LOGIN“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง”
“สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา”
“ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้”
“ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา”
“ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน”
“เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้”
“เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ”
“เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก”
ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก็ช่างหัวมัน ยังไง ๆ ก็ต้องเลือกความอยู่รอดเอาไว้ก่อน
หลังจากวันวรุณถูกจับตัวกลับไปที่บ่อน เธอก็ถูกนำตัวไปไว้ที่ซ่องและถูกบังคับให้รับแขก ตอนแรกหญิงสาวไม่ยอม เธอจึงถูกซ้อมอย่างหนักจนได้รับบาดเจ็บปางตาย โชคดีที่เจ้าของบ่อนมาห้ามเอาไว้เสียก่อน
“ฉันกลัวแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ นึกเสียว่าปล่อยลูกนกลูกกาเพื่อเอาบุญ”
วันวรุณยกมือไหว้เพื่อร้องขอชีวิต ใบหน้าของเธอบวมปูด เลือดไหลอาบหน้า จนไม่เหลือเค้าความสวยงามของวันวรุณคนเดิม
“พอแล้วโว้ย ซ้อมหนักขนาดนี้เดี๋ยวมันก็ตายพอดี”
“แต่มันยังไม่ยอมรับแขกเลยนะครับนาย”
“เลิกซ้อมได้แล้ว ซ้อมมันซะจนหน้ายับเยินขนาดนี้เสียราคาหมด เอาตัวมันไปขังไว้ ให้อดข้าวอดน้ำจนกว่ามันจะยอมรับแขก ดูซิว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน”
“ครับนาย”
สุดท้ายวันวรุณก็ต้องยอมรับแขกเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง
“คิดถูกแล้วที่ตัดสินใจทำแบบนี้ ถ้าคิดได้ไวกว่านี้ก็คงไม่ต้องเจ็บตัว จำไว้นะถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีกล่ะก็อย่าฝ่าฝืนคำสั่ง”
นับจากวันนั้นเป็นต้นมาวันวรุณก็ถูกบังคับ ให้รับแขกมากหน้าหลายตานับครั้งไม่ถ้วน แต่ละวันผ่านไปอย่างยากลำบาก เธอรู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในนรก แต่ถ้าไม่ทำก็กลัวว่าจะถูกซ้อมปางตายเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีก จึงจำใจก้มหน้ายอมรับชะตากรรมยอมรับแขกตามที่พวกมันสั่ง
“มันคงเป็นกรรมของฉันที่เคยทำผิดคิดร้ายกับคนอื่น สุดท้ายจึงต้องมารับผลการกระทำเยี่ยงนี้”
วันวรุณเริ่มปลงและชาชินกับสิ่งที่ทำ เธอถูกสั่งให้รับแขกจนติดโรคร้าย และนอนรอความตายอย่างทุกข์ทรมาน ไร้ซึ่งคนเหลียวแล นี่คงเป็นผลกรรมที่เคยทำไว้ และได้แต่หวังว่าวิบากกรรมนี้จะจบลงในไม่ช้า
สามเดือนต่อมา...
หลังจากที่ณชญาดาและญาณิศาย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่ธนวรรธน์ เธอและสามีได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมีญาณิศาเป็นโซ่ทองคล้องใจ ในทุก ๆ เช้าก่อนที่ธนวรรธน์จะเข้าไปทำงานในไร่ เขามีหน้าที่ขับรถพาลูกไปส่งที่โรงเรียน ส่วนณชญาดาจะเป็นคนไปรับหลังจากที่โรงเรียนเลิก
ทั้งคู่แบ่งหน้าที่กันทำโดยไม่เกี่ยงงอน ในบ่ายวันนี้ณชญาดาได้ขอร้องให้ธนวรรธน์ไปรับญาณิศาแทนเธอ เพราะเธอเกิดอาการหน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน เธอเป็นแบบนี้โดยไม่รู้สาเหตุมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ก่อนจะมาเอะใจอะไรบางอย่าง เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ารอบเดือนของเธอขาดไปสองเดือนแล้ว
“หรือว่าเราจะท้อง”
เพื่อความแน่ใจณชญาดาได้ไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจดูเพื่อความแน่ใจ และก็เป็นไปตามความคาดหมาย หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าสามีกลับมาถึงบ้านแล้ว
“ลูกละคะ”
“น้อยพาไปกินของว่าง คุณเป็นยังไงบ้าง ยังมีอาการวิงเวียนอยู่อีกหรือเปล่า”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“ผมว่าคุณน่าจะไปหาหมอนะ เป็นอะไรจะได้รักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้จะดีเหรอ”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะพีท อย่ากังวลให้มากนักเลยค่ะ”
“ไม่เป็นอะไรได้ยังไง ผมเห็นคุณมีอาการหน้ามืด คลื่นไส้อาเจียนแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ แล้วจะไม่ให้ผมกังวลได้ยังไงกันล่ะจริงไหม”
“ฉันมีอะไรจะให้คุณดูค่ะ” ณชญาดายื่นของบางอย่างไปตรงหน้าเขา
ธนวรรธน์มองของที่อยู่ในมือเธอสลับกับการมองหน้าภรรยาสุดที่รัก เขามีสีหน้างุนงง
“นี่อะไร!”
“เขาเรียกว่าอุปกรณ์ตรวจครรภ์”
“แล้วคุณเอามาให้ผมดูทำไม”
“คุณดูสิคะเห็นไหมว่ามันขึ้นสองขีด”
ธนวรรธน์ทำหน้ามึนงงอยู่พักใหญ่ก่อนจะเข้าใจความหมาย ทันทีที่เข้าใจความหมายนัยน์ตาของเขาก็เบิกกว้าง รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“หมายความว่าคุณท้องเหรอญาดา” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่ค่ะ”
ในที่สุดเวลาที่เขารอคอยก็มาถึง
“เรากำลังจะมีลูก ญาณินจะมีน้องแล้วใช่ไหม”
“ถูกต้องแล้วค่ะ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







