LOGINซีเมยพยายามยันตัวขึ้นนั่งบนเตียงไม้แข็งๆ ที่มีเพียงฟางรองไว้ใต้เสื่อขาดๆ เธอสำรวจไปรอบๆ ห้อง ผนังดินปั้นที่มีรอยร้าวร่องแหว่ง หลังคามุงหญ้าที่ดูเหมือนจะกันฝนไม่ได้ นี่มันยิ่งกว่าคำว่า "ยากจน" เสียอีกนะนี่ "น้ำ... ขอน้ำหน่อย" เธอส่งเสียงแหบพร่า หลี่เทียนรีบกุลีกุจอไปหยิบขันดินเผาใบเก่าที่มีรอยบิ่นมาประคองให้เธอค่อยๆ ดื่ม สายตาของเขามองเธอด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
View Moreท่ามกลางแสงสีสลัวของตึกสูงระฟ้าในมหานครที่ไม่เคยหลับใหล **เฉียวซีเมย**
ยืนอยู่บนดาดฟ้าเพียงลำพัง ในมือของเธอมีแก้วไวน์ราคาแพงและรางวัล "นักขายทองคำแห่งปี" วางอยู่ข้างกาย ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเข้มแข็งที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์และการค้าขายทองคำ ผู้ที่สามารถปิดการขายระดับพันล้านได้เพียงแค่ขยับปาก จะมีความลับที่กัดกินใจอยู่เสมอเธอไม่มีใครเลย... ไม่มีพ่อแม่ที่รออยู่ที่บ้าน ไม่มีพี่น้องให้ปรึกษา และไม่มีคนรักให้โอบกอด แสงไฟจากบ้านเรือนนับพันเบื้องล่างนั้นดูอบอุ่น แต่มันกลับไม่มีดวงไหนเลยที่ส่องสว่างเพื่อต้อนรับการกลับไปของเธอ
*"ถ้าความสำเร็จมันแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวขนาดนี้... มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ"*
นั่นคือความคิดสุดท้ายก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลง พร้อมกับความรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกฉุดกระชากลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่เย็นเฉียบ
"น้องสาว! น้องสาวตื่นเถอะ อย่าทิ้งข้าไปแบบนี้เลยนะ!" เสียงร้องไห้โฮที่ดูซื่อบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังระงมอยู่ข้างหูซีเมยพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง
สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง แต่เป็นกลิ่นสาบดิน กลิ่นหญ้าแห้ง และกลิ่นอับชื้นของบ้านไม้เก่าๆ เธอสำลักน้ำออกมาหลายอึกความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วปอด
เมื่อภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจน เธอเห็นชายหนุ่มร่างยักษ์คนหนึ่ง ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยดิน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าที่เขาใส่ทำจากผ้าป่านเนื้อหยาบที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วน เขากำลังกุมมือเธอไว้แน่นด้วยมือที่หยาบกร้านแต่สั่นเทา
น้องสาว! เจ้าฟื้นแล้ว! ท่านแม่... ท่านแม่! น้องสาวฟื้นแล้ว!" ชายผู้นั้นตะโกนดีใจเหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นสำคัญคืนมาซีเมยขมวดคิ้วด้วยความสับสน 'น้องสาว? ใครคือน้องสาว? แล้วฉันอยู่ที่ไหน?'
ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็พุ่งเข้าสู่สมองของเธออย่างรุนแรงจนแทบจะทำให้สลบไปอีกรอบ ข้อมูลของร่างนี้ไหลวนอยู่ในการรับรู้: ร่างนี้ชื่อ *เฉียวซีเมย* เหมือนกับเธอ อายุเพียง 20 ปี เป็นกำพร้าที่หนีภัยแล้งมาจากแดนไกลเมื่อสิบปีก่อน จนมาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านลี่เหอแห่งนี้ และเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอเพิ่งจะถูกส่งตัวมาแต่งงานกับ *หลี่เทียน* ชายผู้ที่ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างพากันหัวเราะเยาะและ ตราหน้าว่า "คนโง่ตระกูลหลี่"
เจ้าของร่างเดิมเกลียดชังความยากจนและเกลียดสามีที่ซื่อบื้อคนนี้เข้าไส้
เธอพยายามจะหนีตามชายชู้ที่เป็นนักเลงในเมืองไป แต่กลับถูกหลอกมาทิ้งไว้ที่
ริมแม่น้ำจนพลัดตกน้ำไป และนั่นคือจุดจบของเฉียวซีเมยคนเก่า... และจุดเริ่มต้นของนักขายมือทองสาวในร่างใหม่
ซีเมยพยายามยันตัวขึ้นนั่งบนเตียงไม้แข็งๆ ที่มีเพียงฟางรองไว้ใต้เสื่อขาดๆ เธอสำรวจไปรอบๆ ห้อง ผนังดินปั้นที่มีรอยร้าวร่องแหว่ง หลังคามุงหญ้าที่ดูเหมือนจะกันฝนไม่ได้ นี่มันยิ่งกว่าคำว่า "ยากจน" เสียอีกนะนี่
"น้ำ... ขอน้ำหน่อย" เธอส่งเสียงแหบพร่า
หลี่เทียนรีบกุลีกุจอไปหยิบขันดินเผาใบเก่าที่มีรอยบิ่นมาประคองให้เธอค่อยๆ ดื่ม สายตาของเขามองเธอด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"น้องสาว... ข้าขอโทษ ข้าดูแลเจ้าไม่ดี เจ้าถึงได้อยากหนีไป" หลี่เทียนก้มหน้าลง น้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือของตัวเอง "ข้ามันโง่ ข้าหาเงินไม่เก่ง ข้าทำให้เจ้าต้องลำบาก... แต่เจ้าอย่าไปอีกเลยนะ ถ้าเจ้าตายไป ข้าจะอยู่กับใคร"
ซีเมยจ้องมองชายตรงหน้า เธอเป็นนักขายที่ผ่านคนมาทุกรูปแบบ เพียงแค่แวบเดียวเธอก็ดูออกว่าแววตาของหลี่เทียนนั้นสะอาดบริสุทธิ์เพียงใด เขาอาจจะดูเชื่องช้า ดูไม่ทันคน แต่มันคือความซื่อสัตย์ที่หาไม่ได้ในโลกที่เธอจากมา
ในโลกเก่า เธอมีทุกอย่างแต่ไม่มีใครรักเธอจริง แต่ในโลกนี้ เธอไม่มีอะไรเลย... นอกจากชายโง่ๆ คนหนึ่งที่พร้อมจะร้องไห้ปานจะขาดใจตายเพื่อเธอ
*"เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์ส่งฉันมาที่นี่ แทนที่จะไปเกิดใหม่ในนรก... ฉันก็จะขอใช้ชีวิตในฐานะเฉียวซีเมยคนนี้ดูสักตั้ง"*
แต่ความจริงที่โหดร้ายก็ปรากฏขึ้นทันที เมื่อท้องของเธอส่งเสียงประท้วงออกมา
ดังลั่น หลี่เทียนทำหน้าเลิ่กลั่ก เขาเดินไปที่ตะกร้าใบเล็กมุมห้องแล้วหยิบหัวมันเผาเล็กๆ ที่เหลืออยู่เพียงครึ่งหัวมาวางบนมือเธอ
20 ปีต่อมา...แสงตะวันยามเช้าทาบทอลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองของพระราชวังฤดูร้อนแห่งใหม่ ณ เมืองหลวงลี่เหอ ทว่าทัศนียภาพรอบเมืองกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถนนหนทางถูกปูด้วยคอนกรีตเรียบกริบ มีรถลากที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำและฟันเฟืองวิ่งขวักไขว่ สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกแถวทรงยุโรปผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันออกอย่างลงตัว มีโรงเรียนสถานพยาบาล และหอสมุดประชาชนตั้งอยู่ทุกหัวระแหงบนยอดหอคอยสูงกลางเมือง ชายหนุ่มรูปงามในชุดบัณฑิตสีขาวขลิบทองยืนทอดสะพานมองดูความรุ่งโรจน์เบื้องล่าง ดวงตาของเขาเป็นประกายสีรุ้งจางๆ ยามต้องแสงแดด—เขาคือ หลี่จวิน ทายาทเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่และสตรีคลังทองหลวง"ท่านแม่บอกไว้ไม่ผิดจริงๆ... ความรู้คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด" หลี่จวินพึมพำพลางปิด 'แท็บเล็ตหินหยก' ที่ถูกพัฒนามาจากเทคโนโลยีระบบของแม่เขาที่จวนแม่ทัพพยัคฆ์คำรามซึ่งบัดนี้ขยายกว้างขวางและร่มรื่นราวกับอุทยานสวรรค์ หลี่เทียน ในวัยกลางคนที่ยังคงความสง่างามและน่าเกรงขาม กำลังนั่งจิบชาอยู่ใต้ต้นเหมยข้างกายสตรีที่เขารักสุดหัวใจ เฉียวซีเมย ในวันนี้แม้จะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลา ประดับที่หางตา แต่นางยังคงดูอ่อนเยาว์แ
แสงไฟนีออนหลากสีสันบนถนนสุขุมวิทสะท้อนกับกระจกรถตู้คันหรูที่กำลังมุ่งหน้าสู่ย่านบันเทิงที่ทันสมัยที่สุด ภายในรถฮ่องเต้หยวนหมิง ทรงฉลองพระองค์ในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ตัดเย็บประณีตจนดูเหมือนมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ส่วน หลี่เทียน สวมเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบน เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่ทำให้สาวๆ ในโลกปัจจุบันต้องเหลียวมอง"เมยเมย... เจ้าบอกว่าสถานที่ที่เรากำลังจะไป เรียกว่า 'บาร์' งั้นหรือ? มันเหมือนโรงเตี๊ยมที่มีเหล้านารีแดงขายหรือไม่?" ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความสนพระทัยพระเนตรเป็นประกายระยิบระยับเฉียวซีเมย หัวเราะเบาๆ คืนนี้เธอแต่งตัวเรียบหรูแต่เซ็กซี่ เพราะไม่ได้พาลูกชายมาด้วย(โดยมีท่านแม่หลี่คอยเลี้ยงดูอยู่ที่เพนท์เฮาส์) "มันคล้ายกันเพคะฝ่าบาท แต่มันมี 'ดนตรี' ที่เร้าใจกว่า และมีน้ำเปลี่ยนนิสัยที่รสชาติแปลกใหม่ที่เรียกว่า 'ค็อกเทล' ค่ะ"เมื่อรถจอดสนิทหน้า Rooftop Bar ชื่อดังบนตึกสูง 60 ชั้น ทั้งคู่ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม พนักงานต้อนรับต่างพากันโค้งคำนับเพราะรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาของทั้งสองคน แม้จะอยู่ในชุดสากลแต่กลิ่นอายของจอมคนก็ไม่อาจซ่อนได้ แต่หน้าเสียดายที่ระบบไม่ได้พาไปเมืองจีนฮ่องกงหรือไต
เช้าวันแรกในกรุงเทพมหานครปี 2026 แสงแดดสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของเพนท์เฮาส์สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฮ่องเต้หยวนหมิง ทรงตื่นบรรทมด้วยเสียงประหลาดที่ไม่ใช่เสียงนกหรือเสียงระฆังวังหลวง แต่เป็นเสียง "เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ" ที่ซีเมยสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนพระองค์ทรงก้าวลงจากเตียงนุ่มหลังใหญ่ด้วยความงุนงง ทรงทอดพระเนตรเห็นหลี่เทียน ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปและกางเกงยีนส์ (ที่ซีเมยบังคับให้ใส่) กำลังยืนจ้องมอง "โทรทัศน์" ที่ฉายข่าวพยากรณ์อากาศด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังวิเคราะห์แผนที่ศึก"หลี่เทียน... เจ้าดูนั่นสิ สตรีในกระจกนั่นนางพูดกับเราได้จริงๆ ด้วย นางบอกว่าวันนี้ฝนจะตกในเขตบางนา... บางนาคือที่ใดกัน?" ฮ่องเต้ทรงถามด้วยความฉงน"กระหม่อมก็ไม่ทราบพะย่ะค่ะฝ่าบาท แต่เมยเมยบอกว่ามันคือ 'กล่องวิเศษ' ที่รวมความรู้ทั่วโลกไว้" หลี่เทียนตอบพลางพยายามจะหยิบรีโมทขึ้นมาดู แต่กลับไปกดโดนปุ่มเปลี่ยนช่องกลายเป็นรายการ 'มวยไทย' จนพระองค์และแม่ทัพใหญ่ถึงกับสะดุ้งโหยง เฉียวซีเมย เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับทารกน้อย หลี่จวิน ที่อยู่ในรถเข็นเด็กไฮเทค นางสวมชุดเดรสสีครีมดูเรียบหรู "อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกท่
หลังจากผ่านพ้นคืนพระจันทร์สีเลือดและการถือกำเนิดของ หลี่จวิน น้อย จวนแม่ทัพพยัคฆ์คำรามก็กลายเป็นสถานที่ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ทารกน้อยหลี่จวินเติบโตเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแค่หนึ่งเดือนเขาก็เริ่มจำหน้าผู้คนและส่งยิ้มที่ดูราวกับเข้าใจทุกอย่างที่ผู้ใหญ่พูด ซึ่งซีเมยรู้ดีว่าเป็นผลมาจากระบบที่ถ่ายโอนฐานข้อมูลเข้าสู่จิตใต้สำนึกของลูกชายแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือรางวัลพิเศษที่ระบบมอบให้... 'ประตูผ่านทางสองโลก' เฉียวซีเมย นั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนา เบื้องหน้าของเธอคือหน้าต่างระบบที่เปล่งประกายสีทองเจิดจ้ากว่าครั้งไหน ๆ[ ติ๊ง! ระบบเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายมิติครั้งแรก ][ เงื่อนไขการเดินทาง: สามารถนำบุคคลย้อนยุคไปได้ไม่เกิน 5 ท่าน ][ รายชื่อผู้มีสิทธิ์ (แนะนำโดยระบบ): 1. หลี่เทียน (สามี/แม่ทัพใหญ่), 2. ฮ่องเต้หยวนหมิง (พันธมิตรสูงสุด), 3. ท่านแม่หลี่ (ผู้อาวุโส), 4. เสี่ยวหลง (ผู้ช่วยมือขวา), 5. ทารกน้อยหลี่จวิน (สายเลือดระบบ) ]ซีเมยยิ้มกว้างเมื่อเห็นรายชื่อ "นอกจากลูกและสามีแล้ว ถ้าพาฝ่าบาทไปด้วยได้ แผ่นดินนี้จะยิ่งก้าวกระโดดไปไกลแน่ ๆ"เย็น
ท้องทะเลสีครามเข้มยามนี้ดูสงบนิ่งจนน่าประหลาด ราวกับผืนกระจกขนาดมหึมาที่รองรับท้องฟ้ากว้าง ทว่าภายใต้ความราบเรียบนั้น กลับมีคลื่นความถี่ลึกลับที่ส่งตรงเข้าสู่ระบบของ เฉียวซีเมย อย่างต่อเนื่อง กองเรือพาณิชย์ 'รัญจวนวารี' ลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรทางทิศตะวันออก ไกลห่างจากชายฝั่งไห่หนานมาหลายร้อยลี้"เมย
บรรยากาศยามค่ำคืนที่ริมอ่าวไห่หนานถูกประดับประดาด้วยแสงโคมระย้าที่สะท้อนกับผิวน้ำทะเลดูงดงามจับตา งานเลี้ยงฉลองการเปิดตัว 'ศูนย์กลางการประมูลอาหารทะเล' ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในจวนพักรับรองของเจ้าเมือง ใต้เท้าเหอ เดินยิ้มร่าต้อนรับแขกเหรื่อที่เป็นขุนนางท้องถิ่นและพ่อค้าใหญ่ ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่ดูใจ
หลังจากผ่านพ้นน้ำผึ้งพระจันทร์ที่แสนหวานในจวนแม่ทัพได้ไม่นาน เฉียวซีเมย ก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาแห่งความสุขทำให้เธอลืมจิตวิญญาณของนักธุรกิจ มือเรียวเล็กของเธอขยับพู่กันวาดเส้นทางบนแผนที่กางออกเต็มโต๊ะทำงาน แผนที่นี้ไม่ใช่แผนที่ทางทหารของกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่เป็น "แผนที่ขุมทรัพย์ทางการค้า" ที่เธอก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านไหมสีนวลเบาๆ ภายในจวนแม่ทัพพยัคฆ์คำราม บรรยากาศวันนี้ดูจะรื่นรมย์กว่าทุกวัน กลิ่นหอมของดอกพิกุลและกุหลาบ ที่ เฉียวซีเมย สั่งปลูกไว้รอบเรือนส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่ว หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่หุบเขาพันหมอกมาได้หนึ่งสัปดาห์ ร่างกายของ ซีเมยก็ฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์ด้วยการบำร