ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด

ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-17
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
103Bab
11.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เสี่ยวเหอ หญิงสาวสู้ชีวิตจากยุคปัจจุบันที่เป็นถึงทหารหญิงแต่ต้องตายเพราะอุบัตติเหตุคลังเก็บอาวุธระเบิด เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ เสี่ยวเหอ แม่ม่ายในหมู่บ้านยากจนแห่งหนึ่งในแคว้นต้าฉิน เจ้าของร่างเดิมถูกสามีหักหลังส่งจดหมายหย่าพร้อมข้อกล่าวหาเท็จว่าคบชู้กลับมาที่หมู่บ้าน ญาติสามีรุงทึ้งและพยายามจะโกงเอาที่ดินที่เป็นสินเดิม ถูกชาวบ้านประณามและถูกขับไล่ให้ไปอยู่ในกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้านจนตรอมใจตายในที่สุด วิญญาณของเสี่ยวเหอในยุคปัจจุบันได้ทะลุมิติเข้ามาในร่างของนาง เจ้าของร่างมีบุตรชายอายุห้าขวบที่กำลังจะถูกจับไปขาย ดีที่การมาของสตรีจากโลกอนาคตช่วยเหลือเด็กน้อยได้ทันและจัดการคนเหล่านั้น ด้วยความสงสารเธอจึงตั้งใจว่าจะเลี้ยงเขาให้เติบโตไปได้ดี…

Lihat lebih banyak

Bab 1

1 ทหารหญิงในร่างสตรีอ่อนแอ

الساعة الحادية عشرة ليلًا.

كنتُ أركض ليلًا في حديقة المبنى حيث يسكن أخي.

فجأةً سمعتُ من بين الشجيرات صوت رجلٍ وامرأة يتحدّثان همسًا.

"رائد، كنتَ تقول إنك في البيت بلا مزاج؛ جئتُ معك إلى هنا، فلماذا ما زلتَ على الحال نفسها؟"

ما إن سمعتُ حتى أدركتُ أن الصوت لزوجة أخي هناء.

ألم يخرج أخي وهناء لتناول العشاء؟ كيف ظهرا في الحديقة، بل بين الشجيرات؟

مع أنني لم أواعد فتاةً من قبل، فقد شاهدتُ كثيرًا من المقاطع التعليمية، وفهمتُ فورًا أنهما يبحثان عن إثارة.

لم أتوقع أن يكون أخي وهناء بهذه الجرأة! في الحديقة… يا لها من مجازفة.

لم أتمالك نفسي وأردتُ أن أتسمّع.

هناء جميلة وقوامُها رائع، وسماعُ صرخاتها حلمٌ طالما راودني.

زحفتُ على أطراف أصابعي إلى جانب الشجيرات ومددتُ رأسي خلسة.

فرأيتُ هناء جالسةً فوق أخي، وإن كانت تدير ظهرَها لي، إلا أن انسياب ظهرها كان آسرًا.

على الفور جفّ حلقي واشتعل جسدي وشعرتُ بالإثارة.

أمام امرأةٍ بهذه الإغراءات تعثّر أخي قليلًا: "هناء، أنا… الأمر غير ممكن."

ثارت هناء عليه قائلةً: "لا أمل فيك! في الخامسة والثلاثين وهكذا؟ ما نفعك إذن؟ حتى لو كان الأمر غير ممكن، ألا تُخرج شيئًا نافعًا؟ ولا حتى ذلك! فكيف أنجب؟ إن بقيتَ هكذا فسأبحث عن غيرك! إن كنتَ لا تريد أن تصير أبًا فأنا ما زلتُ أريد أن أصير أمًّا."

سحبت هناء بنطالها غاضبةً وخرجت.

ارتعبتُ ولذتُ بالفرار.

لم تمضِ برهة حتى سمعتُ أن هناء قد عادت.

أغلقت الباب بقوة فدوّى صوته، فقفز قلبي من الفزع.

ربَّتُّ على صدري في خلوّتي وأنا أفكر: يا لهول ما رأيت؛ لم أظن أن حياة أخي وهناء الزوجية بهذا السوء.

يُقال إن المرأة في الثلاثين تشتدُّ رغبتها؛ وهناء تبدو فعلًا غير مُشبَعة، وأخي بذلك الجسد النحيل كيف لها أن تكتفي به؟

أما أنا فربما… تفوّ!

ما الذي أفكر فيه؟ هناء زوجةُ أخي، كيف أطمع فيها؟

أنا ورائد وإن لم نكن شقيقين من الدم، إلا أننا أوثق من ذلك.

ولولا رائد لما كنتُ أنا الجامعي اليوم.

إذًا، يستحيل أن أطمع في هناء.

وبينما أنا غارقٌ في شرودي سمعتُ من الغرفة المجاورة أنينًا خافتًا.

ألصقتُ أذني بالجدار أتجسّس.

إنه أنينٌ حقًا!

هناء كانت…

اشتعل جسدي ولم أعد أحتمل، فبدأتُ إشباعًا ذاتيًا بصمت.

وفي الختام توحّدت الأصواتُ على جانبي الجدار.

هذا التوافقُ الغريب جعلني أشرُد من جديد.

وفكّرت: لو كنتُ مع هناء لكان بيننا انسجامٌ كبير.

لكن هذا مستحيل؛ فبيننا دائمًا أخي.

لا يمكن أن أخون أخي.

بدّلتُ سروالي الداخلي المبلّل ووضعته في حمّام الخارج عازمًا على غسله صباحًا.

ثم نمت.

ونمتُ حتى بعد التاسعة صباحًا؛ وحين نهضتُ كان أخي قد غادر إلى العمل، ولم يبقَ في البيت إلا أنا وهناء.

كانت تُعدّ الفطور.

ارتدت هناء منامةً حريريةً بحمّالات، فبان قوامُها الممتلئ أمامي بلا حجاب، ولا سيما امتلاءُ صدرِها؛ فعاد إليّ جفافُ الحلق.

"سهيل، استيقظت؟ أسرع واغتسل لتتناول الفطور." حيّتني هناء.

لم أمكث هنا إلا أيامًا قليلة، وما زلتُ غيرَ معتاد، فكنتُ متحفّظًا، فاكتفيتُ بـ"أوه" خفيفة ومضيتُ إلى الحمّام.

وبينما أغسل وجهي تذكرتُ أن سروالي الذي بدّلتُه البارحة موضوعٌ هنا.

وهناء تستيقظ قبلي؛ أيمكن أنها رأته؟

نظرتُ بسرعةٍ إلى الرف، وفوجئتُ: سروالي غير موجود!

وبينما أبحث هنا وهناك سمعتُ صوت هناء من خلفي: "لا تبحث، أنا غسلته لك."

احمرّ وجهي حياءً. ذلك السروال كان ملطّخًا، فحين غسلتْه ألا تكون قد رأت…؟ يا للحرج!

وكانت هناء تضم ذراعيها على صدرها، وتبتسم كأن لا شيء: "سهيل، أما سمعتَ شيئًا البارحة؟"

أخذتُ أهز رأسي إنكارًا؛ لا يمكن أن أعترف بأنني سمعتُها وحدها تعمل ذلك.

"ل… لا، لم أسمع شيئًا."

"حقًا؟ ألم تسمع أصواتًا غريبةً من غرفتي؟" كانت تُجرّبني.

"نمتُ بعد العاشرة بقليل؛ حقًا لم أسمع شيئًا."

ثم انسحبتُ هاربًا.

ولا أدري لماذا كنتُ أمام أسئلتها شديدَ الارتباك، وكانت عيناي تسقطان على صدرها بغير إرادةٍ مني، كأن سحرًا يجذبني.

جلستُ إلى المائدة آكل بصمت، ولم أكن حاضر الذهن، إذ جاءت وجلست إلى جانبي.

فكّرتُ: ما الذي تنويه؟ كنا نجلس متقابلين عادةً، فلماذا اليوم إلى جواري؟

وبينما أفكر لمستْ بسبابتها ذراعي لمسةً خفيفة، فشعرتُ بوخزٍ لذيذٍ يسري في جسدي كالكهرباء.

وتعجّبتُ في نفسي: إذًا هذا شعورُ لمس المرأة؟ يا له من أمرٍ عجيب.

"سهيل، كأنك تخافني، أليس كذلك؟"

"لا، غير أنني لستُ معتادًا بعد، فأتقبّض قليلًا."

"والناس يتعارفون من عدم، ولهذا يلزم أن نُكثر الحديث لنقترب أسرع وبشكلٍ أنفع. سهيل، أتعرف أسرع وأنجع طريقةٍ ليصير الرجل والمرأة مألوفَين لبعضهما؟"

لا أدري أهو وَهم، لكني أحسستُ أنها تُلمّح إلى شيء، فاضطربتُ ولم أعد أهنأ بالطعام، وكان الفضول يأكلني: ماذا تقصد؟

فتجرّأتُ وسألت: "ما هي يا هناء؟"

"الإنجاب!" حدّقت فيّ بعينيها البراقتين وقالتها مباشرةً.

اختنقتُ. قلتُ في نفسي: لمَ تقول لي هذا؟ إنها زوجة أخي، ولا يمكن أن يحدث بيننا شيء. أتراني مقصدَها؟ أخي لا يقدر، فهل علّقت أملها عليّ؟ لا، لا يجوز أن أخون أخي.

سحبتُ الكرسي مبتعدًا قليلًا: "هناء، لا تمزحي؛ لو سمع أحدٌ لأساء الظن."

ضحكت وقالت: "إذًا قل الحقيقة: هل سمعتَ شيئًا البارحة أم لا؟ إن لم تصدّق فسنتعمّق في الحديث."

كدتُ أفقد السيطرة من الخوف، فقلتُ مرتبكًا: "نعم، سمعتُ بعض الأصوات، لكن لم أقصد."

"هل كان أنيني؟ هل كان جميلًا؟" لم أتوقّع منها هذا السؤال.

احمرّ وجهي وكاد قلبي يقفز من صدري، ولم أعرف بمَ أجيب.

وفي تلك اللحظة جاء طرقٌ على الباب، فتمسّكتُ به طوقَ نجاة، وأسرعتُ أفتح.

وما إن فتحتُ الباب حتى رأيتُ امرأةً طويلةً ممشوقة القوام، ملامحُها شديدة الجمال، ونظرتها آسرة.

حدّقت بي بعينيها السوداوين الواسعتين وسألت: "من أنت؟"

وقلتُ متعجبًا: "ومن أنتِ؟"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

walanดี
walanดี
สนุกค่ะ บทพอ.ไม่เด่นเลย
2026-04-21 14:18:13
1
0
103 Bab
1 ทหารหญิงในร่างสตรีอ่อนแอ
1ทหารหญิงในร่างสตรีอ่อนแอ“ไปดูสิว่านางตายหรือยัง”หลินเสี่ยวเหอ ทหารหญิงของหน่วยรบพิเศษลืมตาขึ้นด้วยความสับสนเพราะได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังอยู่ด้านนอก ความทรงจำสุดท้ายคือเปลวไฟจากการระเบิด ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้ในยามนี้กลับมิใช่บาดแผลจากสะเก็ดระเบิด แต่เป็นความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงกระดูกจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ตนเองกำลังปฏิบัติงานอยู่ในคลังเก็บอาวุธของกองทัพในฐานะทหารหญิงฝีมือดีอนาคตไกล จู่ๆ ได้มีประกายไฟ ต่อมาก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ถูกตัดไป แล้วนำพาวิญญาณของนางมาโผล่ที่นี่ ในโลกต่างมิติโบราณล้าหลัง“ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกหรือ”เมื่อกลิ่นสาบดินและฟางเน่าโชยเข้าจมูก นางพยายามพยุงกายลุกขึ้นแต่กลับพบว่าร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน แขนขาผอมบางจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ร่างกายบางจุดมีรอยฟกช้ำ เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เก่าขาดเต็มไปด้วยรอยปะชุน"นังตัวกาลกิณี! ยังแสร้งนอนกินบ้านกินเมืองอยู่อีกรึ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"เสียงแหลมแผดลั่นแหวกสายฝน พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่จนร่างของนางกระเด็นตกจากเตียงไม้กระดานลงไปกองกับพื้นดิน ความเจ็บ
Baca selengkapnya
2 ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหิว
2ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหิว "ท่านแม่"เสียงเล็กๆ ที่สั่นเครือเรียกสติของนางให้กลับคืนมา อาเป่าเด็กน้อยผู้น่าสงสารค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ดวงตากลมจ้องมองมารดาด้วยความหวาดหวั่นปนความประหลาดใจ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นมารดากล้าโต้เถียงกับคนตระกูลจางสักครั้งโครก…เมื่อเสียงท้องร้องครวญ อาเป่ารีบตะครุบท้องตนเองด้วยความอับอาย ใบหน้ามอมแมมขึ้นสีระเรื่อ รู้ดีว่าที่บ้านยากจนข้นแค้น มารดาจะเอาอาหารที่ไหนมาให้กิน"ข้าขออภัยขอรับท่านแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหิว"“ไม่ได้ตั้งใจจะหิวอะไรกันเด็กโง่ ความหิวมันห้ามกันได้ที่ไหน”คำพูดซื่อๆ นั้นบีบหัวใจของเว่ยเสี่ยวเหอ ในยุคที่นางจากมา ความหิวโหยเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ แต่สำหรับเด็กคนนี้ความหิวคือเรื่องปกติ สภาพครอบครัวยากไร้เช่นนี้ มีมารดาหาเลี้ยงปากท้องเพียงลำพัง ไม่รู้ว่าในแต่ละวันจะได้กินอิ่มบ้างหรือไม่"หิวก็บอกว่าหิวไม่ต้องขออภัย เจ้าไปรอแม่ที่แคร่ไม้ไผ่ แม่จะไปหาอะไรให้เจ้ารองท้อง"นางพยุงตัวเด็กน้อยขึ้น เดินมุ่งหน้าไปยังห้องครัวที่อยู่ท้ายกระท่อม ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นสาบก็ลอยเข้าจมูก ห้อง
Baca selengkapnya
3 ตัวถ่วงสามี
3ตัวถ่วงสามี“ออกมา! ออกมาเดี๋ยวนี้นะหญิงแพศยา”เสียงเอ็ดตะโลด้านนอกในช่วงเช้าตรู่ทำให้เว่ยเสี่ยวเหอลืมตาขึ้น นางรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของฝีเท้าคนกลุ่มใหญ่ที่มุ่งตรงมายังกระท่อมไม้ผุพังแห่งนี้ ร่างกายที่เพิ่งได้รับน้ำทิพย์จิตวิญญาณไปเมื่อวานดูมีพละกำลังขึ้นผิดตา อาการปวดเมื่อยล้าตามกล้ามเนื้อเลือนหายไปจนเกือบหมดสิ้น"นังปีศาจเว่ยเสี่ยวเหอ! ออกมารับโทษเดี๋ยวนี้!"เสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นเคยดังลั่น เว่ยเสี่ยวเหอขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ หันไปมองอาเป่าที่ยังคงหลับสนิทอยู่บนแคร่ไม้ ใบหน้าเล็กๆ นั้นดูอิ่มเอิบขึ้นหลังจากได้กินข้าวและไข่นึ่ง นางดึงผ้าห่มผืนบางคลุมกายให้ลูกชายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเดินไปหยิบมีดพร้าเล่มเดิมที่ลับจนคมกริบพิงไว้ข้างฝา แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนด้านนอกเบื้องหน้าของนางคือกลุ่มชาวบ้านเกือบยี่สิบคน นำโดยผู้ใหญ่บ้านเฉา ชายชราหน้าตาเคร่งขรึมในชุดผ้าป่านเนื้อดี และที่ยืนอยู่ข้างกายเขาด้วยท่าทางหยิ่งยโสคือนางจาง ข้อมือของนางถูกพันด้วยผ้าขาวใบหน้าบวมช้ำนั้นบิดเบี้ยวจนดูตลก"ผู้ใหญ่บ้านเฉา ท่านดูเอาเถิด นังม่ายใจอำมหิตนี่มันทำร้ายข้าจนกระดูกหัก ทั
Baca selengkapnya
4 ความลับ
4ความลับแสงแดดยามสายเริ่มสาดแสงแรงกล้า ความร้อนระอุลงบนพื้นดินที่แตกระแหง เว่ยเสี่ยวเหอมองดูที่ดินสามหมู่ที่เป็นสินเดิมของนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง นางรู้ดีว่าอำนาจของมีดพร้าและกำลังอาจขับไล่คนโฉดได้ชั่วคราว แต่การจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในโลกโบราณใบนี้ต้องมีรากฐานที่แข็งแรงกว่านั้น รากฐานที่ว่าก็คือความมั่งคั่งและเสบียงอาหาร"ท่านแม่ขอรับ เราจะปลูกผักลงบนดินแข็งๆ นี่จริงหรือขอรับ"“ใช่จ๊ะ เราจะปลูกผักตรงที่ดินผืนนี้”“แต่ท่านย่า เอ่อ...”อาเป่าอึกอัก ขณะพยายามช่วยหิ้วถังไม้เก่าๆ ที่รั่วซึมเด็กน้อยมองผืนดินสีซีดที่มีคราบเกลือขาวเกาะกินด้วยความกังวล"ท่านย่าเคยบอกว่าดินตรงนี้ถูกสาป ปลูกอะไรก็แห้งตายหมดแม้แต่หญ้ายังไม่อยากจะขึ้นเลย"เว่ยเสี่ยวเหอย่อตัวลง ลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู"อาเป่า ดินจะดีหรือร้ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำสาปแต่มันขึ้นอยู่กับว่าเรารู้วิธีเยียวยามันหรือไม่ แม่จะแสดงให้เจ้าเห็นว่าดินที่ถูกทอดทิ้งนี่แหละจะกลายเป็นขุมทรัพย์ที่ใครก็ต้องอิจฉา"นางยิ้มอบอุ่น ขั้นแรกนางไม่ได้ลงมือปลูกทันทีแต่เริ่มจากการวางระบบน้ำขนาดย่อม เว่ยเสี่ยวเหอใช้จอบขุดร่องน้ำขนาดเ
Baca selengkapnya
5 ไม่ต้องอาย
5ไม่ต้องอายเด็กน้อยก้มมองชุดป่านสีหม่นที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด แขนเสื้อสั้นเต่อจนเห็นข้อมือที่ซูบผอม เว่ยเสี่ยวเหอมองตามแล้วถอนหายใจเบาๆ เจ้าของร่างเดิมนางช่างอาภัพนัก ทิ้งลูกให้ลำบากถึงเพียงนี้ แม้แต่เสื้อผ้าดีๆ สักชุดก็ไม่มี รองเท้าที่พอใส่ได้หน่อยก็ไม่เห็น เห็นเพียงร้องเท้าฟางที่พื้นทะลุจนนิ้วเล็กๆ โผล่ออกมา"ไม่ต้องอาย ความยากจนไม่ใช่ความผิดแต่การยอมแพ้ต่อโชคชะตาต่างหากคือสิ่งที่น่าละอาย วันนี้เราจะเอาผักเหล่านี้ไปเปลี่ยนเป็นเงิน แม่สัญญาว่าเย็นนี้เจ้าจะได้มีชุดใหม่ใส่ และเราจะซ่อมแซมกระท่อมของเราให้มั่นคงกว่านี้ ยามพายุฝนมาจะได้ไม่ต้องเปียกอีก"นางลูบแก้มลูกชายด้วยความอ่อนโยน สองแม่ลูกช่วยกันถอนผักอย่างระมัดระวัง ผักกาดหอมแต่ละต้นที่ถอนขึ้นมานั้นมีรากที่แข็งแรงน้ำหนักดี ส่วนหัวไชเท้าก็ขาวอวบเหมือนแท่งหยก เมื่อจัดเรียงลงในตะกร้าสานสองใบจนเต็ม เว่ยเสี่ยวเหอจึงหาผ้าสะอาดมาคลุมไว้เพื่อกันแดดนางแบกตะกร้าขึ้นบ่าอย่างคล่องแคล่ว เพราะเคยแบกเป้สัมภาระหนักหน่วงในกองทัพ ทำให้จัดสมดุลร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะหาบของหนักแต่กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่มั่นคง เมื่อเดินผ่านใจกลา
Baca selengkapnya
6 เป็นแม่คนได้ 
6เป็นแม่คนได้ กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับขอบฟ้า กระท่อมที่เคยทรุดโทรมจนดูเหมือนจะพังทลายได้ทุกเมื่อ บัดนี้กลับดูมั่นคงขึ้นผิดหูผิดตา หลังคาใหม่เรียงตัวสวยงาม ฝาบ้านถูกซ่อมแซมจนไม่มีลมหนาวลอดผ่านเว่ยเสี่ยวเหอปีนลงมาพิงเสาบ้านพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก อาเป่ารีบวิ่งเอาน้ำมาให้ทันที"ดื่มน้ำก่อนขอรับท่านแม่ ท่านแม่ทำงานมาทั้งบ่ายคงเหนื่อยแย่เลย""ขอบใจมากอาเป่า คืนนี้เราจะได้นอนหลับอุ่นๆ กันเสียที"ความภูมิใจในมารดาจำเป็นเริ่มก่อตัวทีละนิด ถึงจะไม่เคยผ่านการมีครอบครัวหรือมีลูก เว่ยเสี่ยวเหอก็สัมผัสว่าตนเองก็สามารถเป็นแม่คนได้ เมื่อความมืดมิดมาเยือน มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบาๆ เว่ยเสี่ยวเหอนั่งมองดูอาเป่าที่หลับสนิทอยู่บนเตียงไม้ที่นางเพิ่งเสริมความแข็งแรงให้ ใบหน้าเล็กๆ ของลูกชายดูผ่อนคลายและอิ่มเอิบเพราะได้กินอิ่มและนอนในบ้านที่ไม่มีลมหนาวลอดผ่านนางค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น ก้าวเท้าอย่างเงียบกริบประดุจแมวป่า ก่อนจะหลับตาลงรวบรวมสมาธิจนภาพวงล้อแสงสีทองปรากฏขึ้นในมโนสำนึก เพียงชั่วพริบตาร่างของนางก็หายไปจากห้องนอนโผล่มาอยู่กลางพื้นที่สีเขียวขจีของมิติลับอา
Baca selengkapnya
7 มนต์ดำ
7มนต์ดำ"หลงจู๊ ไม่รู้รึว่าสตรีตรงหน้าคือหญิงม่ายที่ถูกตระกูลจางของข้าขับไล่เพราะคบชู้สู่ชาย" จางเม่ยเอ๋อร์ตะโกนลั่นตลาดเพื่อประจาน "แล้วดูผักพวกนี้สิ ที่ดินท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ยใครๆ ก็รู้ว่าดินเค็มปลูกอะไรก็ตาย แต่นี่ผ่านไปไม่กี่วันกลับมีผักงามๆ มาขาย นี่มันไม่ใช่ผักธรรมดาแต่มันคือผักที่ใช้มนต์ดำปลูกขึ้นมา"ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มซุบซิบ เสียงพึมพำด้วยความระแวงเริ่มหนาหูขึ้น"มนต์ดำรึ ถึงว่าสิผักอะไรจะโตเร็วและสวยขนาดนี้""นั่นน่ะสิ ข้าก็ได้ยินมาว่านางถูกผีสิง พละกำลังถึงได้ผิดมนุษย์นัก" นางจางเห็นคนเริ่มคล้อยตามก็รีบใส่ไฟทันที "ใช่แล้ว นางทำสัญญากับปีศาจ ใครกินผักของนางเข้าไปต้องเกิดอาเพศเจ็บไข้ได้ป่วย หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นสมุนของนังแม่มด ท่านหลงจู๊หากท่านรับซื้อไว้เหลาอาหารของท่านต้องพินาศแน่"หลงจู๊เริ่มมีสีหน้าลังเล เขาหันไปมองผักในตะกร้าสลับกับมองหน้าเว่ยเสี่ยวเหอที่ยังคงนิ่งสงบประดุจผิวน้ำในบ่อลึก“เรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่เชื่อ”"ท่านแม่ขอรับ พวกเขาพูดจาน่ากลัวจังเลยขอรับ"อาเป่าเกาะแขนมารดาแน่นร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว เว่ยเสี่ยวเหอลูบหัว
Baca selengkapnya
8 กาลกิณีหมายความว่าอย่างไร
8กาลกิณีหมายความว่าอย่างไรเสียงตวาดนั้นทำให้นางจางและลูกสาวสะดุ้งสุดตัว นางจางรีบปั้นหน้านอบน้อมยิ้มประจบประแจงและพยายามจะก้าวเท้าเข้าไปในเขตจวน"ท่านพ่อบ้าน ข้าคือมารดาของท่านขุนนางจางเหวินไฉ ส่วนนี่คือน้องสาวของเขา พวกเรามีธุระด่วนจะพบเขารบกวนท่านช่วยไปแจ้งหน่อยได้ไหม"พ่อบ้านขมวดคิ้ว มองสำรวจการแต่งกายและกิริยาที่ดูเหมือนบ้านนอกเข้าเมืองของคนทั้งสองด้วยสายตาเหยียดหยาม"ท่านเขยกำลังปรนนิบัติคุณหนูอยู่ในสวนและสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวนเด็ดขาด โดยเฉพาะขอทานที่ชอบมาขอเงิน"คำพูดของพ่อบ้านเหมือนตบหน้าสองแม่ลูกตระกูลจางอย่างแรง จางเม่ยเอ๋อร์หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ส่วนนางจางยังคงดันทุรัง"ไม่ใช่ขอเงินนะ เรื่องนี้สำคัญถึงชีวิต ข้าต้องเตือนเขาเรื่องนางตัวกาลกิณีที่กำลังจะมาทำลายวาสนาของเขา"จางเหม่ยเอ๋อร์รีบตีแขนมารดาไว้ กลัวว่านางจางจะหลุดปากเรื่องเว่ยเสี่ยวเหอ ในขณะนั้นเองเสียงใสทว่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจก็ดังมาจากด้านหลังกำแพงจวน"ใครกันบังอาจมาเอะอะโวยวายหน้าจวน แล้วที่ว่ากาลกิณีหมายความว่าอย่างไร"ร่างระหงในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงเดินออกมาพร้อมกับหญิงรับใช้หลายคน นางคือตู้จือหลานภ
Baca selengkapnya
9 ถูกโบย
9ถูกโบย"โอ๊ย! หลังข้า! ก้นข้า! นังปีศาจตู้จือหลานนั่นจิตใจโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”เสียงโหยหวนของนางจางดังระงมไปทั่วตรอกเปลี่ยว หลังจากถูกโบยจนครบไม้แล้วบ่าวตระกูลตู้ก็โยนพวกนางสองแม่ลูกออกมาไว้นอกจวนเหมือนขยะสองกอง สภาพของพวกนางตอนนี้ดูไม่ต่างจากสุนัขตกถังสี ชุดผ้าป่านฉีกขาดจนเห็นเนื้อตัวแดงเถือกจากการถูกโบยยี่สิบไม้โทษฐานแอบอ้างเป็นญาติขุนนาง ส่วนจางเม่ยเอ๋อร์นั้นก็สภาพไม่ต่างกัน นางลากสังขารพลางเอามือกุมก้น สะอึกสะอื้นจนแป้งบนหน้าไหลย้อยลงมากลายเป็นทางยาวดูสยดสยอง"ท่านแม่ ฮื่อ ฮื่อ ข้าบอกแล้วว่าอย่ามา พี่เหวินไฉน่ะเปลี่ยนไปแล้ว ดูซิ! มันยืนดูพวกเราโดนโบยตาปริบๆ แถมยังช่วยนังนั่นนับไม้ด้วย ข้าอยากจะเอาหัวไชเท้าเว่ยเสี่ยวเหอมายัดปากเขานัก" จางเม่ยเอ๋อร์บ่นอุบน้ำตาอาบ"ไอ้ลูกทรพีเลี้ยงเสียข้าวสุก มันแช่งให้แม่มันตายไม่พอ ยังจะให้เมียใหม่มาถลกหนังแม่อีก คอยดูเถอะ! ถ้าข้าหายปวดเมื่อไหร่ ข้าจะเอาเรื่องพระจันทร์เสี้ยวที่ก้นมันไปป่าวประกาศให้ทั่วตลาด ให้คนรู้กันไปเลยว่าขุนนางจางมีปานที่ก้นข้างซ้าย"ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังด่ากราดอยู่นั้น เสียงฝีเท้าถี่รัวก็ดังมาจากด้านหลังพร
Baca selengkapnya
10  มีกับดัก
10 มีกับดัก"กับดัก! มีกับดัก!"นักเลงอีกคนตะโกนด้วยความตกใจ มันรีบถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณ ทว่าพอก้าวถอยไปได้เพียงสองก้าวเท้าของมันก็พลาดท่าเหยียบเข้ากับหลุมพรางที่ขุดไว้ลึก ด้านล่างปูด้วยตะปูที่ทำจากไม้ไผ่เหลาจนแหลมคมอึ๊ก! อ๊ากกก!นักเลงคนที่สองล้มลงไปในหลุม เสียงไม้แหลมแทงทะลุเนื้อดังน่าสยดสยอง มันไม่ได้ร้องเสียงดังเหมือนคนแรก แต่มันนอนดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเกินบรรยาย"นังปีศาจแอบวางกับดักงั้นรึ!"นักเลงคนที่สามที่ยังรอดอยู่โกรธจัด มันคว้าถังน้ำมันเตรียมจะขว้างใส่กระท่อมเพื่อเผาให้วอด ทว่าเว่ยเสี่ยวเหอที่ซุ่มอยู่บนคานหลังคาไม่ปล่อยให้มันทำสำเร็จ นางดึงเชือกกลไกที่ทำไว้เป็นสายระโยงระยางทันทีเคร้ง!ถังไม้ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนยอดไม้พลันคว่ำตกลงมา มันไม่ได้บรรจุน้ำหรือหิน แต่มันคือสิ่งปฏิกูลของหมูป่าที่นางรวบรวมมาจากคอกสัตว์ในมิติลับ ขี้หมูป่าที่หมักไว้มีกลิ่นฉุนรุนแรงหล่นลงมาเหมือนพายุสีน้ำตาลเข้มผลัวะ!"อ๊วกกกก! นี่มันอะไรกันเนี่ย!"นักเลงคนที่สามถูกพายุขี้หมูถล่มใส่ทั้งตัว กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงทำให้อาเจียนจนหมดไส้หมดพุงล้มลงไปคลุกกับพื้น กลิ่นนั้นช่างตราตร
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status