปด้วยศพคนตาย หรืออีกทางเลือกหากนางเดินทางคนเดียวนั่นยิ่งอันตรายกว่า...เดินเท้าตั้งแต่เช้าตรู่กระทั่งตะวันบ่ายคล้อย โจวจินเซวียนเริ่มเหน็ดเหนื่อยจนก้าวเท้าไม่ออก เท้าของนางเจ็บจนชาแทบไม่มีความรู้สึก แผ่นหลังของบุรุษที่เดินอยู่ด้านหน้าทิ้งห่างไปเรื่อยๆ แต่กลับไม่กล้าเปล่งเสียงเรียกเขา เนื่องจากกลัวว่าเขาจะปฏิเสธที่จะให้นางร่วมทาง หญิงสาวจึงได้แต่เร่งฝีเท้าตามเขาอยู่ห่างๆ กระทั่งในที่สุดนางก็ตามเขาไม่ทันโจวจินเซวียนเคว้งคว้างเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงของสายลมพัดยอดไม้และเสียงเหล่าสกุณาที่กำลังบินกลับรัง ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีส้มเป็นสัญญาณสุดท้ายว่ากำลังจะค่ำลง นางเดินไปข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดขาว ความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบงำจิตใจช้าๆ จนไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ น้ำตาที่เพียรห้ามไม่ให้หลั่งรินความอ่อนแอที่เพียรกดข่ม บัดนี้ทุกอย่างกลับพังครืน...ได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นกอดห่อผ้าเอาไว้กับอกก่
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 5

เสียงหัวเราะของบุรุษสามคนดังประสานกัน พวกเขามองนางอย่างหื่นกระหาย ทั้งยังกล่าวชื่นชมในความโชคดีของตน มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาหมายคว้าใบหน้าของนาง นางปัดมันออกอย่างรังเกียจ“วันนี้เราช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ มีแม่นางคนงามกลางป่าโผล่ออกมาให้ชื่นชม ฮ่าๆๆ”“ข้าเห็นก่อนต้องได้ก่อน”“ได้อย่างไร สมบัติล้ำค่าก็ต้องผลัดกันชมสิ พร้อมกันนี่แหละ” พวกมันย่างสามขุมเข้ามาหาหญิงสาวที่ถดกายไปข้างหลังด้วยความหวาดกลัว กระนั้นมือข้างหนึ่งของบุรุษหยาบคายรั้งข้อเท้าของนางแล้วลากกลับไป นางหวีดร้องแล้วดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ในใจหวังเพียงบุรุษผู้นั้นจะกลับมาช่วยนาง“ได้โปรด อย่าทำอะไรข้าเลย อย่า!” นางดิ้นรนอย่างสิ้นหวังกระทั่งเสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้น“ปล่อยนาง แล้วพวกเจ้าไปเสียตอนนี้ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า”เป็นเขา!!โจวจินเซวียนลืมตาก่อนมองไปยังต้นเสียง นางมองผลไม้ป่าในมือของบุรุษแปลกหน้าก่อนสบตาเขาอย่างอ้อนวอน เขาค่อยๆ วางผลไม้ในมือลงก่อนก้าวเข้ามาช้าๆ“ว่าอย่างไร”“กลัวทำไมเรามีตั้งสามคน มันมาเพียงลำพัง จัดการมันเลย” ทั้งสามคนจู่โจมเข้าไปพร้อมกันโจวจินเซวียนมองเห็นเพียงเพียงแสงวาววับของคมมีดสั้นซึ่งฉวัดเฉวียนไปมา
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more

บทที่ 6

เสี่ยวเอ้อมองความมืดสลัวนั้นด้วยความประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม เขาเดินออกไปครู่ใหญ่ก็กลับมาพร้อมถังน้ำร้อน “ต้องการให้ข้าน้อยจุดเทียนหรือไม่ขอรับ”“ไม่ต้องข้าจะเข้านอน”“ขอรับ” รับคำแล้วเดินจากไปโจวจินเซวียนถอนหายใจก่อนเดินไปปิดประตูลงกลอน นางจุดเทียนเพื่อให้ความสว่างก่อนนำผ้าไปชุบน้ำแล้วเช็ดตัวให้เขา กลิ่นสุราจากร่างแกร่งบ่งบอกชัดว่าเขาดื่มไปมากเพียงใดนางมองเส้นผมรุงรังนั้นแล้วรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างจึงมองไปยังน้ำร้อนสองถังซึ่งเสี่ยวเอ้อเพิ่งยกเข้ามา จากนั้นหญิงสาวก็ลงมือสระผมให้บุรุษแปลกหน้าหลังจากที่เช็ดตัวให้เขาเสร็จแล้วแม้นางนับเป็นคุณหนูในห้องหอซึ่งบิดารักและทะนุถนอม กระนั้นในยามที่เกิดภัยแล้งหรือโรคระบาดในเมืองอันอี้ นางก็ได้ติดตามบิดาออกไปช่วยเหลือผู้คนโดยไปพร้อมกับท่านหมอหลายคน ดังนั้นเรื่องดูแลคนเจ็บป่วยหรืองานเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช็ดตัวคนป่วย ทำแผล ใส่ยา กระทั่งงานจำพวกซักผ้าเช่นนี้ นางก็ได้ลงมือทำบ้างเป็นบางครั้ง ไม่เช่นนั้นหากตกระกำลำบากอย่างที่นางเป็นยามนี้นางคงไม่สามารถทำอะไรได้กว่าจะวางมือจากร่างสูงที่นอนหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โจวจินเซวียนก็เหงื่อซึมจนรู้สึกอยากอาบน้
last updateLast Updated : 2026-01-01
Read more

บทที่ 7

โจวจินเซวียนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาราวสตรีวิปลาส นางหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสาย ชีวิตของนางที่เขาเก็บมามีค่าเพียงหนึ่งร้อยตำลึงประเสริฐนัก!!!แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น กระนั้นในใจของนางยังคงแฝงเอาไว้ด้วยความเศร้าสร้อยและหดหู่ มือที่เก็บสัมภาระสั่นเทาน้อยๆ น้ำตาที่นางปล่อยให้หลั่งรินโดยไม่ไยดีที่จะเช็ด ไม่นานสัมภาระทั้งหมดก็ถูกเก็บรวบรวมจนครบ หญิงสาวเลิกคิ้วหยุดร้องไห้แล้วพุ่งไปยังเตียงนอนนางลนลานคว้าเศษเสื้อผ้าของนางออกมาราวกำลังค้นหาบางสิ่ง กระนั้นไม่ว่าจุดใดล้วนว่างเปล่า“ไม่นะ ป้ายหยกของท่านพ่อ” ร่างเล็กทิ้งกายลงไปนั่งกับพื้น ป้ายหยกสีขาวแกะตัวอักษร ‘เซวียน’ นามของนางที่บิดามอบให้ก่อนจากกัน เป็นสิ่งเดียวที่นางเหลืออยู่ นางจำได้ว่าใส่เอาไว้ในอกเสื้อ ตอนนี้หายไปแล้ว...“แม่นางรถม้าจะออกเดินทางแล้วขอรับ” เสียงเสี่ยวเอ้อดังขึ้นหน้าประตู“ได้ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” โจวจินเซวียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหม่อลอยนางไม่รู้ว่าป้ายหยกหายไปตอนไหน ไม่มั่นใจและไม่อยากโทษว่าเขาเป็นคนหยิบไป หากเป็นเขาเป็นผู้เอาไป แล้วตั๋วเงินร้อยตำลึงเขาจะวางไว้ให้นางทำไม เทียบกันแล้วป้า
last updateLast Updated : 2026-01-03
Read more

บทที่ 8

มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งลืมตาแล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง “ยังไม่ออกไปอีกหรือพะย่ะค่ะ”“ก็ได้ๆๆ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ เจ้านี่จริงๆ เลย ใครบนใครล่างใครนายใครบ่าวข้าชักสงสัยแล้ว” เว่ยหย่วนฉีบ่นกระปอดกระแปดกระนั้นกลับก้าวออกไปจากห้องโดยดี ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งกุมหน้าอกเอาไว้ คิ้วเข้มยังคงขมวดแน่น เมื่อครู่ลุกพรวดพราดไม่ทันระวังบาดแผลกลางอก ความเจ็บปวดเมื่อครู่เตือนเขาเอาไว้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บหนักเพียงใดกระนั้นกลับไม่อาจกลบเกลื่อนความบัดซบของการกระทำของตนเองคืนนั้น มือใหญ่ลูบไล้ลงไปยังอักษรซึ่งแกะสลักเอาไว้บนเรือนหยก อักษร ‘เซวียน’ ซึ่งเขาสงสัยว่ามันอาจจะเป็นชื่อของนางหรือคนสำคัญของนางก็เป็นได้“หลี่ชิง”“พะย่ะค่ะองค์ชาย”“ตอนที่เจ้าไปพาตัวเขากลับมาเขาอยู่กับผู้ใด”“ทูลองค์ชาย กระหม่อมพบเพียงเขาอยู่ภายในห้องจึงแบกเขาออกมาพะย่ะค่ะ ตอนนั้นเขาเป็นไข้สูงทั้งยังสลบไศลเพราะฤทธิ์สุรา ดังนั้นกระหม่อมจึงคว้ามีดสั้นกับป้ายหยกนั้นมาแล้วทิ้งตั๋วเงินเอาไว้เป็นค่าที่พักและค่าสุรา”หลี่ชิงตอบไปตามที่เขาเห็น เขาไหนเลยจะรู้ว่าค่าว่าจ้างรถม้า ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าสุรา มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจ่ายไป
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more

บทที่ 9

‘แม้แต่เจ้าก็คิดว่าข้าจะลงมือทำร้ายเขาหรือ’ในยามนี้เขามองไปรอบๆ ผู้คนต่างก็แสดงสีหน้าเช่นเดียวกันนั่นคือความหวาดกลัว เขายังคงหวังว่าทุกคนเพียงทำไปเพราะคิดว่าเขาสิ้นใจไปแล้ว หากเขากลับมาทุกอย่างอาจยังแก้ไขได้เขาไหนเลยจะคิดมาทำร้ายผู้ใด เพียงแต่สภาพของเขาในยามนี้ ความเสียใจที่ผู้เป็นที่รักได้ทรยศต่อเขาทำให้เขาไม่อาจควบคุมโทสะจากความผิดหวัง‘ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ใบหน้าที่เหมือนกับท่าน ข้าไม่ต้องการ!’เขากรีดใบหน้าตัวเองอย่างไม่ลังเล ลงมืออย่างโหดร้ายถึงสามแผล เขารู้จักตัวเองดีและมั่นใจว่าแผลเหล่านี้จะกลายเป็นแผลเป็นที่ตอกย้ำความทรงจำอันแสนเจ็บปวดจวบจนวันที่เขาสิ้นใจ ในวันนั้นเขาไม่อาจทวงถามความเป็นธรรมเพราะไม่มีผู้ใดให้คำตอบเขาได้ ทุกคนมองเขาด้วยดวงตาหวาดกลัวโดยเฉพาะนาง...เซียวหรูอี้หวาดกลัวเขา เรื่องนี้ทำให้เขาหลุดการควบคุมจนโซซัดโซเซออกมาจากงานวิวาห์ ตามล่าเหวินอู่โหวจนมาถึงชายแดนเมืองลั่วหยาง ถูกอีกฝ่ายทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสใช่...เขาตั้งใจเอาชีวิตไปทิ้งเพราะรู้สึกชีวิตไร้ค่า การออกรบในสมรภูมิหรือแลกชีวิตกับเหวินอู่โหวนับว่าได้สร้างคุณงามความดีให้บ้านเมืองคราหนึ่ง กระนั้นสวรรค์ยั
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more

บทที่ 10

“ส่วนข้า...ข้าเกิดมาแข็งแรงดีทุกประการ ข้าต้องคอยเสียสละทุกอย่างให้เขา คอยปลอบตัวเองว่าเขาร่างกายอ่อนแอ เขาอยากได้ของของข้าข้าก็มอบให้แต่โดยดี ของเล่นของข้าทุกชิ้น ของมีค่า ของกิน หรือแม้กระมั่งของขวัญที่เขาถูกใจก็มักจะได้เลือกก่อนเสมอ บางครั้งข้ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่ก็ปลอบตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาไม่อาจสรรค์หาหลายๆ สิ่งมาด้วยตัวเอง ไม่เหมือนข้าที่สามารถหาทุกอย่างมาได้”“ทั้งหมดนั้นข้าคอยปลอบตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก ข้าค่อยหาใหม่ก็ได้ แต่ไหนเลยจะคิดพวกเขาทำสิ่งเหล่านั้นจนเคยชิน มองข้ามความสำคัญของข้าไปทีละน้อย พี่ชายข้าต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ทุกอย่างต้องเป็นเขาที่ได้ก่อนตัวข้าหาสำคัญไม่”ได้ยินน้ำเสียงขมขื่นของมู่หรงอวิ๋นเฟิ่ง เว่ยหย่วนฉีทำได้เพียงตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม เขารับรู้ทุกเรื่องเป็นอย่างดีเพราะเป็นสหายของอีกฝ่ายมาตั้งแต่เยาว์วัยมู่หรงเฟยอวี่ร่างกายอ่อนแอ แต่กลับเรียนรู้ตำราต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วจึงถูกส่งไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวง มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งร่างกายแข็งแรงเหมาะแก่การฝึกยุทธ์จึงถูกส่งเข้ากองทัพตระกูลมู่หรงน้อยครั้งที่เขาจะเห็นคนของตระกูลมู่หรง หันมาให้ความสนใจมู่หรงอ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
PREV
123456
...
8
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status