로그인“สารวัตรภาคิน…หายไปแล้ว!”เสียงของชาญดังขึ้นท่ามกลางความมืด ต้นชะงัก หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินชัดอยู่ในอก รอบตัวมีเพียงความมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงจากไฟฉุกเฉิน ทุกคนตะโกนเรียกชื่อภาคินพร้อมกัน“สารวัตร!”ภาคิน!”เปิดไฟสิวะ!”เสียงเจ้าหน้าที่ไอทีดังสั่น ๆ ก่อนเสียงแป้นพิมพ์บนแท็บเล็ตจะดังรัว “ระบบไม่ตอบสนองครับ!”ใช้ไฟฉาย!” ชาญสั่ง แสงไฟจากโทรศัพท์หลายเครื่องสว่างขึ้นพร้อมกันต้นรีบหันไปมองเตียงโลหะร่างของชายที่นอนอยู่บนนั้นยังคงอยู่แต่ภาคินหายไปแล้วไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีเลือด ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเหมือนเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน เมื่อกี้สารวัตรยืนอยู่ตรงนี้…” สมชายพูดเสียงเบา “ผมเห็นกับตา”ต้นไม่ตอบ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังพื้นบริเวณที่ภาคินเคยยืนแล้วเขาก็เห็นบางอย่างรอยเลือดหยดหนึ่งอยู่ตรงกลางพื้น ต้นค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ก่อนหยุดกะทันหัน ทุกคน…อย่าเพิ่งขยับ”ชาญหันมา “อะไร?”ต้นชี้ลงพื้น“เลือด”เจ้าหน้าที่ไอทีส่องไฟไปยังพื้น หยดเลือดสีแดงเข้มสามหยดเรียงกันเป็นเส้นตรง ก่อนจะลากยาวไปยังประตูอีกด้านของห้อง ชาญยกปืนขึ้นทันที มีคนพาสารวัตรออกไป”ต้นส่ายหน้า ไม่ใช่”นายรู้ได้ยังไง?”ต้นมอง
ความเงียบหลังคำพูดของภาคินหนักอึ้งจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจ ต้นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน ดวงตาจับจ้องสารวัตรตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน“ทุกคนในอาคารจะตาย?”ภาคินไม่ได้ตอบทันที เขาค่อย ๆ ลดปืนลง แต่ยังคงมองต้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล“ใช่”“เพราะความทรงจำของผม?”ไม่ใช่เพราะความทรงจำอย่างเดียว”ภาคินเงยหน้ามองไฟสีขาวที่กำลังกะพริบเหนือศีรษะแต่เพราะสิ่งที่อยู่ในความทรงจำนั้น”ชาญขมวดคิ้ว สารวัตรพูดอะไร?”ภาคินยังไม่ทันตอบ เสียงของเจ้าหน้าที่ไอทีก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เดี๋ยวก่อนครับ…”ทุกคนหันไปมองเขา เจ้าหน้าที่ไอทียังคงจ้องแท็บเล็ตในมือ สีหน้าของเขาซีดลงเรื่อย ๆ“เปอร์เซ็นต์มันเพิ่มขึ้นเองครับ”ต้นหันไปมองหน้าจอMEMORY RESTORATIONSUBJECT: TON18%ตัวเลขเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์19%20% ปิดมัน!” ภาคินตะโกน เจ้าหน้าที่ไอทีพยายามกดปุ่มปิด แต่หน้าจอกลับไม่ตอบสนอง ผมปิดไม่ได้ครับ!”ถอดแบตเตอรี่!”มันไม่มีแบตเตอรี่ให้ถอดครับ!”ภาคินชะงัก หมายความว่าไง?”เจ้าหน้าที่ไอทีพลิกแท็บเล็ตให้ทุกคนดูเครื่องนี้ไม่ได้ทำงานด้วยระบบปกติ มันเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของอาคารโดยตรง ถ้าผมตัดการเชื่อมต่อ…”ทำ
ปลายกระบอกปืนนับสิบกระบอกสะท้อนแสงสีแดงวูบวาบอยู่ในความมืด ภาคินยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจับจ้องเงาของต้นทุกคนที่กำลังเล็งปืนมาที่เขาโดยไม่กะพริบ“สารวัตร…”สมชายกระซิบเสียงสั่น “พวกมันมีปืน”รู้แล้ว”ภาคินตอบสั้นๆต้นมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ปืน แต่เป็นความจริงที่ว่าเงาทุกคนกำลังทำท่าเดียวกันหมด พวกมันยืนเรียงกันเป็นแถว ปืนอยู่ในระดับเดียวกัน นิ้ววางอยู่บนไก และที่น่ากลัวที่สุดคือใบหน้าของพวกมันยังคงเป็นใบหน้าของต้น เสียงนับถอยหลังดังขึ้นอีกครั้ง“ห้า…”ภาคินค่อยๆยกมือขึ้น“ทุกคนอย่าขยับ”สี่…”เจ้าหน้าที่ไอทีหันไปมองแท็บเล็ตอย่างร้อนรน สารวัตรครับ! เวลาในระบบมันไม่ตรงกัน!หมายความว่าไง?”ตัวจับเวลาที่หน้าจอเหลือสองนาทีสี่สิบเจ็ดวินาที แต่ระบบเสียงกำลังนับถอยหลังจากสิบ!”สาม…”ชาญชะโงกหน้ามองหน้าจอแล้วเบิกตากว้างมันไม่ได้กำลังนับเวลา!”ทุกคนหันไปมองเขา แล้วมันนับอะไร?”ชาญกลืนน้ำลายก่อนตอบ มันกำลังนับจำนวนคน”ความเงียบเข้าปกคลุมทันที สอง…”ต้นหันกลับไปมองเงาของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็พบสิ่งผิดปกติบางอย่างหนึ่งในเงาทั้งหมดไม่ได้ถือปืน ต้นหรี่ตา ตรง
ต้นถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นใบหน้าของคนทั้งแถวเป็นหน้าของตัวเองทั้งหมด แต่ละคนยืนตัวตรง สวมเสื้อผ้าไม่เหมือนกัน บางคนใส่ชุดพนักงานบริษัท บางคนสวมชุดสูทสีดำ บางคนอยู่ในชุดนักโทษ และบางคนมีคราบเลือดเปื้อนทั่วร่าง แต่ทุกคนต่างมีดวงตาคู่เดียวกันกับต้นไม่มีใครพูดแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งหนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า กึก…เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเพียงครั้งเดียว แต่เงาร่างทั้งหมดกลับก้าวพร้อมกันราวกับเป็นคนคนเดียว กึก…กึก…กึก…เจ้าหน้าที่ไอทีมองแท็บเล็ตก่อนหน้าซีดกว่าเดิม“จุดสีแดง…กำลังรวมตัว!”บนหน้าจอจุดสีแดงทั้งหมดเคลื่อนเข้าหาจุดสีน้ำเงินของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซ้อนทับกันกลายเป็นจุดเดียว ภาคินกำปืนแน่น“ทุกคนถอยช้าๆห้ามแตกแถว”ไม่มีใครกล้าหันหลังให้เงาปริศนา ทันใดนั้นชายที่ยืนอยู่หน้าสุดก็ยกมือขึ้นช้าๆเขาชี้มาที่ต้นก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเดียวกับต้นทุกอย่าง“นายไม่ควรขึ้นมาที่นี่”ต้นตัวแข็ง เสียง…”ชาญหันมามอง เหมือนนายทุกคำ”ชายตรงหน้ายิ้มอีกครั้ง เพราะฉันคือนาย”สิ้นประโยคนั้นเงาทั้งหมดก็พูดพร้อมกันฉันคือนาย”ฉันคือนาย”ฉันคือนาย”เสียงสะท้อนไปทั่วชั้น47จนแยกไม่ออกว่าเสียงจริงมาจาก
กึก…กึก…กึก…เสียงฝีเท้าดังสะท้อนไปทั่วชั้น 47 จังหวะสม่ำเสมอราวกับมีคนหลายสิบคนกำลังเดินเข้ามาพร้อมกัน ภายใต้แสงสีแดงของไฟฉุกเฉิน เงาของหุ่นจำลองทั้งสี่สิบแปดตัวทอดยาวไปบนพื้นพรมสีเทา จนแยกแทบไม่ออกว่าเงาไหนเป็นของจริง และเงาไหนเกิดจากภาพสะท้อนบนผนังกระจก “ตั้งแถว!” ภาคินสั่งทันที ตำรวจทั้งสองนายยกปืนขึ้นประจำตำแหน่ง สมชายยืนคุ้มกันด้านหลัง ส่วนต้น ชาญ และเจ้าหน้าที่ไอทีรีบถอยมารวมกลุ่ม เสียงฝีเท้ายังคงดังต่อเนื่องแต่ไม่มีใครมองเห็นต้นตอ เจ้าหน้าที่ไอทีเหลือบมองแท็บเล็ตในมือก่อนจะหน้าซีด“จุดสีแดง…เพิ่มขึ้นอีกแล้ว”ภาคินหันไปมอง เมื่อครู่มีเพียงสี่สิบแปดจุดตอนนี้กลายเป็น…หกสิบสี่จุด เป็นไปไม่ได้…” สมชายพึมพำ “ไม่มีพื้นที่พอให้คนมากขนาดนั้น”ปี๊บ! จู่ ๆ จุดสีฟ้าซึ่งแทนตำแหน่งของพวกเขาก็กะพริบถี่ ก่อนมีเส้นสีแดงลากล้อมรอบเป็นวงกลม ข้อความสีขาวปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ SIMULATION PHASE 2 INITIATED เจ้าหน้าที่ไอทีขมวดคิ้ว “Simulation…?” “มันหมายถึงการจำลอง?”ยังไม่ทันมีใครตอบ ลำโพงเหนือศีรษะก็ดังขึ้น ยินดีต้อนรับเข้าสู่การประเมินรอบสุดท้าย” ผู้เข้าร่วมทั้งหมด โปรดแสดงศักยภาพในการเอาตัว
เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วบันไดหนีไฟ ทุกคนวิ่งขึ้นจากอุโมงค์ใต้ดินอย่างไม่คิดชีวิต ควันสีดำยังคงไหลทะลักขึ้นมาตามช่องบันได กลิ่นไหม้ของสายไฟและพลาสติกแสบจมูกจนหายใจแทบไม่ออก“เร็วเข้า!” ภาคินตะโกนพร้อมโบกมือให้ทุกคนเร่งฝีเท้า เมื่อประตูหนีไฟชั้นล็อบบี้ถูกผลักออก ทุกคนก็รีบสูดอากาศเข้าเต็มปอด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากกำลังฉีดน้ำสกัดเปลวไฟที่ลุกลามอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน เสียงไซเรนของรถพยาบาลและรถดับเพลิงดังระงมไปทั่วพื้นที่ สมชายรีบเดินเข้ามาหาภาคิน“สารวัตรครับ ไฟยังควบคุมไม่ได้ แต่ลิฟต์หลักทั้งหมดถูกระบบตัดการทำงาน”ภาคินพยักหน้า ก่อนหันไปมองอาคารสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าชั้น 47…ข้อความปริศนายังคงติดอยู่ในหัวของทุกคน เกมเพิ่งเริ่มต้น…เราจะขึ้นไปยังไงครับ” ต้นถาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งรีบตอบ ยังมีลิฟต์บริการอีกตัวครับ มันใช้ระบบสำรองแยกจากตัวอาคารหลัก แต่ขึ้นได้เฉพาะคนที่มีสิทธิ์”ชาญรีบล้วงบัตรพนักงานระดับผู้บริหารออกมา“ของผมใช้ได้”ทุกคนรีบตรงไปยังโซนบริการด้านหลังอาคาร ลิฟต์เหล็กขนาดใหญ่ตั้งอยู่เงียบ ๆ ราวกับไม่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ ชาญแตะบัตรติ๊ด…ไฟสีเ