ANMELDEN“จริงเหรอครับคุณวุธ”
“จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ”
“ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก”
“แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย”
“อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา”
“กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ”
ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่”
ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์
“ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน”
“แต่กว่าที่พวกเขาจะลงเอยกันได้ก็ต้องผ่านอุปสรรคเยอะเหมือนกันนะคะ”
“นั่นสิคะคุณพัด แต่อย่างน้อยก็จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง”
บนใบหน้าของทุกคนมีรอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัด
“เกือบลืมไปเลย ผู้จัดละครยักษ์ใหญ่เจ้าเดิมเขาถามพี่มาอีกแล้วนะ ถามมาเป็นครั้งที่ร้อยได้แล้วมั้ง ไม่เปลี่ยนใจแน่เหรอญาดา เขาอยากทำละครเรื่องเพลิงพรหมจริง ๆ”
“ตกลงค่ะ”
“อะไรนะ! ตกลงเหรอ” จิรนันท์ย้อนถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ค่ะ พี่จี๊ดคุยรายละเอียดกับเขาได้เลยนะคะ”
“ทำไมครั้งนี้ถึงยอมง่าย ๆ ที่ผ่านมาพี่พูดโน้มน้าวแทบตายไม่เห็นตอบตกลง”
“หรือจะให้เปลี่ยนใจไปยืนยันคำตอบเดิมดีคะ”
“ไม่ ๆ แบบนี้ดีแล้ว พี่จะคุยรายละเอียดกับเขาแล้วจะมาบอกญาดาอีกที เขาต้องดีใจมากแน่เพราะตื๊ออยู่นานแต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที ครั้งนี้คงสมใจเขาแล้วล่ะ”
“คืนนี้กับคืนส่งตัววันพรุ่งนี้พี่จะเอาญาณินไปนอนด้วยนะ จะได้ไม่เข้าไปกวนคู่บ่าวสาว”
“ดีเลยครับ ฝากญาณินด้วยนะครับคุณพัด”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณพีท จะดูแลให้อย่างดีเลยค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ” ปากตอบพัดชาแต่หันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้ณชญาดา
“คืนนี้เราแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันดีไหมคะ พรุ่งนี้จะต้องตื่นมาแต่งตัวกันแต่เช้ามืด” พัดชากล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน ดูเหมือนซันจะง่วงแล้ว”
“ได้เวลานอนของเขาแล้วนี่คะ ไปนอนกันได้แล้วลูก”
พัดชาเดินไปจูงมือญาณิศาและฑีฆายุให้กลับไปที่เรือนรับรองพร้อมกับสามี คนอื่น ๆ ต่างก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน เพื่อเก็บแรงไว้สำหรับงานวันพรุ่งนี้เช่นกัน
ณชญาดาถูกปลุกขึ้นมาแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเตรียมตัวร่วมพิธีทางศาสนาในตอนเช้า พิธีการต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยดี โดยมีจันทราเป็นแม่งาน ทุกคนที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานในงาน ต่างก็ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าสาวสวยมาก เจ้าบ่าวเองก็หล่อมากเช่นกัน ทั้งคู่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการในตอนเช้า ธนวรรธน์ก็รีบเดินเข้าไปหาณชญาดา เขามองเธอด้วยสายตาชื่นชม วันนี้เธอดูสวยงามไร้ที่ติในชุดไทยสีงาช้าง ชุดที่เธอสวมใส่นั้นเน้นเรือนร่างสมส่วนสวยงามสคราญตา ผมที่เกล้าไว้อย่างสวยงาม แซมด้วยดอกไม้ประดับผมอีกเล็กน้อยนั้น เผยให้เห็นต้นคอระหงขาวผ่องและไหล่ลาดละมุน
“วันนี้คุณสวยมากเลยรู้ตัวไหม สวยจนผมไม่สามารถละสายตาไปจากคุณได้เลย”
แววตาหวานซึ้งกับถ้อยคำชื่นชมของเขา มีผลทำให้เจ้าสาวหมาดๆ เขินอาย ครั้นเมื่อสบกับสายตาที่มองมาก่อน ก็ทำเอาหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที เนื่องจากเธอพอจะเข้าใจความนัยจากสายตาคู่นั้น ที่สื่อถึงความรักใคร่ที่เขามีต่อเธออย่างไม่ปิดบังว่าเขารักเธอมากเพียงใด ทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่นอ่อนโยน
งานเลี้ยงในช่วงเย็นที่ถูกจัดขึ้นห่างไกลคำว่าเรียบง่ายไปมาก ที่ถูกต้องบอกว่าเป็นงานช้างถึงจะถูก เพราะเจ้าบ่าวเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และคนส่วนใหญ่ก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี อีกทั้งเขายังมีฐานะที่มั่งคั่งและมั่นคง
เพราะฉะนั้นงานนี้จึงเต็มไปด้วยแขกที่อยู่ในวงการธุรกิจซึ่งต่างก็รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี
แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นแขกของทางฝ่ายเจ้าบ่าว ส่วนทางฝ่ายเจ้าสาวจะมีแต่คนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และอีกหนึ่งสีสันของงานในค่ำคืนนี้เห็นทีจะหนีไม่พ้นสองแสบวัยซน ที่มาในชุดราตรีสีครีมและชุดทักสิโด้
ไม่ว่าเด็กน้อยทั้งสองจะเดินไปทางไหนก็จะมีแต่คนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเสมอ ซึ่งเด็ก ๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นับเป็นอีกหนึ่งสีสันที่สามารถขโมยซีนจากคู่บ่าวสาวได้เช่นกัน
ภายในงานจะมีอาหารถูกจัดเรียงรายไว้มากมาย เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติและคนงานในไร่ ที่ต่างก็พร้อมใจกันมาร่วมเป็นสักขีพยานในค่ำคืนนี้ได้ดื่มด่ำกับอาหารอร่อย ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่องานในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ แถมยังมีดนตรีไพเราะและบรรยากาศภายในงานที่เป็นกันเอง
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







