تسجيل الدخولช่วยที…ช่วยฉัน ด้วยตรงนี้ของเธอ
แม้จะผ่านไปแล้วหลายวัน ทว่าคำพูดของมาร์คัสหวังยังคงดังก้องชัดอยู่ในหัว บรูคลินข่มตาที่อ่อนล้าลงหวังสลัดทุกร่องรอยและสัมผัสของอีกฝ่ายออกไปจากห้วงความทรงจำ ทว่าภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นกลับไหลพรั่งพรูเข้ามาไม่หยุด
ทั้งภาพของเขา
เสียงทุ้มแหบกระเส่าชวนใจสั่น
และสัมผัสร้อน ๆ จากเนื้อตัวเขาที่คล้ายจะยังหลงเหลืออยู่บนเนื้อตัวเธอ
ร่างบอบบางร้อนผ่าวจากพิษไข้นอนซุกกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ หัวใจที่ควรจะแข็งแรงที่สุดกลับวูบไหวซ้ำ ๆ เมื่อตะกอนความรู้สึกที่ฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกถูกกวนให้ขุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
อ่า…แย่ชะมัด
คนป่วยกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะสลัดหัวที่หนักอึ้งไปมาหวังไล่ภาพทรงจำที่เต็มไปด้วยใครบางคนออกไป
บรูคลินนั่งคลึงศีรษะอยู่พักใหญ่ ทว่าไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ที่สุดแล้วเรียวขาสวยจึงวาดลงจากเตียงกว้างแล้วตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างความหนักอึ้งทั้งหมดออกไป
เปลือกตาสีอ่อนพับลงหลังจากหย่อนตัวลงในอ่างน้ำ ที่ถูกปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับร่างกายที่เริ่มจะสร่างไข้ กลิ่นอ่อน ๆ ของอโรม่าจากเทียนหอมช่วยให้คนป่วยรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเป็นอย่างดี
ต่างจากใครบางคนที่กำลังหัวเสียกับลูกค้าวีไอพีที่ทำตัวกร่างในบ่อนกาสิโนสาขาใหญ่ของตระกูล แม้ภายในกาสิโนหรูหราแห่งนี้จะมีสถานบันเทิงรองรับลูกค้าในแวดวงสังคมชั้นสูง ที่ต้องการปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมาโดยไม่ต้องระแวงว่าข้อมูล รูปถ่าย หรือวิดีโอของตนจะหลุดออกไปว่อนในอินเทอร์เน็ต
ทว่ากลับยังมีลูกค้าบางจำพวกที่ทำสันดานเสีย ด้วยการระบายความใคร่กระสันกับหญิงสาวที่ให้บริการในพื้นที่ที่ไม่อนุญาต อย่างเช่นไอ้เวรนี่ที่กำลังนั่งกระดิกเท้าท้าทายอยู่ตรงหน้าทายาทคนรองของตระกูลมาเฟียใหญ่
“กูไม่คุยกับพวกกระจอก ไปเรียกนายใหญ่มาสิวะไอ้ขี้ข้า” นัยน์ตาก้าวร้าวเหยียดหยามจงใจจ้องมองบุคคลตรงหน้าที่เป็นคนคุมอำนาจเบ็ดเสร็จภายในกาสิโนขนาดใหญ่แห่งนี้แทนผู้เป็นพี่ชายอย่างมาลาไคท์ หวัง
“เป็นแค่ตัวสำรองสะเออะมาคุยกับกู ถุย!!” กิริยาต่ำทรามเมื่อครู่ส่งผงให้บรรดาผู้ติดตามของคุณชายรองตระกูลหวังต่างพากันกระชับอาวุธในมือแน่น โดยเฉพาะตงหยางที่อยากจะลั่นไกใส่กบาลคนที่มันกล้าเสียมารยาทต่อหน้าผู้เป็นนาย
ทว่าประกายวาววับที่ฉายแววสนุกจากนัยน์ตาคมดุสีรัตติกาลทำให้ลูกน้องต่างรู้ดีว่าผู้เป็นนายยังไม่อยากหมดสนุกในตอนนี้
การได้เห็นสันดานกร่างของคนอ่อนแอก่อนที่มันจะถูกกระชากลงมาใต้อุ้งเท้านักล่าผู้อยู่บนสุดของยอดพีระมิดนั้นช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์สำหรับมาร์คัสหวัง
“นั่งเซ่ออยู่ทำไมวะ ไปตามนายใหญ่มา กูบอกแล้วไงว่าไม่คุยกับคนกระจอกอย่างมึง” ด้วยสืบประวัติลูกค้าทุกคนที่สมัครเมมเบอร์เข้ามาใช้บริการแล้ว มาเฟียหนุ่มจึงรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นลูกนักการเมืองใหญ่ที่เพิ่งกลับมาต่างประเทศได้ไม่นาน จึงไม่แปลกที่มันจะไม่รู้จักและเกรงกลัวมาเฟียอย่างเขา
เกลียวควันสีขุ่นจงใจพ่นใส่คุณชายรองตระกูลหวังอย่างหยาบคาย ก่อนที่ปากไม่มีหูรูดจะขยับแล้วพ่นถ้อยคำที่ทำให้ประตูนรกเปิดออกเร็วขึ้นกว่าเดิม
“สารรูปแบบนี้สะเออะมานั่งมองหน้ากู ดูจากรอยที่คอก็ไม่ได้สันดานต่างจากกูนักหรอกวะแม่ง คงเอามั่วกับกะหรี่แถวนี้สิท่า”
นัยน์ตารัตติกาลเย็นเยือกไร้แสงในวินาทีนั้น
อ่า…รอยกัดที่คอนี่…
แรงกดข่มมหาศาลที่แผ่กำจายออกมาจากตัวทายาทคนรองของตระกูลมาเฟียใหญ่ส่งผลให้บรรยากาศในห้องโถงรับรองอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง
จริง ๆ เลย…
ยัยเพื่อนบ้านทำเขาน่าสมเพชอีกจนได้
“มึงนี่น้า…” ถุงมือหนังสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ราคาแพงข้างกายถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่อย่างช้า ๆ สวนทางกับกราฟอารมณ์ขุ่นมัวที่พวยพุ่งขึ้นจนแทบทะลุปรอท
การกระทำไม่เร่งรีบทว่าสามารถกดดันลมหายใจทุกคนในห้องนั้นทำให้บรรดาผู้ติดตามต่างลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะไม่บ่อยนักที่คุณชายรองอย่างมาร์คัสหวังจะมีปฏิกิริยาโต้กลับอีกฝ่ายแบบนี้
การสวมถุงมือของผู้เป็นนายเสมือนเวลาชีวิตของไอ้เวรนี่กำลังค่อย ๆ ลดลงในไม่ช้า
การก้าวเข้ามาหาความสุข ละลายเม็ดเงินเล่นในสถานที่แห่งนี้ไม่ต่างจากการที่ขาข้างหนึ่งเหยียบอยู่ตรงปากเหวนรก หากกระทำผิดกฎจะถูกถีบลงไปหรือหยิบยื่นความปรานีให้มันก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่งในสถานที่แห่งนี้อย่างมาร์คัสหวัง
หมับ!
“เฮ้ย! อึก” ราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวชายอวดเก่งผู้นั้น บุหรี่ราคาแพงในมือหยาบถูกฝ่ามือแกร่งยึดไปก่อนที่ปลายคางโสโครกจะถูกกอบกุมด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลที่สามารถบดกรามให้แตกละเอียดได้
“ในนี้ไม่มีกะหรี่…” เสียงทุ้มเปี่ยมอำนาจดังแหวกม่านความอวดดีก่อนหน้าของมัน น้ำหนักที่มือมาเฟียหนุ่มเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้คนถูกบีบปวดร้าวกระดูกใบหน้าจนน้ำตาแทบไหลเป็นสายเลือด
คำว่ากลัวตายสลักชัดบนหน้าผากชื้นเหงื่อในวินาทีนั้น ทว่ามีหรือที่มาเฟียหนุ่มจะเห็นใจ
กะหรี่งั้นเหรอ…
ดวงหน้าหวานของเจ้าของรอยขบกัดบนลำคอแกร่งผุดขึ้นมาในหัวเพียงครู่ ทว่ากลับสร้างแรงกระเพื่อมให้มวลอารมณ์คุกรุ่นที่มีต่อคนตรงหน้าขยายวงกว้างออกไป
ใช่ เขาโกรธที่มันกล้าลามปามยัยคุณหนูฮาเซงาวะ
ส่วนเหตุผลก็เพราะไอ้พนินห์มันฝากฝังไว้…แค่นั้น
“…คนของกูทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ถ้ามีใครที่จะแตะต้องได้ มันก็ต้องเป็นกูคนเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่น…”
สายตาหวาดกลัวต่างจากก่อนหน้าส่งมาขอความเห็นใจทายาทมาเฟียตระกูลใหญ่ ทว่า…
“อ๊ากกก อึกกก”
บุหรี่ร้อน ๆ ในมือแกร่งถูกยัดเข้าปากสกปรก ก่อนที่ตงหยางจะเข้ามารับช่วงต่อด้วยการอุดปากมันไว้ไม่ให้คายของร้อนออกมา ลูกชายนักการเมืองใหญ่ดิ้นทุรนทุรายในพันธนาการของตงหยาง นัยน์ตาแดงก่ำเหลือกลอยเพราะความทรมานเจียนขาดใจ
มุมปากหยักของมาร์คัสหวังเหยียดยิ้มเยือกเย็นพลางรับมีดจากผู้ติดตามแล้วกล่าวต่อ
“ตงหยาง” เพียงเรียกชื่อ ตงหยางก็กระชากผมให้ใบหน้าถอดสีเงยขึ้นมา ก่อนที่ปลายมีดคมกริบจะจ่อเข้าไปในปากคนที่มันกล้าเอ่ยถึงทายาทฮาเซงาวะในทางที่ไม่ดี
นัยน์ตาคมกริบไร้ความสงสารปรานีใด ฉับพลันข้อมือแกร่งก็ตวัดอย่างมั่นคง ก่อนที่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจะดังลั่นโถงห้อง
“อ๊ากกกกกก”
เลือดสีสดไหลเลอะลงมาถึงคางก่อนที่บางส่วนของลิ้นโสโครกจะหลุดออกมากระทั่งร่วงลงพื้นเย็นเยือก
“จัดการต่อด้วย” ถุงมือสีดำถูกถอดออกส่งให้ผู้ติดตาม ก่อนที่ร่างสมส่วนจะเดินจากไป โดยไม่สนใจหันกลับมามองคนที่เขาเพิ่งจะหยิบยื่นความตายให้เลยแม้แต่น้อย
ก็สมควรแล้ว…
กล่าวหาว่าหวังโกงไม่พอ ยังจะทำเรื่องบัดสีต่อหน้าลูกค้ารายอื่น ๆ ทั้งที่มีสถานที่เตรียมไว้ให้สำหรับทำเรื่องอย่างว่า
“ให้ผมติดต่อหมอมาดูแผลไหมครับคุณชาย” ตงหยางที่เดินประกบผู้เป็นนายเอ่ยถามขึ้น ส่งผลให้หว่างคิ้วเข้มย่นเข้าหากัน
“ก็แค่รอยแมวกัด อย่าเวอร์น่าตง”
“แมวงั้นเหรอครับ?”
“มึงจะหลอกให้กูพูดทำไม ทั้งที่มึงรู้อยู่แล้วว่าแผลนี่ฝีมือใครไอ้ห่า” ฝ่ามือแกร่งลูบไล้แผ่วเบาที่บริเวณใกล้ ๆ ร่องรอยขบกัดที่โผล่พ้นคอเสื้อ รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย
ก็ยัยนั่นเล่นกัดเขาจนจมเขี้ยว
อ่า…
ป่านนี้ยัยนั่น…
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“อะ อ๊า” เสียงครางหวานที่ดังหวิวทุกครั้งที่เขาตอกตรึงความใหญ่โตเข้ามา เสียงหอบหายใจเมื่อความรู้สึกถูกครอบครองแล่นพล่านไปตามหลอดเลือดเดือดพล่าน เสียงผิวเนื้อกระทบกันในความเงียบดังอยู่เนิ่นนาน…กระทั่งร่างกายถึงปลายขอบความปรารถนาเดียวกัน คนทั้งคู่จึงทิ้งตัวหอบหายใจกอดกันแนบแน่น มาเฟียหนุ่มซุกใบหน้าลงกับต้นคอขาวของภรรยาคนสวยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า“ขอบคุณครับ…ทูนหัว” ดวงหน้าสวยชื้นเหงื่อคลี่รอยยิ้มบางพลางกระชับอ้อมกอดแน่น ขณะโน้มประทับจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาของสามีด้วยความรักใคร่“ขอบคุณเรื่องอะไรคะ”อีกฝ่ายผละขึ้นมาสบตา ส่งผ่านทุกความรู้สึกที่เวียนว่ายในนัยน์ตารัตติกาลคู่คมที่ไม่เคยละไปจากเธอเลยสักครั้ง“ขอบคุณที่เธอขารักพี่อย่างดี” เสียงพร่าแผ่วของเขาราวกับปุยนุ่นที่ไล้ผ่านหัวใจดวงน้อยของเธอ บรูคลินคลี่ยิ้มขณะเขี่ยผมที่ปรกลงบนหน้าผากเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย…” คุณชายรองตระกูลหวังยกมือเรียวขาวของภรรยาขึ้นมากดจูบหนัก ๆ ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของอีกฝ่าย“…เพราะการรักที่รักมันง่ายมากเลยไงคะ” ที่ผ่านมา ‘ความรัก’ ครั้งนี้มันดูเหมือ
“ตอนนี้อยากทำมากกว่าถูหลังแล้วค่ะ” เสียงหวานออดอ้อนกระซิบแผ่วแล้วกดจูบลงบนสันจมูกโด่งของคนตรงหน้าแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนในแบบที่ทำให้มาเฟียมากอำนาจอย่างเขาพ่ายแพ้ราบคาบทุกครั้ง“ยัยเด็ก” เสียงคนตรงหน้าเข้มขึ้นทันทีเมื่อเป็นฝ่ายถูกรุกไล่ ก่อนต้องขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนอีกครั้งเมื่อความเป็นเขาถูกเรียวมือเล็กข้างหนึ่งกอบกุมเอาไว้แล้วชักรูดขึ้นลงความรู้สึกแปลบปลาบจากการถูกมือนุ่มสัมผัสอย่างช่ำชองและรู้จุดกระสันแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่วินาทีหลังจากนั้นความเสียวซ่านจะพุ่งโจมตีไปทั่วเรือนกายกำยำ เมื่อสะโพกกลมกลึงยกขึ้นน้อย ๆ แล้วกดลงครอบครองความเป็นเขาช้า ๆ ราวกับต้องการให้รู้สึกถึงทุกแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน“อืม...” ลำคอแกร่งส่งเสียงคราง มาร์คัสหวังปล่อยให้คนบนร่างควบคุมทุกจังหวะ ร่างกายเล็กขยับเนิบช้าทว่าหนักแน่น ความร้อนจากออนเซ็นแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างคนทั้งคู่ ทว่าไม่มีอะไรร้อนระอุเท่าสัมผัสของทั้งสองฝ่ายที่กำลังโรมรันร่างกายเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ~” เสียงครางหวานดังประสานไปกับเสียงน้ำกระเพื่อม เมื่อจุดกระสันภายในถูกแกนกายใหญ่โตของคนใต้ร่างแตะเข้าซ้ำ ๆ“เธอขา
โตเกียวในค่ำคืนสุดสัปดาห์ ร่างสะโอดสะองของบรูคลินเดินตรงเข้าไปในลิฟต์แก้วของคลับหรูแห่งหนึ่งใจกลางย่านเศรษฐกิจ ขณะที่นัยน์ตารัตติกาลคู่คมของคุณชายรองตระกูลหวังมองตามหลังผู้เป็นภรรยาจากส่วนรับรองชั้นล่าง“ให้ผมขึ้นไปเสริมทีมฮาเซงาวะไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทอย่างเล่ยหานกระซิบถามผู้เป็นนาย ก่อนอีกฝ่ายจะตอบ“ไม่ต้อง…เรารออยู่นี่จนกว่านายหญิงจะเสร็จธุระ”ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปชั้นหก ที่มีห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเจรจาธุรกิจมาร์คัสหวังนั่งนิ่ง ไม่ไถโทรศัพท์ ไม่อ่านอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งเมนูอาหาร เขาแค่นั่งเฝ้าประตูทางเข้าราวกับรู้ว่ามีใครกำลังจะย่างเท้าเข้ามาในไม่กี่นาทีข้างหน้าที่สุดแล้วบุคคลที่เขาเฝ้ารอก็มาชายวัยสามสิบต้น ๆ แต่งตัวเนี๊ยบเดินผ่านหน้าเขาไปโดยที่มีโทรศัพท์แนบหู เดิมทีเขาเพียงจะสังเกตท่าทีของว่าที่พาร์ทเนอร์ฮาเซงาวะที่วันนี้ภรรยาคนสวยของเขามาเป็นตัวแทนในการเจรจาทางธุรกิจทว่า…ตัวเล็กดีว่ะจัดสักน้ำก่อนเซ็นต์น่าจะง่ายหน่อยของแบบนี้ไม่ต้องรีบคุย ซอยไปคุยไปเร้าใจกว่าเยอะเพล้ง!!ไวกว่าความคิด แก้วบนโต๊ะแตกคามือมาเฟียตระกูลใหญ่ มาร์คัสหวังกดข่มอาร
ค่ำคืนนั้น ในครัวขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารอันคุ้นเคยของคนสองรุ่น เสียงหัวเราะของพ่อลูกจากห้องน้ำยังคงแว่วมาเป็นระยะ คลอเคล้าไปกับเสียงเคี้ยวของเด็กน้อยที่กำลังเพลินกับมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยองค์ประกอบภายในบ้านที่ถูกจัดวางอย่างดี กอปรกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยสายใยแห่งความรัก ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความหมายของคำว่า ‘บ้าน’“ปะป๊าช่วยยกกับข้าวทีค่ะ” เสียงหวานของหม่ามี้คนสวยเอ่ยจากหน้าเตาขณะอุ้มลูกสาวไปนั่งบนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก“ครับเมีย” มาเฟียหนุ่มตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมรอยยิ้มที่เผยความภักดีที่มีให้อีกฝ่ายอย่างมั่นคงเสมอมา“อาหย่อยจัง” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังพูดไม่คล่องนักดังขึ้นจากเก้าอี้สูงประจำตำแหน่ง เมื่อมือป้อมเล็กตักอาหารฝีมือผู้เป็นแม่เข้าปาก“หม่ามี้เหนื่อยไหมครับ” ขณะที่เด็กชายวัยสี่ขวบเงยหน้าจากจานข้าวตรงหน้าแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนหัวใจของคนเป็นแม่อบอุ่นขึ้นในวินาทีนั้น“คุนคุนไม่ดื้อ หม่ามี้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” บรูคลินยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ“คุนค
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้าไปในห้องนั่งเล่น แสงอุ่นละมุนไล้บนโซฟาหนังแท้ขนาดใหญ่ที่ร่างสมส่วนของมาเฟียหนุ่มนั่งอยู่ แล็ปท็อปวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้านัยน์ตารัตติกาลคู่คมจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม ขณะที่มือข้างหนึ่งโอบลูกสาววัยแรกเกิดเอาไว้อย่างทะนุถนอม เบบี๋มังกรวัยสิบวันนอนหลับปุ๋ยในอ้อมแขนผู้เป็นพ่อ ริมฝีปากเล็กจิ๋วเผยอเล็กน้อยราวกับกำลังฝันดีบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้า มีขวดนมของเบบี๋มังกรคนพี่วางเรียงข้างแก้วกาแฟที่ยังมีไออุ่นระเหยอยู่ ข้างกายมาเฟียใหญ่มีร่างอ่อนเพลียของภรรยาคนสวยเอนพิงหมอนอิงนุ่ม ๆ โดยที่ในอ้อมแขนมีเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังซุกตัวหลับสนิทกลิ่นแป้งเด็กเจือปะปนกับกลิ่นหอมจางจากเส้นผมของบรูคลินที่เพิ่งสระใหม่ช่วยเติมบรรยากาศภายในเรือนหอแห่งนี้ให้ละมุนและนิ่งสงบครืดดด~ขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับการตรวจงานตรงหน้าและเฝ้าภรรยากับลูก ๆ จู่ ๆ สมาร์ตโฟนเครื่องหรูก็สั่นเป็นสัญญาณของการโทรเข้า ฝ่ามือแกร่งรีบเอื้อมไปหยิบขึ้นมากดรับสายทันทีเพราะกลัวเสียงสั่นจะทำให้เบบี๋ตื่น“ว่าไง” เขารับสายเสียงนิ่ง ก่อนที่ปลายสายจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดอย่างอารมณ์ดี
กลิ่นอายของฤดูหนาวปีถัดมาไล้ผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกกาสิโนสูงระฟ้าสาขาหลักตระกูลหวัง ทว่าบรรยากาศของห้องประชุมขนาดใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยความนิ่งขรึมในแบบขององค์กรในโลกสีเทากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศประหลาดในเช้าวันนี้เพราะคุณชายรองตระกูลหวังที่นั่งหัวโต๊ะประชุมมีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก กลิ่นอายอันตรายและแรงกดข่มของมาเฟียใหญ่แผ่กำจายออกมามากผิดปกติจนคนในห้องต่างลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากมาร์คัสขมวดคิ้วมองเอกสารในมือราวกับมันเป็นภาษาต่างดาวจากนั้นก็หยิบช็อกโกแลตออกจากกล่องขึ้นมากัดคำใหญ่ จนบรรดาลูกน้องที่นั่งร่วมประชุมอีกหกชีวิตต่างลอบสบตากันเงียบ ๆ ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดใครมันจะไปกล้า?เพราะคุณชายรองที่ปกติไม่แม้แต่จะแตะของหวาน กลับนั่งเคี้ยวช็อกโกแลตกร้วม ๆ ราวกับเป็นของโปรดอย่างไรอย่างนั้นปึก!ฉับพลันแฟ้มเอกสารก็ถูกโยนลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่เสียงเข้มดุเจือไอสังหารจะดังแหวกความเงียบ“ทำไมรายงานนี่มันกลิ่นเหม็น ๆ วะ” สิ้นคำนั้นทุกคนในห้องต่างสะดุ้งเฮือก ก่อนที่หนึ่งในทีมวิเคราะห์จะเอ่ยเสียงสั่น“มะ…มันคือกระดาษรีไซเคิลครับ คุณชายเคยสั่งให้ใช้…”“เปลี่ยน!” น้ำเสียงแข็งก
สตูดิโอเรือนกระจกทรงยุโรปทอดตัวยาวอยู่กลางสวนหลังคฤหาสน์ไร่ไวน์ตระกูลหวัง ผนังกระจกใสที่ตกแต่งด้วยม่านลูกไม้บาง ๆ สีขาวรับแสงแดดอ่อน ๆ ยามสาย ภายในมีร่างบอบบางของคุณหนูคนเล็กตระกูลหวังที่กำลังก้มหน้าวาดภาพอย่างตั้งใจ แม้จะรู้ว่า ‘แขก’ คนเดิมกำลังจะมาเยือนอีกครั้งในวันนี้ขณะที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของ
“อ่า…งั้นมึงก็ยิงเลย แต่ถ้าไม่ตายกูจะเผาลูเธอร์แล้วพาเมียกูกลับ!” นัยน์ตาคมดุสีรัตติกาลเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ราวกับต้องการเน้นย้ำในคำพูดเมื่อครู่ เปลือกตาสีอ่อนพับลงรอชดใช้ความผิดในอดีตที่ยังตามติดขณะที่มุมปากหยักของราฟาเอลขยับยิ้มเย็นเยือก ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะค่อย ๆ ลงน้ำหนักที่ไกปืน“อย่าทำนะคะ” น
“อะ…อื้มมม…” เสียงครางหวานดังในลำคอระหง ขณะที่ริมฝีปากหยักยังคงบดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างแผ่วเบา และอ่อนโยนราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยไปจากอ้อมแขนของเขาเนื้อกายอ่อนนุ่มที่เปลือยเปล่าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้สั่นสะท้านภายใต้สัมผัสเฉียบขาดของเขา ริมฝีปากร้อนลวกลากไล้มาถึงเนินเต้าอวบอิ่มที่ปลายยอดสีชมพูอ่อน
“คุณเคยจูบฉันตรงนี้…เหรอคะ?” เสียงไม่คงที่กับร่างบางที่สั่นระริกทั้งที่เขายังไม่ทันจะเริ่มด้วยซ้ำเรียกรอยยิ้มบางให้ปรากฏบนใบหน้าคมคายพริบตานั้นราวกับมีบางอย่างขาดผึง กลิ่นอายลุ่มลึกของป่าฤดูฝนกรุ่นผ่านริมฝีปากอิ่มเมื่ออีกฝ่ายประทับจุมพิตลงมา สัมผัสเหนือความคาดหมายนั้นทั้งอ่อนโยน ลึกซึ้ง คล้ายทุกคว







