Masuk“เราไปดูหน้างานกันดีกว่า ถ้ามีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขทัน จะไปด้วยกันไหมญาดา”
“ไปค่ะ แต่ฉันขอพาเด็ก ๆ ไปด้วยนะคะ”
“ให้เด็ก ๆ อยู่กับน้อยที่นี่ดีกว่า ข้างนอกมันร้อนอยู่ในนี้น่ะดีแล้ว”
จากนั้นก็หันไปมอบหมายงานใหม่ให้น้อยทำ
“ต่อไปนี้หน้าที่หลักของน้อยคือดูแลน้อง ๆ ส่วนงานที่ต้องรับผิดชอบก็ให้คนอื่นเขาทำแทน”
“แล้วใครจะมาทำแทนน้อยละคะคุณพีท”
“งานพวกนั้นก็ให้ช้อยเป็นคนทำ ถ้าช้อยมีปัญหาอะไรก็บอกให้มาคุยกับฉันเอง”
“ค่ะคุณพีท”
“เราไปด้วยไม่ได้เหรอครับลุงพีท” ฑีฆายุเอ่ยถาม
“อย่าเลยครับ ที่นั่นมันร้อนมาก คนงานก็เยอะ นั่งเล่นอยู่กับพี่น้อยที่นี่ดีที่สุด”
“ซันดูแลน้องด้วยนะ ขนมอยู่ในกระเป๋าถ้าหิวก็เอาออกมาแบ่งกันกิน น้าเสร็จงานแล้วจะรีบกลับมา”
“ครับน้าดา”
“ไม่ต้องห่วงนะคะคุณญาดา น้อยจะดูแลน้อง ๆ เองค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะเดินตามทุกคนออกไปจากห้อง
ณชญาดาถ่ายภาพธนวรรธน์และธนกฤต ขณะที่พวกเขากำลังดูแลการทำงานของพวกคนงาน เธอเก็บภาพในหลากหลายมุม เผื่อจะนำไปใช้เป็นภาพประกอบในหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก หลังจากได้ภาพและข้อมูลที่ต้องการแล้วหญิงสาวก็บอกกับธนกฤตว่าขอตัวไปดูเด็ก ๆ ก่อน เพราะเห็นว่าธนวรรธน์และธนกฤตคงจะยุ่งกับงานอีกนาน
“เชิญครับ ถ้าคุณญาดาต้องการจะกลับบ้านก่อนก็ให้ยอดขับรถไปส่งนะครับ บอกว่าเป็นคำสั่งของผม”
“ค่ะ”
ณชญาดาตัดสินใจให้ยอดขับรถไปส่งเธอและเด็ก ๆ ที่บ้าน ดีกว่ารอพวกเขาอยู่ที่โรงงาน เพราะดูท่าว่าพวกเขาจะต้องติดพันกับงานอีกนานแน่ โดยมีน้อยตามกลับมาด้วย
“ขอบใจนะยอดที่ขับรถมาส่ง”
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณญาดากับคุณหนูทั้งสองอยากไปไหนก็บอกมาได้เลยนะครับ ผมจะเป็นคนขับไปรับไปส่งเองครับ”
หญิงสาวยิ้มให้ยอดก่อนจะหันไปจูงมือเด็ก ๆ
“เราเข้าบ้านกันดีกว่า”
“กลางวันนี้มีอะไรให้เรากินบ้างคะแม่ดา”
“หิวแล้วเหรอลูก”
เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ณชญาดาเหลือบไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนังห้อง
“เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย มิน่าล่ะเด็ก ๆ ถึงได้หิว”
จังหวะนั้นเองจันทราเดินออกมาจากห้องอาหาร และเห็นณชญาดาจูงมือเด็กน้อยทั้งสองเดินเข้ามาในบ้านจึงได้ร้องทัก
“กลับมากันแล้วเหรอคะ เชิญที่ห้องอาหารเลยค่ะ ป้าจัดอาหารกลางวันเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
“แต่คุณพีทกับคุณพอลยังไม่กลับมาเลยนะคะ รอพวกเขาก่อนดีไหมคะ”
“ไม่ต้องรอหรอกค่ะ ป้าให้ยอดเอาอาหารกลางวันที่ป้าเตรียมไว้ ไปให้คุณ ๆ ทั้งสองที่โรงงานแล้วล่ะค่ะ ไปค่ะเด็ก ๆ ไปกินข้าวกัน”
“อย่าลืมไปล้างมือก่อนนะคะ” ณชญาดาส่งเสียงบอกตามหลังไป
ญาณิศาและฑีฆายุชวนกันวิ่งไปล้างมือ จากนั้นก็เดินตามป้าจันทร์ไปยังห้องอาหาร โดยมีณชญาดาเดินตามไปด้วย
บ่ายวันนั้นหญิงสาวย้ายมานั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของธนวรรธน์ ตามที่เขาได้อนุญาตไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีญาณิศา ฑีฆายุ และน้อยตามเข้ามาด้วย น้อยทำหน้าที่ดูแลเด็ก ๆ ตามคำสั่งของธนวรรธน์อย่างเคร่งครัด
ส่วนณชญาดาก็นั่งคัดแยกโฟสเดอร์รูปภาพที่ถ่ายเก็บไว้ ถอดเทปและเรียบเรียงข้อมูลที่จัดหามาอย่างตั้งใจ เด็กน้อยทั้งสองรู้งานไม่มารบกวนหญิงสาวในขณะที่เธอทำงาน แต่เล่นกันอยู่เงียบ ๆ ภายในห้องนั้น เล่นกันอยู่สักพักก็เริ่มง่วง
“แม่คะญาณินกับพี่ซันง่วงนอน”
“น้อยจะพาน้อง ๆ ไปนอนที่ห้องนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกน้อยให้นอนในห้องนี้ดีกว่า”
“เดี๋ยวน้อยไปเอาผ้ากับหมอนมาเตรียมให้ค่ะ”
น้อยไปจัดการทุกอย่างด้วยความว่องไว ขณะกำลังจัดเตรียมที่นอนให้เด็ก ๆ อยู่นั้น ช้อยได้เดินเข้ามาในห้องดังกล่าว
“แกมาขลุกอยู่ที่นี่เองเหรอนางน้อย ฉันเดินตามหาตัวอยู่ตั้งนาน”
“ป้าตามหาฉันทำไม”
“ถามมาได้ก็จะให้แกไปช่วยทำงานน่ะสิ”
“ฉันคงไปช่วยป้าไม่ได้หรอก คุณพีทมีคำสั่งให้ฉันทำหน้าที่ดูแลคุณญาณินกับคุณซัน”
“แล้วใครจะทำงานในหน้าที่ของแก”
“ก็ป้าไง”
“งานตั้งเยอะตั้งแยะฉันทำคนเดียวไม่ไหวหรอก”
“ทำไม่ไหวก็ไปบอกคุณพีทสิป้า จะมาโวยวายอะไรที่นี่ น้อง ๆ กำลังจะนอน”
“นางน้อย” ช้อยเผลอขึ้นเสียง โดยลืมไปว่าณชญาดาก็นั่งทำงานอยู่ภายในห้องนั้นด้วย
“เอางี้ฉันจะดูแลทำความสะอาดห้องของคุณญาดาและห้องของคุณหนูทั้งสองเอง ส่วนงานอื่น ๆ ป้าคงต้องทำ ถ้าทำไม่ไหวก็ไปบอกคุณพีท เพราะคุณพีทสั่งมาว่าถ้าป้ามีปัญหาอะไรก็ให้ไปคุยกับคุณพีทเอง”
ช้อยสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจ พาลโกรธไปถึงณชญาดาและเด็กน้อยทั้งสองด้วย ที่มาสร้างความวุ่นวายแถมยังเพิ่มงานให้กับตนเองทั้งที่เพิ่งมาถึงได้เพียงไม่กี่วัน
“น้อยจะไปช่วยงานช้อยก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงน้อง ๆ ฉันดูแลพวกเขาเองได้”
“ไม่ได้หรอกค่ะคุณญาดา น้อยต้องทำตามคำสั่งของคุณพีท ขืนขัดคำสั่งแล้วทำให้คุณพีทโกรธมีหวังน้อยอยู่ไม่เป็นสุขแน่”
ณชญาดาเดินมากล่อมลูกสาวกับหลานชายให้นอนกลางวัน หลังจากนั้นไม่นานเด็กทั้งสองก็หลับไปอย่างง่ายดาย เธอจึงเดินไปนั่งทำงานต่อ ส่วนน้อยก็ขอตัวไปทำความสะอาดห้องของเธอและเด็ก ๆ
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







