登入หญิงสาวตัดสินใจยื่นริมฝีปากเรียวของตนมาแนบกับริมฝีปากอุ่นของชานนท์ เพียงเท่านั้นแหละราวกับคลื่นแม่เหล็กที่ถูกดูดดึงเข้าหากัน จากนั้นเพียงไม่นานเสียงครวญครางเสียงหอบกระเส่าของทั้งคู่ดังก้องไปทั่วห้อง ทุกการกระทำของทั้งสองถูกบันทึกไว้ในมือถือของสายใจ จนพอใจแล้วจึงรีบหมุนตัวเดินลงไป ก่อนจะมีใครมาเห็นเข้า เมื่อแพรทองแย่งคนที่เธอรัก เธอจะทำให้แพรทองอับอายคนทั้งจังหวัดเลยคอยดู สายใจคิดในใจอย่างเคียดแค้นกรุงเทพฯ เรณุกาช่วยทำกายภาพบำบัดให้กับพันตรีธนชาติแทนพยาบาลพิเศษที่ลากลับบ้าน โดยมีพ่อเลี้ยงอัคราคอยช่วยอีกแรง ทำให้เขาได้เห็นความอดทนของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทุ่มเทให้กับบิดาของตน จึงรู้สึกละอายใจยิ่งนักกับสิ่งที่เคยทำเรื่องเลวร้ายลงไปกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้า“ขอบใจนะ” ชายหนุ่มพึมพำบอกหญิงสาว หลังจากพาบิดาลงไปนั่งเรียบร้อยแล้ว“ไม่ต้องขอบใจหรอกค่ะ เพราะฉันเองก็อยากให้คุณพ่อกลับมาเดินได้โดยเร็ว” จบคำพูดหญิงสาวก็ทรุดตัวลงน
“ค่ะคุณพ่อ” เรณุกาขานรับแล้วขยับตัวลุกขึ้น เดินออกไปพร้อมกับปกรณ์ โดยมีสายตาของพ่อเลี้ยงอัครามองตามไปจนสุดสายตา“อัครพ่อขอล่ะเรื่องหนูเรย์” พันตรีธนชาติเอ่ยขึ้นหลังจากบุตรบุญธรรมเดินหายออกไปจากประตู“ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ มีแต่เรย์เท่านั้น ที่คอยทำร้ายจิตใจผม ไม่แคร์ผมเลยสักนิด” ชายหนุ่มตัดพ้อต่อว่าด้วยความน้อยใจ“คุณหนูไม่ได้รักคุณหนูเรย์จะมาแคร์ทำไมล่ะคะ” ป้าแจ่มจันทร์เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ“รักสิครับ ผมรักเธอ แต่เรย์เขาไม่ยอมเชื่อ”“จริงเหรอคะเนี่ย ป้าไม่เคยทราบมาก่อน” นางยกมืออวบๆ ขึ้นทาบอกด้วยอารามดีใจ จนลืมไปว่าเรณุกาไม่ใช่สาวโสดเหมือนก่อน“ครับ เรย์ก็ทราบ แต่เขาไม่ยอมเชื่อ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยแววตาวิตกกังวล“จะให้เขาเชื่อได้ยังไง ในเมื่ออัครไปทำร้ายเขาซะขนาดนั้น และอัครก็เคยรักกับหนูแพรมาก่อน แน่นอนที่เขาจะไม่มั่นใจ”“ผมกำลังพิสูจน์ครับ พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าผมมีความรักให้อย่างแท้จริง และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”&
เช้ามืดของวันต่อมา พ่อเลี้ยงอัครารู้สึกตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าด้วยใบหน้าที่ไม่แจ่มใสนัก เพราะมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดตลอดทั้งคืน ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินออกมายืนที่ระเบียงห้องเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าให้รู้สึกผ่อนคลายบ้าง จึงเหลือบเห็นเรณุกากับป้าแจ่มจันทร์กำลังช่วยกันยกของขึ้นท้ายรถ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว ลงมาด้านล่าง หวังว่าหญิงสาวจะยังไม่ขับรถออกไปเสียก่อน“คุณหนูตื่นแต่เช้าเลยนะคะ” ป้าแจ่มจันทร์กล่าวทักทายชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ครับ ว่าแต่กำลังจะไปไหนกันแต่เช้าครับ” ชายหนุ่มแกล้งถามกลับไป ทั้งที่รู้แก่ใจว่ากำลังเตรียมตัวไปที่วัด“ไปวัดค่ะ คุณหนูเรย์จะไปทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในวันเกิดค่ะ เอ่อ...คุณหนูจะไปด้วยกันมั้ยคะ”“ไปครับ ผมก็อยากจะทำบุญให้คุณแม่เหมือนกัน” ชายหนุ่มรีบตอบรับทันที พลางส่งสายตาให้ร่างบางราวกับขออนุญาต เขาอยากมีโอกาสได้ทำบุญร่วมกับเรณุกาสักครั้ง
“ครับคุณพ่อ” อัคราขานรับเพียงสั้นๆ แต่ใจเต้นแรงที่มารับรู้ว่าเรณุกานั้นมีใจให้กับตน มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ชายหนุ่มนั่งคุยกับบิดาไม่นานก็ขอตัวกลับห้องนอน ช่วงจังหวะเปิดประตูออกมาเจอกับเรณุกากำลังเดินขึ้นมาพอดี ทั้งคู่ถึงกับชะงักนิ่งงันไปชั่วขณะ แต่เรณุกาเป็นฝ่ายที่ดึงสติได้ก่อน แล้วรีบสาวเท้าเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของตนทันที เพราะไม่อยากพบหน้า หรือพูดคุยกับพ่อเลี้ยงอัคราอีก ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวด“คุยกันก่อนได้มั้ย” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นผะแผ่ว มองแผ่นหลังบางอย่างโหยหาชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนหน้ามีแต่ความเกลียดชัง มีวิธีไหนที่จะทำให้เธอต้องเสียน้ำตาเขาพร้อมที่จะลงมือทำทันที“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก” หญิงสาวกล่าวเสียงสั่น ทั้งๆ ที่พยายามควบคุมตัวเองไว้สุดฤทธิ์ ไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาให้อีกฝ่ายเห็น ฝ่ามือเรียวสั่นไหวขณะที่หมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าห้องนอน แต่ไม่ทันได้ขยับปลายเท้าก้าวเข้าห้องก็ถูกชายหนุ่มสวมกอดจากด้านหลัง คำสอนหรือคำตักเตือนของบิดาถูกลบเลือนไปตั้งแต่ที่เห
“หนูเรย์คงไม่ต้องการหรอก ตอนนี้สภาพจิตใจหนูเรย์ดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน งานนี้ต้องขอบคุณตากรณ์เขาล่ะ” เมื่อได้ยินชื่อที่หลุดออกมาจากปากของบิดา ทำเอาคนฟังหัวใจกระตุกวูบโดยไม่ทราบสาเหตุ“หมายความว่ายังไงครับ” ชายหนุ่มถามสวนกลับไปทันควัน ประหนึ่งว่ากลัวใครจะแย่งพูด“ก็หนูเรย์กับตากรณ์ตกลงคบหากันแบบคนรัก พ่อเชื่อว่าความดีในตัวตากรณ์กับความรักที่มอบให้ จะทำให้หนูเรย์ลืมความเจ็บปวดในใจสักวันหนึ่ง”พันตรีธนชาติกล่าวพลางยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง แต่บุตรชายท่านกลับนิ่งอึ้ง เหมือนถูกอะไรทุบศีรษะเข้าอย่างจัง ภาพความใกล้ชิดในอดีตเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในความคิด ความหวงในตัวเรณุกาเข้ามาทวีคูณ บอกคำเดียวว่าหวงทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ในตัวหญิงสาวแล้ว และตนกำลังมีพันธะผูกพันกับผู้หญิงที่เขาเลือก แต่ทว่าเสียงของบิดาดึงสติชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง“ตกลงอัครจะมาวันไหน พ่อจะให้นายนพขับไปรับที่สนามบิน”“ผมตั้งใจจะขับรถไปเองครับ คงถึงวันศุกร์ตอนเย็นๆ” ทั้งที่จริงแล้วพ่อเลี้ยงอัคราไม่มีงานสัมมนาอย่างที่กล่าวอ้าง เขาแค่อยากม
“เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณเรย์ถึงตกลงไปแบบนั้น”“ฉันก็ไม่รู้ แพรเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรณุกาถอยเท้าหรือลื่นกันแน่ เรณุกาก็ไม่ยอมบอกถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นได้แต่กรีดร้องกล่าวหาว่าฉันอยากให้ลูกตาย แต่เรณุการู้ได้ยังไงว่าฉันเคยคิดที่จะให้เขาไปทำแท้ง แกบอกเขาไปใช่มั้ยหมอ”“ฉันเปล่านะ จำวันที่แกโทร.ให้ฉันมาตรวจอาการคุณเรย์ที่กระท่อมได้มั้ย เราถกเถียงกันเรื่องแก้แค้นและเธอก็ได้ยินในสิ่งที่แกพูดทั้งหมด ผลสุดท้ายก็ย้อนกลับมาทำร้ายแกเอง”“ฉันกำลังได้รับผลกรรมนั้นแล้วหมอ ตอนนี้เรณุกาเขาเกลียดฉันจนไม่อยากจะมองหน้า” แค่คิดเท่านั้นหัวใจก็กระตุกวูบ“เรื่องนี้ฉันไม่มีความคิดเห็นเพราะไม่อยากจะตอกย้ำกับเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าแต่แพรรู้มั้ยว่าแกเป็นพ่อของลูกในท้องคุณเรย์”“อืม...” พ่อเลี้ยงรับคำเพียงสั้นๆ“คงไม่ใช่เหตุผลนี้นะ ที่ทำให้แพรหนีหน้าแกไปน่ะ” แพทย์หนุ่มตั้งข้อสงสัย“ไม่ใช่หรอก แพรเข้าใจดีทุกอย่าง แต่พักหลังฉันมัวแต่ทำงานในไร่ จนไม่สนใจเรื่องเตรียมงานแต่ง เขาก็คงน







