หม้ายสาวพราวเสน่ห์

หม้ายสาวพราวเสน่ห์

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-28
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
49Bab
113Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คำโปรย “เจ้ามันสตรีวิปลาส แต่งงานได้สี่วันกลับยื่นหนังสือหย่าให้ข้า” “ก็เพราะว่าข้ามีสามีแบบนี้อย่างไร จึงได้ขอหย่า หากไม่อยากตายเร็ว รีบลงนามในหนังสือหย่าเสีย!” เกริ่นนำ แม่สามีที่ว่าร้าย ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกสะใภ้อย่างจ้าวกุ้ยหลิน เมื่อลูกสะใภ้สุดแสบ ไม่ชอบฝีปากแม่สามี วัน ๆ เอาแต่เหน็บแนม พ่นคำพูดไม่น่าฟัง เหยียดหยามกำพืดชั้นต่ำของนาง มีหรือจ้าวกุ้ยหลินจะยอม น้ำแกงไก่ นางก็จัดการเชือดเองกับมือ ไก่ตัวนั้นมิใช่ไก่ธรรมดาแต่เป็นเจ้าบ่าวไก่ของนางที่ถูกส่งเข้าพิธีแทนเจ้าบ่าวตัวจริงและนางก็บังเอิญทำรองเท้าตกลงไปในถ้วยน้ำแกง พูดมากไปหน่อยน้ำลายก็ลงไปอยู่ในถ้วยน้ำแกงเสียอย่างนั้น จ้าวกุ้ยหลิน ไม่นึกว่าแม่สามีจะชอบ ยกซดน้ำแกงไก่สูตรพิเศษจนหมดถ้วยทีเดียว ใครจะร้ายกาจเผ็ดร้อนเหมือนนางกันเล่า วาจายอกย้อน ดูเชือดเฉือนอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละแต่อย่างใด หย่าเป็นหย่า ในเมื่อนางมีมือมีเท้า เหตุใดจะต้องทนอยู่ด้วย

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 แต่งงาน

แคว้นโจว

เปิดเสรีการค้าขายกับต่างชาติ ดังนั้นขนบธรรมเนียมจึงมิได้เคร่งครัด สตรีแต่งงานรับสามีเข้าจวนมิใช่เรื่องแปลกประหลาด สตรีแต่งงานมีสามีได้มากกว่าหนึ่งมิใช่สตรีมากราคะ บุรุษแต่งงานมีภรรยาได้หลายคน ดังนั้นสตรีเองก็ไม่แตกต่างกัน นั่นคือความเสมอภาค เท่าเทียมกัน

และอีกอย่าง สตรีที่แต่งงานแล้วจะใช้แซ่ของตนเองหรือเปลี่ยนมาใช้แซ่ของสามีย่อมได้มิได้บีบบังคับ ส่วนใหญ่สตรีที่แต่งงานก็พร้อมใจเปลี่ยนใช้แซ่ของสามี หากเพียงแค่บุตรที่คลอดออกมาจากสตรีที่แต่งงานแล้ว มีกฎมณเฑียรบาลของแคว้นตั้งเอาไว้ว่าจะต้องใช้แซ่ของสามีเท่านั้น

ตอนที่ 1 แต่งงาน

จ้าวกุ้ยหลิน นางเติบโตขึ้นมาเป็นสาวสะพรั่ง งดงามไม่น้อยใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ รูปร่างบอบบางอรชรนัก ทว่านางมีคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุผลที่ว่าตระกูลจ้าวเคยตกปากรับคำ กับตระกูลกวนเอาไว้ เมื่อเด็กทั้งสองเติบโตขึ้นมาจะให้แต่งงานกัน

กวนเหวินปิน ชายหนุ่มรูปงาม ลูกชายขุนนางผู้หนึ่ง เขานิสัยเป็นอย่างไร จ้าวกุ้ยหลินไม่เคยรู้เลย เพราะวัน ๆ  กุ้ยหลินเอาแต่ลงมือทำสวนปลูกผัก ตามที่ท่านแม่เคยสอนเอาไว้ เมื่อท่านแม่จากไปก็หลงเหลือเพียงแค่นางกับท่านพ่อ

ครอบครัวของนางเป็นญาติห่าง ๆ และก็คงจะห่างมาก ๆ ของรองแม่ทัพจ้าวเกาเหวิน กระนั้นเมื่อได้ยินข่าวว่ารองแม่ทัพจ้าวแต่งงานกับกงจู่แคว้นฉู่ นางฉีกยิ้มอย่างยินดี แม้จะไม่เคยพบหน้าหรือจะเจอกันมาก่อน เช่นนั้นสายเลือดตระกูลจ้าวเช่นนางย่อมยินดี กับรองแม่ทัพจ้าว

มารดาของจ้าวกุ้ยหลินเป็นสตรีข้ามภพมายังยุคที่แตกต่าง นางสอนสั่งลูกสาวตั้งแต่เริ่มจำความได้ สอนสั่งอักษรที่แปลกตา นั่นเพราะว่าแคว้นโจวมีชาวต่างชาติ ตัวสูงใหญ่คล้ายกับยักษ์ อีกทั้งยังมีตาสีฟ้า ผมสีทองอีกด้วย

กลุ่มนี้จะอยู่ในแดนใต้เท่านั้น มิได้เข้ามาทำการค้าในเมืองหลวง จ้าวกุ้ยหลินตั้งแต่เด็กก็นึกแปลกใจ ที่มารดาของนางเหตุใดจึงพูดภาษาประหลาดได้ จึงได้รับคำตอบคือ ท่านแม่ของนางข้ามภพมาและช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก

กุ้ยหลินไม่อยากจะเชื่อคำกล่าวอ้างของท่านแม่ แต่ถึงอย่างนั้นนางเกรงว่าท่านแม่จะโป้ปดแต่ว่ากาลเวลาพิสูจน์แล้ว ท่านพ่อยังออกปากชมว่าท่านแม่นั้นเก่งนักช่วยดูแลครอบครัวให้อยู่ดีกินดี มีเงินจับจ่ายใช้สอยไม่ขาดมือ ครอบของกุ้ยหลินเป็นครอบครัวเล็ก ๆ

ทำกิจการก็มีเพียงแค่เปิดร้านขายน้ำเต้าหู้ และขายโจ๊กที่ไม่เหมือนใครก็แค่นั้นเอง ก่อนที่นางจะถึงวัยปักปิ่น ท่านแม่ที่เป็นที่พึ่ง ที่พักพิงก็จากไปด้วยโรคร้าย ทอดทิ้งนางให้อยู่กับบิดาเพียงแค่สองคนเท่านั้น สร้างความโศกเศร้าเสียใจยิ่งนัก แต่ชีวิตของนางกับท่านพ่อก็ต้องก้าวไปข้างหน้า

ท่านแม่บอกว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของมนุษย์ ตอนนั้นนางไม่เคยเข้าใจเลยก็ว่าได้ แต่พอได้โตขึ้นมา ได้เรียนรู้คำสั่งสอนที่ท่านแม่เฝ้าอบรมนางในเรื่องที่มารดาผู้อื่นมิได้สอนสั่ง นั่นก็คือการปกป้องตนเองยามมีภัย

หมัดมวย แตะต่อยท่านแม่ก็สอนนางเอง อาหารที่หน้าตาประหลาด เมื่อไปซื้อของกับชาวผมสีทองตัวสูงใหญ่ นางก็พอจะพูดได้ถึงไม่เก่งนักก็ตามทีเถอะ อีกอย่างนางเป็นลูกพ่อค้าขายโจ๊กกับน้ำเต้าหู้ ดังนั้นก็รู้จักผู้คนมากมายเช่นเดียวกัน

ยามนี้กุ้ยหลินจะต้องแต่งงาน สินเดิมเจ้าสาวช่างดูน่าอนาถใจยิ่งนัก สมบัติของนางมีไม่มาก มีเพียงแค่หีบเล็ก ๆ หนึ่งใบช่างดูน่าเห็นอกเห็นใจเสียจริง ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ดูแคลนหนักหนา เห็นว่าหากไม่ใช่คำมั่นสัญญาที่พูดคุยกันไว้ จะไม่แต่งงานกับนางเด็ดขาด

กุ้ยหลินนึกคับแค้นใจยิ่งนัก

ทว่าบิดาบอกกล่าวให้นางแต่งงาน อนาคตจะได้สบายไม่ต้องมาลำบากค้าขาย ยามฝนตกฟ้าร้อง หรือทำงานตากแดดร้อน ๆ จนผิวขาว ๆ ของนางกลายเป็นผิวคล้ำเพราะถูกแสงของแดดทำลายผิวสวย ๆ ของนางเสียจนคล้ำไปหมด

นางไม่อาจจะขัดคำสั่งของบิดาได้ ทำได้ก็เพียงแค่ทำใจแต่งงาน เมื่อถึงวันแต่งงาน ฝ่ายเจ้าบ่าวส่งเกี้ยวมารับ ขบวนที่คึกคักอึกทึกครึกโครมก็หาได้มีไม่ มีแต่เกี้ยวเจ้าสาวที่ว่างเปล่าวังเวงจับใจ สาวใช้ของนางก็ไม่มีสักคน นั่นเพราะฐานะของนางมิได้ร่ำรวย พอมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ

งานบ้านทั่ว ๆ ไปนางก็ทำเองทุกอย่าง จึงไม่คิดจะจ้างคนงามมาช่วยดูแลสักนิด เพราะนางไม่อยากจะสิ้นเปลืองเงินทองที่กว่าจะหามาได้นั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน

ยืนปาดเหงื่อเรียกลูกค้าเข้าร้านของนางจนคอแหบแห้ง

เกี้ยวเจ้าสาวสีแดง มีคนหามแค่สี่คนเท่านั้น สีหน้าของแต่ละคน กุ้ยหลินไม่รู้เลยว่าแต่ละคนมีสีหน้าบึ้งตึงหรือยิ้มแย้ม นางถูกจับจูงออกจากบ้านหลังไม่ได้ใหญ่นัก ด้วยแม่สื่อของแดนใต้ ที่นางฝืนใจมาทำหน้าที่ให้ในเช้าของวันนี้ บิดาสอนสั่งลูกสาวคนเดียวเสียหลายคำด้วยความเป็นห่วง เพราะลูกสาวแต่งออกไปย่อมเหมือนน้ำที่ถูกสาดออก กว่าจะพูดบอกสอนสั่งจบ ก็ทำให้แม่สื่อนั้นพูดกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจให้บิดาของเจ้าสาวในวันนี้

“เจ้าสาวขึ้นเกี้ยวได้แล้ว” แม่สื่อพูดเรียบ ๆ น้ำเสียงไม่ได้ยินดียินร้ายแต่อย่างใด เจ้าสาวสวมชุดแดงที่บิดานั้นหาเงินมาตัดชุดหวังให้ลูกสาวไม่อับอายขายหน้าผู้ใด ผ้าคลุมหน้าสีแดงช่างดูสดใสผิดกับใบหน้าที่อยู่หลังผ้าคลุมหน้านั้นคิ้วขมวดมุ่นและถอนหายใจไปหลายเฮือกแล้ว

นางกำลังครุ่นคิดว่า สามีของนางจะเป็นคนเช่นไร เขาจะเป็นคนดีหรือไม่ หรือว่าเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมักมาก หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ชีวิตหลังแต่งงานก็คงจะหมองหม่นเป็นแน่

หนึ่งชั่วยามต่อมา

เกี้ยวเจ้าสาวสี่คนหามก็เดินทางมาถึงจวนตระกูลกวนแล้ว เจ้าสาวนั้นดูเก้ ๆ กัง ๆ เพราะเจ้าบ่าวไม่ได้มาต้อนรับนางด้วยตนเอง เพียงให้แค่พ่อบ้านมาดูแล จัดการให้นางทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับไก่ตัวผู้

เป็นที่น่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก คอยดูเถิดนางจะเชือดเจ้าไก่ตันนี้ทำน้ำแกงกินเสีย กุ้ยหลินเดือดขึ้นปุด ๆ มาดหมายว่า อย่าให้เจอนะ นางจะเตะก้านคอสามีให้สักทีสองที โทษฐานเหยียดหยามนาง

กล้ามากวันแรกนางก็ถูกอีกฝ่ายดูแคลนขนาดนี้แล้ว

แม่สามีก็ทำหน้าราวกับคนเบื่อหน่าย ยิ่งพ่อสามียิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาไม่ได้อวยพรอันใด เพียงแค่บอกว่า “รีบพานางไปให้พ้นหน้าข้า ไปที่เรือนหลังเล็กเล่า” น้ำเสียงของกวนฮูหยิน หรือแม่สามีของนางพูดกับสาวใช้ในจวน ให้เร่งพาลูกสะใภ้ไปให้พ้นหน้าของนางเสียที

กุ้ยหลินกำหมัดแน่น นางไม่อยากจะอาละวาดในวันแต่งงาน น้ำตาหรือหาได้มีสักหยด มีแต่ความคับแค้นใจที่คนพวกนี้ดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีของนาง หากไม่พอใจเหตุใดไม่ถอนหมั้นไปเลย จะแต่งงานกันเพื่ออะไร

“ฮูหยินน้อยค่อย ๆ เดินนะเจ้าคะ” สาวใช้ของตระกูลกวนทำหน้าที่พาเจ้าสาวมายังห้องหอ ระหว่างทาง สาวใช้คนนี้ดูแลนางเป็นอย่างดี ประคองนางให้เดินไม่สะดุดเตะก้อนหินสักก้อน ช่างเป็นสาวใช้ที่น้ำใจงามยิ่งนัก

“...” เจ้าสาวไม่พูดอันใด นางเก็บปากเงียบ ราวกับคนเป็นใบ้ แม้ว่าจะเจ็บใจอยากจะเปิดผ้าคลุมหน้าเดินออกจากจวนนี้ก็ตามที แต่นางต้องทำท่าทางนิ่งสงบเพราะหากนางทำเช่นนั้น เกรงว่าท่านพ่อจะเสียใจ ที่นางมิเชื่อคำสั่งสอนของท่านพ่อ

“ฮูหยินน้อย รอนายน้อยสักครู่นะเจ้าค่ะ” สาวใช้คนนี้พูดจารื่นหู ไม่มีน้ำเสียงไม่พอใจแม้แต่น้อยนิด ทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว กุ้ยหลินนึกชื่นชมยิ่งนักผิดจากแม่สามี และ พ่อสามีที่ทำตัวห่างเหิน ราวกับว่านางเป็นคนอื่น

เจ้าบ่าวที่กำลังทำหน้าบึ้งตึง เพราะไม่อยากจะเข้าหอกับสตรีที่ไม่เคยเห็นหน้า อีกอย่างเพียงแค่ลูกว่าเป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้กับโจ๊กเขาก็นึกชิงชังนัก นางจะต้องเนื้อตัวมอมแมมเหม็นกลิ่นสาบเป็นแน่ แล้วเช่นนี้จะให้เขาร่วมหอกับนางได้อย่างไรกัน

เพียงแค่เขานึกก็รู้สึกขยะแขยงสตรีผู้นี้นัก นางคงจะดีใจกระมังที่ได้แต่งงานเป็นฮูหยินน้อยของครอบครัวขุนนางที่ร่ำรวยในแดนใต้ แต่คงจะฝันไปกระมังเขามิยอมให้นางนั่ง ๆ นอน ๆ กินเงินน้ำพักน้ำแรงของครอบครัวเขาเด็ดขาด

อีกทั้งฐานะทางสังคมชนชั้นสูงนางก็ได้หามีไม่ คงจะรู้จักแต่ชนชั้นล่างติดดินทำให้เจ้าบ่าวคนนี้ไม่พอใจยิ่งนัก ทั้งเหยียดหยามดูแคลนสารพัดอยู่ในใจของเขา

“ท่านแม่ เพราะท่านรับปากกับตาแก่จ้าวเอาไว้ เห็นหรือไม่ข้าจะต้องมาทนร่วมหอกับสตรีชั้นต่ำเช่นนั้น” ใครจะไปเข้าหอกันคนชั้นต่ำแบบนั้นได้กัน เขาไม่มีทางก้าวขาไปเหยียบเด็ดขาด ไม่รู้ว่าตัวนางเหม็นกลิ่นสาบหรือไม่

“ลูกแม่แต่งงานกับนางไปก่อน หากไม่ถูกใจแม่จะหาให้เจ้าอีกสักคนดีหรือไม่” กวนฮูหยินกล่าวกับลูกชายที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมเข้าห้องหอเป็นแน่ เขาสวมชุดแดงของงานมงคล ทว่าภายในงานนั้นมิได้เชื้อเชิญใครมาร่วมงานให้มากมาย

เพราะมันเปลืองเงินที่แต่งลูกสะใภ้จน ๆ เข้ามาก็แค่นั้น

“ท่านแม่ งั้นข้าจะแต่งงานเฟยเอ๋อร์ ท่านก็รู้ว่าข้ารักนาง ท่านแม่ ข้าทำตามคำสั่งของท่านแล้วนะ” เขาทวงสัญญาที่มารดารับปากเอาไว้ หากเขายินดีรับปากแต่งงานเมื่อไหร่ อีกสองวันมารดาจะส่งเกี้ยวไปรับคนรักของเขามาอยู่ที่จวนนี้ด้วยกัน ในฐานะฮูหยินของเขา

“แม่จำได้ อีกสองวันแม่ส่งคนไปรับนาง แต่ว่าเจ้าพูดคุยกับนางแล้วรึ แล้วจะมีชุดเจ้าสาวทันได้อย่างไร” กวนฮูหยิน ยังสงสัย ระยะเวลากระชั้นชิดเช่นนี้จะแต่งงานรวดเร็วจะทันหรือ อีกอย่างนางจะต้องเตรียมของอีกมากมาย จะเอาเวลาไหนกัน เพียงแค่คิดก็รู้สึกปวดหัวไปหมด

“ท่านแม่ ข้านะเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว เฟยเอ๋อร์ของข้าจะต้องสวยที่สุด อีกอย่าง สินสอดจะต้องจัดให้มากเล่าอย่าให้ขายหน้าตระกูลโม่เด็ดขาด ทางนั้นรับปากข้าแล้ว ขอเพียงแค่วันนี้ข้าไปยืนยัน ไม่มีอะไรที่จะเร็วไป กลับช้าไปเสียด้วยซ้ำ”

กวนเหวินปินตระเตรียมเอาไว้อย่างรอบคอบ หากท่านแม่ของเขาไม่ยอมรับ เขาก็จะยืนกรานว่าจะแต่งนางเข้ามาให้ได้ ทุกอย่างเขาเตรียมเอาไว้หมดแล้ว รอแค่รับเจ้าสาวเข้ามาเท่านั้นเอง รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มรูปงามแห่งแดนใต้

เจ้าบ่าวผู้นี้เมื่อเอ่ยกล่าวกับมารดาเรียบร้อย เขามิได้เข้าไปห้องหอแต่อย่างใด กลับกันเขาเร่งฝีเท้าออกจากจวนและกระโดดขึ้นมาตัวโปรดมุ่งหน้าไปยังจวนของคนรัก หมายมั่นว่าเขาทำตามที่ได้เอ่ยให้สัจจะเอาไว้

วันนี้เขาจะต้องไปยืนยันกับนาง

ส่วนเจ้าสาว นั่งรอจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว กำปั้นน้อย ๆ ยกขึ้นมาทุบที่ไหล่ของตนเองให้หายจากอาการปวดล้าของกล้ามเนื้อ คนตัวเล็กยามนี้หิวก็หิว ตื่นก็ตั้งแต่ฟ้าไม่ทันสาง อาบน้ำแต่งตัวเพื่อแต่งงาน และนี่อะไรกันล่วงเลยมานานแล้ว และไม่เห็นมีทีท่าว่า เจ้าบ่าวจะเข้ามายังห้องหอสักนิด

“ฮูหยินน้อยหิวหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้เอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงดูจะเป็นห่วงยิ่งนัก “หากท่านหิวพยักหน้าก็พอเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนที่นางถามนั้นไม่ยอมพูดอะไรกับนางสักครึ่งคำ

“ข้าถามจริง ๆ เขาจะมาหรือไม่” ในที่สุดกุ้ยหลินตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นมา ด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจนักในยามนี้ อยากจะถอดชุดบ้า ๆ นี่ออกเสียที อาบน้ำนอนหลับพักผ่อนเสียหน่อย ต้องมานั่งเป็นหมาหงอยรอเจ้าของเช่นนี้ ช่างน่าขันนัก

“ข้าน้อยไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่นายน้อยอย่างไรก็ต้องมาเข้าหอกับฮูหยินน้อยอยู่แล้ว” สาวใช้ผู้มองทุกอย่างในแง่มุมที่ดี เอ่ยขึ้นมาหวังให้กำลังใจเจ้าสาวที่นั่งมาตั้งนานแล้ว ดูเหมือนจะปวดเมื่อยไม่เบา เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวเริ่มนั่งไม่นิ่ง ขยุกขยิกไปมา ยกมือขึ้นทุบที่ไหล่เบา ๆ ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก

ผู้ที่ถูกถามถึง ยามนี้เขาเร่งควบม้ามาทั้งชุดเจ้าบ่าว เมื่อถึงจวนตระกูลโม่ เขารีบร้อนวิ่งหน้าตั้งเข้าไปพบว่าที่ภรรยาด้วยความดีใจ ใบหน้าของเขานั้นประดับรอยยิ้มอย่างมีความสุข สาวใช้ในจวนนี้ต่างมิได้ขัดขวาง กลับเร่งพาชายหนุ่มสวมชุดแดง เข้าไปพบคุณหนูน้อย

“เฟยเอ๋อร์” น้ำเสียงอ่อนนุ่มส่งไปยังสตรีนางหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว นางกำลังเสียใจเมื่อชายคนรักนั้นแต่งงานกับสตรีอีกนาง นางกลัวว่าเขาจะไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้

“ในที่สุดท่านก็มาหาข้า ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะไม่แต่งงานกับนาง เหตุใดกันจึงแต่งงกับสตรีนางนั้นด้วย ท่านเห็นข้าเป็นตัวอะไร”

“เฟยเอ๋อร์ ฟังข้าก่อน อีกสองวันข้าจะมารับเจ้าไปเป็นเจ้าสาว ระหว่างนี้ดูแลตัวเองให้ดี ข้าสัญญาว่าจะไม่เข้าหอกับนาง จะไม่พบหน้านาง จะไม่ไปเหยียบที่เรือนนอนของนาง ข้าสัญญา”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
49 Bab
ตอนที่ 1 แต่งงาน
แคว้นโจวเปิดเสรีการค้าขายกับต่างชาติ ดังนั้นขนบธรรมเนียมจึงมิได้เคร่งครัด สตรีแต่งงานรับสามีเข้าจวนมิใช่เรื่องแปลกประหลาด สตรีแต่งงานมีสามีได้มากกว่าหนึ่งมิใช่สตรีมากราคะ บุรุษแต่งงานมีภรรยาได้หลายคน ดังนั้นสตรีเองก็ไม่แตกต่างกัน นั่นคือความเสมอภาค เท่าเทียมกันและอีกอย่าง สตรีที่แต่งงานแล้วจะใช้แซ่ของตนเองหรือเปลี่ยนมาใช้แซ่ของสามีย่อมได้มิได้บีบบังคับ ส่วนใหญ่สตรีที่แต่งงานก็พร้อมใจเปลี่ยนใช้แซ่ของสามี หากเพียงแค่บุตรที่คลอดออกมาจากสตรีที่แต่งงานแล้ว มีกฎมณเฑียรบาลของแคว้นตั้งเอาไว้ว่าจะต้องใช้แซ่ของสามีเท่านั้นตอนที่ 1 แต่งงานจ้าวกุ้ยหลิน นางเติบโตขึ้นมาเป็นสาวสะพรั่ง งดงามไม่น้อยใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ รูปร่างบอบบางอรชรนัก ทว่านางมีคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุผลที่ว่าตระกูลจ้าวเคยตกปากรับคำ กับตระกูลกวนเอาไว้ เมื่อเด็กทั้งสองเติบโตขึ้นมาจะให้แต่งงานกันกวนเหวินปิน ชายหนุ่มรูปงาม ลูกชายขุนนางผู้หนึ่ง เขานิสัยเป็นอย่างไร จ้าวกุ้ยหลินไม่เคยรู้เลย เพราะวัน ๆ กุ้ยหลินเอาแต่ลงมือทำสวนปลูกผัก ตามที่ท่านแม่เคยสอนเอาไว้ เมื่อท่านแม่จากไปก็หลงเหลือเพียงแค่นางกับท่านพ่อครอบครัวของน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-07
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 น้ำแกงไก่
ตอนที่ 2 น้ำแกงไก่แดนเหนือรองแม่ทัพจ้าวได้ยินมาว่า สหายรักนั้นจะเดินทางไปทำมาค้าขายที่แคว้นฉู่ เขาจึงได้แนะนำว่าเหตุใดไม่ลองไปเยือนแดนใต้สักครั้ง ที่นั่นเขาได้ยินมาว่า การค้าขายเป็นไปด้วยดี เหตุใดสหายรักของเขาจึงได้คิดเดินทางไปที่แคว้นฉู่ด้วยนะฟางผิงซานยังคงมีท่าทีสงบนิ่งมิได้เอ่ยพูดสิ่งใด เมื่อเห็นว่าคนที่เขาแอบรักนั้นได้เข้าหอกับองค์ชายรองแคว้นฉู่ ตัวเขาคิดว่าทำใจได้ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเสียใจ ความเจ็บปวด จนกระทั่งตนเองดื่มสุราเมามาย คิดว่าวันนั้นจะเดินทางไปแคว้นฉู่ แต่ ก็ต้องทำให้ทุกอย่างถูกเลื่อนออกไป“ไม่ลองไปแดนใต้สักครั้ง ที่นั่นข้าได้ยินมาว่ามีชาวคนตัวใหญ่ผมสีทองทำมาค้าขายกัน อีกอย่างดูเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก ญาติห่าง ๆ ของข้า ก็เคยส่งจดหมายมาเล่าให้ฟังอยู่ หากข้าจำไม่ผิด” จ้าวเกาเหวินเอ่ยขึ้น ตัวเขายังต้องหนีบภรรยามาด้วยตลอด นั่นเพราะเจ้าเด็กน้อยคนนี้ชักเอาแต่ใจยิ่งนัก“...” อีกฝ่ายไม่ตอบกลับเงียบขรึมแม้ใบหน้าของเขาไม่บึ้งตึง ทำให้สหายรักอย่างแม่ทัพที่เดินเข้ามาอีกคน ตีไหล่ของพี่ชายภรรยาเบา ๆ เชิงหยอกล้อ พวกเขานั่งอยู่ในเหลาอาหารของตระกูลฟาง ใจกลางเมืองหลวงในวันนี้“เห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-07
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 กุ้ยหลินวางแผนร้าย
ตอนที่ 3 กุ้ยหลินวางแผนร้ายจ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวเป็นศัตรูกับแม่สามี และพ่อสามีแล้ว ก็คงจะเหลืออีกคนหนึ่งนั่นคือสามีของนาง นางไม่ได้อยากจะพบหน้าแต่ก็ดูเหมือนว่า ในจวนนี้มีอะไรแปลกไปหรือไม่ เมื่อนางเดินไปทางใด สาวใช้ของจวนนี้ก็เร่งฝีเท้าหนี ทำราวกับว่านางเป็นตัวประหลาดเสียอย่างนั้นอีกอย่างนางเห็นว่าในจวนยังไม่ได้เก็บผ้ามงคลงของงานแต่ง เมื่อวานนางถูกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว จึงไม่รู้เลยว่าทุกอย่างประดับประดาสวยงามยิ่งนัก นางเดินกลับไปยังเรือนของตนเอง ผ่านเรือนหลังที่สองจ้าวกุ้ยหลินหยุดยืนดูอยู่ครู่หนึ่งเห็นบ่าวรับใช้ที่เป็นผู้ชาย ต่างก็ยกพวกแจกกันหยกเข้าไปข้างในเรือนหลังนั้น เก้าอี้และโต๊ะชุดใหม่ก็เริ่มทยอยขนเข้าไปอีกด้วย ทำให้นางแปลกใจนัก เรือนหลังนี้เป็นของใครกัน และด้านหน้าของเรือนหลังนี้นี้ยังมีสีแดงที่แสดงว่าจะมีงามมงคลเกิดขึ้นนางก็อยากจะเอ่ยปากถาม ทว่าสาวใช้ที่ติดตามมานั้นดันตัวให้ฮูหยินน้อยเร่งเดินไปข้างหน้าอย่าได้มาใส่ใจเรือนหลังนี้เลย สาวใช้ผู้นี้ทำใจลำบากยิ่งนัก มิรู้จะพูดอย่างไรดี กุ้ยหลินจึงได้เดินกลับเรือนไปทั้งที่อยากรู้“ฮูหยินน้อยเหงาหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้ไม่รู้จะถาม
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-07
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว
ตอนที่ 4 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวเสื้อผ้ากองโตก็ถูกกุ้ยหลินนั้นนำมาที่ซักล้าง ด้านหลังเรือนของนาง สาวใช้ตักน้ำขึ้นมาใส่อ่างให้ฮูหยินน้อย จากนั้นกุ้ยหลินใช้เชือกรั้งแขนเสื้อของตนเองให้เห็นข้อมือเรียวเล็กใต้ร่มผ้าที่ดูว่าจะแตกต่างจากผิวด้านนอก จนสาวใช้ตกใจอ้าปากค้าง“ฮูหยินน้อยผิวของท่านช่างแตกต่างกันนัก” สาวใช้ผู้นี้นางนามว่า อาจิง เห็นผิวขาวกับผิวคล้ำนางต้องรีบมาดูเพื่อให้แน่ใจ ฮูหยินน้อยช่างงดงามยิ่งนัก หากผิวขาวจัดเหมือนข้างใน เกรงว่านายน้อยคงจะหลงใหลแน่นอนแม้ว่าครอบครัวของจ้าวกุ้ยหลินจะไม่ร่ำรวย บ้านหลังเล็ก ๆ สภาพไม่เก่าและไม่ใหม่ แต่ด้านในจวนของนางนั้นมีเครื่องประดับราคาแพงเหมือนกัน แต่ว่าบิดา และมารดามักจะสอนสั่ง สมบัติคือของนอกกาย จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่ได้ดังนั้นกุ้ยหลินจึงเป็นคนที่ประหยัด ขยันเก็บเงิน เสื้อผ้าของนางนั้นไม่ได้สวยบาดตาหรือเป็นผ้าไหมราคาแพงแต่อย่างใด นางใช้ชุดธรรมดาเรียบง่ายเท่านั้น นางทำตามคำสอนของท่านแม่ก็ว่าได้ ในเมื่อนางเป็นลูกสาวของคนที่คิดว่าแปลกประหลาด และทำให้นางเห็นว่า ท่านแม่นั้นกว้างไกลและมีความรู้มากมายนักถึงแม้จะเขียนอักษรที่ใช้ปัจจุบันไม่ได
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-07
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 หมามุ่ย
ตอนที่ 5 หมามุ่ยงานมงคลวันนี้เริ่มด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม เมื่อเจ้าบ่าวนั้นไปรับเจ้าสาวของเขาที่จวนตระกูลโม่ด้วยตนเอง สีหน้าของเจ้าบ่าวนั้นดูมีความสุขยิ่งนัก และยังมีผู้คนที่เอ่ยเปรียบเทียบว่า เจ้าสาวคนแรกนั้นช่างดูน่าสงสาร เพราะเจ้าบ่าวมิได้ไปรับนาง และยังให้นางเข้าพิธีไหว้ฟ้ากับเจ้าบ่าวไก่อีกด้วยแต่ใครจะรู้เล่าว่า เจ้าบ่าวไก่ตัวผู้นั้นถูกเชือดทำน้ำแกงเป็นที่เรียบร้อยแล้วหน้าห้องของเจ้าสาวที่แต่งงานเข้ามาก่อนหน้าและรวมวันนี้ก็เป็นวันที่สาม กุ้ยหลินซาบซึ้งใจยิ่งนัก นางนั่งคิดทบทวนว่าต่อไปนี้ นางจะก้าวเดินออกไปจากที่นี่อย่างไร ไม่ให้คนพวกนี้ดูแคลน ความหวังของนางนั้นขอเพียงแค่ได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย นางไม่ต้องการสิ่งใดแล้วจู่ ๆ กุ้ยหลินก็ร้องไห้ออกมาทำให้สาวใช้นามว่าอาจิงเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ รีบเข้ามาปลอบโยนเจ้านายให้หายโศกเศร้าเพราะนางเข้าใจว่าฮูหยินน้อยนั้นเสียใจมากกับคุณชายน้อยที่กำลังแต่งภรรยาเพิ่มอีกคน ใครเล่าจะทนได้“ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ อย่าร้องไห้ไปเลยเจ้าค่ะ คุณชายจะต้องมาพบหน้าของท่านสักวัน” อาจิงเอ่ยปลอบ คนที่ร้องไห้อยู่เงยหน้ามองสาวใช้ ใบหน้างดงามแดงระเรื่อ“ข้าไม่ได้เสียใ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-10
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 คิดถึงคนบนฟ้า
ตอนที่ 6 คิดถึงคนบนฟ้าชีวิตของจ้าวกุ้ยหลิน จะเป็นเหมือนดั่งนิทานที่ท่านแม่ของนางได้เล่าให้นางฟังก่อนนอนหรือไม่ มันเป็นนิทานของพวกชาวผมทอง ในความมืดมิดของค่ำคืนในวันที่สาม ซึ่งสามีได้แต่งงานใหม่ นางซึ่งเป็นภรรยาคนแรกก็ถูกเขาทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดีกุ้ยหลินหิ้วท้องหิวจนถึงยามเย็น อาจิงสาวใช้ก็แอบออกไปข้างนอกเรือนได้เพราะรู้จักมักคุ้นกับบ่าวรับใช้ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูนั้นเป็นอย่างดี งานแต่งที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ อาจิงสาวใช้คิดว่าอย่างไรอาหารวันนี้ต้องเหลือแน่ ๆสองเท้าของอาจิงเดินย่อง ๆ เข้าไปในครัวที่ดับไฟแล้ว นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี แววตาจดจ้องอยู่ที่ถาดกลม ๆ ใบใหญ่วางอยู่บนเตาฟื้นนั้น ไอร้อนยังมีอยู่สาวใช้ผู้รักนายสาวคนใหม่รีบเปิดขึ้นมา ได้กลิ่นหอมชวนหิว นางจึงได้นำซาลาเปาร้อน ๆ ใส่เอาไว้ในถุงผ้าใบหนึ่ง นางรีบหยิบมาสี่ลูก จากนั้นยังไม่ลืมหยิบขนมมาอีกสามชิ้น ติดมือมาด้วย ผู้เป็นนายสาวกำลังพึมพำอยู่กับความว่างเปล่า “ท่านแม่ เจ้าชายคงจะมีแค่ในนิทานของท่านกระมัง” ม่านน้ำตาเริ่มปกคลุมดวงตาคู่งาม เมื่อคิดถึงมารดาที่จากไปด้วยโรคร้าย ท่านแม่บอกว่าถึงเวลาที่นางจะต้องจากไปแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นมา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-10
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 จัดการสั่งสอน
ตอนที่ 7 จัดการสั่งสอนค่ำคืนที่เงียบเหงาและอ้างว้างช่างดูเปล่าเปลี่ยวหัวใจยิ่งนัก สตรีนางหนึ่งกำลังนอนหลับ เปลือกตากลมโตของดวงตาคู่งามได้ปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ค่ำคืนอันหนาวเหน็บนี้กำลังจะผ่านพ้นไปอาจิงกลับไปนอนพักยังเรือนของตนเอง คงเหลือเอาไว้เพียงแค่ฮูหยินน้อยที่มักจะออกปากว่านางอยากจะอยู่คนเดียวเท่านั้น จ้าวกุ้ยหลินนอนกระสับกระส่าย คล้ายว่าตนเองนั้นกำลังฝันร้าย ในห้วงความฝัน นางมองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังของท่านแม่สองเท้าเล็ก ๆ ของนางกำลังเร่งฝีเท้า หวังว่าจะตามท่านแม่ทัน แต่ทว่า ยามเมื่อนางเร่งฝีเท้าวิ่งเพื่อหวังว่าจะคว้าท่านแม่เอาไว้ กลับกลายเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า กุ้ยหลินมิเข้าใจสักนิด เอ่ยถามเงาเลือนรางว่า “เหตุใดท่านแม่จึงทอดทิ้งข้ากับท่านพ่อ”คำถามนี้แม้ไม่น่าจะถาม นางรู้อยู่แก่ใจเหตุใดท่านแม่จึงจากไป ด้วยเพราะโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาได้ น้ำเสียงอบอุ่นละมุนหวานได้ส่งตอบกลับมายังลูกสาวที่นางเฝ้ามองอยู่ว่า “ลูกแม่ เจ้าต้องเข้มแข็งนะ” น้ำเสียงได้จางหายไปเพียงในพริบตาเดียวจ้าวกุ้ยหลินละเมอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน และความฝันนี้ได้มลายหายไปสิ้น เพียงแค่นางถูกอาจิงปลุกขึ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-11
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 สมใจแล้วสินะ
ตอนที่ 8 สมใจแล้วสินะจ้าวกุ้ยหลินเบิกบานใจนัก นางเดินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บอกกล่าวให้อาจิงเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้า จะกลับไปบ้านกัน อาจิงร้องไห้ด้วยความดีอกดีใจนักที่ตนเองนั้นเป็นอิสระ มิต้องเป็นสาวใช้ในจวนแห่งนี้อีกแล้วอาจิงปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ นางคุกเข่าลงที่พื้นโขกศีรษะตนเองลงไปหลายครั้ง กุ้ยหลินพยายามห้ามแต่ไม่เป็นผล เกิดมาตัวคนเดียวไม่มีน้องและพี่ กุ้ยหลินก็เหงาเช่นเดียวกัน กระนั้นบอกว่าให้อาจิงเป็นน้องสาวอาจิงส่ายหน้า นางบอกว่ามิคู่ควร ขอเป็นบ่าวติดตามรับใช้นางต่อไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์จะร่วมฝ่าฟันมันไปด้วยกัน ตอบแทนน้ำใจที่กุ้ยหลินนั้นยื่นมือปลดนางออกจากการเป็นทาส อาจิงรีบวิ่งไปหาพ่อบ้านวัยชราผู้หนึ่ง เขาเป็นคนจิตใจดีนักในบรรดาบ่าวรับใช้ในจวนอาจิงจึงขอร้องให้ท่านพ่อบ้าน จัดหารถม้าให้สักคัน พ่อบ้านชายชรารับปากและจัดเตรียมรถม้ารอให้สตรีทั้งสองเดินทางออกจากจวนหลังนี้ ประจวบเหมาะกับแม่สามีเดินทางเข้ามา ดังนั้นนางจึงได้ถามไถ่ว่าอาจิงมีอันใดจึงได้ให้พ่อบ้านเรียกรถม้าเมื่อได้ยินถ้อยคำของอาจิงแล้ว ฮูหยินใหญ่แทบจะลมจับ ใบหน้าหญิงสูงวัยซีดเผือดไปทันที นางเองก็นึกสงสารลูกชายนัก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-11
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 กลับบ้าน
ตอนที่ 9 กลับบ้านรถม้าคันหนึ่งมุ่งหน้าออกมาจากตระกูลกวนเพื่อมาส่งสตรีสองคนที่นั่งอยู่ข้างในนั้น และกว่าจะเดินทางมาถึงที่บ้านหลังหนึ่งก็ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างที่จะยาวนานไม่น้อยและแล้วก็มาถึงบ้านหลังเล็ก ๆ ที่กุ้ยหลินนั้นบอกทางแก่สารถีขับรถม้าทว่าเมื่ออาจิงลงมาถึงกลับแปลกใจนัก เหตุใดคุณหนูจ้าวจึงได้บอกว่าบ้านของนางหลังเล็ก ๆ เล่า อาจิงตกตะลึงจนตาค้าง และไหนบอกว่าครอบครัวยากจนด้วยเล่า นางไม่อาจเชื่อคำพูดของจ้าวกุ้ยหลินได้เลย“อาจิง นี่คือบ้านของเจ้าต่อไปนี้นะ” กุ้ยหลินแย้มยิ้มขึ้นมาและนางอดที่จะขำขันไม่ได้ เมื่ออาจิงเห็นบ้านของนางที่บอกว่าหลังเล็ก ๆ “บ้านไม่ได้ใหญ่โตเหมือนตระกูลกวนเจ้าอยู่ได้หรือไม่” บ้านที่นางพูดถึงก็หลังไม่ได้ใหญ่จริง ๆแต่ว่าบ้านหลังนี้นั้นเป็นบ้านที่มีความยาวไม่น้อย กุ้ยหลินเดินเข้ามาในบ้านของนาง ข้างในนั้นมีแจกันลวดลายงดงามประดับอยู่ ไหนบอกว่าบ้านยากจนนัก อาจิงเหมือนถูกหลอกเสียด้วยซ้ำไป แค่นางประเมินราคาแจกันก็แทบจะลมจับบ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว แต่มีหลายห้องข้างใน ท่านแม่ของนางจงใจออกแบบบ้านที่อบอุ่นนี้ขึ้นมา เป็นบ้านชั้นเดียว และมีแค่ห้าห้องเท่านั้น เอาไว้เผ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-13
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 แผนชั่วของโม่อวี้เฟย
ตอนที่ 10 แผนชั่วของโม่อวี้เฟยกวนเหวินปิน นั่งรถม้ามาสอบถามหาจวนตระกูลกวน ก็ไม่มีใครรู้สักคน เมื่อไปขอความช่วยเหลือแม่สื่อผู้นั้น เขาก็พบเพียงแค่เรือนที่ผุพังและว่างเปล่าไร้คนอาศัย เขาจึงสงสัยยิ่งนักภรรยาของเขานั้นไปอยู่ที่ไหนกันแน่สีหน้าของคนที่ออกตามหาภรรยาที่เขาเมินเฉยนาง และพอเห็นนางงดงามบาดใจก็อยากจะครอบครองนางและกักขังนางเอาไว้ในจวน น้ำเสียงเกรี้ยวกราดตวาดดังออกไปให้ผู้ติดตามที่ควบม้ามาด้วย สอบถามคนในละแวกนั้นเขาสอบถามพ่อบ้านแล้วว่า จวนของภรรยานั้นอยู่ที่ใดกันแน่ สารถีที่ขับรถม้ามาส่งที่จวนตระกูลกวน ก็บอกว่าจดจำเส้นทางไม่ได้นั่นเพราะชายผู้นี้กำลังโกหกเนื่องด้วยว่าถูกกุ้ยหลินบังคับข่มขู่เอาไว้ ชายชราเช่นเขาก็หวาดกลัวเด็กสาวผู้นี้ยิ่งนัก ใครเล่าจะไม่หวาดกลัว เมื่อนางใช้มีดมาจี้อยู่ที่ลำคอของเขา ข่มขู่คุกคามเขาสารพัดและยังเอ่ยปากว่าหากเขาปากมากมีใครรู้ที่อยู่ของนางละก็ นางจะมาจัดการเขา ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว เขายังไม่อยากตายเร็วเหวินปินคว้าน้ำเหลวกลับไปยังที่จวนของตนเอง ด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ทว่าพอเข้าไปในเรือนของตนเองกับภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้า เพียงแค่ก้าวเข้าไปคิดจะถา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-13
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status