Share

บทที่ 37

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:36:15

            เช้าวันต่อมา...

            ขณะที่สองหนุ่มเจ้าของไร่กำลังจะออกไปดูงานในไร่ ณชญาดาขอติดตามไปด้วย เพราะต้องการไปเก็บภาพและหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งพวกเขาก็ไม่ขัดข้อง

            “ฉันขอพาเด็ก ๆ ไปด้วยนะคะ”

            ธนกฤตหันไปสบตาพี่ชาย ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร ญาณิศาก็วิ่งเข้าไปกอดธนวรรธน์พร้อมกับพูดขอร้อง

            “ให้ญาณินกับพี่ซันไปด้วยนะคะลุงพีท”

            ธนวรรธน์ย่อตัวนั่งลงตรงหน้าแม่หนูน้อย

            “ลุงกับแม่ของหนูกำลังจะไปทำงานนะ”

            “เราก็จะไปช่วยลุงพีททำงานไงครับ”

            ธนวรรธน์มีสีหน้าลังเล ถ้าเขายอมให้เด็ก ๆ ตามไปด้วย ก็เกรงว่าความซนตามวัยของเด็กน้อยทั้งสองอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาได้

            “นะคะลุงพีท เราจะไม่ดื้อ เราจะไม่ซน เราสัญญา ใช่ไหมคะพี่ซัน”

            ประโยคสุดท้ายหันไปขอคำสัญญาจากพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างตัว

            “ตามนั้น”

            “พาเด็ก ๆ ไปด้วยก็ไม่เสียหายหรอกครับพี่พีท”

            “ให้พวกเราไปด้วยนะคะลุงพีท...นะ”

            ธนวรรธน์ทนการออดอ้อนของแม่หนูน้อยไม่ไหว สุดท้ายจึงยอมให้เด็กทั้งสองตามไปด้วย

            “ตกลง”

            ญาณิศายิ้มหวานพร้อมกับโผเข้ากอดธนวรรธน์

            “ลุงพีทใจดีที่หนึ่ง ญาณินรักลุงพีท”

            ธนวรรธน์เผลอยิ้มก่อนจะกระชับอ้อมแขน ไม่รู้ทำไมเขาถึงปฏิเสธคำขอของแม่หนูน้อยไม่ลง ทุกคนที่เห็นการกระทำเหล่านั้นต่างก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

            นานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นภาพความอ่อนโยน จากผู้ชายที่แข็งกร้าวและโมโหง่ายอย่างธนวรรธน์ ณชญาดามองภาพความสนิทสนมตรงหน้าด้วยความสะเทือนใจ

            หรือนี่คือสายใยแห่งความผูกพันทางสายเลือด

            เธอทำผิดหรือถูกกันแน่ที่ปิดบังความจริงเรื่องนี้ไม่ให้ใครรู้

            “ยอดไปบอกน้อยให้ตามไปดูแลเด็ก ๆ ที่ไร่”

            “ฉันดูแลพวกเขาเองได้” ณชญาดาโต้ตอบกลับไปทันที

            “นี่เป็นคำสั่ง”

            “ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับคุณพีท”

            “ไปเด็ก ๆ ไปขึ้นรถ”

            ธนวรรธน์พูดพร้อมกับจูงมือเด็กน้อยทั้งสองไปที่รถก่อนจะหันมาสั่งน้องชาย

            “พอลนายขับรถตามไปละกัน เอาน้อยกับยอดไปด้วย”

            “ครับพี่พีท”

            ช้อยเห็นการกระทำของธนวรรธน์ที่ดูจะเอื้ออาทรต่อเด็กทั้งสองก็รู้สึกขุ่นเคืองใจแทนวันวรุณ

            “น่าหมั่นไส้! พูดจาออดอ้อนเป็นทั้งที่ตัวแค่นี้ เห็นทีคงจะต้องรีบโทรไปรายงานให้คุณวันทราบ จะได้รีบมาจัดการ”

            ระหว่างที่กำลังขับรถเข้าไปไร่ ผู้จัดการไร่ได้โทรเข้ามือถือของธนวรรธน์เพื่อรายงานเรื่องบางอย่าง

            “เกิดปัญหาแล้วครับคุณพีท”

            “ปัญหาอะไรครับลุงสน”

            “ของที่เราจัดเตรียมไว้สำหรับส่งให้ลูกค้าในวันมะรืนหายไปบางส่วนครับ”

            “หายไปได้ยังไง รู้ไหมว่าเป็นฝีมือใคร”

            “ไม่ทราบเหมือนกันครับ”

            “ผมจะรีบไปที่นั่น ลุงสนไปรอผมที่ห้องทำงาน เดี๋ยวเจอกัน” จากนั้นก็วางสายก่อนจะหันไปพูดกับณชญาดา

            “ที่โรงงานมีปัญหา เราคงต้องเข้าไปที่นั่น คุณกับเด็ก ๆ ไปรอที่ห้องทำงานของผมก่อนแล้วกัน”

            “ฉันไปเก็บข้อมูลที่โรงงานก่อนก็ได้ค่ะ”

            ธนวรรธน์ได้โทรศัพท์ไปบอกธนกฤตให้ตามไปสมทบกับเขาที่ห้องทำงานในโรงงาน

            เมื่อไปถึงที่นั่นธนวรรธน์พาหญิงสาวและเด็กน้อยทั้งสองไปที่ห้องทำงานของตนเอง ซึ่งสนได้นั่งรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว

            “ของหายได้ยังไงครับลุงสน ในเมื่อเราเพิ่งจะตรวจนับสินค้าไปเมื่อวานนี้เอง ผมว่าต้องเป็นคนในไร่นี่แหละที่เอาไป”

            “หมายถึงหนอนบ่อนไส้เหรอครับคุณพีท”

            “คนของเราต้องมีส่วนรู้เห็นแน่ ดีไม่ดีอาจเป็นคนยักยอกไปเอง ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดหรือยัง”

            “ตรงนั้นเป็นจุดบอดที่กล้องวงจรปิดของเราจับภาพไปไม่ถึงครับ”

            “เราคงต้องติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม จะได้รู้ว่าใครกันที่กล้าทำเช่นนี้ ของที่หายไปเยอะมากไหมครับลุงสน”

            “หนึ่งในสี่ครับ”

            “สั่งคนของเราให้จัดเตรียมของในส่วนที่หายไปมาเพิ่ม อย่าให้มีผลกระทบต่อการส่งของให้ลูกค้าเด็ดขาด ผมฝากลุงสนช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ ติดขัดปัญหาอะไรก็ให้รีบมาบอกผม”

            “คุณพีทไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลและจัดการเรื่องนี้เอง”

            “รอให้พอลมาก่อนแล้วเราไปดูที่เกิดเหตุพร้อมกัน ลุงสนช่วยให้ใครไปตามใหญ่มาพบผมที่นี่ด้วยนะครับ”

            “ได้ครับคุณพีท”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status