LOGINหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้
การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ
เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว
เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว
“ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่างมีความสุขเช่นนี้ตลอดไป หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน เมื่ออีกฝ่ายแรงมาอีกฝ่ายจะต้องเงียบ และพูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ครอบครัวก็จะเต็มไปด้วยความสุข” สองหนุ่มสาวพร้อมใจกันกราบไปที่ตักของเธอ จากนั้นเธอก็เดินออกจากห้องไป
เมื่อคู่บ่าวสาวได้อยู่ร่วมกันตามลำพัง ณชญาดารู้สึกขัดเขินและวางตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไร ซึ่งธนวรรธน์ก็เข้าใจความรู้สึกของเธอ จึงบอกให้เธอผ่อนคลายด้วยการไปอาบน้ำ อีกทั้งยังช่วยเธอถอดชุดเจ้าสาวออก
เมื่อหญิงสาวอาบน้ำเสร็จชายหนุ่มก็เข้าไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จธนวรรธน์ก็เดินออกจากห้องน้ำ โดยสวมใส่แต่เสื้อคลุมสีเทาเพียงตัวเดียวเท่านั้น เขาเห็นภรรยากำลังนั่งแปรงผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จึงเดินเข้าไปช่วยทำหน้าที่นี้เอง
แววตาของธนวรรธน์ที่สบตาหญิงสาวผ่านกระจกใส สื่อให้เธอเห็นถึงความต้องการของเขาได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของณชญาดากลายเป็นสีชมพูระเรื่อ เมื่อจับความนัยที่ส่งผ่านสายตาร้อนแรงของเขาได้ ทำให้เธอมิอาจที่จะประสานสายตาคมกล้าคู่นั้น ในขณะที่ธนวรรธน์มองเธอด้วยแววตาแห่งความปรารถนาในตัวเธอ
วันนี้แล้วสินะคือวันที่เขารอคอย วันที่จะได้ชิดเชยหญิงสาวที่เขารัก แม้ก่อนหน้านี้เขาจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรสมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ทำตามที่ใจปรารถนา ยังต้องอดทนอดกลั้นเพื่อรอให้เวลานี้มาถึง
ในตอนนี้เขาแทบจะอดใจไม่ไหว และไม่อยากที่จะรั้งรออีกแม้แต่นาทีเดียว ดังนั้นเมื่อแปรงผมให้อีกฝ่ายเสร็จ เขาก็ก้มลงอุ้มร่างบางตรงหน้าพาตรงไปยังเตียงใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ท่ามกลางเสียงประท้วงของอีกฝ่าย
“คุณจะทำอะไร”
เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน และมองเธอด้วยสายตาล้อเลียน ก่อนจะวางเธอลงบนเตียงแล้วตามลงไปกกกอดแนบชิด
“ก็ทำในสิ่งที่คู่รักคู่อื่นเขาทำกัน รู้ไหมว่าผมรอคอยเวลานี้มานานแค่ไหนแล้ว”
หญิงสาวเผลอตัวขบริมฝีปากตัวเอง แก้มสองข้างแดงก่ำด้วยความขัดเขิน เมื่อรู้ว่าตนเองจะต้องเผชิญกับสถานการณ์อะไรในเวลาอันใกล้นี้ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว เขาคงไม่ยอมปล่อยเธอจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ธนวรรธน์มองริมฝีปากเธอก่อนจะก้มลงมาหาคล้ายอดใจไว้ไม่อยู่ การกระทำของเขาทำให้ใจของเธอเต้นแรง เธอยอมรับจุมพิตของเขาด้วยความเต็มใจ
จูบของเขาเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล ก่อนเธอจะเผลอครางออกมาอย่างแผ่วเบา เมื่อริมฝีปากของเขาบดเบียดริมฝีปากเธออย่างหนักหน่วง ความร้อนผ่าวลุกลามไปทั่วร่าง คล้ายจะหลอมละลายในทุกที่ ๆ ริมฝีปากเขาลากผ่าน
ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก พวงแก้ม ติ่งหู หรือแม้แต่ซอกคอของเธอ โดยเฉพาะเมื่อเขาขบลงมาตรงจุดที่อ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกมันส่งผลกระทบให้เธอแทบขาดใจ
นอกจากริมฝีปากอิ่มที่มีอาณุภาพร้ายแรงแล้ว มือของเขาก็สร้างความวาบหวามได้ไม่แพ้กัน เปรียบได้ดั่งเปลวเพลิงจุดไฟที่มองไม่เห็นให้แผดเผาไปทั่วร่าง มือบางจิกผ้าปูที่นอน ยามเมื่อถูกความรู้สึกวาบหวามเล่นงาน
หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำ เนื้อตัวสั่นระริกไปทุกอณู สมองของเธอว่างเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชุดนอนที่เธอสวมใส่ถูกถอดออกไปจากกายตั้งแต่เมื่อไร มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกายเปลือยเปล่าของเขาตามลงมากอดกระชับแนบชิดเธอ บนเตียงนอนหนานุ่มที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง พร้อมกับเล้าโลมร่างของเธอ เพื่อปลุกไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในตัวเธอให้ลุกโชน
มิใช่แค่สัมผัสจากริมฝีปากของเขาเท่านั้นที่เป็นตัวปลุกเร้าอารมณ์ของเธอ ฝ่ามือและนิ้วแข็งแกร่งของเขาก็ทำหน้าที่เหมือนนักสำรวจตัวฉกาจได้ไม่แพ้กัน เขาทั้งลูบไล้ซุกไซ้ไปทั่วทุกซอกทุกมุมอย่างโหยหา ทุกที่ ๆ ริมฝีปากและมือของเขาลากผ่านล้วนเรียกร้องให้เธอตอบสนอง
ซึ่งเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้ว่าจะห่างหายจากเหตุการณ์ในทำนองนี้มานานแสนนานแล้วก็ตาม
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)