Share

บทที่ 10 ห่วงใย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-11 10:17:27

        ยามโหย่วระหว่างที่ซูเม่ยเตรียมพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า ติงซียงกลับเข้ามาตามไปพบฮูหยินเอกในยามค่ำคืน

                “ฮูหยินเอกให้ติงเซียงไปตามข้ามีอะไรหรือไม่เจ้าคะ”

                “ข้าจะพาเจ้าไปพบอาจารย์เจียง กลางวันไม่สะดวกเวลานี้ผู้คุมไม่เข้มงวดจะทำการใดก็สะดวกกว่า” หลี่หว่าที่ยืนรออยู่หน้าเรือนกล่าวอย่างรีบร้อน

        รถม้าตระกูลเพ่ยวิ่งย่ำไปตามท้องถนนยามราตรี ปลายทางคือคุกหลวงที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเมือง หากจากจวนตระกูลเพ่ยไม่น้อย

                “จำไว้ว่าอย่าบอกผู้ใดว่าเจ้ามาจากจวนตระกูลเพ่ย” ฮูหยินเอกย้ำกับซูเม่ยก่อนที่จะลงจากรถม้า

        หลี่หว่านำทางไปยังทางเข้าคุกหลวงก่อนจะยื่นถุงเงินจำนวนหนึ่งให้ผู้คุมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

                “พบได้ไม่นานนะขอรับ ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะลำบากเอาได้” ผู้คุมเปิดดูถุงเงินก่อนกล่าวอย่างนอบน้อม

                “อือ” หลี่หว่าพยักหน้ารับก่อนเดินตามทหารยามเข้าไปโดยซูเม่ยเดินรั้งท้าย

        ภายในคุกหลวงเต็มไปด้วยความมืดมิด อากาศภายในเหน็บหนาวกว่าด้านนอกไม่น้อย เสียงร้องไห้ เสียงด่าทอสาปแช่ง แม้กระทั่งเสียงขอร้องอ้อนวอนดังปะปนจนมิอาจจับใจความได้

                “ทางนี้” ทหารยามเดินตรงไปยังกรงด้านในสุด

                “ข้าจะรออยู่ตรงนี้ จำไว้รีบพูดคุยแล้วรีบออกมาหากมีผู้ใดมาเห็นเข้าตระกูลเพ่ยมิอาจเลี่ยงความผิดได้” หลี่หว่ารั้งข้อมือซูเม่ยไว้ก่อนกำชับอย่างเคร่งเครียด

                “อือ ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ” ซูเหม่ยพยักหน้ารับก่อนรีบเดินตามทหารยามเข้าไป

        กรงขังขนาดใหญ่ มีบุรุษวัยกลางคนนั่งอ่านตำราภายใต้แสงเทียน บนเตียงไม้เก่ามีผ้าห่มผืนหนาและหมอนที่ยังคงวางเป็นระเบียบ ซูเม่ยดวงตาพร่ามัวจากหยดน้ำตาที่เอ่อล้น ความรู้สึกตีบตันกลางอกทำให้นางมิอาจกลั้นหยดน้ำตาไว้ได้

                “ท่านพ่อ!” เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นเบาจนคล้ายเสียงกระซิบ

        เจียงเหลียนไห่ชะงักงันพร้อมละสายตาจากตำราในมือ ก่อนจะหันหาเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยในทันที

                “เม่ยเอ๋อร์ เหตุใดลูกมาอยู่ที่นี่!” เหลียนไห่รีบเดินมาหยุดตรงหน้าของบุตรสาวอย่างรีบร้อน

                “ข้าเป็นห่วงท่านพ่อ จึงมาขอให้ตระกูลเพ่ยช่วยเหลือเจ้าค่ะ” น้ำตาที่อาบแก้มทำผู้เป็นบิดาไม่อาจตำหนิความดื้อรั้นของนางได้

                “เด็กโง่ พ่อบอกแล้วว่าจะกลับไปเหตุใดไม่เชื่อฟัง” ผู้เป็นบิดาใช้สองมือเกาะกรงที่ขวางกั้น พลางส่งสายตาเป็นห่วงให้กับเด็กสาวเบื้องหน้า

                “ขอโทษเจ้าค่ะ ลูกเกรงท่านพ่อจะถูกราชสำนักลงทัณฑ์จึงทนรอต่อไปไม่ไหว” ซูเม่ยปาดน้ำตาที่ยังคงไหลไม่ยอมหยุด

                “หยุดร้องได้แล้วเห็นหรือไม่พ่อไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน แถมฮ่องเต้ยังมีเมตตาส่งตำราหลายเล่มมาให้พ่ออ่านแก้เบื่ออีก” เหลียนไห่ยิ้มอบอุ่นปลอบใจบุตรี

        ซูเม่ยมองผ่านบิดาไปยังกองตำราบนเตียงไม้และเทียนที่ยังจุดสว่างอยู่ ด้านล่างยังมีถ่านให้ความร้อนอีก ทำให้นางแปลกใจไม่น้อยกับความเมตตาของจักรพรรดิ

                “ฮ่องเต้มีเมตตาเพียงนี้เชียวหรือ แล้วเหตุใดต้องจับกุมท่านพ่อเพียงกวีบทเดียวด้วยเล่า”

                “ฝ่าบาทมีเหตุผลของพระองค์ เอาเป็นว่าเจ้าไม่ต้องห่วงพ่อแล้ว แลไม่ต้องเสี่ยงเข้ามาในคุกหลวงอีกไม่เช่นนั้นอาจทำให้ตระกูลเพ่ยที่ช่วยเหลือเจ้าเดือดร้อนตามไปด้วย” เหลียนไห่กำชับบุตรีด้วยท่าทีจริงจัง

                “แต่ว่าท่านพ่อ...”

                “ไม่ต้องแต่แล้วทำตามที่พ่อบอก” ยังไม่ทันที่ซูเม่ยจะโต้แย้งกลับถูกบิดากล่าวตัดบทเสียก่อน

                “ไปรอฟังข่าวที่ตระกูลเพ่ยอย่างว่าง่าย อย่าทำให้ฮูหยินเอกของแม่ทัพใหญ่ต้องลำบากใจ” เหลี่ยนไห่รู้ดีว่าเหตุที่ตระกูลเพ่ยยื่นมือช่วยเหลือซูเม่ยเพราะหลี่หว่าเคยเป็นสาวใช้ของฮูหยินตน

        ยังไม่ทันที่ซูเม่ยจะถามให้กระจ่างกลับถูกขัดจากทหารยามที่มาตามนางกลับออกไป ด้วยเกรงว่าจะมีขุนนางคนอื่นผ่านมาเห็นเสียก่อน

                “ท่านพ่อรักษาตัวด้วย รอให้แม่ทัพเพ่ยกลับมาข้าต้องเจรจาให้เขาช่วยท่านออกไปแน่” ซูเม่ยกล่างทิ้งท้ายก่อนตามทหารยามออกไป ทิ้งไว้เพียงสายตาเป็นห่วงของบิดาที่มองตามหลังนาง

        รถม้ามุ่งตรงกลับจวนตระกูลเพ่ยด้วยบรรยากาศที่เงียบเชียบ ซูเม่ยยังคงมีน้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาด แม้ว่าบิดาจะบอกว่าตนเองไม่บาดเจ็บที่ใดหากแต่การที่ถูกจองจำอยู่ในกรงสี่เหลี่ยมทุกวันคืน ชุดนักโทษผืนเก่าแลบางจนมิอาจต้านความหนาวจากสายลมที่พัดผ่าน ทำให้นางมิอาจวางใจได้ ภาพของบิดาที่มักสวมอาภรณ์สะอาด ร่ายบทกวีสอนลูกศิษย์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มวนเวียนอยู่ภายในความนึกคิดของนาง

                “ซูเม่ยอย่าได้เศร้านักเลย แม้อาจารย์เจียงยังถูกคุมขังแต่ไม่ได้ถูกทารุณแต่อย่างใดอย่างน้อยก็วางใจได้ว่าเขายังปลอดภัย” หลี่หว่าสงสารเด็กสาวเบื้องหน้าจึงอดมิได้ที่จะปลอบโยน

                “เจ้าค่ะ” เสียงสั่นเครือตอบรับพลางปาดน้ำตาไม่ยอมหยุด

                “เช่นนั้นข้าจะลงรถม้าไปก่อน เมื่อเจ้าจิตใจสงบลงแล้วค่อยตามเข้าจวนแล้วกัน”  ฮูหยินเอกกล่าวจบก็ก้าวลงรถม้าเข้าจวนเพื่อพักผ่อนทันที

        ซูเม่ยสงบสติอารมณ์อยู่นานจึงก้าวลงจากรถม้าก่อนเดินกลับเรือนสาวใช้ที่บัดนี้ภายจวนแสงไฟจากเรือนต่าง ๆ ถูกมอดดับลงแล้ว                        “เจ้ากับท่านแม่ไปที่ใดมา”

                “ว้ายยยย!”

        ซูเม่ยตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อมีเสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่เกาะอยู่บนไหล่ขาวของนาง

                “ใจเย็น นี่เข้าเองอี้เฉิง” บุรุษปริศนาที่กระโดดลงมาจากกิ่งไม้ด้านบนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตกใจกลัว รีบใช้มือปิดปากอีกฝ่ายอย่างรีบร้อน

        ซูเม่ยเมื่อได้สติแลรู้ตัวเจ้าของเสียงปริศนาจึงใจเย็นลง ก่อนจะแกะมือที่ปิดปากนางแน่นออก

                “คุณชายอี้เฉิง ท่านมาทำอะไรตรงนี้” สายตาตำหนิส่งไปยังอีกฝ่าย

                “มาชมจันทร์” เขากล่าวพลางชี้ให้นางมองบนท้องฟ้า ก่อนจะขมวดคิ้วจ้องตาคู่งามที่บัดนี้แดงก่ำ แม้จะเป็นยามราตรีแต่แสงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้เขามั่นใจว่าสตรีเบื้องหน้าคงร้องไห้มาไม่น้อย

                “เหตุใดต้องร้องไห้” ไม่รอให้ซูเม่ยกล่าวสิ่งใด เขาก็ถามคำถามนางทันที

        ซูเม่ยรับหันหลังกลับก่อนใช้มือบางเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้างาม

                “ข้าเพียงเป็นห่วงบิดาที่ยังถูกจองจำ” ซูเม่ยไม่คิดปิดบัง

                “เจ้าไปเยี่ยมอาจารย์เจียงมาหรือ” อี้เฉิงรู้เรื่องของอีกฝ่ายจากมารดาที่บอกเหตุจำเป็นของซูเม่ยที่มาเป็นสาวใช้ในเรือนตระกูลเพ่ย

                “อือ ถึงท่านพ่อจะบอกไม่เป็นอะไร แต่ข้ายังคงเป็นห่างท่านอยู่ดี”

        ดวงตาแดงก่ำที่สบตากับเขา ทำให้อี้เฉิงเจ็บปวดตามนางไปด้วย แม้พึ่งรู้จักกันแต่เขากลับนับถือความเด็ดเดี่ยวของนางที่เดินทางไกลจากเมืองซานหลินมายังเมืองหลวงเพียงลำพัง และยังกล้าได้กล้าเสียขอความช่วยเหลือจากตระกูลขุนนางด้วยท่าทีเปิดเผยเกินที่สตรีเรือนหลังจะมีได้

                “ไม่ต้องกังวลไป หากเขาไม่บาดเจ็บในคุกหลวงนั่นหมายความว่าฝ่าบาทให้เกียรติเขาไม่น้อย เช่นนี้ก็ไม่มีใครกล้าลงมือกับอาจารย์เจียงแน่” อี้เฉิงกล่าวปลอบใจอีกฝ่าย

                “ท่านพูดจริงหรือ” ซูเม่ยที่มีท่าทีเหมือนจะร้องไห้กลับมีดวงตาเปล่งประกายด้วยความหวังอีกครั้ง

                “อือ ข้าไม่โกหกเจ้าแน่”

        สายตาจริงใจของบุรุษเบื้องหน้า ทำให้ซูเม่ยรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด แม้เขาจะมักทำตัวไม่เอาไหนแต่ทว่านางกลับเชื่อสิ่งที่เขาพูดอย่างไม่คิดสงสัย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 57 ตอนพิเศษ

    จวนแม่ทัพเมืองหลวงวุ่นวายไม่น้อย แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนเพ่ยกับแม่ทัพใหญ่รวมทั้งฮูหยินใหญ่ก็ต่างวุ่นวายจัดแจงสาวใช้ไปด้วย แม้อากาศฤดูนี้ร้อนอบอ้าว ทว่าใจของอี้เฉิงกลับหนาวเหน็บ เขาแทบขาดใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฮูหยินตนร้องด้วยความเจ็บปวด “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ” เสียงหมอตำแยดังออกมาจากภายในเรือนใหญ่ “อื้อ!!!” เสียงเบ่งสลับกลับเสียงร้องดังไม่หยุดหย่อน “ท่านแม่ ฮูหยินข้าจะไม่ไหวแล้ว” อี้เฉิงหน้าซีดเผือดจ้องมองเรือนใหญ่ไม่ละสายตา “เจ้าอย่าใจร้อน ซูเม่ยนางอดทนกว่าที่เจ้าคิด” “อื้อ!!!!” “แง!” เสียงทารกดังขึ้น ทำทุกคนในลานหยุดชะงักหันมองเรือนใหญ่ในทันที “คลอดแล้ว! คลอดแล้วขอรับ! ลูกข้าคลอดแล้ว” อี้เฉิงกระโดดเป็นเด็ก วิ่งไปยังหน้าประตูเรือนใหญ่ที่ยังคงปิดอยู่ ปัง! ปัง! ปัง! “ท่านแม่ยาย! ลูกข้าคลอดแล้วใช่หรือไม่” อี้เฉิงดีใจจนสำรวมอาการไม่อยู่วิ่งไปเคาะประตูเสียงดัง “นี่เจ้าเป็นพ่อคนแล้ว สำรวมหน่อย” หลี่หว่ารีบมา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 56 พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

    “ยังขมอยู่หรือไม่” อี้เฉิงเอ่ยถามสตรีในอ้อมกอดที่บัดนี้จ้องมองตนตาโตจนน่าขำ “พอเลยเจ้าค่ะ ข้าจะนอนแล้ว” ซูเม่ยเคอะเขินจนไม่รู้จะอยู่สนทนาอย่างไรต่อแล้ว ก่อนจะพลิกตัวกลับไปล้มตัวนอน โดยที่อี้เฉิงไม่คิดเย้านางต่อปล่อยให้ฮูหยินตนที่เหน็ดเหนื่อยจากความโหยหาของตนเมื่อครู่ได้หลับสนิท ยามเหม่าแม่ทัพหนุ่มปรือตาตื่น ทว่าพื้นเตียงข้างตนกลับเย็นเฉียบ บ่งบอกว่าสตรีข้างกายได้ลุกออกไปนานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะตามหาซูเม่ยกลับเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยก่อนวางอ่างน้ำลงข้างเตียง “อือ! เหตุใดฮูหยินตื่นเช้านัก” อี้เฉิงเอ่ยถามพลางรั้งเอวบางนั่งบนตักตน “อากาศเริ่มหนาวข้าเลยไปนำน้ำอุ่นมาให้ท่านพี่เช็ดหน้าเจ้าค่ะ” “เหตุใดต้องทำเอง ให้สาวใช้ยกมาก็พอ” “เรื่องของท่าน ข้าอยากเป็นคนทำให้เองเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยพลางยืนผ้าอุ่นให้เขา “แต่ข้ากลัวฮูหยินเหนื่อยนี่นา” อี้เฉิงท่าทางดังแมวน้อยออดอ้อนเจ้านาย “ไม่เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ หรือท่านพี่ไม่ต้องกา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 55 ความโหยหาของแม่ทัพหนุ่ม

    อี้เฉิงกลับถึงจวนในยามเซิน ภายในจวนเงียบสงบเช่นที่เคยเป็นเขาหยุดหน้าห้องอักษรก่อนหันมองไปยังเรือนใหญ่ “ฮูหยินล่ะ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่ผ่านมา “ฮูหยินไม่อยู่เจ้ค่ะ” “ไม่อยู่! หมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน ‘เจ้าไม่กลับเรือนนานเพียงนี้ ไม่เกรงซูเม่ยจะคิดว่าเจ้าทอดทิ้งแล้วจากไปหรือ’ คำพูดของบิดาที่เอ่ยเตือนผุดขึ้นในหัว ก่อนที่เขาจะละทิ้งห่อสัมภาระไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งไปยังเรือนใหญ่ ประตูเรือนถูกเปิดออกอย่างแรง ทว่าข้างในกลับว่างเปล่า หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเกือบหยุดเต้น การบีบรัดของก้อนเนื้อในอกช่างทรมาน “ฮูหยิน ฮูหยิน!” เขาเดินวนไปทั่วเรือนใหญ่กลับไร้วี่แววของนาง ภายในหัวเขาขาวโพลนเสียงอื้ออึงเกิดขึ้นในหู เมื่อมองไปทางใดมีแต่หมอกขาวขวางกั้นไม่พบแม่แต่เงาของนาง “ซูเม่ย! เจ้าอยู่ไหน!” อี้เฉิงแตกตื่นลนลานวิ่งวุ่นไปทั่วจวน เหล่าบ่าวไพร่ต่างตกใจกับท่าทางคล้ายคนเสียสติของท่านแม่ทัพ “ซิงเหว่ยเตรียมม้า ข้าจะไปตามหาซูเม่ย” เขาตะโกนเรียกองครักษ์ข้า

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 54 เจ็บปวดเพราะสตรีที่รัก

    “เจ้าคิดจะช่วยมันหรือ” อี้เฉิงไม่สนเป็นผู้ใด เขาพร้อมจะต่อสู้หากคิดขวางทางแก้แค้นของเขา “อี้เฉิงท่านใจเย็นก่อน ชายผู้นี้ไม่ได้ทำข้าด่างพร้อย” ซูเม่ยเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า รีบอธิบายความจริงทันที อี้เฉิงสมองขาวโพลน ในหัวว่างเปล่าหันมองนางอย่างช้า ๆ เขาไม่รู้จะต้องรู้สึกอย่างไร ดีใจ โล่งใจ สับสน หรือแค้นเคือง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงมองนางด้วยอารมณืที่หลากหลาย ไม่ต่างจากจูฉือและหัวหน้าหน่วยสังหารที่งุนงงไม่ต่างกัน “ฝ่าบาทรู้ว่าจูฉือจะต้องช่วยลี่เฉี่ยวกำจัดหม่อมฉัน จึงให้องครักษ์ห่าวตูลอบอารักขา เมื่อชายผู้นี้เข้ามาข้าจึงได้ฝากรอยแผลลึกไว้ที่หน้าเขาก่อนที่จะสลบไป ไม่นานองครักษ์ห่าวตูก็ได้ใช้ยาสลบและยาสับสนให้กับชายผู้นี้ เขาจึงคิดมาตลอดว่าทำแผนการสำเร็จ” ซูเม่ยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น อี้เฉิงตกใจกลับสิ่งที่ได้ยิน แววตาของซูเม่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน เวลานี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ใบหน้าแค้นเคืองบัดนี้กลับเป็นนิ่งงัน กระบี่ลดต่ำลงก่อนจะถอยห่างจากหัวหน้ามือสังหาร โดยไม่ได้หันหน้ามองซ

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 53 ลอบสังหารรัชทายาท

    “ฮูหยินข้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” อี้เฉิงรู้สึกแปลกใจเมื่อฮ่องเต้ต้องการดึงนางเข้าไปเกี่ยว “เรื่องนั้นท่านต้องรอถามฮูหยินท่านอธิบายเองแล้ว ตอนนี้ควรรีบเร่งหากช้ากว่านี้ เกรงองค์รัชทายาทจะตกอยู่ในอันตรายได้” อี้เฉิงแม้กระวนกระวายใจ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรีบไปเข้าวังหลวงอารักขาองค์รัชทายาทเสียก่อน และนี้อาจจะเป็นโอกาสให้กำจัดขั้วขุนนางฝั่งตระกูลจูลงได้ “ซูเม่ย ตื่นเถอะ” อี้เฉิงกระซิบเสียงเบาข้าหูนาง “เกิดอะไรหรือเจ้าคะ” นางปรือตาตื่นเมื่อเห็นฟ้าโดยรอบยังมืดอยู่จึงแปลกใจไม่น้อย “องครักษ์ห่าวตูมา” สิ้นประโยคซูเม่ยกลับนั่งตัวตรง ดวงตาที่หนักอึ้งกลับสว่างในทันที “จริงหรือเจ้าคะ” ท่าทางตกใจของนางทำให้อี้เฉิงคาดเดาว่านางคงมีเรื่องปิดบังตนแน่ “ใช่! ฮ่องเต้ให้เจ้าเข้าวังพร้อมข้า เกรงว่าจูฉือคิดส่งคนสังหารรัชทายาทแล้ว” อี้เฉิงเอ่ยพลางลุกขึ้นสวมชุดเกราะ ไม่ต่างจากซูเม่ยสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือน “ฮูหยินน้อยเพ่ย ท่านยังจำหน้าโจรผู้นั้นได้หร

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 52 กวาดล้างคนชั่ว

    ราชโองการประกาศออกไปทั่วแคว้น องค์ชายใหญ่เปี่ยมด้วยเมตตา พระปรีชามากล้น นับแต่นี้ขึ้นเป็นรัชทายาทของแคว้นเฟิงหยาง แม้เสนาบดีซ้ายคิดขัดขวางทว่าบทความนั้นช่างน่าอายจนมิอาจหน้าหนาหาข้ออ้างได้ ด้านตระกูลโจวก็มีเรื่องกังวลไม่แพ้กันด้วยกำแพงเมืองเหนือพังลง เพราะรองเจ้ากรมโยธาอย่างโจวเหิงซานคิดอมเงินหลวง อีกทั้งไม่ยอมจ่ายค่าจ้างคนงานนานถึงครึ่งปี บัดนี้โทษทัณฑ์เข้าใกล้ตัวคิดหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว ท้องพระโรงเจิงหมิงประทับนั่งบัลลังก์มังกร การสืบคดีหัวเมืองเหนือสิ้นสุด ขุนนางทุกผู้ถูกเรียกเข้าร่วมหารือทันที “ทูลฝ่าบาท กำแพงเหนือพังลงเพราะโจวเหิงซานใช้ของไม่มีคุณภาพ หินที่นำมาสร้างก็น้อยนิด ดินมีแต่เศษฟางทำให้ไม่แข็งแรงพังลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งคนงานบอกไม่ได้ค่าจ้างมาหกเดือนแล้ว ก่อนหน้าแม้ได้ค่าแรงแต่ก็เพียงครึ่งนึงของราคาประกาศของราชสำนัก พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำกราบทูล เจิ้งหมิงใบหน้าโกรธเกรี้ยว สองมือกำแน่นสายตาพิฆาตจ้องมองโจวเหิงซานโดยไม่ละสายตา “ทหารนำชายชั่วนี้ไปประหาร” เสียงทรงอำนาจดังลั่น “ฝะฝ่าบาท ไว้ชี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status