Partager

บทที่ 1.3

last update Date de publication: 2026-03-31 07:21:43

มองดูกระเป๋าเดินทางที่มีคนนำเข้ามาวางไว้ในห้อง เฉินซีได้แต่ลังเล ข้อเสนอที่หวั่นเยว่หยิบยื่นแม้น่าสนใจ แต่การรับมือกับความซับซ้อนของตระกูลเหยียน ทำให้หญิงสาวลังเลจนรู้สึกเครียด

ใจหนึ่งคิดว่าหากรับมือได้ดีก็คงคุ้มค่า เพราะไม่เพียงมีงานทำแต่ยังมีหวั่นเยว่คอยช่วยอีกแรง การเริ่มต้นใหม่ที่นี่คงไม่ว้าเหว่เกินไปนัก แต่อีกใจกลับบอกให้ปฏิเสธและกลับไปหางานทำที่เซี่ยงไฮ้เหมือนเดิม

เหตุผลนะหรือ

...แม้แต่ตัวเธอเองก็บอกไม่ได้เหมือนกัน

อาจเป็นลางสังหรณ์

หรืออาจเพราะรู้ดีมาตลอดถึงเรื่องราวการแก่งแย่ง รวมไปถึง ‘คุณอา’ ผู้ลึกลับของหวั่นเยว่คนนั้น

หวั่นเยว่เคยเล่าให้ฟังว่านอกจากคนตระกูลเหยียนสิ้นใจโดยไร้ทายาท ตระกูลหวั่น ตระกูลหวัง หรือตระกูลชุย ไม่มีใครมีสิทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ

หลายปีมานี้ทายาทของสามตระกูลต่างพยายามประจบคุณย่าอย่างหนัก หวังว่าก่อนคุณย่าจะสิ้นใจ ‘คุณอาเหยียน’ คนนั้นจะไม่กลับมา หากเป็นอย่างนั้นพวกเขาคนใดคนหนึ่งก็จะถูกเลือกขึ้นเป็นผู้นำ

ที่ไหนได้ ‘คุณอาเหยียน’ ทายาทหนึ่งเดียวถูกพูดถึงแต่กลับไม่เคยมีใครเคยพบคนนั้น วันนี้ดันกลับมาปุบปับโดยไม่บอกกล่าว

“หวั่นเยว่ หวั่นเยว่” เฉินซีพึมพำกับตัวเองเบาๆ “คงวุ่นวายน่าดู”

แม้มั่นใจว่าหวั่นเยว่คงไม่ได้ทุกข์ร้อนหากว่าตระกูลหวั่นไม่ได้รับเลือกเป็นผู้สืบทอดคนต่อไป เพราะทายาทที่แท้จริงกลับมาแล้ว ถึงอย่างนั้นพ่อของอีกฝ่ายจะไม่ผิดหวังเลยหรือ

หลายปีมานี้ย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนหมิงเยว่ คล้ายได้รับเลือกเป็นทายาทกลายๆ แต่วันนี้ทายาทตัวจริงกลับมา ตำแหน่งที่อยู่ในมืออยู่ๆ กลับกลายเป็นหลุดลอย...

“ถ้าฉันเป็นผู้ช่วยเขา ในขณะที่พ่อของหวั่นเยว่...” หญิงสาวถอนใจตัดสินใจทันทีว่าไม่ควรรับงานนี้ แค่คิดว่าหลังจากได้งานนี้ต้องมากระอักกระอ่วนอยู่ตรงกลาง

ด้านซ้ายมีตระกูลหวั่นของเพื่อนรัก

ด้านขวามีเจ้านายที่ไม่สมควรทรยศ

...แค่คิดก็เครียดจนปวดศีรษะล่วงหน้าแล้ว!!!

หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหวั่นเยว่ก็ยังไม่กลับมา เฉินซีไม่กล้าเดินออกไปข้างนอก คฤหาสน์หลังใหญ่ง่ายต่อการหลงทางหากไม่คุ้นเคย หวั่นเยว่ย้ำแล้วย้ำอีกก่อนออกไป ดังนั้นหญิงสาวจึงได้แต่นั่งๆ นอนๆ รออยู่ในห้อง

เสียงพูดคุยดังแว่วแต่ไกล ทำให้ร่างเล็กผุดตัวขึ้นนั่งจากนั้นก็เดินไปยังข้างหน้าต่าง บานหน้าต่างถูกเปิดค้างเอาไว้แต่แรก ด้านนอกเป็นสวนที่มีทางเดินเชื่อมระหว่างเรือน ไม่ใช่กำแพงสูงกั้นระหว่างเรือนเหมือนเรือนย่อยอื่นๆ

เฉินซีไม่แน่ใจว่าทางเดินที่อยู่ห่างออกไปนั้น แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของเรือนหมิงเยว่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ภาพที่เห็นทำให้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

แผ่นหลังของคนสองคนที่ยืนอยู่ห่างออกไป ให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่รู้หญิงสาวคิดไปเองหรือไม่ แต่ในใจกลับรู้สึกว่าหญิงชราที่ยืนอยู่ด้านหลังคนตัวสูงนั้น มีท่าทีนอบน้อมต่อคนที่ยืนหันหลังให้เอามากๆ

เสียงแผ่วเบาไม่อาจจับใจความได้แว่วมากับสายลม กระทั่งหญิงชราผู้นั้นหมุนตัวเดินจากไปอีกด้าน ชายผู้นั้นจึงหันหลังกลับมา

เฉินซีสะดุ้งเฮือก ในใจลนลานจนเผลอฟุบตัวลงหลบ

ไกลขนาดนี้ไม่รู้ทำไมยังรู้สึกว่าถูกจับได้ว่าแอบมองคนอื่น...

เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็ค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นแอบมอง แต่เพราะไม่แน่ใจจึงค่อยๆ ลุกขึ้น

ไม่มี...ตรงนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว

คิ้วเรียวมุ่นลงจากนั้นก็สอดส่ายสายตาไปรอบๆ ในสวน สิ่งที่เห็นตรงหน้าล้วนว่างเปล่าและเงียบงัน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่เสียงสดใสของหวั่นเยว่จะตามมา “เสี่ยวซี เราออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน ฉันจะพาเธอแวะไปทักทายคุณย่าด้วย”

เฉินซีเดินไปเปิดประตู “เดินเล่น? ไปได้เหรอ”

“ยังไงก็ต้องจำทางเอาไว้บ้าง แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้เข้าไปเรือนตะวันตกนะ ฉันยังไม่อยากหาเรื่องทะเลาะกับนางมารหวั่นชิง ไม่ใช่ตอนบรรยากาศแบบนี้” หวั่นเยว่ส่ายหน้าพร้อมกับช่วยเพื่อนรักปิดประตูห้อง

“บรรยากาศแบบไหน”

“ก็บรรยากาศเงียบๆ เหมือนพายุกำลังจะมาแบบตอนนี้ไง ฉันว่าเรือนตะวันตกป่านนี้คงวางแผนอะไรกันอยู่แน่ๆ” หวั่นเยว่ยักไหล่

“ฉันมีคำถาม”

“ว่ามาสิ”

“เมื่อครู่ฉันเพิ่งเห็นคนเดินอยู่ในสวนสองคน คุณย่ากับผู้ชายตัวสูงๆ”

“หืม? เธอเห็นคุณอาเหยียนแล้วเหรอ ฉันไปขอพบคุณย่าแต่คนที่เรือนหลักบอกว่าออกไปเดินเล่นกับคุณอา”

ใช่จริงๆ ด้วย!!!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เงาลวง   บทที่ 10.2 จบ

    เหยียนอวี่เฉิงจุมพิตลากปลายลิ้นลงไปยังฐานรอบลำคอ เขาใช้มือหนึ่งลูบไล้เคล้นคลึงอกอิ่มผ่านชุดตัวสวย อีกมือสอดลงไปยังกลางกายสาว จุ่มจ้วงปลายนิ้วจากจังหวะเชื่องช้าเป็นจังหวะรุกเร้าที่ทำเอาหวั่นเยว่ขาสั่นภาพในกระจกเงาเกิดเป็นภาพแห่งความเร้าใจที่หวั่นเยว่ยังไม่เคยลอง ใบหน้าเคร่งขรึมของเหยียนอวี่เฉิง สานสบดวงตากับหวั่นเยว่ในกระจกเงา ดวงตาคมของเขาฉายแววความต้องการ แต่กลับยังคงรอคอยจนหญิงสาวปลดปล่อยเพียงเพราะปลายนิ้วหวั่นเยว่กรีดร้องพร้อมกับร่างอ่อนยวบ เหยียนอวี่เฉิงหมุนกายอรชรเข้าหาตัว ดันแผ่นหลังหญิงสาวชิดติดกระจกเงาบานใหญ่ ท่อนขาเพรียวข้างหนึ่งถูกยกขึ้น แพนตี้ลูกไม้ถูกแหวกออก จากนั้นตัวตนแกร่งกร้าวของเขาก็จ่อประชิด“อา...ที่รัก” หวั่นเยว่รับรู้ถึงส่วนปลายที่สอดแทรก แต่เขากลับหยุดยั้งเอาไว้เพียงแค่นั้น“คุณกำลังจะสายแล้วครับ” อยู่ๆ เขาก็กระซิบแต่ยังคงกักร่างหวั่นเยว่เอาไว้ในวงแขน ท่อนขาเพรียวที่ถูกยกสูงสั่นเทาจนแทบไม่อาจทรงตัวหวั่นเยว่ขบริมฝีปากแน่น ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เอวอ่อนเป็นฝ่ายดันเข้าหาตัวตนของเขา “เดี๋ยวนี้!” หญิงสาวร้องขอด้วยท่าทีโกรธกรุ่นแต่ก็ต้องอ้าปากครวญครางเพราะเขาโจนจ้วง

  • เงาลวง   บทที่ 10.1

    “เรียบร้อยแล้วครับ ลบตัวตนของนายหญิงหมดแล้ว แต่ยังต้องจัดการเรื่องพ่อกับแม่ของนายหญิงที่อยู่ในเรือนจำ”“สั่งการให้คนของเราจับตาดูไว้ นานๆ ครั้งหวั่นเยว่อาจอยากไปเยี่ยมพวกเขา อย่าให้พวกเขาเป็นอันตราย”“แล้วถ้าพวกเขาพยายามติดต่อมาละครับ”“ให้ดูเป็นอย่างๆ ไป ยังไงเสียก็คงออกมาไม่ได้ ไม่ใช่ในเวลาอันรวดเร็วนี้ ยังมี...คนที่ย้ายออกไปจากคฤหาสน์ จัดการให้พวกเขาอย่าได้คิดกลับมาตอแยกับที่นี่อีก”“ครับ”เสียงบางอย่างร่วงลงไปตกแตก เหยียนเฉิงอวี่ถอนหายใจออกมาเสียงยาว “พวกนายออกไปเถอะฉันจัดการเอง” ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับไปยังในครัว เสียงร้อนรนของเฉินซีดังขึ้นเป็นระยะ คนที่ก้มลงเก็บกวาดกลับยังคงเป็นเหยียนเฉิงอวี่“นายจะอยู่กินมื้อเย็นที่นี่มั้ย” หยวนหลิงถามหยวนฝาน อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา“ถ้าเป็นช่วงก่อนหกโมงเย็นฉันว่าจะอยู่ แต่ตอนนี้คงไม่ คราวก่อนท้องเสียไปสามวันเพิ่งอาการดีขึ้น” หยวนฝานนิ่วหน้า หากเป็นหวั่นเยว่ที่เข้าครัวเขาคงอยากอยู่กินข้าวกับผู้เป็นนาย แต่ตอนนี้เขาคงต้องรีบเผ่นหยวนหลิงเองก็เห็นด้วย ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องนายของตนที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เงาครอบงำ กลางวันมีอีกคนที่แม้เคร่งขรึม

  • เงาลวง   บทที่ 9.5

    “ไปเสียนะคะ อย่าปรากฏตัวอีกเลย อย่าให้ความหวังกันอีก ฉันอยู่ได้จริงๆ นะคะ แต่อย่าทำแบบนี้เลย” หวั่นเยว่สะอื้นพร้อมหลับตาเพื่อไล่หยาดน้ำตาที่หลั่งรินอ้อมกอดอบอุ่นสวมกอดจากทางด้านหลัง หวั่นเยว่สะท้านเพราะเงานั้นคือใบหน้าของเหยียนเฉิงอวี่ แต่ดวงตากลับคุ้นเคยจนน่าตกใจ ดวงตาที่เธอโหยหา...เขาที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้พบกันอีก เหยียนอวี่เฉิง…“เสี่ยวเยว่”หวั่นเยว่สะอื้นแต่กลับไม่กล้าหมุนตัวกลับมา สองมือคว้ามือใหญ่ที่สอดประสานยังหน้าท้องแบนราบ“หากคุณคือคุณอาเหยียน ฉันขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้”“ผมไม่ใช่เขา”หวั่นเยว่ยังคงไม่อยากเชื่อ หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้จนคนที่ยืนอยู่รายรอบหันมามองด้วยความสนใจ “ผมว่า...เรากำลังตกเป็นเป้าสายตา มาเถอะครับคนดี ไปคุยกันที่ร้านกาแฟตรงนั้นก็ได้”หวั่นเยว่เดินตามเขาไปโดยดี มือใหญ่ที่กุมมือจูงเดินไปข้างหน้า แผ่นหลังของเหยียนเฉิงอวี่ แต่กลับมีกลิ่นอายของ ‘เงา’ เหยียนอวี่เฉิง …ชายคนรักที่ทำให้เธอไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้“เสี่ยวเยว่ ผมจำเป็นต้องทำ เด็กคนนี้เป็นแค่เงาเหมือนผม เด็กอีกคนที่เป็นตัวจริงหากรวมร่างกลับเข้าไปดังเดิม ทั้งคุณ เฉินซีรวมไปถึงลูกของเราจะปลอดภัย ผมไม่ม

  • เงาลวง   บทที่ 9.4

    “เสี่ยวเยว่” เหยียนเฉิงอวี่รั้งหญิงสาวเอาไว้ “บางทีส่วนหนึ่งของเธออาจจะมีเสี่ยวซีอยู่”หวั่นเยว่หันกลับมายิ้มเศร้าพร้อมกับส่ายหน้า “เขาเองก็มีส่วนหนึ่งของคุณอยู่เหมือนกัน แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน เหมือนกับที่คุณไม่ใช่เขา ‘เหยียนอวี่เฉิง’ คนนั้นที่อยู่กับฉันในโลกแห่งเงามายา ฉันคิดว่าคุณสมควรจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ฉันรู้ว่าคุณทำได้ ฉันไม่ต้องการพบทั้งคุณและเขา...ตลอดกาล”พูดจบหวั่นเยว่ก็เดินออกไปจากห้องรับรองของเรือนหลัก ความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวลไม่อาจรั้งหญิงสาวเอาไว้ได้ หญิงสาวเพียงเดินกลับไปที่ห้อง ทิ้งตัวลงนอนจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา ปลดปล่อยทุกอย่างในใจออกมากับน้ำตาที่หลั่งรินทุกอย่างที่เกิดขึ้นยาวนานคล้ายชั่วอายุขัย แต่แท้ที่จริงกลับผ่านไปเพียงระยะเวลาสั้นๆ ถึงอย่างนั้นกลับตราตรึงในหัวใจจนยากจะลืมเลือนคดีทุกอย่างคลี่คลายหลังจากตำรวจสืบหาหลักฐานไม่กี่วัน คนร้ายก็คือสองสามีภรรยาจากตระกูลหวั่นคฤหาสน์ตระกูลเหยียนที่เคยรุ่งเรืองมั่งคั่ง มาบัดนี้สามตระกูลต่างก็ย้ายออกไปเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่าทุกคนแยกย้ายไปอยู่เมืองใด ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการสอบถาม ต่างคนต่างก็ย้ายไป

  • เงาลวง   บทที่ 9.3

    ทั้งสองผละออกจากกัน เฉินซีเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจเต้นรัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ฉันว่า...บางทีต้นเหตุอาจไม่ใช่คุณ”เหยียนเฉิงอวี่เลิกคิ้วมองด้วยความงุนงง“อาจเป็นเพราะฉันเองนี่ละที่ต้านทานเสน่ห์ของคุณไม่ไหว ไม่ใช่เพราะคุณหลงกลเจ้าเงานั่น” สองมือยื่นออกไปคว้าสาบเสื้อของชายหนุ่ม รั้งเขาให้ล้มตัวลงมาหาเหยียนเฉิงอวี่ถูกหญิงสาวดึงเข้าไปยังเตียงนอน ม่านหน้าเตียงถูกปลดลง ท่ามกลางเสียงหอบกระเส่าที่เล็ดลอดออกมา ความรู้สึกที่ยังคงวนเวียนอยู่กับความลุ่มหลง กระทั่งไม่อาจแยกออกว่าแท้ที่จริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายต้องมนต์ หรือใครกันแน่ที่เต็มใจหลงวนในเพศรสที่แน่ๆ คือในเวลานี้สองวิญญาณต่างก็ตกเป็นทาสของอีกฝ่าย ไม่มีใครสามารถแยกออกจากใครได้อีกแล้วหลังผ่านช่วงเวลาแห่งความร้อนแรง เฉินซีตื่นขึ้นมากลางดึกในอ้อมแขนอบอุ่น หลายสิ่งที่ติดค้างในใจทำให้เฉินซีตัดสินใจเดินกลับไปยังกระจกเงาบานนั้น“เธอคือเงาของฉัน” หวั่นเยว่มองเฉินซีนิ่ง“ใช่” เฉินซีพยักหน้าพร้อมกับมองดูครรภ์ของหวั่นเยว่ อสูรน้อยในครรภ์ของหวั่นเยว่ไม่สมบูรณ์ เขาให้ความรู้สึกคล้ายไร้ซึ่งชีวิต ไม่เหมือนเด็กในครรภ์ของเธอเฉินซียื่นมือเข้าไป

  • เงาลวง   บทที่ 9.2

    เขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างยอมแพ้ หวั่นเยว่คว้าไหล่แกร่งเอาไว้พยุงกาย ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกลงบนพื้น สะโพกงามยกขึ้นและกระแทกลงตามจังหวะของห้วงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งความสุขสมระลอกใหม่แล่นพลิ้วขึ้นมาอีกครั้ง เสียงหอบครางสอดประสานอย่างไม่มีวันจบสิ้น เสียงกระทบกันของผิวเนื้อดังขึ้นถี่ยิบ สะโพกงามโยกขยับด้วยจังหวะที่ทำเอาแทบขาดใจชั่วขณะหนึ่ง ‘เงา’ ถึงกับคิดว่าเขาจะยอมตายคาอกของหวั่นเยว่ ขอเพียงชีวิตนี้เขาได้อยู่กับหญิงสาวอย่างนี้ตลอดไป หากไม่ใช่ว่า...เสียงของการร่วมรักอย่างถึงแก่น ทำให้เฉินซีที่เดินไปมารอบๆ ได้ยินเข้าเหยียนเฉิงอวี่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ หญิงสาวมีเวลาได้อยู่ลำพังจึงเดินวนเวียนรอบๆ ในห้องเก็บฟืนกลับมีเสียงครวญครางทำให้อดสงสัยไม่ได้จึงเดินเข้าไปดูกระจกเงาบานใหญ่คุ้นตาวางพิงอยู่ด้านในสุด ในนั้นมีภาพอันเร่าร้อนของคนสองคนกอดก่ายพัวพัน เฉินซีมองใบหน้าของหญิงสาวในกระจกเงา คนในกระจกเงาก็เหลือบสายตามองมาชั่วขณะที่เกิดเสียงปริร้าว กระจกเงาสั่นไหวราวกับกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ‘เงา’ ที่ไม่เคยรับรู้ตัวตนของตัวเองอย่างเฉินซีเพิ่งตระหนักถึงความเป็นจริงภาพทุกอย่างสลายหายไปราวกับ

  • เงาลวง   บทที่ 2.2

    เมื่อกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น ใบหน้าของชายหนุ่มที่เดินตามหวั่นชิงมา ทำเอาเฉินซีเลิกคิ้วและดูเหมือนเขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยที่พบหญิงสาว“คุณ... ทำไมมาอยู่ที่นี่ละครับ”ทุกคนมีท่าทางประหลาดใจในที ก่อนที่หวั่นเยว่จะเอ่ยถามขึ้นก่อนใคร “รู้จักกันเหรอ”“ไม่เชิงรู้จักหรอก ฉันบังเอิญพบเขาบนรถไฟ เข

  • เงาลวง   บทที่ 2.1

    ชายหนุ่มหล่อเหลาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีเข้ม ใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ดวงตากลับให้ความรู้สึกคล้ายผ่านอะไรมามากมายเฉินซีอธิบายไม่ถูก ท่าทีและการแสดงออกของเขาคล้ายมองและสนทนากับเด็ก ใช่...เขาเหมือนคนแก่ที่ผ่านโลกมากมาย ดังนั้นดวงตาจึงส่องประกายของความสุขุม ราวกับเข้าใจในทุกๆ สิ่ง“เสี่ยวซี” หว

  • เงาลวง   บทที่ 1.4

    เฉินซีลอบประหลาดใจ “เห็นไกลๆ มองไม่ออก แต่สงสัยอยู่ว่าทำไมเรือนตะวันออกกับเรือนหลักถึงไม่มีกำแพงกั้นเหมือนเรือนย่อยอื่นๆ”“ความจริงเมื่อก่อนคฤหาสน์ตระกูลเหยียนไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้หรอก คุณย่าเคยเล่าว่าเรือนย่อยของตระกูลหวั่น ตระกูลหวัง แล้วก็ตระกูลชุยเพิ่งสร้างขึ้นหลังๆ มานี่เอง ฉันเคยเล่าหรือเปล่าว่

  • เงาลวง   บทที่ 1.2

    ความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเหยียน แน่นอนว่าไม่มีสถาปัตยกรรมใดที่หญิงสาวเคยเห็น จะสามารถนำมาเทียบเคียงได้เลยตัวเรือนย่อยทั้งสี่ด้านที่สามารถมองเห็นแต่ไกล ไม่ต้องเดินดูก็เดาได้ว่าทั้งหรูหราและงดงาม ยิ่งไม่ต้องบรรยายถึงสวนตรงกลางลาน ซึ่งเป็นสวนกว้างใหญ่มีสระบัวและน้ำพุอยู่ตรงกลาง มีต้นไม้เล็กใหญ่ปลู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status