ANMELDENณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว
“น้องฟื้นแล้วครับน้าดา”
“เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”
ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา
“คนใจร้ายจับตัวหนูไป”
ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน
“ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย”
“เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม”
“พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้”
สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน
“ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตัวไปสอบปากคำ และก็พบศพของไอ้ใหญ่ที่ถูกยิงตายอยู่ไม่ห่างจากบริเวณนั้น แต่ไม่มีใครเห็นวันวรุณ”
“เป็นฝีมือของคุณวันวรุณจริง ๆ เหรอคะพีท”
“จริง เพราะคนที่ถูกตำรวจจับมาได้มันให้การเบื้องต้นว่า พวกมันได้รับการว่าจ้างจากไอ้ใหญ่และวันวรุณ วันคงร่วมมือกับไอ้ใหญ่จัดหาคนมาลักพาตัวญาณิน เพื่อนำมาเรียกค่าไถ่จากผม ดีที่เราไหวตัวตามพวกมันไปทัน”
“ทำไมคุณวันถึงต้องจับตัวญาณินไปเรียกค่าไถ่ด้วยคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย และคนที่ตอบคำถามนี้ของเธอคือธนกฤต
“ผมได้ข่าวมาว่าในระยะหลังวันติดการพนันหนักมากเลยครับคุณญาดา เงินที่ได้มาจากการขายไร่ก็ละลายหมดไปในบ่อนคาสิโนที่ประเทศเพื่อนบ้าน แถมยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว จึงคิดหาเงินไปใช้หนี้พนันด้วยวิธีนี้”
“ไม่น่าทำอย่างนั้นเลย หมดอนาคตกันพอดี”
“หมดเรื่องร้าย ๆ เสียทีนะครับคุณญาดา คราวนี้คงจะมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามา”
“อย่าลืมสิพอลว่าวันหนีรอดไปได้”
“ลำพังแค่วันคนเดียวไม่มีไอ้ใหญ่คอยช่วย คงไม่มีปัญญาทำอะไรเราได้หรอกครับพี่พีท วางใจได้ไปอีกนาน ตอนนี้เรามาโฟกัสที่งานแต่งงานของพี่ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้กันดีกว่า”
พัดชาและสามีรวมถึงจิรนันท์เดินทางมาถึงที่ไร่ธนวรรธน์พร้อมกันในเย็นวันนั้น โดยมีชลธีตามมาสมทบในช่วงพลบค่ำ พวกเขามาพักที่ไร่ตามคำเชิญของสองพี่น้องซึ่งเป็นเจ้าของไร่ ธนวรรธน์สั่งให้ช้อยเปิดเรือนรับรองเพื่อต้อนรับบุคคลทั้งสี่ ชลธีได้มีโอกาสพูดคุยกับธนวรรธน์ตามลำพัง เขาขอสงบศึกและกล่าวแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าว
“ผมขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยใจจริง คุณโชคดีที่ได้ผู้หญิงที่น่ารักเพียบพร้อมอย่างญาดามาเป็นคู่ชีวิต หวังว่าคุณจะรักและดูแลเธอกับญาณินให้มีความสุขตลอดไป และขอให้ลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างเราไปซะ”
“ได้สิ ขอบคุณนะที่มาร่วมงานแต่งงานของเรา”
“เพื่อนรักของผมแต่งงานทั้งทีผมจะไม่มาร่วมแสดงความยินดีได้ยังไงจริงไหม”
แม้จะรู้สึกยินดีกับความสุขของคู่บ่าวสาว แต่ดวงตาของชลธีก็ฉายแววเจ็บปวดไม่น้อยเช่นกัน
“คุณไม่ต้องระแวงเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับดาหรอกนะครับ ผมรู้ดีว่าเธอวางผมไว้ในฐานะเพื่อน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น และผมก็ยินดีที่จะอยู่ในตำแหน่งนั้น ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเธอและได้เห็นเธอมีความสุขกับรักที่เธอเลือก เท่านั้นก็พอ”
สองหนุ่มยิ้มให้กันและกัน จับมือกันฉันท์มิตรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ได้เจอหน้ากัน จากนั้นธนวรรธน์ก็เอ่ยชวนให้ไปสมทบกับทุกคนที่โต๊ะอาหาร
หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ย้ายมานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น จิรนันท์บอกความคืบหน้าเกี่ยวกับหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กของธนวรรธน์ ว่าอยู่ในขั้นตอนของการพิสูจน์อักษรและการจัดหน้าทำปก โดยใช้ภาพถ่ายตามจุดต่าง ๆ ภายในไร่ที่ณชญาดาส่งไปให้มาทำเป็นภาพประกอบ ก่อนจะพูดแสดงความยินดีกับธนวรรธน์และณชญาดา
“ขอแสดงความยินดีกับคุณธนวรรธน์และญาดาด้วยนะคะ”
“เรียกผมว่าพีทก็ได้ครับคุณจี๊ด”
“ค่ะคุณพีท จี๊ดขออวยพรให้คุณพีทและญาดา ครองรักกันอย่างมีความสุขมาก ๆ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง”
“อันหลังสุดไม่รับได้ไหมคะพี่จี๊ด”
“ได้ยังไงกันล่ะญาดา ผมอยากมีลูกกับคุณหลาย ๆ คน ชดเชยกับตอนที่คุณท้องญาณินแล้วผมไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยในตอนนั้น”
“คุณไม่ได้เป็นคนตั้งท้องก็พูดได้สิ ลองมาอุ้มท้องดูบ้างไหมจะได้รู้ว่ามันลำบากแค่ไหน แค่สองก็พอแล้วค่ะ”
ธนวรรธน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดเหมือนยอมคล้อยตามความคิดของเธอง่าย ๆ แต่ถ้าฟังให้จบจะรู้ว่าเขาหักมุม
“สองก็ได้ ไม่ใช่สองคนนะ แต่ท้องอีกสองครั้ง ผมจะปั๊มลูกแฝดตกลงไหม”
“หา! ลูกแฝด”
“ใช่”
“ช่วยทำก็ต้องช่วยเลี้ยงด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหา”
“ให้ถึงเวลานั้นก่อนเถอะแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง แม้แต่เวลาจะนอนให้พอยังแทบไม่มี”
“นี่คุณขู่ผมเหรอญาดา”
“เปล่า ฉันพูดเรื่องจริง ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองถามพี่วุธดูสิ รายนั้นมีประสบการณ์ตรงกับตัวเองเลย”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







