Se connecterเมื่อเพื่อนสนิทต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด งานฝากเลี้ยงสุนัขแสนรู้อย่าง ดัชซี่โดเบอร์แมนตัวใหญ่ จึงตกมาอยู่ที่ มิ้นครูสาวโสดวัย 29 ปีที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ใครจะคิดว่าสุนัขที่เพื่อนบอกว่า สุภาพบุรุษและ ขี้อ้อน จะกลายเป็นนักล่าที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก จากแค่การเลียปลอบประโลม กลับกลายเป็นสัมผัสที่รุกรานและดุดันเกินกว่าที่สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์จะต้านทานได้ เมื่อความใคร่ในกายพุ่งพล่านจนเกินกั้น มิ้นจึงต้องเลือกว่าจะผลักไสมันออกไป หรือจะยอมศิโรราบให้กับบทรักที่ดิบเถื่อนจากสัตว์สี่เท้าที่เธอเรียกว่า... 'ผัว'
Voir plusบทที่ 1 ฝากเนื้อฝากตัว
บรรยากาศในห้องพักครูช่วงพักเที่ยงอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟจาง ๆ และเสียงหัวเราะคึกคักจากโต๊ะข้าง ๆ แต่มันไม่ได้เข้าหู มิ้น เลยสักนิด ครูสาววัย 29 ปี ในชุดข้าราชการเรียบร้อย กำลังนั่งเช็กยอดส่งงานของนักเรียนอย่าง เพลิน ๆ จนกระทั่งแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้เธอต้องละสายตาจากหน้าจอไอแพด “มิ้น... มิ้นจ๊ะ ว่างป่ะเนี่ย” ใยไหม เพื่อนสนิทตั้งแต่มหาวิทยาลัยพ่วงตำแหน่งเพื่อนร่วมงานขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่เบียด หน้าตาจิ้มลิ้มของเพื่อนดูมีความกังวลปนเกรงใจแบบแปลกๆ “ว่างดิ มีไรเปล่า ทำหน้าเหมือนจะมายืมตังค์” มิ้นแกล้งหยอกพลางเลิกคิ้วมอง “ไม่ใช่เรื่องตังค์... แต่เป็นเรื่องที่บ้านเราอ่ะ คืออาทิตย์หน้าพวกผู้ใหญ่เขาจะไปเที่ยวเขาใหญ่กันหมดเลย แล้วแบบ...” ใยไหมละคำพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนระดับสิบ “แล้ว..?” “คือเราไม่มีคนเลี้ยงหมาให้เลยอ่ะมิ้น จะเอาไปฝากที่ร้านก็น่าสงสาร เราขอฝากมันไว้ที่บ้านเธอได้ไหมอ่ะ บ้านเธอก็มีพื้นที่ แถมเธออยู่คนเดียวด้วย ไม่เหงาดีออกนะ” มิ้นชะงักไปนิด “หมาเหรอ? เธอไปแอบเลี้ยงตอนไหนเนี่ย” “เพิ่งรับมาไม่นานนี้เองเนี่ยแหละ” ใยไหมรีบเสริมทันควันเพราะกลัวเพื่อนจะปฏิเสธ “แล้วมันดุไหม ตัวใหญ่ป่ะ คือฉันไม่ค่อยถนัดรับมือหมาดุนะเว้ย” มิ้นถามออกไปตามตรง ใจหนึ่งก็เกรงใจเพื่อน แต่อีกใจก็หวั่น ๆ เพราะเธออยู่บ้านเดี่ยวคนเดียวมาตลอด ถ้าหมามันอาละวาดขึ้นมาเธอคงคุมไม่อยู่ “ไม่ดุเลยแก! เชื่อไอ้ไหมนะ หน้ามันอาจจะดูโหดไปนิดแต่นิสัยจริง ๆ คือขี้อ้อน แสนรู้ด้วยนะ มิ้นลองดูรูปก่อนดิ” ใยไหมรีบกดเปิดแกลเลอรี่ในมือถือแล้วยื่นมาจ่อตรงหน้าเพื่อน ภาพในจอทำเอาครูภาษาไทยอย่างมิ้นถึงกับตาค้าง มันคือสุนัขพันธุ์ โดเบอร์แมน ตัวใหญ่ล่ำ ขนสีดำสนิทเงาวับตัดกับสีน้ำตาล กล้ามเนื้อช่วงอกและขาเด่นชัดดูแข็งแรงและดุดัน สายตาคมกริบที่จ้องมองมาในภาพดูมีพลังจน มิ้นรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ในอก “นี่... ดัชซี่ ชื่อน่ารักใช่ป่ะล่ะ” ใยไหมยิ้มร่า “ชื่อกับหน้าตานี่คนละเรื่องเลยนะไหม ตัวใหญ่ขนาดนี้เนี่ยนะขี้อ้อน?” มิ้นมองดูภาพเจ้าดัชซี่อีกครั้ง ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นผ่านสันหลังเมื่อสบตากับดวงตาสีเข้มของสัตว์สี่เท้าในรูปนั้น “จริง! มันเป็นหมาสุภาพบุรุษจะตาย เชื่อใจเราเหอะนะมิ้น อาทิตย์เดียวเอง... นะ ๆ ๆ เดี๋ยวกลับมาจะซื้อขนมเจ้าดังมาเซ่นไหว้เลย” เมื่อเห็นเพื่อนรักทำท่าทางเหมือนจะลงไปกราบกับพื้น มิ้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ใจอ่อนจนได้ “เออ ๆ ก็ได้ เห็นแก่ขนมนะเนี่ย แล้วจะเอามาส่งตอนไหน?” “เย้! ขอบใจมากมิ้น เพื่อนรักที่สุดในโลกเลย! เดี๋ยวเย็นนี้เราขับรถเอาดัชซี่ไปส่งที่บ้านเธอเลยพร้อมของใช้มัน โอเคตามนี้เนอะ!” ใยไหมรวบรัดตัดตอนด้วยความดีใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินฮัมเพลงออกไปเตรียมสอนคาบบ่าย ทิ้งให้มิ้นนั่งมองรูปในมือถือเพื่อนที่ยังไม่ดับหน้าจอลง “ดัชซี่งั้นเหรอ...” มิ้นพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในท้องน้อยเมื่อคิดว่าเย็นนี้เธอต้องอยู่ร่วมชายคากับเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ที่มีสายตาทรงอำนาจคู่นั้นเพียงลำพัง . . . ช่วงเย็นวันนั้น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มระเรื่อ มิ้นยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเดี่ยวหลังย่อมของเธอ ไม่นานนักรถของใยไหมก็เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าประตูรั้ว ยังไม่ทันที่เครื่องยนต์จะดับลง เสียงเห่าทุ้มต่ำทรงพลังก็ดังรอดออกมาจากกระจกหลังรถ ทำเอาหัวใจของมิ้นกระตุกวูบ “มิ้น! มาช่วยขนของหน่อยดิ ของใช้เจ้าลูกชายเยอะจัดเลย” ใยไหมเปิดประตูรถลงมาพร้อมรอยยิ้มแฉ่ง “โฮ่ง! โฮ่ง!” ทันทีที่ประตูหลังรถเปิดออก เจ้าโดเบอร์แมนตัวใหญ่ที่มิ้นเห็นในรูปก็กระโดดลงมาบนพื้นคอนกรีต ตัวจริงมันดูน่าเกรงขามกว่าในรูปหลายเท่า ขนสีดำสนิทขลับมันวาวสะท้อนแสงไฟหน้าบ้าน กล้ามเนื้อขาที่สมส่วนดูแข็งแรงเหมือนนักกีฬา มิ้นยืนตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อเจ้าดัชซี่เดินตรงดิ่งมาหาเธอด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่น่าเกรงขาม “แหม มาถึงก็ทักทายเจ้าของบ้านเลยนะมึง” มิ้นฝืนใจดีสู้เสือ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วยื่นมือที่สั่นนิด ๆ ออกไปลองเชิง เจ้าดัชซี่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า มันใช้จมูกสีดำสนิทดมฟุดฟิดที่ข้อนิ้วของเธอก่อนจะเอาหัว อุ่น ๆ เข้ามาดุนที่ฝ่ามือ มิ้นจึงตัดสินใจลูบหัวมันเบา ๆ สัมผัสจากเส้นขนสั้นเกรียนและผิวหนังที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่ปลายนิ้ว “หงิง...” จากเสียงเห่าดุดันเมื่อครู่ กลับกลายเป็นเสียงครางอ้อนในลำคอ มันเบียดกายเข้าหาขาเรียวของเธอเหมือนจะฝากตัว มิ้นเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเห็นท่าทางแสนรู้ของมัน “เห็นไหมล่ะ มิ้น... เราบอกแล้วว่าดัชซี่มันขี้อ้อนจะตาย มันชอบเธอนะเนี่ย ปกติเห็นคนแปลกหน้าจะเก๊กทรงขรึมตลอด” ใยไหมพูดพลางหอบตะกร้าใส่ชามข้าวและถุงอาหารเม็ดกองโตออกมาวาง “เออ ๆ อย่าแอบมากัดกันทีหลังแล้วกันนะดัชซี่” มิ้นก้มลงสบตากับดวงตาสีเข้มคู่นั้น มันจ้องมองเธอกลับมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกวูบวาบแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “โฮ่ง!” มันตอบรับเสียงสั้นเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เธอพูด “ของหมดแล้วใช่ไหมเนี่ย มีทั้งของเล่น ทั้งขนม นี่จะมาอยู่อาทิตย์เดียวหรือจะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ถาวรฮะ?” มิ้นเงยหน้าถามเพื่อนขณะรับถุงของเล่นพลาสติกมาถือไว้ “อาทิตย์เดียวสิแก แต่ดัชซี่มันกินเก่ง เล่นแรง เลยต้องเตรียมมาเยอะหน่อย งั้นเราไปก่อนนะ เดี๋ยวพ่อกะแม่จะรอนาน” ใยไหมเดินกลับไปที่รถ ก่อนจะโผล่หน้าออกมาสั่งเสียทิ้งท้าย “ดัชซี่! อยู่กับน้ามิ้นอย่าดื้อนะลูก อย่าซน อย่าทำข้าวของน้ามิ้นพังนะมึง!” “โฮ่ง!” ดัชซี่เห่าส่งท้ายเจ้านายเก่า ก่อนจะยืนสงบนิ่งมองตามรถของใยไหมที่เคลื่อนตัวลับตาไป บรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านแมกไม้กับเสียงลมหายใจฟืดฟาดของเจ้าหมาตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกาย มิ้นก้มลงมองเจ้าดัชซี่อีกครั้ง ตอนนี้มันไม่ได้ทำท่าทางขี้อ้อนเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าใยไหมแล้ว แต่มันกลับยืนจ้องหน้าเธอด้วยสายตาคมกริบและนิ่งงัน จนมิ้นเผลอเม้มริมฝีปากแน่น “เข้าบ้านกันเถอะดัชซี่ มืดแล้ว”เธอบอกพร้อมกับกวักมือเรียก ความรู้สึกเสียวแปลก ๆ แล่นผ่านปลายนิ้วเมื่อหางยาว ๆ ของมันปัดโดนขาของเธอตอนที่มันเดินเคียงข้างเข้าไปในบ้าน ความเงียบของบ้านหลังเดิมที่เคยคุ้นตา กลับดูเปลี่ยนไปเพียงเพราะมีสิ่งมีชีวิตที่ดุดันและแข็งแรงตัวนี้ก้าวเข้ามา…บทที่ 3 เดินตาม🔥เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดจัดจ้าส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาในตัวบ้าน มิ้นลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย โชคดีที่ช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอมพอดี เธอจึงมีเวลาว่างเจ็ดวันเต็ม ๆ สำหรับจัดการบ้านและรับมือกับสมาชิกชั่วคราวอย่างเจ้าดัชซี่เธอเลือกหยิบชุดที่ใส่สบายที่สุดอย่างเสื้อสายเดี่ยวผ้าคอตตอนตัวจิ๋วที่แนบไปกับทรวงอกอิ่มและกางเกงขาสั้นเสมอหูมาสวมใส่ ก่อนจะเริ่มลงมือปัดกวาดเช็ดถู ทว่าไม่ว่าเธอจะเดินไปมุมไหนของบ้าน เสียงเล็บเท้ากระทบพื้นกระเบื้อง กริ๊ก... กริ๊ก... ก็จะดังตามหลังมาติด ๆ เสมอ“นี่ดัชซี่ แกไม่ต้องตามฉันตลอดเวลาขนาดนี้ก็ได้ ฉันจะไปซักผ้า” มิ้นหันไปเอ็ดเจ้าโดเบอร์แมนที่ยืนจ้องเธอตาเขม็ง“โฮ่ง!” มันเห่ารับคำหนึ่งครั้งแต่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน“รู้เรื่องแล้วก็นอนเฉย ๆ ไป รำคาญ ตามอยู่ได้ เป็นเงาหรือไงฮะ”“หงิง...” มันครางในลำคอพร้อมกับลดตัวลงหมอบ ทำท่าทางหูตกลงเหมือนน้อยใจ“ไม่ต้องมาทำเสียงน่าสงสารเลย ไม่ได้ผลหรอก” มิ้นบ่นอุบพลางสะบัดหน้าหนี เดินไปทางโซนซักล้างที่อยู่ด้านหลังบ้านเธอเริ่มก้ม ๆ เงย ๆ เก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่ในตะกร้ายัดใส่เครื่องซักผ้าฝาหน้า ท่วงท่าที่
บทที่ 2 ลามก🔥พอเข้าบ้านมาได้ มิ้นก็ปล่อยให้เจ้าดัชซี่เดินดมสำรวจพื้นที่ไปตามอำเภอใจ ส่วนตัวเธอเองที่เหนียวเหนอะหนะมาทั้งวันก็รีบคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำทันที กลิ่นสบู่อ่อน ๆ กับสายน้ำเย็นฉ่ำช่วยให้เธอผ่อนคลายจากความล้าได้บ้าง แต่ผ่านไปไม่กี่นาที เสียงเห่าทุ้มต่ำก็ดังก้องขึ้นมาจากห้องนั่งเล่น“โฮ่ง! โฮ่ง!”“อะไรของแกเนี่ยดัชซี่! เห่าทำไม ฉันอาบน้ำอยู่!” มิ้นตะโกนแข่งกับเสียงน้ำ พลางขมวดคิ้วยุ่ง หรือว่ามันจะหิว? หรือเจองู?“โฮ่ง!”เสียงเห่าครั้งที่สามดูหนักแน่นและรัวกว่าเดิม จนมิ้นเริ่มใจคอไม่ดี เธอรีบปิดฝักบัว คว้าผ้าขนหนูสีขาวมาพันรอบอกแบบลวก ๆ หยดน้ำยังเกาะพราวอยู่บนผิวเนียนและหัวไหล่บาง เธอเปิดประตูห้องน้ำออกไปดูด้วยความเร่งรีบ“มีอะไร... ดัชซี่... แกเห่าระ...”คำพูดของมิ้นหยุดชะงักอยู่แค่นั้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่าเจ้าโดเบอร์แมนไม่ได้เห่าไล่สิ่งแปลกปลอมที่ไหน แต่มันกำลังนั่งหน้าตั้ง จ้องมองไปที่ทีวีขนาดใหญ่ที่เธอมักจะใช้ดูความบันเทิงส่วนตัว และตอนนี้มันกำลังฉายภาพฉากกิจกรรมรักอันเร่าร้อน... ใช่ เธอเปิดหนังโป๊ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน และลืมปิดเครื่องเล่นก่อนออกไปทำงาน“เชี่ย.
บทที่ 1 ฝากเนื้อฝากตัวบรรยากาศในห้องพักครูช่วงพักเที่ยงอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟจาง ๆ และเสียงหัวเราะคึกคักจากโต๊ะข้าง ๆ แต่มันไม่ได้เข้าหู มิ้น เลยสักนิด ครูสาววัย 29 ปี ในชุดข้าราชการเรียบร้อยกำลังนั่งเช็กยอดส่งงานของนักเรียนอย่างเพลิน ๆ จนกระทั่งแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้เธอต้องละสายตาจากหน้าจอไอแพด“มิ้น... มิ้นจ๊ะ ว่างป่ะเนี่ย” ใยไหม เพื่อนสนิทตั้งแต่มหาวิทยาลัยพ่วงตำแหน่งเพื่อนร่วมงานขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่เบียด หน้าตาจิ้มลิ้มของเพื่อนดูมีความกังวลปนเกรงใจแบบแปลกๆ“ว่างดิ มีไรเปล่า ทำหน้าเหมือนจะมายืมตังค์” มิ้นแกล้งหยอกพลางเลิกคิ้วมอง“ไม่ใช่เรื่องตังค์... แต่เป็นเรื่องที่บ้านเราอ่ะ คืออาทิตย์หน้าพวกผู้ใหญ่เขาจะไปเที่ยวเขาใหญ่กันหมดเลย แล้วแบบ...” ใยไหมละคำพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนระดับสิบ“แล้ว..?”“คือเราไม่มีคนเลี้ยงหมาให้เลยอ่ะมิ้น จะเอาไปฝากที่ร้านก็น่าสงสาร เราขอฝากมันไว้ที่บ้านเธอได้ไหมอ่ะ บ้านเธอก็มีพื้นที่ แถมเธออยู่คนเดียวด้วย ไม่เหงาดีออกนะ”มิ้นชะงักไปนิด“หมาเหรอ? เธอไปแอบเลี้ยงตอนไหนเนี่ย”“เพิ่งรับมาไม่นานนี้เองเนี่ยแหละ” ใยไหมรีบเสริมทันควันเพราะก