Share

บทที่ 11 นับเป็นสหาย

last update Last Updated: 2025-11-11 10:18:31

        รุ่งเช้ายังไม่ทันที่ซูเม่ยจะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ได้เรียบร้อย แม่นมกุ้ยคนสนิทของฉิงอันกลับมาลากตัวนางไปยังเรือนฮูหยินรองเสียแล้ว

                “คารวะฮูหยินรอง” นางมองสตรีสูงศักดิ์แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมชั้นดี ท่าทางเย่อหยิ่งทำให้ผู้คนมิกล้าเข้าใกล้

                “ได้ยินว่าเจ้าไปร่ำเรียนเป็นเพื่อนคุณชายรองเป็นการส่วนตัวกับอาจารย์อู๋” เพ่ยฉิงอันกล่าวไม่ไยดี พลางเป่าชาในถ้วย

                “เจ้าค่ะ”

                “เด็กคนนั้นเรียนเป็นอย่างไรบ้าง”

                “แม้คุณชายรองจะมีความรู้ไม่โดดเด่น แต่เขาก็ตั้งใจศึกษาไม่น้อยเจ้าค่ะ” ซูเม่ยรู้ว่าฮูหยินรองไม่พอใจต่ออี้เฉิง ที่ถูกท่านแม่ทัพเอ็นดูกว่าบุตรชายของนาง

                “หลี่หว่าคิดให้บุรุษที่เพิ่งเริ่มอ่านตำราได้ไม่นาน สอบแข่งขันขุนนางกับหยางอีหรือ” ฉิงอันวางถ้วยชาลงก่อนจ้องสาวใช้ผู้มาใหม่อย่างไม่เป็นมิตร

                “ข้าน้อยไม่ทราบ”

                “หึ! ครั้งนี้หลี่หว่าเลือกสาวใช้ได้ดีนี่ กล้ามีปากเสียงมิเกรงกลัวข้าจนตัวสั่นเหมือนสาวใช้คนอื่น แลยังมีหน้าตางดงามโดดเด่นไม่น้อย” สายตาที่เพ่งมองซูเม่ยตั้งแต่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยความดูแคลน

                “ข้าขอเตือนเจ้าอย่าเข้าใกล้บุตรชายข้าอีก หากเจ้ายังคิดจะมีชีวิตที่ดีในจวนตระกูลเพ่ย”

                “ข้าน้อยทราบแล้วเจ้าค่ะ” นางรู้เหตุผลแท้จริงที่นางถูกลากมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางทันที

        ซูเม่ยออกจากเรือนฮูหยินรองไม่ทันไรกลับถูกมือหนาของใครบางคนลากนางตรงไปศาลาหยกกลางสวนบุปผาของจวน หยางอี้หยุดฝีเท้าก่อนยอมปล่อยมือนางในที่สุด

                “คุณชายรองลากข้ามาที่นี่ทำไม” ซูเม่ยเดินตามบุรุษแทบไม่ทันจนนางต้องหายใจหอบเหนื่อย

                “แม่ข้าทำร้ายเจ้าหรือไม่” เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความห่วงใยถามสตรีที่ยังหอบหายใจอยู่

                “ไม่เจ้าค่ะ”

        เมื่อเห็นอีกฝ่ายปฏิเสธทั้งยังส่ายหน้าจริงจัง หยางอี้จึงวางใจได้

                “แล้วแม่ข้าเรียกเจ้าไปทำไม”

                “แค่ถามเรื่องคุณชายรอง และสั่งข้าให้อยู่ห่างจากคุณชายใหญ่” นางสบตาบุรุษเบื้องหน้าพลางกล่าวตรงไปตรงมา

                “ขอโทษด้วย ข้าทำให้เจ้าเดือดร้อนเช่นสาวใช้คนอื่น ๆ”

        ซูเม่ยมองเห็นสีหน้าของหยางอี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด คงเป็นเพราะมีสาวใช้หลายคนต้องรับโทษอย่างไม่เป็นธรรม เพียงเพราะฮูหยินรองเห็นว่าเป็นภัยกับบุตรชายตน

                “ท่านไม่ต้องขอโทษ เพียงข้าไม่อยู่ใกล้คุณชายใหญ่เท่านี้ก็ปลอดภัยแล้ว” ซูเม่ยกล่าวพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะยักคิ้วให้เขาราวกับว่าเรื่องที่จะเกิดขึ้นมันเล็กน้อย แต่นั้นกลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย

                “หึ! ทำเป็นเรื่องตลกไปเถอะ แม่ข้าน่ากลัวกว่าที่เจ้าคิด” หยางอี้กล่าวจบก็เดินผ่านนางไป ทว่าใบหน้าที่เคยเย็นชากลับมีรอยยิ้มขึ้นมาชั่วครู่

        ซูเม่ยเร่งฝีเท้าไปยังเรือนคุณชายรอง หวังจะไปปลุกให้อีกฝ่ายตื่นไปให้ทันเข้าเรียนตำรา ทว่าเมื่อถึงหน้าเรือนเขากลับยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว

                “วันนี้เหตุใดมาช้านัก สาวใช้อย่างไรกันให้คุณชายต้องยืนรอ” เป็นอี้เฉิงที่ยืนกอดอกก่อนจะส่ายหน้าเมื่อเห็นสาวใช้ของตน

                “ขอโทษเจ้าค่ะ ฮูหยินรองเรียกข้าไปพบจึงมาช้า”

                “แล้วเจ็บตรงไหนหรือไม่” อี้เฉิงจับซูเม่ยหมุนกายสำรวจบาดแผลทันที

                “ข้าไม่ได้ถูกทำร้าย” นางตอบให้อีกฝ่ายสบายใจหลังที่ถูกจับหมุนได้หนึ่งรอบ

                “เช่นนั้นก็ดี อยู่ให้ห่างจากพี่ชายข้าไว้” สายตาจริงใจมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง

                “อือ” ซูเม่ยพยักหน้า ก่อนเดินตามหลังคุณชายของตนไปยังรถม้านอกเรือน

        วันนี้อาจารย์อู๋ดูพอใจกับการเรียนของคุณชายรองอยู่บ้าง แม้การเขียนบทความของเขาจะยังไม่ก้าวหน้าเท่าบัณฑิตในสำนักศึกษา หากแต่การถกปัญหาบ้านเมืองของเขากลับมีเหตุมีผลมากกว่าขุนนางหลายคนเสียอีก

                “วันนี้คุณชายเพ่ยทำได้ไม่เลว ถือว่าก้าวหน้าไม่น้อย”

                “ขอบคุณอาจารย์ที่ชม” อี้เฉิงยิ้มยินดี ก่อนหันไปหาซูเม่ยที่นั่งมองอยู่เงียบ ๆ

        การเรียนวันนี้จบลงเร็วกว่าครั้งก่อน ทำให้อี้เฉิงมีเวลามากพอไปฝึกดาบเช่นครั้งก่อน

                “เจ้ารอข้าที่โรงน้ำชา อีกชั่วยามข้าจะกลับมา”

                “เจ้าค่ะ” ซูเม่ยตอบอย่างว่าง่าย ก่อนเดินไปที่โรงน้ำชาข้างสำนักศึกษาเช่นเคย

        ภายในร้านผู้คนยังพลุกพล่านเช่นเดิมทำให้ดูวุ่นวายไม่น้อย เสี่ยวเอ้อร์กึ่งเดินกึ่งวิ่งส่งอาหารให้ทันใจเหล่าชนชั้นขุนนาง ที่มักวางอำนาจบาตรใหญ่ไม่เห็นใจเหล่าลูกจ้างเพียงน้อย

                “แม่นางซูเม่ย” เสียงหวานทักขึ้น ทำให้ซูเม่ยที่จิตใจเหม่อลอยกลับมามีสติอีกครั้ง

                “คุณหนูมู่” ซูเม่ยลุกขึ้นทักทาย

                “ท่านอยู่ที่นี่จริงด้วย” หยุนเสี่ยวยิ้มดีใจ

                “คุณหนูมู่อยากพบข้าหรือ”

                “อือ ข้าทำขนมมาเพื่อขอบคุณเจ้าที่ช่วยเหลือเมื่อคราวก่อน” หยุนเสียวยื่นขนมในมือสาวใช้ให้อีกฝ่าย

                “ท่านเกรงใจไปแล้ว ข้าเพียงทนไม่ไหวเลยช่วยต่อว่าคนอันธพาลนั่นไม่กี่ประโยค” ซูเม่ยเชิญผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลง

                อย่างไรเสียข้าก็ต้องขอบคุณ หากเจ้าไม่รังเกียจรับข้าเป็นสหายได้หรือไม่” สายตาคาดหวังของคุณหนูตระกูลมู่ส่งมายังซูเม่ย

                “ข้าเป็นเพียงสาวใช้ไม่ใช่บุตรขุนนางเช่นท่าน หากคุณหนูมู่ไม่รังเกียจข้าก็ยินดี” รอยยิ้มจริงใจปรากฏบนใบหน้างาม

                “ข้าไม่รังเกียจแม้แต่น้อย ขอบคุณแม่นางซูเม่ยที่นับข้าเป็นสหาย” หยุนเสี่ยวยิ้มดีใจไม่ต่างกัน

                “แล้ว....ที่ตระกูลเพ่ย คุณชายใหญ่สบายดีหรือไม่”

        ใบหน้าของหยุนเสียงแดงระเรื่อเมื่อถามถึงบุรุษอีกคน อีกทั้งเสียงนั้นกลับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทั้งท่าทางที่เขินอายใบหน้าที่ก้มต่ำเช่นนี้ทำให้ซูเม่ยเดาได้ไม่ยากว่าสาวน้อยเบื้องหน้าคงมีใจให้หยางอี้แน่นอน

                “สบายดี เขายังคงสุขุมและเย็นชาอยู่ทุกวัน”

                “ท่านเห็นเขาบ่อยหรือไม่” ดวงตาเป็นประกายของอีกฝ่ายจ้องมองซูเม่ยอย่างลืมตัว

                “ไม่บ่อยนัก แค่บังอิญผ่านไปพบเป็นครั้งคราว” สายตาสงสัยของนางทำมู่หยุนเสี่ยวต้องรีบหลบหน้าอย่างเขินอาย

                “เช่นนั้น~ ขะ ข้าขอตัวก่อน ออกมานานแล้วท่านแจะเป็นห่วง” อีกฝ่ายรีบลุกออกจากโรงน้ำชาไปในทันที โดยท่าทางเขินอายนี้ของหญิงสาวทำให้ซูเม่ยอดขบขันไม่ได้

        อี้เฉิงที่พึ่งกลับจากการฝึกกระบี่ บังเอิญเห็นหยุนเสี่ยวที่รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากโรงน้ำชา โดยที่เขาเองเข้าไปทักทายไม่ทันได้แต่เก็บความเสียดายแล้วรีบตามหาสาวใช้ส่วนตัว

                “คุณหนูมู่มาหาเจ้าหรือ” อี้เฉิงถามขึ้นทันทีเมื่อพบตัวซูเม่ยที่บัดนี้กำลังนั่งกินขนมโดยมิรู้ร้อนรู้หนาว

                “อือ นางมาขอบคุณที่ช่วยเหลือครั้งก่อน พร้อมให้ขนมกุ้ยฮวาเป็นของตอบแทน”

                “เหตุใดเจ้าไม่รั้งนางไว้นานกว่านี้ ข้าจักได้พูดคุยด้วย” เขากล่าวอย่างเสียดายก่อนนั่งลงดื่มน้ำชาดับความทุกข์ในใจ

                “ข้าจะรู้หรือว่าคุณชายอยากพบนาง” ซูเม่ยปรายตามองบุรุษเบื้องหน้าก่อนกลับมาตั้งใจกินขนมต่อ

                “เจ้ามิรู้หรือว่าข้ามีใจให้กับนาง” อี้เฉิงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง

                “แล้วท่านมิรู้หรือ ว่านางมีใจให้คุณชายใหญ่” ซูเม่ยหวังดีบอกอีกฝ่ายให้รับรู้

        อี้เฉิงนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อรับรู้ความจริงจากอีกฝ่าย นางมักปฏิเสธน้ำใจจากเขาหลายครั้ง โดยที่ตัวเขาเองก็แอบคาดเดาว่าสตรีงดงามเช่นนางคงมีชายในดวงใจอยู่แล้ว ทว่าไม่คิดว่าจะเป็นพี่ชายของตนเช่นนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 57 ตอนพิเศษ

    จวนแม่ทัพเมืองหลวงวุ่นวายไม่น้อย แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนเพ่ยกับแม่ทัพใหญ่รวมทั้งฮูหยินใหญ่ก็ต่างวุ่นวายจัดแจงสาวใช้ไปด้วย แม้อากาศฤดูนี้ร้อนอบอ้าว ทว่าใจของอี้เฉิงกลับหนาวเหน็บ เขาแทบขาดใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฮูหยินตนร้องด้วยความเจ็บปวด “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ” เสียงหมอตำแยดังออกมาจากภายในเรือนใหญ่ “อื้อ!!!” เสียงเบ่งสลับกลับเสียงร้องดังไม่หยุดหย่อน “ท่านแม่ ฮูหยินข้าจะไม่ไหวแล้ว” อี้เฉิงหน้าซีดเผือดจ้องมองเรือนใหญ่ไม่ละสายตา “เจ้าอย่าใจร้อน ซูเม่ยนางอดทนกว่าที่เจ้าคิด” “อื้อ!!!!” “แง!” เสียงทารกดังขึ้น ทำทุกคนในลานหยุดชะงักหันมองเรือนใหญ่ในทันที “คลอดแล้ว! คลอดแล้วขอรับ! ลูกข้าคลอดแล้ว” อี้เฉิงกระโดดเป็นเด็ก วิ่งไปยังหน้าประตูเรือนใหญ่ที่ยังคงปิดอยู่ ปัง! ปัง! ปัง! “ท่านแม่ยาย! ลูกข้าคลอดแล้วใช่หรือไม่” อี้เฉิงดีใจจนสำรวมอาการไม่อยู่วิ่งไปเคาะประตูเสียงดัง “นี่เจ้าเป็นพ่อคนแล้ว สำรวมหน่อย” หลี่หว่ารีบมา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 56 พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

    “ยังขมอยู่หรือไม่” อี้เฉิงเอ่ยถามสตรีในอ้อมกอดที่บัดนี้จ้องมองตนตาโตจนน่าขำ “พอเลยเจ้าค่ะ ข้าจะนอนแล้ว” ซูเม่ยเคอะเขินจนไม่รู้จะอยู่สนทนาอย่างไรต่อแล้ว ก่อนจะพลิกตัวกลับไปล้มตัวนอน โดยที่อี้เฉิงไม่คิดเย้านางต่อปล่อยให้ฮูหยินตนที่เหน็ดเหนื่อยจากความโหยหาของตนเมื่อครู่ได้หลับสนิท ยามเหม่าแม่ทัพหนุ่มปรือตาตื่น ทว่าพื้นเตียงข้างตนกลับเย็นเฉียบ บ่งบอกว่าสตรีข้างกายได้ลุกออกไปนานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะตามหาซูเม่ยกลับเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยก่อนวางอ่างน้ำลงข้างเตียง “อือ! เหตุใดฮูหยินตื่นเช้านัก” อี้เฉิงเอ่ยถามพลางรั้งเอวบางนั่งบนตักตน “อากาศเริ่มหนาวข้าเลยไปนำน้ำอุ่นมาให้ท่านพี่เช็ดหน้าเจ้าค่ะ” “เหตุใดต้องทำเอง ให้สาวใช้ยกมาก็พอ” “เรื่องของท่าน ข้าอยากเป็นคนทำให้เองเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยพลางยืนผ้าอุ่นให้เขา “แต่ข้ากลัวฮูหยินเหนื่อยนี่นา” อี้เฉิงท่าทางดังแมวน้อยออดอ้อนเจ้านาย “ไม่เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ หรือท่านพี่ไม่ต้องกา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 55 ความโหยหาของแม่ทัพหนุ่ม

    อี้เฉิงกลับถึงจวนในยามเซิน ภายในจวนเงียบสงบเช่นที่เคยเป็นเขาหยุดหน้าห้องอักษรก่อนหันมองไปยังเรือนใหญ่ “ฮูหยินล่ะ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่ผ่านมา “ฮูหยินไม่อยู่เจ้ค่ะ” “ไม่อยู่! หมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน ‘เจ้าไม่กลับเรือนนานเพียงนี้ ไม่เกรงซูเม่ยจะคิดว่าเจ้าทอดทิ้งแล้วจากไปหรือ’ คำพูดของบิดาที่เอ่ยเตือนผุดขึ้นในหัว ก่อนที่เขาจะละทิ้งห่อสัมภาระไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งไปยังเรือนใหญ่ ประตูเรือนถูกเปิดออกอย่างแรง ทว่าข้างในกลับว่างเปล่า หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเกือบหยุดเต้น การบีบรัดของก้อนเนื้อในอกช่างทรมาน “ฮูหยิน ฮูหยิน!” เขาเดินวนไปทั่วเรือนใหญ่กลับไร้วี่แววของนาง ภายในหัวเขาขาวโพลนเสียงอื้ออึงเกิดขึ้นในหู เมื่อมองไปทางใดมีแต่หมอกขาวขวางกั้นไม่พบแม่แต่เงาของนาง “ซูเม่ย! เจ้าอยู่ไหน!” อี้เฉิงแตกตื่นลนลานวิ่งวุ่นไปทั่วจวน เหล่าบ่าวไพร่ต่างตกใจกับท่าทางคล้ายคนเสียสติของท่านแม่ทัพ “ซิงเหว่ยเตรียมม้า ข้าจะไปตามหาซูเม่ย” เขาตะโกนเรียกองครักษ์ข้า

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 54 เจ็บปวดเพราะสตรีที่รัก

    “เจ้าคิดจะช่วยมันหรือ” อี้เฉิงไม่สนเป็นผู้ใด เขาพร้อมจะต่อสู้หากคิดขวางทางแก้แค้นของเขา “อี้เฉิงท่านใจเย็นก่อน ชายผู้นี้ไม่ได้ทำข้าด่างพร้อย” ซูเม่ยเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า รีบอธิบายความจริงทันที อี้เฉิงสมองขาวโพลน ในหัวว่างเปล่าหันมองนางอย่างช้า ๆ เขาไม่รู้จะต้องรู้สึกอย่างไร ดีใจ โล่งใจ สับสน หรือแค้นเคือง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงมองนางด้วยอารมณืที่หลากหลาย ไม่ต่างจากจูฉือและหัวหน้าหน่วยสังหารที่งุนงงไม่ต่างกัน “ฝ่าบาทรู้ว่าจูฉือจะต้องช่วยลี่เฉี่ยวกำจัดหม่อมฉัน จึงให้องครักษ์ห่าวตูลอบอารักขา เมื่อชายผู้นี้เข้ามาข้าจึงได้ฝากรอยแผลลึกไว้ที่หน้าเขาก่อนที่จะสลบไป ไม่นานองครักษ์ห่าวตูก็ได้ใช้ยาสลบและยาสับสนให้กับชายผู้นี้ เขาจึงคิดมาตลอดว่าทำแผนการสำเร็จ” ซูเม่ยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น อี้เฉิงตกใจกลับสิ่งที่ได้ยิน แววตาของซูเม่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน เวลานี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ใบหน้าแค้นเคืองบัดนี้กลับเป็นนิ่งงัน กระบี่ลดต่ำลงก่อนจะถอยห่างจากหัวหน้ามือสังหาร โดยไม่ได้หันหน้ามองซ

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 53 ลอบสังหารรัชทายาท

    “ฮูหยินข้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” อี้เฉิงรู้สึกแปลกใจเมื่อฮ่องเต้ต้องการดึงนางเข้าไปเกี่ยว “เรื่องนั้นท่านต้องรอถามฮูหยินท่านอธิบายเองแล้ว ตอนนี้ควรรีบเร่งหากช้ากว่านี้ เกรงองค์รัชทายาทจะตกอยู่ในอันตรายได้” อี้เฉิงแม้กระวนกระวายใจ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรีบไปเข้าวังหลวงอารักขาองค์รัชทายาทเสียก่อน และนี้อาจจะเป็นโอกาสให้กำจัดขั้วขุนนางฝั่งตระกูลจูลงได้ “ซูเม่ย ตื่นเถอะ” อี้เฉิงกระซิบเสียงเบาข้าหูนาง “เกิดอะไรหรือเจ้าคะ” นางปรือตาตื่นเมื่อเห็นฟ้าโดยรอบยังมืดอยู่จึงแปลกใจไม่น้อย “องครักษ์ห่าวตูมา” สิ้นประโยคซูเม่ยกลับนั่งตัวตรง ดวงตาที่หนักอึ้งกลับสว่างในทันที “จริงหรือเจ้าคะ” ท่าทางตกใจของนางทำให้อี้เฉิงคาดเดาว่านางคงมีเรื่องปิดบังตนแน่ “ใช่! ฮ่องเต้ให้เจ้าเข้าวังพร้อมข้า เกรงว่าจูฉือคิดส่งคนสังหารรัชทายาทแล้ว” อี้เฉิงเอ่ยพลางลุกขึ้นสวมชุดเกราะ ไม่ต่างจากซูเม่ยสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือน “ฮูหยินน้อยเพ่ย ท่านยังจำหน้าโจรผู้นั้นได้หร

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 52 กวาดล้างคนชั่ว

    ราชโองการประกาศออกไปทั่วแคว้น องค์ชายใหญ่เปี่ยมด้วยเมตตา พระปรีชามากล้น นับแต่นี้ขึ้นเป็นรัชทายาทของแคว้นเฟิงหยาง แม้เสนาบดีซ้ายคิดขัดขวางทว่าบทความนั้นช่างน่าอายจนมิอาจหน้าหนาหาข้ออ้างได้ ด้านตระกูลโจวก็มีเรื่องกังวลไม่แพ้กันด้วยกำแพงเมืองเหนือพังลง เพราะรองเจ้ากรมโยธาอย่างโจวเหิงซานคิดอมเงินหลวง อีกทั้งไม่ยอมจ่ายค่าจ้างคนงานนานถึงครึ่งปี บัดนี้โทษทัณฑ์เข้าใกล้ตัวคิดหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว ท้องพระโรงเจิงหมิงประทับนั่งบัลลังก์มังกร การสืบคดีหัวเมืองเหนือสิ้นสุด ขุนนางทุกผู้ถูกเรียกเข้าร่วมหารือทันที “ทูลฝ่าบาท กำแพงเหนือพังลงเพราะโจวเหิงซานใช้ของไม่มีคุณภาพ หินที่นำมาสร้างก็น้อยนิด ดินมีแต่เศษฟางทำให้ไม่แข็งแรงพังลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งคนงานบอกไม่ได้ค่าจ้างมาหกเดือนแล้ว ก่อนหน้าแม้ได้ค่าแรงแต่ก็เพียงครึ่งนึงของราคาประกาศของราชสำนัก พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำกราบทูล เจิ้งหมิงใบหน้าโกรธเกรี้ยว สองมือกำแน่นสายตาพิฆาตจ้องมองโจวเหิงซานโดยไม่ละสายตา “ทหารนำชายชั่วนี้ไปประหาร” เสียงทรงอำนาจดังลั่น “ฝะฝ่าบาท ไว้ชี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status