Home / อื่น ๆ / เงาในออฟฟิศ / 6.ผู้ต้องสงสัยคนแรก(3)

Share

6.ผู้ต้องสงสัยคนแรก(3)

Author: Lee
last update publish date: 2026-08-03 14:36:40

ต้นยังคงจ้องภาพนิ่งบนจอมอนิเตอร์ไม่กะพริบ แม้ภาพจะเต็มไปด้วยเม็ดสัญญาณรบกวน แต่รายละเอียดของนาฬิกาสายโลหะสีเงินและถุงมือหนังสีดำข้างซ้ายกลับติดอยู่ในความคิดของเขาอย่างชัดเจน สารวัตรภาคินหันไปมองเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีแล้วถามทันที

“กู้ข้อมูลเพิ่มได้อีกไหม”

เจ้าหน้าที่ส่ายหน้าอย่างจนใจ “เครื่องบันทึกถูกตัดการทำงานแบบผิดปกติครับ เหมือนมีคนเข้าไปลบข้อมูลบางส่วน แต่ทำไม่หมดเพราะระบบปิดตัวก่อน”ภาคินขมวดคิ้วแน่น หากคนร้ายสามารถเข้าถึงระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทได้ นั่นหมายความว่าเขาต้องรู้โครงสร้างภายในอาคารเป็นอย่างดี หรือไม่ก็มีคนในช่วยเหลือ

“ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าระบบทั้งหมด ใครล็อกอินเครื่องแม่ข่ายช่วงหกโมงถึงหนึ่งทุ่ม ผมต้องการรายชื่อภายในสิบนาที” ครับสารวัตร”เจ้าหน้าที่รีบก้มหน้าพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ขณะที่ต้นยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ความรู้สึกหนักอึ้งยังไม่จางหาย เขาไม่เคยคิดเลยว่างานเอกสารที่ทำทุกวันจะพาเขาเข้ามาอยู่กลางคดีฆาตกรรมเช่นนี้

ทันใดนั้น เสียงวิทยุสื่อสารก็ดังขึ้น

“หน่วยค้นหาถึงสารวัตร พบสิ่งผิดปกติที่ชั้นดาดฟ้าครับ” ภาคินหยิบวิทยุขึ้นตอบทันที “พบอะไร”

“ประตูดาดฟ้าถูกเปิดทิ้งไว้ครับ และมีรอยโคลนหลายจุด”

“ผมกำลังขึ้นไป” ภาคินหันมาทางต้น “คุณอยู่ที่นี่”แต่ต้นกลับพูดขึ้นเบา ๆ “ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ” สารวัตรมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ห้ามแตะต้องอะไรเด็ดขาด”

ทั้งสองรีบขึ้นบันไดไปยังดาดฟ้า ลมแรงพัดเอาฝนละอองเล็ก ๆ เข้ามาปะทะใบหน้า ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม เมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยสายฝนไม่ต่างจากเมื่อหลายชั่วโมงก่อน บริเวณหน้าประตูดาดฟ้ามีตำรวจยืนกันพื้นที่ไว้แล้ว รอยรองเท้าหลายรอยปรากฏอยู่บนพื้นปูนที่เปียกน้ำ ส่วนใหญ่ถูกฝนชะล้างจนเลือน แต่ยังพอมองเห็นแนวการเดินได้

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังใช้แผ่นพลาสติกคลุมร่องรอยเอาไว้“สารวัตรครับ รอยรองเท้านี้น่าจะเป็นคู่เดียวกับที่พบหน้าห้องเก็บเอกสาร” ภาคินก้มลงมองอย่างละเอียด

“ทิศทางล่ะ”

“เดินมาจากบันไดครับ แต่ไม่มีรอยเดินกลับ”

คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง ต้นมองไปรอบดาดฟ้า อาคารสูงรายล้อมไปทุกด้าน ไม่มีสะพานเชื่อม ไม่มีทางลงอื่นนอกจากประตูบานเดียว

“เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำ

ภาคินเดินไปจนสุดขอบดาดฟ้า สายตากวาดมองลงไปด้านล่าง ก่อนจะหยุดตรงท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่มุมอาคาร

ตรงนี้”

เขาชี้ให้เจ้าหน้าที่ดู

เชือกไนลอนสีดำเส้นหนึ่งถูกตัดขาด เหลือเพียงปมที่ยังผูกติดกับฐานเหล็ก

เจ้าหน้าที่รีบถ่ายภาพทันที ดูเหมือนมีคนเคยผูกเชือกไว้ครับ”ภาคินใช้ไฟฉายส่องลงไปตามผนังอาคาร รอยถลอกใหม่หลายจุดปรากฏให้เห็นราวกับมีของแข็งเสียดสีกับปูน ส่งทีมลงไปตรวจด้านล่าง”

“ครับ”

ไม่ถึงสิบนาที วิทยุสื่อสารก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“สารวัตรครับ ด้านหลังอาคารพบเชือกไนลอนตกอยู่ในพุ่มไม้” ภาคินถอนหายใจช้า ๆ เก็บเป็นหลักฐาน”ดูเหมือนว่าคนร้ายอาจไม่ได้หลบหนีผ่านประตูหลักเลย ต้นยืนมองสายฝนที่โปรยลงมาอย่างต่อเนื่อง ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

“ถ้าคนร้ายหนีลงทางเชือก…”

ภาคินหันมามอง“…แปลว่าเขาเตรียมการไว้ก่อนเกิดเหตุ”สารวัตรพยักหน้าช้า ๆ

“ใช่ และนั่นหมายความว่าการฆาตกรรมครั้งนี้ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ”คำพูดนั้นทำให้ต้นรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีก็ดังขึ้น เขารีบวิ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าพร้อมโน้ตบุ๊ก

สารวัตรครับ ผมพบข้อมูลสำคัญ”

ทุกคนหันไปมอง ช่วงเวลา 18.24 น. มีการใช้รหัสผู้ดูแลระบบเข้าเครื่องแม่ข่าย”

“เป็นของใคร”เจ้าหน้าที่กลืนน้ำลาย “เป็นบัญชีของ…กิตติครับ”ต้นเบิกตากว้าง เป็นไปไม่ได้…ตอนนั้นกิตติยังทำงานอยู่” เจ้าหน้าที่พยักหน้า

ใช่ครับ แต่จากประวัติการใช้งาน รหัสผ่านถูกใช้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องการเงิน ไม่ใช่จากเครื่องของกิตติ”

ภาคินถามต่อทันที คนที่ใช้เครื่องนั้นมีใครบ้าง” เจ้าหน้าที่เปิดรายชื่อขึ้นมา

ตามสิทธิ์ใช้งาน มีสามคนครับ…กิตติ…วิชาญ…และผู้จัดการฝ่ายการเงิน”ภาคินจดชื่อทั้งสามลงในสมุดบันทึก ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ชื่อสุดท้าย

“ผู้จัดการฝ่ายการเงิน…”สมชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบพูดขึ้น “คุณประเสริฐกลับบ้านตั้งแต่ห้าโมงครึ่งครับ หลายคนเห็น”

ภาคินไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงพยักหน้าแล้วหันไปสั่งลูกน้อง

“ตรวจสอบคำให้การทั้งหมด อย่าเชื่อคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว”

ขณะทุกคนกำลังแยกย้ายกันทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือของภาคินก็ดังขึ้น เขารับสายเพียงไม่กี่วินาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ว่าไงนะ…”เขานิ่งฟังอีกครู่ ก่อนวางสายช้า ๆ ต้นมองด้วยความสงสัย เกิดอะไรขึ้นครับ” ภาคินเงยหน้าขึ้นมองสายฝน ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ทีมค้นหาพบตัววิชาญแล้ว”ต้นรีบถามทันที เขาอยู่ที่ไหน”

สารวัตรภาคินสบตาต้นโดยไม่ละสายตา

“อยู่ในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน…” เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนชะงัก…แต่เขาเสียชีวิตแล้ว” เสียงฟ้าร้องดังสนั่นเหนืออาคารในวินาทีนั้น ราวกับประกาศว่าคดีฆาตกรรมที่ทุกคนคิดว่ามีเหยื่อเพียงคนเดียว ได้กลายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์ และผู้ร้ายที่แท้จริงยังคงซ่อนตัวอยู่ภายในบริษัทแห่งนี้.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงาในออฟฟิศ   35.คนที่ไม่เคยตาย

    ปัง!เสียงปืนดังขึ้นในความมืดต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของสมอง เสียงปืนยังคงสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่มีวันจางหาย“สารวัตร!”ไม่มีเสียงตอบ ต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“สารวัตรภาคิน!”ความมืดเงียบสนิทจากนั้นไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้น วูบ…วูบ…วูบ…ทางเดินยาวตรงหน้ากลับว่างเปล่า ไม่มีภาคิน ไม่มีชายปริศนา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของกระสุนต้นหันกลับไปมองหน้าจอที่ติดอยู่บนผนังภาพบ้านหลังเดิมยังค้างอยู่ เด็กสามคนยืนอยู่หน้าบ้านแต่ตอนนี้มีเพียงสองคนต้นกับธีร์ เด็กคนที่สามหายไปแล้วต้นขมวดคิ้ว“เมื่อกี้มีสามคน…”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง “ใช่”ต้นหันกลับทันทีชายคนนั้นยืนอยู่ตรงปลายทางเดินแสงสีแดงส่องกระทบใบหน้าต้นมองเขาอย่างไม่กะพริบ ใบหน้าของชายคนนั้นคล้ายเขาแต่ไม่เหมือน T-01ไม่เหมือนธีร์ ไม่เหมือนต้น ดวงตาของเขามีบางอย่างที่ต้นไม่เคยเห็นในตัวใครความว่างเปล่า“นายคือใคร?”ชายคนนั้นยิ้ม“คำถามนี้พี่เคยถามผมแล้ว” ต้นกำปืนแน่น“ฉันไม่เคยเห็นนาย” “พี่เห็น” “ไม่เคย”“ทุกคืน”ต้นชะงัก ชายคนนั้นเดินเข้ามาช้า ๆ“ทุกครั้งที่พี่ฝันว่าตัวเองยืนอยู่ริมสระ”ต้นหน้าซีด“หยุด…”“ทุกครั้งที่พี่ได้ยินเ

  • เงาในออฟฟิศ   34.คนที่กลับมา

    ปัง!เสียงปืนจากนอกห้องดังขึ้นอีกครั้งต้นสะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับไปมองประตูเหล็กที่ปิดสนิท หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น“สารวัตร!”ไม่มีคำตอบ ต้นรีบวิ่งไปที่ประตู ใช้สองมือผลักมันเต็มแรง แต่ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย“เปิด!”เขาทุบประตูซ้ำ“สารวัตรภาคิน!” ความเงียบตอบกลับมา มีเพียงเสียงเครื่องจักรเบา ๆ ที่ดังอยู่ใต้พื้น ต้นค่อย ๆ ถอยออกมา หน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้ากะพริบอีกครั้ง ต้นจ้องข้อความนั้นด้วยความสับสน“ผมคือ T-02…”เสียงของเขาเองยังคงดังออกมาจากลำโพง “ถ้านายกำลังได้ยินเสียงนี้ แปลว่าฉันตายไปแล้ว” ต้นยกมือขึ้นกุมขมับ“นี่มันอะไรกัน…”ศักดิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมห้อง สีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังรอให้เขานึกอะไรบางอย่างออก“แกถามว่าความจริงคืออะไร” ต้นหันไปมอง“ผมอยากรู้ทุกอย่าง”ศักดิ์ชัยเงียบไปครู่หนึ่ง“แน่ใจหรือ”“ผมเสียเวลาอยู่ที่นี่มามากพอแล้ว”“ถ้ารู้แล้ว แกอาจอยากลืมมันอีกครั้ง”“ผมไม่สน” ศักดิ์ชัยหัวเราะเบา ๆ“เหมือนเดิมจริง ๆ” ต้นชะงัก“เหมือนเดิม?”“ดื้อ และคิดว่าตัวเองรับความจริงได้ทุกอย่าง”“พ่อรู้จักผมจริง ๆ หรือเปล่า?”คำถามนั้นทำให้ศักดิ์ชัยนิ่ง“รู้จักมากกว่าที่แกรู้จั

  • เงาในออฟฟิศ   33.พี่ชายที่ไม่ควรมีอยู่

    ปัง!เสียงปืนจากชั้น 47 ดังสนั่นจนพื้นใต้เท้าของต้นสั่นสะเทือน ความมืดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตาต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก มือที่ถือปืนกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“สารวัตร!” ไม่มีเสียงตอบ“สารวัตรภาคิน!”ยังคงเงียบ ต้นหันกลับไปทางชายสูงวัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีชายชราไม่มีรูปถ่าย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีใครยืนอยู่ มีเพียงความมืดและเสียงหายใจของตัวเองต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“ภาคิน…”ทันใดนั้นแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้นทีละดวง วูบ…วูบ…วูบ…แสงสีแดงส่องทางเดินเป็นช่วง ๆ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ต้นต้องกลั้นหายใจ พื้นเต็มไปด้วยรอยเลือดแต่ไม่มีศพไม่มีปลอกกระสุน ไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนัง ต้นค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า “สารวัตร?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง “อย่าขยับ”ต้นชะงักทันทีเขาจำเสียงนั้นได้ภาคินต้นค่อย ๆ หันกลับไปสารวัตรยืนอยู่ปลายทางเดิน ปืนถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังเขา“วางปืนลง”ต้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ“เมื่อกี้คุณหายไปไหน?”“วางปืนลงก่อน”“ผมถามว่าคุณหายไปไหน!”ภาคินไม่ตอบ ต้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อเชิ้ตยังขาดเป็นริ้ว แขนข้างเ

  • เงาในออฟฟิศ   32.คนที่ตายไปแล้ว

    เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของต้น“ครั้งนี้…อย่าฆ่าผิดคน”ต้นยืนตัวแข็งอยู่กลางห้องบัญชี ปืนในมือสั่นเล็กน้อย สายตาจับจ้องชายสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคนแรกคือสารวัตรภาคิน เสื้อเชิ้ตของเขาขาดเป็นริ้ว ใบหน้าด้านหนึ่งเปื้อนเลือดจนแทบมองไม่เห็นสีผิว แขนข้างหนึ่งห้อยลงอย่างผิดธรรมชาติ แต่เขายังคงยืนอยู่และในอ้อมแขนของเขา…คือร่างของกิตติดวงตาของกิตติปิดสนิท ใบหน้าซีดขาว รอยเลือดไหลลงมาตามขมับ ก่อนหยดลงบนพื้นทีละหยด หยด…หยด…หยด…แต่คนที่ทำให้ต้นไม่สามารถขยับได้คือชายที่ยืนอยู่ด้านหลังภาคินเขามีใบหน้าเหมือนต้นทุกประการเหมือนกับชายที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนต้นยกปืนขึ้น“แก…” ชายอีกคนไม่ตอบเขาเพียงยืนมองต้นผ่านศูนย์เล็งของปืนในมือภาคินค่อย ๆ วางร่างกิตติลงกับพื้น“ต้น” เสียงของภาคินแหบพร่า“อย่ายิง”ต้นไม่ลดปืน“สารวัตรเป็นอะไร?”ภาคินก้มมองแขนตัวเอง“ฉันไม่รู้”“เลือดนั่น…”“ไม่ใช่เลือดของฉัน” ต้นชะงักภาคินเงยหน้าขึ้น“และไม่ใช่เลือดของกิตติ” อะไรนะ?”ภาคินเดินเข้ามาช้า ๆ“มันเป็นเลือดที่ระบบสร้างขึ้นมา” ต้นมองร่างกิตติบนพื้น“แล้วเขาตายหรือยัง?”ภาคินไม่ตอบต้นกำปืนแน่นขึ้น“ผมถา

  • เงาในออฟฟิศ   31.คืนแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น(4)

    ปัง!เสียงปืนดังสนั่นจนต้นสะดุ้งสุดตัว ควันสีขาวลอยออกจากปลายกระบอกปืนในมือของชายตรงหน้า แต่ไม่มีเลือด ไม่มีร่างใครล้มลง และไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนังต้นยืนแข็งอยู่กับที่ชายที่มีใบหน้าเหมือนเขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้า“ตกใจเหรอ?”ต้นยกปืนขึ้นเล็งตรงกลางหน้าผากของอีกฝ่าย“เมื่อกี้แกยิงอะไร?”“ความทรงจำ”“หมายความว่าอะไร?”ชายคนนั้นถอนหายใจ ก่อนวางปืนลงบนโต๊ะ กระสุนที่นายเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่กระสุนจริง มันเป็นเพียงเหตุการณ์ที่ระบบต้องการให้นายเชื่อว่าเกิดขึ้น”ต้นไม่ลดปืน“แกเป็นใคร?”ฉันบอกไปแล้ว”“ฉันไม่เชื่อ”“นายไม่เคยเชื่อฉันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้ต้นชะงัก ชายตรงหน้าค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาดูเหมือนต้นทุกอย่าง ทั้งใบหน้า รูปร่าง น้ำเสียง แม้กระทั่งรอยแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อมือซ้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปคือดวงตา ดวงตาคู่นั้นเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายปี“ฉันคือต้นจากครั้งที่สาม”“ครั้งที่สาม?”“ใช่”ชายคนนั้นเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา“และนายคือต้นจากครั้งแรก”ต้นขมวดคิ้ว“ฉันไม่เข้าใจ”“เพราะความทรงจำของนายถูกตัดออก”แฟ้มถูกเปิดออกด้านในเต็มไปด้วยรูป

  • เงาในออฟฟิศ   30.คืนแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น(3)

    “พี่เปิดประตู แล้วทุกคนตายหมด”ต้นจ้องเด็กชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ มือของเด็กกำปืนแน่นจนปลายนิ้วซีด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อาวุธในมือเล็ก ๆ นั้นมันคือสายตา สายตาของเด็กชายไม่ได้เหมือนเด็กวัยเจ็ดขวบเลย มันเต็มไปด้วยความรู้เหมือนเด็กคนนี้เคยเห็นสิ่งที่ต้นกำลังจะเห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน“นายรู้ได้ยังไง…”เด็กชายไม่ตอบ นายเป็นใคร?”เด็กชายก้มมองปืนในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“ผมบอกพี่แล้ว”อะไร?”ผมคือพี่”ต้นนิ่งไป ไม่ใช่…”พี่จำไม่ได้หรอก”เด็กชายเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวกึก…กึก…กึก…ทุกครั้งที่เท้าของเด็กแตะพื้น เสียงรอบตัวกลับเงียบลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดต้นไม่ได้ยินแม้แต่เสียงระบบที่กำลังทำงานอยู่คืนนี้พี่เคยเปิดประตูมาแล้ว”ต้นส่ายหน้าฉันไม่เคย…”เคย”เด็กชายยกปืนขึ้นชี้ไปที่ประตูห้องบัญชี แล้วพี่ก็เสียทุกคนไป”ต้นหันไปมองประตู ประตูไม้สีเทายังคงปิดสนิทแต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงเสียงโทรศัพท์ดังออกมา มีเสียงบางอย่างดังมาจากด้านในเสียงคนเดินหลายคน กึก…กึก…กึก…จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นต้น…”ต้นจำได้ทันที กิตติ ช่วยฉันด้วย…”ต้นกำกระดาษที่อยู่ในมือแน่นขึ้น เสียงเมย์ตามมา ต้น เปิดประตูสิ…”จ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status