Share

บทที่ 38

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:36:19

            ระหว่างที่รอให้ธนกฤตมาถึง ธนวรรธน์กับลุงสนได้เปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดที่ติดไว้ภายในโรงงาน แต่ก็ไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ เพราะคนที่เดินเข้าไปตรงจุดนั้นต่างก็เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานแทบทั้งสิ้น จะมีก็แต่ใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นเป็นคนสุดท้าย แม้เขาจะมีท่าทางแปลก ๆ หันรีหันขวางมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเขาเป็นคนยักยอก หรือมีส่วนรู้เห็นกับของที่หายไป เพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน

            “มันคงยากที่จะระบุว่าใครเป็นคนลงมือในครั้งนี้ เพราะเราไม่มีหลักฐานที่จะใช้มัดตัวคนทำผิด แต่เราต้องระวังไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก”

            หลังจากนั้นไม่นานธนกฤตได้พาน้อยและยอดตามมาสมทบที่ห้องทำงานของพี่ชาย เขาเดินมานั่งลงตรงข้ามธนวรรธน์ก่อนจะเอ่ยถาม

            “ทำไมทุกคนดูเครียดกันจัง เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”

            “มีครับคุณพอล”

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับลุงสน”

            ผู้จัดการไร่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชายหนุ่มฟัง

            “ผมว่าคนในต้องมีส่วนรู้เห็น ไม่อย่างนั้นจะหลบกล้องวงจรปิดของเราได้ยังไงจริงไหม แถมยังรู้ด้วยว่าตรงไหนเป็นจุดบอดที่กล้องวงจรปิดของเราจับภาพไปไม่ถึง”

            “พี่ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”

            จังหวะนั้นเองก็มีเสียงหวานกังวานใสดังแทรกขึ้น

            “ฉันขอออกไปเก็บภาพถ่ายภายในโรงงานได้ไหมคะ”

            “เดี๋ยวไปพร้อมกัน”

            คำตอบห้วนสั้นของธนวรรธน์ทำให้หญิงสาวไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด

            ความจริงเธอเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่ต้องการที่จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดคุยปรึกษาเรื่องงานกันตามลำพัง จึงคิดจะพาเด็ก ๆ ออกไปจากห้องนั้น ดูเหมือนว่าเธอคงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เลยได้แต่หากิจกรรมให้เด็กน้อยทั้งสองทำเพื่อความเพลิดเพลิน

            “พี่ซันเอาเลโก้ติดมาด้วยหรือเปล่าครับ”

            “อยู่ในเป้ครับน้าดา”

            “เรามาช่วยกันต่อเลโก้กันดีกว่า”

            ในขณะที่ณชญาดาและเด็ก ๆ กำลังต่อเลโก้อยู่นั้น  ประตูห้องทำงานของธนวรรธน์ก็ถูกเปิดออก หัวหน้าคนงานเดินเข้ามาภายในห้องนั้นด้วยสภาพที่ยังไม่สร่างเมา แถมยังมีกลิ่นเหล้าติดตัวมาด้วย

            “คนงานไปบอกผมว่าคุณพีทต้องการพบผม”

            “ใช่ นายเมาค้างมาอีกแล้วเหรอ”

            “เมื่อคืนผมดื่มหนักไปหน่อยครับ”

            “ฉันเคยเตือนนายหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้การดื่มของนายมีผลกระทบมาถึงงาน”

            “ขอโทษครับคุณพีท ผมขอโอกาสแก้ตัวอีกสักครั้ง”

            “ฉันให้โอกาสนายแก้ตัวมาหลายครั้งแล้ว และที่ฉันยังไม่ไล่นายออก เพราะเห็นว่านายทำงานกับฉันมานาน แต่ถ้านายยังมีพฤติกรรมแบบนี้ให้เห็นอีกล่ะก็ ฉันไม่เอานายไว้แน่ นี่จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ถ้าขืนนายยังทำอีกฉันจะไล่นายออก”

            “ผมจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้วครับคุณพีท”

            “ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน” จากนั้นก็เข้าประเด็น

            “นายรู้เรื่องสินค้าที่หายไปหรือยัง”

            “เพิ่งทราบเมื่อสักครู่นี้เองครับ”

            “รู้ไหมว่ามันหายไปได้ยังไง”

            “ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับคุณพอล เมื่อวานก่อนที่ผมจะกลับ ยังได้เข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยของสินค้าที่เตรียมจะจัดส่งให้ลูกค้า ทุกอย่างก็ปกติดีไม่มีปัญหาอะไร เช้ามาคนงานไปบอกผมว่าของที่จัดเตรียมไว้หายไปบางส่วน”

            ดวงตาคมดุของธนวรรธน์จ้องมองไปที่หัวหน้าคนงานไม่วางตา ราวกับจะจับพิรุธและคาดคั้นความจริงจากปากของมัน

            “แน่ใจนะว่านายไม่มีส่วนรู้เห็นอะไรในเรื่องนี้”

            “แน่ใจครับ ผมไม่ได้เอาไปนะครับ”

            “ก็แค่ถามดู ถ้านายไม่ได้เอาไปก็ไม่จำเป็นต้องร้อนตัว”

            “ผมไม่ได้ร้อนตัวแค่พูดความจริง”

            “นายไปตรวจดูจำนวนสินค้าที่หายไป แล้วก็ดูแลให้คนงานของเราจัดเตรียมในส่วนที่ขาด มาเพิ่มเติมให้ครบตามจำนวน เดี๋ยวพวกฉันจะตามไป”

            “ผมจะรีบไปจัดการตามคำสั่งเดี๋ยวนี้เลยครับ”

            ทันทีที่หัวหน้าคนงานเดินออกจากห้องไป ธนกฤตได้หันมาเอ่ยถามพี่ชาย

            “พี่พีทสงสัยว่าใหญ่จะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้เหรอครับ”

            “มันก็เป็นไปได้ พี่รู้มาว่าระยะหลังไอ้ใหญ่มันติดทั้งเหล้าและการพนันหนักมาก เที่ยวหยิบยืมเงินคนงานด้วยกันไปใช้หนี้พนันอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดได้ข่าวมาว่ามันติดหนึ้ที่บ่อนการพนันอยู่มากโข นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มันคิดสั้นลงมือกระทำการบางอย่างโดยที่เรานึกไม่ถึงก็เป็นได้”

            “ใหญ่มันทำงานกับเรามานานแล้วนะครับ และที่ผ่านมามันก็ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย หรือส่อแววไปในทางทุจริต”

            “นั่นมันก่อนที่ไอ้ใหญ่จะเข้าไปหลงมัวเมาอยู่กับการพนัน นายก็น่าจะรู้นะพอลว่าการพนันมันทำให้คนฉิบหาย ล่มจมกันมานักต่อนักแล้ว”

            “มันจะกล้าถึงขนาดยักยอกสินค้าของเราไปขายเชียวเหรอครับพี่พีท”

            “ใครจะรู้ เมื่อเข้าตาจนอะไรก็ทำได้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่ก็ยังริที่จะทำ”

            “แต่เราก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันหรือเชื่อมโยงว่าเป็นฝีมือของไอ้ใหญ่ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือใคร ที่กล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้”

            “ใช่ เราจึงต้องจับตาดูมันเอาไว้ มีหลักฐานแน่ชัดเมื่อไรพี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่ คงต้องฝากลุงสนจับตาดูพฤติกรรมของไอ้ใหญ่ อย่าให้มันรู้ตัวว่าเรากำลังสงสัยมัน ถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลล่ะก็ลุงรีบมาบอกเราสองคนด้วยนะครับ”

            “ได้ครับคุณพีท”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status