Masuk"อาวิณไม่ต้องเสียใจหรอก เดี๋ยวเอิงโตขึ้น เอิงจะเป็นเจ้าสาวให้อาวิณเอง" "โอ๊ย ไอ้เด็กบ๊องส์ พูดแต่ละอย่าง แม่พายัยเอิงกลับเรือนเล็กไปเลย สอนให้นั่งสมาธิเยอะๆ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน!" ............... ความรักของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีต่อผู้ชายที่อยู่ในสถานะคนดูแล แปรเปลี่ยนไปเป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งเมื่อเติบโต โดยที่เธอจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคที่ใหญ่หลวง นั่นก็คือความรู้สึกของผู้ชายคนนั้น ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังมองเธอเป็นเพียงเด็กในปกครอง แต่เธอไม่ยอมแพ้ เพราะเชื่อว่าตนเองเกิดมาเพื่อจะเป็นเจ้าสาวของเขาเท่านั้น ::::::::::::::::
Lihat lebih banyakพอลูกสาวหลับไปแล้ว ภูวิณก็เก็บหนังสือนิทานไว้บนโต๊ะ ห่มผ้านวมให้ หอมแก้มเบาๆ ไม่ลืมที่จะปิดโคมไฟหัวเตียง เหลือเพียงโคมไฟหน้าห้องน้ำ จากนั้นก็กลับห้องนอนของเขากับภรรยาที่อยู่ห้องถัดไป คั่นกลางด้วยห้องแต่งตัวที่ประตูทั้งสองห้องเชื่อมต่อกันได้ภูวิณยิ้มกริ่มเมื่อเปิดประตูห้องแต่งตัวเข้ามาก็เห็นภรรยากำลังสวมชุดนอนสีดำสายเดี่ยว ยิ่งขับผิวขาวนวลลออตา ชุดสั้นเหนือเข่ามาเกือบคืบ โชว์เรียวขาสวยที่เขามองไม่เคยเบื่อ ผมยาวดำขลับทิ้งสยายเต็มกลางหลังใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้มกลับเห็นผิวขาวใสไร้รอยด่างดำ แม้จะออกไปช่วยงานในไร่บ่อยครั้ง สลับกลับไปทำงานในรีสอร์ต แต่อรองค์ก็ดูแลตัวเองอย่างดีอรองค์ในวัยสามสิบต้นๆ เหมือนเจ้าตัวเพิ่งเป็นสาวเต็มตัว มีเสน่ห์มากยิ่งกว่าเด็กสาวในวันวานทั้งรูปร่างที่ผอมเพรียว แต่ก็เฟิร์มไปทั้งเนื้อตัว ช่วงอกอวบอิ่มขึ้น ดวงตากว้างเป็นประกายรู้ทันเมื่อเห็นสายตาโลมเลียของเขา“เซ็กซี่จัง” ภูวิณเดินมาโอบกอดภรรยาจากด้านหลัง ซุกจมูกที่ลำคอระหง ก่อนย้ายไปยังซอกหู มือใหญ่นั้นเริ่มไล้เบาๆ ตั้งแต่โค้งสะโพก ผ่านชุดนอนเนื้อบางเบา ทำให้อรองค์วูบไหวจนร่างสะท้าน พร้อมครางเสียงแผ่วริมฝีปากอุ่น
ตอนพิเศษ “คุณแม่ขาหนูอยากปั่นจักรยานเล่นที่ไร่ค่ะ” เด็กหญิงอิงจันทร์ วัยสี่ขวบเอ่ยขึ้นในเวลาบ่ายวันหยุด กำลังกินของว่างกับแม่ในสวนข้างบ้านเด็กหญิงอิงจันทร์มีหน้าตาคล้ายแม่ค่อนข้างมาก ทั้งใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตาโตกว้างเป็นประกายสดใส ริมฝีปากจิ้มลิ้มได้รูป ผมสั้นเคลียหูและมีหน้าม้า ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นเหมือนตุ๊กตาเดินได้“งั้นกินนมให้หมดก่อนค่ะ เดี๋ยวแม่พาไป” เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กหญิงก็ยกแก้วนมที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วดื่มจนหมด“หมดแล้วค่ะ”“งั้นเราไปเปลี่ยนรองเท้าและใส่หมวกกันค่ะ” อรองค์ที่ตอนนี้อยู่ในวัยสามสิบต้นๆ บอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลูกสาวตัวน้อยก็รีบลงจากเก้าอี้ แล้วเดินลิ่วเข้าไปในบ้านทันทีไม่กี่นาทีต่อมาสองแม่ลูกก็อยู่ในชุดเตรียมพร้อมสำหรับการปั่นจักรยาน รองเท้าผ้าใบและหมวกกันน็อค“น้องเอิงคะ ป้าศรีถาม ค่ำนี้กินอะไรดี”“อ๋อ เอิงลืมบอก ตอนค่ำเอิงจะพาน้องอิงไปกินข้าวที่ รีสอร์ตกับพ่อเขาน่ะ”อรองค์หันมาบอกคำแพง ที่ตอนนี้รับหน้าที่หลักเป็นพี่เลี้ยงเด็กหญิงอิงจันทร์ ช่วยงานบ้านอื่นๆ ยามว่างเว้นจากการดูแลเด็กหญิง เช่นวันหยุดที่อรองค์ไม่ได้ทำงาน เธอก็จะดูแลลูกสาวเอง
บทส่งท้าย หกปีต่อมาที่ไร่ภูวิณในเวลาเช้าตรู่ อรอรงค์กำลังแต่งหน้าทำผมเสร็จ สวมใส่ชุดไทยประยุกต์สีครีม ส่งผลให้รูปร่างสูงเพรียวนั้นยิ่งหน้ามองเครื่องประดับน้อยชิ้น แต่ใบหน้าสวยที่แต่งแบบเรียบๆ กลับยิ่งโดดเด่นนัยน์ตาเรียวกว้างและคมหวานเป็นประกายมีชีวิตชีวา ริมฝีปากยิ้มแย้มอิ่มเต็มและเย้ายวนอยู่ในที“แกสวยมาก” มะเหมี่ยวเอ่ยปากชม“เหมือนนางฟ้าเลยแก” มัทนาชมบ้าง“ฉันเห็นเอิงใส่ชุดแต่งงานครั้งที่สองแล้วนะ ครั้งแรกแต่งแทนคนอื่น ตอนนั้นเอิงยังเด็กอยู่ก็สวยน่ารัก ตอนนี้ดูเป็นสาวเต็มตัว เฉิดฉายมากเลย ออร่าแบบพุ่งสุดๆ” อารียาเอ่ยชมด้วยสีหน้าสุดปลื้มปริ่มกับเพื่อนรัก ที่ตอนนี้เพิ่มสถานะอาสะใภ้เข้าไปด้วย“ครั้งนี้ต้องพิเศษสิ เพราะงานแต่งของฉันจริงๆ ไม่ได้แต่งแทนคนอื่น” อรองค์เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มกว้าง ปลื้มกับคำชมของเพื่อนๆ จนจะลอยได้อยู่แล้ว“สรุป แกเป็นเจ้าสาวสองครั้งในชีวิตของอาวิณ”“ฉันถือครั้งนี้ คืองานแต่งของฉันจริงๆ”“เด็กๆ ไปข้างล่างกันเถอะ ได้กฤกษ์ทำพิธีแล้ว” อินทุอรโผล่หน้ามาบอกทุกคนในห้องแต่งตัวเมื่อลงมาถึงชั้นล่างที่สวนข้างบ้าน ก็เห็นเจ้าบ่าวยืนอยู่กับมัชกร และกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อรอเ
“เราชอบอิ้งตั้งแต่ตอนมอต้น แต่เราไม่กล้าแม้จะคุยกับอิ้ง กลัวยัยน้อยหน่าแกล้งอิ้ง”“เราก็คิดว่าไม้ชอบเอิงเสียอีก”“ใครจะกล้าชอบ อิ้งบอกย้ำเราตลอดว่าเอิงจะเป็นเจ้าสาวของอาวิณของอิ้ง”“แฮะๆ ขอโทษนะ ตอนนั้นเรากลัวไม้ชอบเอิงน่ะ เลยบอกย้ำ” เธอสารภาพน้ำเสียงเขินๆ“ก็ตอนนั้นเราชอบอิ้งแล้ว จะชอบใครได้อีก”“แล้วทำไมไม่บอก ถ้าบอกตั้งแต่ตอนนั้นเราคงคบกันได้หลายปีแล้ว แล้วตอนนั้นไม้เหมือนสนใจเอิงด้วยนะ”“ก็สนใจ เพราะเอิงดูสู้คนไง”“เลยให้เอิงไปสู้กับยัยน้อยหน่าว่างั้นเถอะ”“อือ คิดว่าเอิงจัดการได้”“แต่เสียดาย น่าจะบอกกันบ้าง”“ถึงเราจะชอบอิ้ง แต่ก็ยังเด็ก และไม่แน่ใจว่าจะชอบต่อไปได้นานแค่ไหน”“งั้นตอนนี้ก็ยังชอบนะ”“ก็ชอบอยู่”“งั้นเรามาเป็นแฟนกันไหม” เพราะอย่างไรก็คบในฐานะเพื่อนมานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักกันอะไรกันเพิ่มเติม“ได้ แต่อย่าเพิ่งบอกคนอื่นๆ ได้ไหม”“ทำไม อายเหรอที่จะเป็นแฟนกับเรา” น้ำเสียงมีแววน้อยเนื้อต่ำใจ“ถ้าอิ้งไม่กลัวพวกเขาแซวก็ตามใจอิ้งนะ”“งั้นปิดไว้ก่อนเหอะ แอบๆ คบกันก็น่าสนุกดีนะ” น้ำเสียงเธอร่าเริงขึ้นมาทันที“แต่อิ้งควรบอกผู้ใหญ่ของอิ้งก่อนนะ”“หมายถึงคุณแม่กับอาวิ
นายหญิงแห่งไร่ภูวิณ เด็กสาวขยับตัวช้าๆ อย่างปวดเมื่อย ลืมตาขึ้นก็เห็นว่าแสงแดดลอดผ่านม่านสองชั้นเข้ามา หยิบโทรศัพท์มาดูเวลาก็ใกล้เที่ยง ท้องไส้เริ่มประท้วง กำลังจะลุกจากเตียง เพื่อจะเข้าห้องน้ำเสียงเคาะประตูเบาๆ ไม่ทันจะเอ่ยปากอนุญาตก็ถูกผลักเข้ามา พอเห็นเธอบนเตียง อีกฝ่ายก็ถามเสียงเรียบ สีหน้าก็
ทั้งอ่อนหวาน วาบหวิว ใจสะท้านด้วยความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจากคนที่ชำนาญกาม“ไม่กล้าดูใครแล้ว ต่อไปนี้ถ้านึกถึงเรื่องนี้ ก็มีแต่ภาพอาวิณเต็มหัว” เธอบอกแล้วยิ้มอย่างจริงใจ“อาวิณเซ็กซี่ที่สุดแล้ว อ๊า อ๊ะ” เพราะคำชื่นชมอย่างตรงไปตรงมาเธอจึงได้รับรางวัลด้วยการถูกเขาเคล้าคลึงทรวงอก ก่อนจะถูกจูบคลึงด้วยป
เขาพรมจูบไปทั่วกลีบอูมนั้นอย่างคลั่งไคล้ จับขาเธอตั้งเข่าสูงเป็นรูปตัวเอ็ม แล้วฉกลิ้นเลียไล้ไปทั่วกลีบ อรองค์ครางลั่น ดิ้นพล่านอย่างทรมาน และเธอก็เรียกร้องที่มากกว่านั้น“อาวิณขา เอิงเสียว ไม่ไหวแล้ว เอิงอยาก...อ๊ะ อ๊า ซี้ดด” เธอหวีดร้องอย่างซ่านเสียว เมื่อเขาแทงลิ้นเข้าไปในร่องลึกที่ฉ่ำน้ำของเธอ ก
“เอิงอายุสิบแปดแล้วนะคะ เอิงก็อยากรู้อยากเห็นตามวัย แต่เวลาเอิงช่วยตัวเอง เอิงจะมีภาพของอาวิณคนเดียวค่ะที่ทำแบบนั้นกับเอิงได้”“เอิง...” เขาทั้งตกใจและขณะเดียวกันก็โมโหกับความพูดตรงของอีกฝ่าย“จริงๆ นะคะ เอิงมีแต่อาวิณเท่านั้นที่เอาเจ้านี่ เข้าไปในตัวเอิงได้”“เอิง อ่า ซี้ด” เขาสูดปาก เมื่ออีกฝ่ายก

















