Masuk“เป็นใบ้หรือไงถึงไม่ตอบน่ะ และถูให้มันทั่วตัวหน่อยสิ ด้านหน้าด้วย” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกระชากร่างบางมาด้านหน้า จนตกลงไปนั่งในอ่างอาบน้ำโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ตามด้วยเสียงหวีดร้อง ตกใจสุดขีด พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ถูกพ่อเลี้ยงหนุ่มรั้งตัวให้มานั่งบนตักแกร่ง
“พ่อเลี้ยงปล่อยสิ มารั้งไว้แบบนี้ฉันจะลุกขึ้นได้ยังไงกัน”
“นั่งแบบนี้น่ะดีแล้ว จะได้ถูได้สะดวกหน่อย” ชายหนุ่มเผลอยิ้มกริ่ม เมื่อมีคนตัวนิ่มนั่งอยู่บนตัก
“แต่ฉันไม่ถนัดนี่” ดวงหน้าหวานกล่าวแย้งเสียงเขียวขุ่น และรู้สึกอับอายที่ต้องมาอยู่กับชายหนุ่มในสภาพนี้
“ไม่ถนัดเหรอ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าแรงๆ
“งั้นทำแบบนี้ จะได้ถนัดขึ้น” ชายหนุ่มกล่าวจบ ก็ปลดชุดนอนลายการ์ตูนที่เปียกชุ่มออกจากร่างบางในเวลาไม่กี่นาที ตามด้วยชิ้นเล็กอย่างช่ำชอง แม้เจ้าของร่างจะพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่ไม่สำเร็จ
“อืม...” เสียงห้าวแหบครางออกมาด้วยความพึงพอใจกับเรือนร่างอันเย้ายวนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
“ทำหน้าที่เธอสิเรณุกา” เสียงแหบพร่ากระซิบเบาๆ พลางกวาดสายตามองทรวงอกอิ่มทรงสวยทั้งสองข้างอย่างละลานตา จนห้ามใจไม่ไหว เอื้อมมือมาวางแล้วบีบคลึงเบาๆ ด้วยความเสน่หา
“ฮื้อ...อย่าค่ะพ่อเลี้ยง” หญิงสาวรีบปัดมือใหญ่ออกเป็นพัลวัน
“อย่ามาเล่นตัวหน่อยเลย เพราะยังไงคุณค่าในตัวเธอมันก็ไม่เหลืออยู่แล้ว ลืมไปแล้วหรือไง ว่าเธอกำลังอยู่ในตำแหน่งนางบำเรอ และอย่าให้ฉันต้องอารมณ์เสีย”
ชายหนุ่มพูดเน้นย้ำกับตำแหน่งที่แสนอัปยศให้แก่หญิงสาว พร้อมรอยยิ้มเหยียดหยันที่ปรากฏขึ้นเหนือริมฝีปาก เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าซีดเผือด แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงสารหรือเห็นใจเลยสักนิด
“ฉันจำได้ไม่เคยลืมค่ะ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงขมขื่น
“ดี” ชายหนุ่มพูดเพียงสั้นๆ ก็บดขยี้เรียวปากนั้นอย่างหนักหน่วง ไร้ซึ่งความปรานีจนรู้สึกถึงรสปร่าของเลือดในโพรงปาก ทำให้หญิงสาวดิ้นสุดแรง เจ็บปวดกับการกระทำของชายหนุ่ม จนน้ำปริ่มขอบตา แต่พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับพึงพอใจกับสิ่งที่ตนทำ แล้วลุกขึ้นพร้อมโอบอุ้มร่างบางไปที่ใต้ฝักบัวเพื่อล้างตัว ถึงเวลาที่บิดาและมารดาของเรณุกา คนที่พรากมารดากับน้องในท้องไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ต้องได้รับผลกรรมที่ก่อไว้เสียที สิบแปดปีแห่งการรอคอย
“ไปเถอะนางบำเรอของฉัน” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มเหยียดหยันที่มุมปากให้คนตัวเล็กในวงแขน พาเธอไปนอนที่เตียงใหญ่ ก่อนเขาจะตามขึ้นไปคร่อมร่างไว้
“เรามาสนุกกันเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยกระซิบกับซอกคอขาวนวล ขบเม้มลงไปแรงๆ อย่างตั้งใจ หวังให้มันเกิดเป็นรอย หลายต่อหลายจุด เพื่อสร้างความอับอายให้กับเธอ ขณะเดียวกันก็เลื่อนฝ่ามือมาบีบคลึงยอดประทุมดอกงามอย่างหนักหน่วง จนหญิงสาวทำหน้าเหยเกรู้สึกเจ็บปวดกับแรงบีบ แต่ไม่กล้าดิ้นรน กลัวอีกฝ่ายจะโกรธ เพียงไม่นานริมฝีปากที่ร้อนผ่าวก็ตามมือใหญ่มาติดๆ ตวัดลิ้นโลมเลียไปทั่วยอดปลายถันสีชมพูหวานอย่างดูดดื่ม สร้างความกระสันซ่าน จนเจ้าของร่างสะกดกลั้นอารมณ์วาบหวามไม่ไหว แอ่นโค้งขึ้นรับสัมผัสโดยอัตโนมัติ
“อืม...พ่อเลี้ยง” หญิงสาวพยายามไม่ให้เสียงอันน่าเกลียดดังเล็ดลอดออกมา ให้อีกฝ่ายสมเพช
“ครางออกมาสิ ฉันอยากฟังเสียงของเธอเรณุกา” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวกำลังเม้มเรียวปากไว้แน่นจนเป็นเส้นตรง
“รีบๆ ทำเถอะค่ะ ฉันจะได้กลับไปนอน” หญิงสาวหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง
“ใครบอกว่าฉันจะให้เธอกลับ คืนนี้เธอจะต้องปรนนิบัติฉันทั้งคืน” ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเอื้อมมือลงไปสัมผัสกลางใจหญิงแล้วสอดนิ้วแกร่งเข้าไปในโพรงเนื้อนุ่ม จนหญิงสาวเบิกตาโพลงหวีดร้องดังไปทั่วห้องด้วยความเจ็บปวดกับการกระทำอันป่าเถื่อนของเขา ที่ยังมีมาต่อเนื่องไม่ยอมหยุด
“ยิ่งเธอร้อง ยิ่งทำให้ฉันมีความสุขรู้มั้ยเรณุกา ร้องมาอีกสิ ออกมาดังๆ”
“ฮือๆ คุณมันโรคจิต” หญิงสาวตะโกนก้องทั้งน้ำตา
“โรคจิตงั้นเหรอ เดี๋ยวจัดให้” ชายหนุ่มยกขาเรียวขึ้น ก่อนจัดการฝังความแข็งแกร่งเข้าไปเต็มแรง เพราะคิดว่าอีกฝ่าย คงผ่านอะไรมาจนช่ำชอง
“กรี๊ดดด พ่อเลี้ยง ได้โปรดปล่อย ฉันเจ็บ” หญิงสาวหวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจ ที่ถูกยัดเยียดทั้งที่ร่างกายยังไม่พร้อมที่จะรับไว้ พยายามดิ้นรนถอยหนี เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ
“อืม...อย่าดิ้นสิเรณุกา เพราะมันจะทำให้เธอยิ่งเจ็บ” ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เพราะไม่สามารถข้ามผ่านเยื่อบางๆ ไปได้ ในขณะเดียวกันก็ชะงักงัน เมื่อพบว่าสาวใต้ร่างยังบริสุทธิ์ ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน กายแกร่งที่ร้อนผ่าวถูกโอบรัดไว้แน่น ทำเอาใบหน้าคมสันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้หญิงสาวเลยสักนิด
“อะไรก็ไอ้อัคร แล้วพี่ล่ะแพร พี่ก็รักเธอไม่แพ้มันเลยนะ”“มันไม่มีทางเป็นไปได้ แพรรักพี่อัคร และแพรกับพี่อัครกำลังจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ด้วย”“เธอคิดว่าพี่จะปล่อยให้เธอกับมันมีความสุขงั้นเหรอ” ชายหนุ่มตวาดกลับเสียงกร้าว“ถ้าพี่นนท์รักแพรจริงอย่างที่ปากพูดก็ปล่อยแพรไปเถอะ และอย่าคิดลอบทำร้ายพี่อัครอีก แพรขอร้องล่ะ”“ไม่! พี่ไม่ยอมปล่อยแพรเด็ดขาด เธอเป็นเมียพี่นะ” ชายหนุ่มตวัดร่างบางมากอดไว้แน่น“ปล่อยแพรนะ”“ไม่ เธอต้องเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น” ชายหนุ่มกล่าวอย่างดื้อดึง เห็นทีต้องหาทางทำให้อัครายุ่งวุ่นวายกับเรื่องในไร่ จนไม่มีเวลามาพูดถึงเรื่องแต่งงานอีก“คนบ้า เห็นแก่ตัว” สองมือเรียวทุบแผ่นหลังกว้างด้วยความโมโห เพราะชีวิตตนถูกชานนท์ทำร้ายจนไม่เหลือความภาคภูมิใจ“ก็เพราะพี่รักเธอ”“รักเหรอ คนรักกันเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก กลับไปซะ ก่อนที่แพรจะโกรธเกลียดพี่มากกว่านี้ ไปสิ!” หญิงสาวตะโกนพร้อมชี้นิ้วไปยังประตู
“ครับพ่อเลี้ยง” ชัชดนัยขานรับ แล้วเดินกลับไปยังรถเพื่อออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม พอคล้อยหลังคนสนิทไปได้ไม่นานก็มีรถอีกคันแล่นเข้ามาจอดที่หน้ากระท่อม คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้ากวนๆ ของเพื่อนรักโผล่หน้าออกมาจากรถ“ไงหมอ เปลี่ยนรถใหม่อีกแล้วเหรอวะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามพลางเดินสำรวจไปรอบๆ รถคันใหม่ด้วยสายตาชื่นชม“อืม...แกก็รู้นี่ว่าฉันชอบเปลี่ยนรถเป็นประจำ เอ่อ...ขอโทษทีว่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่ได้แวะมาเลย” นายแพทย์ชลวิทย์เดินลงจากรถมาตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจ อย่าคิดอะไรมาก” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวก่อนเดินนำไปยังด้านในของกระท่อม“เรื่องคดีมีความคืบหน้าหรือยัง สงสัยใครบ้างหรือเปล่าวะ”“ดูนี่” พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ตอบ แต่ยื่นหลักฐานชิ้นสำคัญให้กับเพื่อนรักที่เขาไว้ใจมากที่สุด“คนของไอ้นนท์งั้นเหรอ” คุณหมอหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยอารามตกใจ“ยังฟันธงไม่ได้ แค่พบตกอยู่ที่ท้ายไร่บริเวณอาณาเขตของเรา”“แค่
“ก็ต้องมีบ้างน่า แต่ถ้าแพรยอมแต่งงานกับพี่ พี่จะเลิกอบายมุขทุกอย่าง”“แพรไม่มีวันแต่งงานกับคนอย่างพี่ ที่แพรมาวันนี้ เพราะมีเรื่องให้พี่นนท์จัดการ” แพรทองล้วงบัตรให้กับชานนท์“อะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงงไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวส่งให้“บัตรนี้มันไปตกที่โกดังของพี่อัคร คนของพี่ไปก่อเรื่องไว้ ช่วยจัดการหาตัวให้ด้วย”“พี่ใช้มันไปทำเอง” ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเดินไปรินบรั่นดีใส่แก้ว หญิงสาวถึงกับเดือดจัดคว้าแก้วนั้นมาสาดใส่หน้าอีกฝ่าย“ทำแบบนี้กับพี่อัครทำไม พี่อัครเขาเป็นเพื่อนพี่นะ”“เพื่อนทรยศน่ะสิ นี่แค่สั่งสอนนะ ถ้าเธอยังไม่เลิกกับมัน พี่ก็จะทำแบบนี้เรื่อยๆ จนไร่มันพังพินาศคอยดูสิ” ชานนท์ไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำลงไป“ไอ้คนเลว” สองมือเล็กเข้าไปทุบอกแกร่งด้วยความโมโห“ไอ้เลวคนนี้มันก็ผัวเธอ” ชายหนุ่มกระชากร่างบางเข้ามากอด“ไม่ใช่ คนที่จะเป็นสามีแพร มีพี่อัครคนเดียวเท่านั้น” หญิงสาวสวนกลับไปทันที
“คุณพ่อเข้าไปนานหรือยังคะ” หญิงสาวเข้ามาสอบถามกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม โดยไม่สนใจใบหน้าบอกบุญไม่รับของเขาซึ่งเห็นบ่อยจนเป็นเรื่องปกติ“เกือบชั่วโมงแล้วล่ะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไปคุย“มีอะไรนัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เดินมายืนตรงหัวมุมบันไดหนีไฟ“เมื่อคืนมีคนร้ายลักลอบเข้ามาวางเพลิงที่โรงงานครับพ่อเลี้ยง และเข้ามาทำลายต้นสตรอว์เบอร์รีเสียหายไปเกือบไร่” ชัชดนัยกล่าวรายงานเสียงขรึม“อะไรนะ!” พ่อเลี้ยงหนุ่มตะโกนก้องเสียงหลง เขาไม่อยู่เพียงวันเดียวทำไมถึงเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้“ในโรงงานเสียหายไปเท่าไหร่ ถึงโกดังเก็บสินค้าหรือเปล่านัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามกลับเสียงเข้มใบหน้าเครียดจัด“เกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”“บัดซบ! มันเป็นใครมาลอบกัดแบบนี้วะ ไปสืบมาหรือยังนัย”“กำลังประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจครับพ่อเลี้ยง แต่เท่าที่ดูกล้องวงจรปิดทางเข้าไร่ไม่พบพิ
“ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม ขอเวลาหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกปัดออกไป เพราะเขายังไม่สามารถเรียกบิดาได้สนิทใจ เวลาเท่านั้นที่จะช่วยได้“ก็ได้ พ่อจะรอวันนั้น” พันตรีธนชาติกล่าวอย่างมีความหวัง ขณะที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเข้ามาห่มผ้าให้ ก่อนปิดไฟห้อง แล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาตรงหญิงสาวนอนอยู่“ลุกขึ้นมาเรณุกา”“อะไรของคุณอีก ฉันเหนื่อยอยากนอนพัก” หญิงสาวพึมพำเบาๆ กลัวพันตรีธนชาติได้ยิน“ลุกขึ้นมาอย่าเรื่องมาก” ชายหนุ่มดึงแขนเล็กขึ้นมา จากนั้นตนก็ล้มตัวลงนอนจนหญิงสาวอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรร่างเล็กก็ถูกดึงให้ล้มตัวลงนอน“ปล่อยนะพ่อเลี้ยง ฉันจะไปนอนด้านล่าง ขืนนอนแบบนี้ตกโซฟาแน่” หญิงสาวกลัวลูกในท้องจะเกิดอันตรายหากเธอนอนตกโซฟา ถึงพื้นจะห่างกันไม่มาก แต่ป้องกันไว้ดีที่สุด“ไม่หรอก ฉันจะกอดเธอไว้ไม่ให้ตก นอนเถอะดึกมากแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำแล้วหลับตาลง แต่คนในอ้อมกอดกลับหลับตาไม่ลง ใจเต้นแรงทุกครั้งยามอยู่ในอ้อมกอดของเขา และคิดว่าต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว หลังจากพร
หลังจากจัดการเคลียร์ปัญหาเรื่องจันทราเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อเลี้ยงอัคราก็เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อไม่พบเรณุกานั่งรออยู่ในรถ ชายหนุ่มบ่นงึมงำสีหน้าหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของโรงพยาบาล จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักฟื้นที่บิดาพักรักษาตัวอยู่ ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาสายตาคมกริบกวาดมองหาร่างบางไปรอบๆ พร้อมก้าวเท้าเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง ซึ่งบิดากำลังมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“อัคร พ่อคิดว่าลูกนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านเสียอีก”“ก็ตั้งใจว่าจะนอนพัก แต่เห็นเรณุกาลืมถุงยาไว้ ก็เลยขับรถเอามาให้ครับ”“เอ... หนูเรย์ไม่สบายเหรอ ทำไมหนูเรย์ไม่ยอมบอกพ่อเลย”พันตรีธนชาติเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบายใจ“เขาคงไม่อยากให้คุณเป็นห่วง ว่าแต่ตอนนี้ลูกสาวคนโปรดของคุณไปไหนเสียล่ะครับ”“มีเพื่อนโทร.มาให้ลงไปพบข้างล่างเป็นชั่วโมงแล้ว







