Masukเสี่ยวเหอ หญิงสาวสู้ชีวิตจากยุคปัจจุบันที่เป็นถึงทหารหญิงแต่ต้องตายเพราะอุบัตติเหตุคลังเก็บอาวุธระเบิด เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ เสี่ยวเหอ แม่ม่ายในหมู่บ้านยากจนแห่งหนึ่งในแคว้นต้าฉิน เจ้าของร่างเดิมถูกสามีหักหลังส่งจดหมายหย่าพร้อมข้อกล่าวหาเท็จว่าคบชู้กลับมาที่หมู่บ้าน ญาติสามีรุงทึ้งและพยายามจะโกงเอาที่ดินที่เป็นสินเดิม ถูกชาวบ้านประณามและถูกขับไล่ให้ไปอยู่ในกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้านจนตรอมใจตายในที่สุด วิญญาณของเสี่ยวเหอในยุคปัจจุบันได้ทะลุมิติเข้ามาในร่างของนาง เจ้าของร่างมีบุตรชายอายุห้าขวบที่กำลังจะถูกจับไปขาย ดีที่การมาของสตรีจากโลกอนาคตช่วยเหลือเด็กน้อยได้ทันและจัดการคนเหล่านั้น ด้วยความสงสารเธอจึงตั้งใจว่าจะเลี้ยงเขาให้เติบโตไปได้ดี…
Lihat lebih banyakตอนพิเศษ 3ฤดูกาลหมุนเวียนไปปีแล้วปีเล่า จากฤดูใบไม้ผลิที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง สู่ฤดูร้อนที่ร้อนแรงด้วยการสร้างตัว จนมาถึงฤดูใบไม้ร่วงที่สงบราบเรียบ ท้องฟ้ายังคงใสกระจ่างดุจวันวานภายในสวนบุปผาที่บัดนี้ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาหนาทึบ เว่ยเสี่ยวเหอในวัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคน นางนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ไผ่ ใบหน้าของนางแม้จะปรากฏรอยจาง ๆ ที่หางตาตามกาลเวลา ทว่าความสง่างามยังคงส่องประกายไม่เสื่อมคลาย นางมองดูภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจบุรุษหนุ่มรูปงามในชุดขุนนางสีเขียวเข้มขลิบเงินอันเป็นเครื่องแบบของแพทย์ขุนนางแห่งสำนักหมอหลวง ก้าวเดินเข้ามาในสวนด้วยท่วงท่าที่สุขุมและนอบน้อม อาเป่าในวันนี้ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว เขาเติบโตขึ้นเป็นบุรุษที่สง่างามและมีความรู้ท่วมท้น หลังจากจบการศึกษาจากสำนักศึกษาหอคุณธรรม อาเป่าได้เข้าศึกษาต่อที่สำนักศึกษาหลวงและได้รับความเมตตาจากอาจารย์ผู้ประสาทวิชาถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้จนหมดสิ้นอาเป่าไม่ได้เลือกเดินเส้นทางขุนนางฝ่ายปกครองที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งอำนาจ แม้จะมีบารมีของท่านอ๋องสิบเอ็ดหนุนหลัง ทว่าเขาเลือกที่จะเป็นผู้เยีย
ตอนพิเศษ 2ในเช้ามืดวันนี้ช่างแตกต่างจากทุกวัน เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่วิ่งวุ่นกันไปมาสลับกับเสียงสั่งการที่แผ่วเบาแต่เร่งรีบ กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำต้มสมุนไพรและไอร้อนจากอ่างน้ำลอยอบอวลไปทั่วเรือนหลัก ในขณะที่ความเงียบสงัดของยามวิกาลกำลังจะเปลี่ยนสู่แสงรุ่งอรุณท่านอ๋องสิบเอ็ดในชุดลำลองสีเข้มดูยับย่นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาแทบไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดทั้งคืน เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูห้องนอน ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและตื่นเต้น ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงร้องประหลาดๆ หรือเสียงพูดคุยแผ่วเบาจากหมอตำแยภายในห้อง เขาจะหยุดชะงักและทำท่าจะพังประตูเข้าไปเสียให้ได้“ท่านพ่อขอรับ นั่งพักก่อนเถิดขอรับ”เสียงเล็ก ๆ ของอาเป่าดังขึ้นจากม้านั่งยาวข้างเสา เด็กน้อยในชุดนอนสีขาวสะอาดตานั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ หวังอี้หลิว ทั้งคู่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่กลางดึกเพราะเว่ยเสี่ยวเหอเริ่มมีอาการปวดครรภ์ อาเป่าที่มีสถานะเป็นพี่ชายคนโตพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความกังวลไม่แพ้กัน“แม่ของเจ้าเจ็บปวดเพียงนั้น พ่อจะนั่งลงได้อย่างไร” ท่านอ๋องหันมาตอบบุตรชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย “ตอนพ
ตอนพิเศษ 1บ่ายวันนี้บรรยากาศดูจะอึมครึมกว่าปกติ ท้องฟ้าที่เคยใสสว่างถูกปกคลุมด้วยก้อนเมฆสีเทาครึ้ม ลมเย็นพัดกรรโชกพาเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปตามระเบียงทางเดิน ไม่นานนักหยาดฝนเม็ดโตก็เริ่มทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้า เสียงซ่าๆ ของสายฝนที่ตกกระทบหลังคากระเบื้องดังประสานกันทำให้รู้สึกน่านอนยิ่งนักอาเป่าในชุดผ้าไหมนั่งแหมะอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือนหลัก ดวงตากลมโตจ้องมองหยดน้ำที่ไหลรินลงมาจากชายคาอย่างใจจดใจจ่อ เด็กน้อยเท้าคางพลางถอนหายใจทิ้งเบาๆ วันนี้ท่านแม่ยุ่งกับการตรวจบัญชีเสบียงในจวน ท่านพ่อก็เข้าวังไปพบฮ่องเต้ตั้งแต่เช้า ส่วนหวังอี้หลิวไปที่สำนักศึกษาหลวง ทิ้งให้เด็กน้อยนั่งเหงาอยู่กับตำราคัดอักษรที่ท่องจนจำได้ทุกตัวอักษรแล้ว“เบื่อจังเลย”เด็กชายพึมพำพลางแกว่งเท้าไปมา ทันใดนั้นเองที่กอหญ้าสีเขียวสดเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่างที่สะดุดตา สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ สีเขียวมรกตกระโดดออกมาจากใต้ใบบัวที่สระน้ำข้างเรือน มันกระโดดไปบนพื้นหินขัดอย่างรวดเร็ว“เอ๊ะ! เจ้ากบน้อย!”อาเป่าอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เจ้ากบตัวจิ๋วหยุดนิ่งอยู่กลางทางเดิน มันพองลมที่ใต้คอจนเป่ง แล้วส่งเส
100ตัวหนักเกินไปแล้วจางเม่ยเอ๋อร์นอนฟุบอยู่กับพื้นถนน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวและละอายใจอย่างถึงที่สุด นางพยายามใช้ชายเสื้อที่ขาดรุ่งริ่งขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่เสียโฉมของตนเองไว้ แต่เสียงหัวเราะเยาะของคนรอบข้างกลับบาดลึกเข้าไปในใจเว่ยเสี่ยวเหอมองดูอดีตน้องสามีผ่านม่านรถม้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย นึกถึงวันที่จางเม่ยเอ๋อร์เคยเชิดหน้าชูตาดูถูกนางว่าเป็นหญิงม่ายไร้ค่า นึกถึงวันที่จางเม่ยเอ๋อร์เคยร่วมมือกับแม่สามีรุมรังแกอาเป่าอย่างเลือดเย็น บัดนี้เวรกรรมได้คืนสนองแล้ว ชะตากรรมของจางเม่ยเอ๋อร์ช่างน่าสมเพชยิ่งกว่าจางเหวินไฉเสียอีกพี่ชายกลายเป็นคนพิการที่ต้องคลานขอทาน แม่ตายอย่างอนาถ ส่วนน้องสาวที่ทะเยอทะยานกลับต้องมาลงเอยด้วยการเป็นนางโลมชั้นต่ำที่เสียโฉมและกลายเป็นหัวขโมยถูกขับไล่ไสส่งจางเม่ยเอ๋อร์ตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร ความเห็นแก่ตัวที่ทำให้นางทิ้งพี่ชายมาเพื่อเอาตัวรอด สุดท้ายกลับพานางมาสู่จุดที่ตกต่ำยิ่งกว่าความตาย รอยแผลบนใบหน้านั้นประหนึ่งตราประทับที่นางไม่มีวันลบเลือนได้ตลอดชีวิตเว่ยเสี่ยวเหอค่อยๆ เลื่อนม่านปิดลง นางไม่มีความจำเ
93แต่งงานนางบิดชายผ้ากันเปื้อนไปมาพลางก้มหน้าพึมพำ “ก็ตามนั้นแหละเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าท่านอ๋องก็ดูเป็นคนดี และอาเป่าก็ดูจะชอบท่าน ข้าเลยคิดว่าเราอาจจะลองคบหาดูใจกันไปก่อน เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ สักปีสองปีถ้าเข้ากันได้ก็ค่อยว่ากัน”“ปีสองปีรึ” ท่านอ๋องขมวดคิ้วแน่น “นานไป ข้าไม่อยากคบหาดูใจอะไรแบบนั้นห
90บังเอิญล่ะมั้งเวลาผ่านไป เว่ยเสี่ยวเหอที่เพิ่งส่งหมั่นโถวลูกสุดท้ายในซึ้งให้แก่เด็กน้อยคนหนึ่งชะงักมือลงพลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก นางเบี่ยงสายตาไปมองบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองตั้งแต่วันก่อนที่เจอบนรถม้ากลางสายฝน จนมาถึงวันนี้ที่หน้าร้าน เป็นความบังเอิญจริงๆ
86พัดปัดฝนนางมองผลงานของตัวเองด้วยความโล่งอก แล้วเก็บพัดเข้าสู่มิติส่วนตัวอย่างระมัดระวัง จากนั้นนางก็ก้าวออกมาจากมิติกลับไปที่เตียงนอน ทิ้งตัวลงนอนด้วยความสบายใจในเวลาเดียวกัน ณ จวนอ๋องสิบเอ็ดที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง ท่านอ๋องที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระหน่ำพลันขมวด
85อย่ามองว่าข้าบ้าเขายื่นมือมาแตะที่หลังมือนางเบาๆ “เจ้าบอกว่าเจ้าสิงอยู่ในร่างของมารดาอาเป่า แต่สำหรับข้าไม่ว่าวิญญาณข้างในจะมาจากที่ใด สิ่งที่ข้าเห็นและสัมผัสได้คือสตรีที่ชื่อเว่ยเสี่ยวเหอผู้ที่มีหัวใจเมตตาและมีความเด็ดเดี่ยวต่างหาก”เว่ยเสี่ยวเหอรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาด้วยความตื้นตัน ความล


















Ulasan-ulasan