LOGINร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน
หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ
ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุกซ่อนมานานรุกโชนตอบรับสัมผัสที่ร้อนแรงจากเขา
ธนวรรธน์มอบความสุขให้แก่เธอมากพอ ๆ กับที่เขาตักตวงความสุขจากตัวเธอ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่เขาต้องการ จนกระทั่งเขาพาเธอไปถึงฝั่งฝันพร้อมกัน เสียงกระซิบแผ่วเบาของเธอ บ่งบอกให้เขารู้ว่าเธอมีความสุขกับสิ่งที่เขามอบให้ เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ในค่ำคืนนั้นเขาร่วมรักกับเธอด้วยความหลงใหลหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระก็เกือบรุ่งสาง
“คุณมีความสุขไหมญาดา” เขาเอ่ยถามยามเมื่อดึงตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งแต่ทว่าอบอุ่น
ณชญาดาไม่ได้ตอบคำถามนั้น ได้แต่ซุกหน้ากับอกกว้างของเขาด้วยความเขินอาย และยอมรับกับตัวเองว่าเธอมีความสุขมากกับสัมผัสรักที่เขามอบให้ สิ่งสุดท้ายที่ตัวเธอได้ยินก่อนที่จะหลับไปด้วยความเพลียนั้น คือคำกระซิบเว้าวอนอ่อนหวานของสามีที่พร่ำบอกว่า ‘ผมรักคุณ’
สิ่งนี้เองที่ทำให้เธอหลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นสุข ธนวรรธน์จูบหน้าผากของภรรยาด้วยความรักใคร่ ก่อนจะหลับตามเธอไปด้วยความเพลียในเวลาต่อมา
หลังจากงานแต่งงานของธนวรรธน์และณชญาดาผ่านพ้นไป พวกเขาพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสองก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อไปทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้ญาณิศา และถือโอกาสพาฑีฆายุกลับบ้าน
แต่ก่อนที่จะเดินทางตำรวจได้มาที่ไร่ เพื่อแจ้งให้ธนวรรธน์ทราบถึงความคืบหน้าของคดี
“เชิญนั่งก่อนครับ”
หมวดวาทิตย์และจ่าสมานซึ่งรับผิดชอบคดีลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ นั่งลงตรงข้ามธนวรรธน์และณชญาดาตามคำเชิญ
“ช้อยไปตามคุณพอลมาพบฉันที่นี่”
“ค่ะคุณพีท”
เมื่อธนกฤตตามมาสมทบ หมวดวาทิตย์ก็รายงานความคืบหน้าของคดีให้ทุกคนฟัง
“จากการสอบปากคำผู้ต้องหาสองคนที่เราจับตัวมาได้ พวกเขาสารภาพว่าได้ลงมือลักพาตัวญาณินจริง เพื่อจะนำตัวมาเรียกร้องเงินค่าไถ่จากคุณพีท ที่จริงเขาต้องการมาจับตัวภรรยาของคุณด้วย แต่ไม่สบโอกาสลงมือก็เลยได้แต่ตัวลูกสาวของคุณไปเพียงคนเดียว”
“คิดจะจับตัวญาดาไปเรียกค่าไถ่ด้วยเหรอ มันจะมากเกินไปแล้ว” แววตาของธนวรรธน์วาวโรจน์
ณชญาดาเอื้อมไปกุมมือเขาไว้ “ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะพีท เล่าต่อได้เลยค่ะคุณตำรวจ” ประโยคท้ายเธอหันไปพูดกับหมวดวาทิตย์
“ผู้ต้องหาให้การว่าพวกเขาถูกว่าจ้างให้มาจับตัว คุณญาดาและลูกสาวของเธอกลับไปที่กระท่อมร้างแห่งนั้น เพื่อรอเวลาแลกเปลี่ยนตัวประกันกับเงินค่าไถ่ที่คุณพีทจะต้องจ่ายให้กับพวกมัน และยังได้ซัดทอดไปถึงตัวผู้บงการ”
“ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ครับ”
แม้ธนวรรธน์จะพอเดาได้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของใคร แต่ก็ยังอยากที่จะฟังจากปากของตำรวจ
“คุณวันวรุณกับคนสนิทของเธอที่ชื่อใหญ่ครับ ทั้งคู่ร่วมกันวางแผนในครั้งนี้ โดยหวังว่าจะนำเงินค่าไถ่มาแบ่งกัน และจะนำเงินส่วนนั้นไปใช้หนี้พนัน”
“แล้วจับตัววันได้หรือยังครับ”
“ยังเลยครับคุณธนวรรธน์ เรากำลังสืบหาตัวเธออยู่ ส่วนคนที่ชื่อใหญ่ก็พบเป็นศพนอนตายอยู่ไม่ห่างจากกระท่อมหลังนั้นมากนัก จากการชันสูตรสาเหตุการตายมาจากกระสุนยิงทะลุหัวใจครับ”
“ทราบไหมคะว่าเป็นฝีมือใคร”
“จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การตรงกันว่า น่าจะเป็นคนจากบ่อนการพนันที่ตามมาทวงหนี้ แต่มันไม่มีเงินจ่ายคืนก็เลยถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมอย่างที่เราเห็น”
“แล้วทราบหรือยังคะว่าตอนนี้คุณวันอยู่ที่ไหน”
“ยังไม่ทราบแน่ชัดเลยครับ แต่จากการสันนิฐานเบื้องต้น เราคิดว่าคุณวันวรุณน่าจะถูกคนพวกนั้นจับตัวกลับไปด้วยครับ”
“ผมและภรรยาคงต้องขอฝากเรื่องนี้ไว้กับผู้หมวดด้วยนะครับ เราอยากให้ทางตำรวจดำเนินการทุกอย่างตามกฏหมาย ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น”
“ในเมื่อวันหายตัวไปแบบนี้ จะมีผลต่อรูปคดีหรือเปล่าครับ ไหนจะคีดชนแล้วหนีที่ยังค้างอยู่ในศาลนั่นอีก” ธนกฤตเอ่ยถาม
“ทางตำรวจก็กำลังเร่งติดตามหาตัวคุณวันวรุณอยู่ครับ ถ้ามีความคืบหน้ายังไงจะมาแจ้งให้พวกคุณทราบอีกครั้ง”
“ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยติดตามดูแลคดีนี้”
“ด้วยความยินดีครับ มันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้วครับคุณธนวรรธน์ ถ้าไม่มีอะไรแล้วเราคงต้องขอตัวกลับก่อน หากมีความคืบหน้าทางคดีเราจะรีบแจ้งให้ทราบครับ”
จากนั้นหมวดวาทิตย์และจ่าสมานก็ขอตัวกลับไปที่สน.
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







