เข้าสู่ระบบคำประกาศิตที่พ่อเอ่ยออกมาทำเอาเมืองรามไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดว่าสมัยนี้ยุคนี้จะยังมีการคลุมถุงชนอยู่อีก ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าผู้เป็นบิดาจะรักคนอื่นมากกว่าลูกชายตัวเองเสียอีก คงจะมีพ่อเขาคนเดียวนี่แหละ มีอย่างที่ไหนมาบังคับลูกในไส้ให้แต่งงานกับลูกเลี้ยง เห็นขี้ดีกว่าไส้! ขนาดว่าเมียใหม่ตายไปแล้วคนตายยังสั่งคนเป็นได้อีก มีอย่างที่ไหนกัน!
แต่สิ่งที่เมืองรามไม่เข้าใจในเมื่อแม่เธอก็ตายไปแล้ว แต่ทำไมเธอยังอยู่ที่บ้านอัครวรกุลอีก!!
“แต่หนูว่า อย่าเพิ่งดีกว่านะคะรอให้คุณลุงหายดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทบทวนเรื่องนี้ใหม่ก็ยังไม่สาย" เจ้าเอยให้เหตุผลพยายามยืดเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เผื่อว่าจะหาวิธีหรือหาทางออกที่ดีที่สุดให้พ่อเลี้ยงของเธอเปลี่ยนใจได้บ้าง
“อย่าแกล้งเป็นคนดีไปหน่อยเลย หางเธอกระดิกท่าทางระริกระรี้เก็บยังไงก็ไม่มิดหรอก” คนตัวสูงแสยะยิ้มมองด้วยหางตา ไม่ว่ากี่ปีสายตาที่เขาใช้มองเธอก็เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันทั้งเย็นชาและดูถูกสารพัด...
“แกนี่มันเกินคนจริงๆเลย เมื่อไหร่แกจะคิดได้สักทีว่าหนูเอยไม่ใช่อย่างที่แกคิด” คนเป็นบิดาได้แต่ส่ายหัวกับความคิดของลูกชายคนโตที่เอาแต่ประชดประชัน ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้
"ก็เพราะว่าผมคิดได้ไงครับ ถึงได้บอกว่าไม่แต่ง"
“ฉันก็คิดดีแล้ว ส่วนแกก็ห้ามขัดใจฉันเด็ดขาด แกโตแล้วก็น่าจะรู้ว่านะว่าอะไรที่เหมาะสมกับตัวแก และถ้าแกไม่รู้ฉันนี่แหละจะจัดการให้เอง"
“แม่ลูกคู่นี้เขาเอาอะไรให้พ่อกินเหรอครับ หรือว่าเล่นคุณไสย์มนต์ดำร่ายเวทย์มนต์ทำให้พ่อหลงหัวปรักหัวปรำขนาดนี้ ขนาดว่าแม่ตายไปแล้ว แต่ลูกก็ยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่อีกทำไม"
"......."
"เธอควรจะออกไปจากวงจรชีวิตครอบครัวฉันได้แล้ว ไสหัวไปจากอัครวรกุลตอนนี้ก็ยังไม่สาย” ชายหนุ่มที่เธอแอบยกเขาเป็นยอดดวงใจ เอ่ยปากไล่เธออย่างไม่ใยดี
“ไอ้ราม!!”
คนสูงวัยกดหน้าอกตัวเองเพราะมีอาการแน่นหน้าอกขึ้นมากะทันหัน อาจเพราะใช้อารมณ์มากเกินไปหน่อย หนุ่มสาวมีอาการตกใจก่อนที่เจ้าเอยจะเป็นคนวิ่งเข้าไปถึงตัวเจ้าสัวครามก่อนด้วยความเป็นห่วงอย่างรวดเร็ว ร่างสูงจึงชะงักเท้ายืนมองดูด้านหลังร่างเล็ก เพียงแค่นี้กลิ่นกายหอมอ่อนๆของเธอก็ลอยมาติดปลายจมูก หัวใจที่เคยสงบก็เต้นไม่เป็นส่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ชายหนุ่มจึงถอยออกมายืนดูอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของพ่อตัวเองดีขึ้นเพราะเธอหยิบยาบางอย่างให้ท่านกิน
พอเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเธอที่แสดงออกมาว่าเป็นห่วงพ่อของตนมากมายเพียงไรก็ทำให้เมืองรามถึงกลับเหยียดริมฝีปากพร้อมแค่นหัวเราะในลำคอ ที่ทำเอาคนได้ยินหน้าชา!
“ถ้าเป็นนักแสดงฉันว่าระดับเธอคงได้รางวัลออสก้า แสดงออกมาได้แนบเนียนจนจับพิรุธไม่ได้เลยว่าที่ทำอยู่นี่เพราะเป็นห่วงพ่อฉันจริงๆ”
"ก็แล้วแต่คุณจะคิด ฉันไม่ถือสาเอาความหรอกนะ เพราะฉันเข้าใจดีว่าเส้นหยักบางเส้นในสมองของคุณมันอาจจะฝ่อหรือไม่ก็เป็นอัมพาต ตายด้านเกินกว่าจะเยียวยาไปแล้ว"
"นี่เธอ!!"
“เอาล่ะๆพอกันได้แล้ว เอาเป็นว่าจากนี้ไปภายในสามเดือนฉันจะให้แกกับหนูเอยได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน พวกแกทำงานด้วยกันกินอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง สามเดือนนี้คงจะทำให้พวกแกรักกันได้ฉันเชื่ออย่างนั้น แ่ละฉันจะไม่คุยเรื่องนี้กันอีก”
"แค่เห็นหน้ากันเพียงไม่มีนาทีก็แทบจะกัดกันตายอยู่แล้ว พ่อคิดได้ยังไงจะให้ผมกับยัยนี่เจอหน้ากันเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงภายในสามเดือน จะไม่ฆ่าหมกศพกันก่อนหรือไง"
“เดี๋ยวก็รักกันไปเอง แกเชื่อฉันสิ.." คนพูดดูมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน แต่หนุ่มสาวกลับมองไม่เห็นทางว่าจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างที่ผู้สูงวัยต้องการ
“เจ้าเอยไปเป็นเลขาพี่รามนะ ลาออกจากที่ทำงานเก่าซะ แล้วมาทำงานกับเมืองรามจะได้สนิทสนมเรียนรู้นิสัยใจคอกัน เพราะยังไงหนูก็ต้องแต่งงานกับพี่เขาอยู่แล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยบอกลูกเลี้ยงมันคนละโทนเสียงที่คุยกับลูกชายตัวเอง ยิ่งทำให้เมืองรามฉุนกึกถึงกลับเบ้ปากใส่ทันทีอย่างไม่สบอารมณ์
“ทำไมต้องมาคลุมถุงชนกันด้วย นี่มันปีสองพันยี่สิบสามแล้วนะครับไม่ใช่ยุคของพ่อ” คนตัวสูงยืนบ่นกับตัวเองเบาๆอย่างจำนน มือหนายกขยี้ผมตัวเองจนยุ่งฟูแต่ก็ยังดูหล่อน่ามองที่สุด
“ก็ถ้าฉันให้แกเลือกเอง คงจะไปคว้าเอาแหม่มหัวแดงมาเป็นสะใภ้หรือไม่ก็ไปคว้าเอาพวกผู้หญิงไม่ดีมาเป็นสะใภ้ตระกูลอัครวรกุลซึ่งฉันไม่ยอมแน่ๆ และที่สำคัญฉันเองก็อยากจะอุ้มหลานก่อนตาย แกจะบ่นทำไม ทำเพื่อฉันแค่นี้ไม่ได้หรือไง ถ้าขืนปล่อยให้แกเลือกเองรอชาติหน้าฉันก็คงไม่ได้อุ้มหลานสักที หรือแกจะเถียง”
“พ่อไม่ตายง่ายๆหรอกครับ ยังแข็งแรงด่าผมได้อีกนาน ผมเองก็พึ่งจะอายุแค่ยี่สิบเจ็ดปีเองจะรีบไปไหน”
“แล้วยังไง แกก็ต้องมีเมียอยู่ดีเปล่าวะ ฉันตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ ยิ่งไอ้เหนือมันยิ่งเกเรเอาแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆ แต่ละวันจะตามตัวมันก็ยังไม่รู้เลยว่ามันไปมุดหัวอยู่ใต้กระโปรงของสาวคนไหน ดูสิ! ฉันนอนพะงาบอยู่ที่โรงพยาบาลน้องชายแกเคยโผล่หัวมาดูหรือเปล่า เพราะงั้นแกนั่นแหละคือความหวังเดียว อย่างน้อยให้ฉันมั่นใจว่าจะมีคนมาสืบทอดวงค์ตระกูลบ้าง ไม่รู้ล่ะพวกแกสองคนต้องทำตามที่ฉันสั่ง!”
“ก็ถ้าพ่อตายไปแล้วจริงๆ พ่อคงไม่รับรู้แล้วมั่งครับว่าใครจะมาสืบทอด"
คนเป็นลูกชายค้อนบิดา เมื่อรู้ว่ายังไงซะท่านก็คงดื้อหัวชนฝาบังคับให้เขาแต่งงานกับเจ้าเอยอยูดี นี่ถ้าไม่เห็นว่าบริษัทอัครวรกุลที่แม่ร่วมกันสร้างกับพ่อ เขาจะไม่ยอมกลับมาแต่งงานด้วยเด็ดขาด แต่เพราะทั้งหมดทั้งมวลของบริษัทฯมีแม่เขาเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย กว่าจะรวยมั่งคั่งเหมือนตอนนี้แม่ของเขาก็ลำบากมาแทบตายแต่ก็ต้องด่วนจากไปเสียก่อน แล้วเรื่องอะไรจะปล่อยให้มันตกเป็นของคนอื่นถึงแม้จะเพียงแค่ส่วนของเขาก็เถอะ ที่ผ่านมาถึงแม้สองแม่ลูกจะสูบเลือดสูบเนื้อเป็นปลิงเกาะกินมาตลอดแต่มันก็คงเพียงแค่เศษเสี้ยว แต่ถ้าถึงขั้นยกในส่วนของเขาให้เธอมันย่อมไม่ใช่หลักร้อยล้านแน่ แต่มันหมายถึงหลักพันล้านจนไปถึงหมื่นล้าน ซึ่งเขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด
“ฉันไม่สนนี่คือคำสั่งถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันสั่ง แกก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพ่อ”
ประโยคไม้ตายสินะ เมื่อคนป่วยพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังด้วยท่าทางแง่งอน ทำให้เมืองรามได้แต่เท้าสะเอวทอดถอนใจกับความเอาแต่ใจของบิดา ตั้งแต่ไปเรียนที่อเมริกาและทำธุรกิจเล็กๆที่นั่นเมืองรามไม่สนใจสืบให้ปวดใจเล่นเลยด้วยซ้ำว่าสองแม่ลูกนั่นจะผลาญเงินอัครวรกุลไปแล้วเท่าไหร่ จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าผกาจากไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนและเขาก็ไม่ได้กลับมาถึงแม้บิดาจะบังคับก็ตามที่
“ฉันจะให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ไปเรียนรู้งานกับคนของฉัน กวิน และ ฤดี ที่เป็นเลขาของฉันจะเป็นคนชี้แจงรายละเอียดงานแทนฉันให้กับแก”
"เจอหน้ากันยี่สิบสี่ชั่วโมงพ่อคิดได้ยังไง เจอกันที่บ้านไม่พอยังต้องไปเจอที่บริษัทอีก แค่ไม่กี่นาทีผมยังเอียนขนาดนี้!!"
จะให้เจอหน้ากันตลอดเวลาเขาจะทนได้ยังไง หากเป็นผู้หญิงคนอื่นว่าไปอย่างแต่นี่เป็นคนที่เกลียดเข้าไส้ ขนาดหน้าเธอเขาก็ยังไม่อยากจะมองให้เสนียดลูกตา เมืองรามถอนหายใจหนักๆหันไปมองหน้าหญิงสาวที่ยืนหัวโด่ไม่พูดไม่จา ทั้งยังไม่ขัดใจบิดาเขาเลยสักคำคงดีใจจนตัวสั่นสินะที่จะได้เขาเป็นสามี!
"ฉันจะให้ว่าที่ลูกสะใภ้เรียนรู้งานในบริษัทด้วยมันจะเป็นอะไร แกนี่มันน่ารำคาญจริงๆ เอาล่ะๆพวกแกออกไปกันได้แล้วฉันจะพักผ่อน คุยกับแกทีไรความดันขึ้นทุกทีจะอายุสั้นก็เพราะฉันมีลูกอย่างพวกแกนี่แหละ...ออกไปๆ”
เมืองรามรู้สึกหงุดหงิดเมื่อคนบิดาตัดบทไม่ยอมฟังและเอาแต่ใจท่าเดียว อีกทั้งยังโบกมือไล่ตนพร้อมกับหลับตาให้อีก ทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวต้องค่อยๆเดินออกมาจากห้องผู้ป่วยด้วยความจำใจ
..
..
หลังจากเดินออกมาแล้วปิดประตูห้องคนป่วย เมืองรามก็หันมาเล่นงานคนที่เดินสาวเท้าตามหลังออกมาทันที
“สมใจเธอแล้วสินะยัยแม่มด! เธอร่ายมนต์ดำอะไรใส่หูพ่อฉันอีกละคราวนี้ถึงทำให้ท่านถึงกลับจะยกทรัพย์สมบัติให้เธอทั้งหมด สกปรกที่สุด! ท่าทางของเธอก็ดูจะยินดีปรีดาที่จะได้แต่งงานกับฉันมากเลยสินะ ดูท่าคงอยากจะตะครุบฉันไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะสิ ถึงได้บอกพ่อฉันมาบังคับให้แต่งงานกับเธอ เธอนี่มันไม่ต่างอะไรกับแม่ของเธอเลยสักนิดที่คอยคิดแต่จะสูบสมบัติพ่อแม่ฉันที่สร้างมันมาด้วยกัน"
ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มเมื่อสบตากับเจ้าเอย หญิงสาวดูสงบไม่สะทกสะท้านกับคำดูถูกเหยียดหยามเลยสักนิด มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มเดือดดาล ดูเจ้าหล่อนช่างหน้าด้านไร้ยางอายมากทีเดียว
"ฉันไม่เคยอยากจะได้สมบัติของคุณแม้แต่สักสตางค์แดงเดียว รวมทั้งตัวคุณก็ด้วย และฉันเองก็ไม่ได้อยากที่จะแต่งงานกับคุณสักนิด” เจ้าเอยย้ำคำ เสียงที่เปล่งออกมาดูเรียบนิ่งไม่ได้มีสีหน้าเกรี้ยวกราดเหมือนคนถาม ทั้งที่โดนอีกฝ่ายสาดคำพูดเจ็บแสบ ราวกับเธอไร้ความรู้สึก
“หึ! ฉันดูหน้าโง่มากหรือไง ถึงเชื่อถ้อยคำอวดดีน่ารังเกียจของคนอย่างเธอ ถ้าเธอไม่อยากได้ฉันจนตัวสั่นแล้วเธอจะตกลงยอมแต่งงานกับฉันทำไม”
เมืองรามขยับก้าวเข้ามาใกล้ร่างเล็ก จนอีกฝ่ายค่อยๆถอยหลังจนชิดผนังหน้าห้องเจ้าสัวคราม มือแกร่งสองข้างของเมืองรามค้ำยันผนังไว้ทำให้เธอตกอยู่ในวงแขนของเขา ใบหน้าหล่อโน้มลงเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจหอมอ่อนๆของกันและกัน
“อธิบายไปคนรวยอย่างพวกคุณที่ใช้เงินแก้ปัญหาเป็นอย่างเดียว ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ"
“ถ้ามันอย่างนั้นจริง ถ้าเธอไม่อยากได้เงินของฉันจริงๆ แต่งแล้วก็หย่าเลยเธอจะยอมไหม พร้อมกับทำสัญญาไว้ว่าหลังหย่าเธอจะไม่เอาทรัพย์สมบัติฉันไปแม้แต่บาทเดียว กล้าพอไหมล่ะ” เจ้าเอยมองหน้าคนที่ท้าทายเธอแล้วหัวเราะเบาๆพลางยกยิ้มมุมปากสวยนิดๆ ยิ่งทำให้เมืองรามอารมณ์ขุ่นที่เธอมองเขาราวกับเป็นตัวตลก
"ผู้ชายอย่างคุณต่อให้เหลือแค่เพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ฉันก็ไม่คิดที่จะใช้ชีวิตด้วยอยู่แล้ว เพราะคนที่ฉันจะใช้ชีวิตด้วยเขาต้องรักและให้เกียรติฉัน แต่สำหรับคุณมันไม่มีให้ฉันแค่เพียงปลายเล็บอยู่แล้วนี่ เพราะงั้นอย่าห่วงเลยคุณสบายใจได้ว่าฉันจะไม่เอาอะไรไปเลยสักบาทเดียว"
"ปากดีนักนะ พอถึงเวลานั้นจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งสิไม่ว่า และอีกอย่าง"
มือหนายกขึ้นมาลูบไล้แก้มขาวใสอย่างช้าๆ ดวงตาคมดุจ้องดวงตาของอีกฝ่ายที่กำลังสั่นระริกริมฝีปากคู่สวยเม้มสนิท ใบหน้าหล่อก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กที่กำลังแดงก่ำด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างที่คนฟังถึงกลับขนลุกซู่
"ฉันอยากบอกเธอเอาไว้นับจากวันนี้ไปจนครบสามเดือนฉันจะทำให้เธอรู้ว่า ชีวิตของเธอนับจากนี้ต่อไปจะไม่มีวันสงบสุขได้เลย เพราะฉันเองจะทำให้เธอรู้ว่านรกบนดินมันเป็นยังไง"
พูดจบชายหนุ่มก็ตบแก้มขาวเบาๆราวกับหยอกเอินพร้อมทั้งหัวเราะร่าแล้วเดินจากไปทันทีทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาราวกับลูกนกที่มองตามร่างสูงสมส่วนของเขาที่เดินจากไปด้วยความโมโห
@หลายวันผ่านไป"เอยยังไม่เลิกงานเลยนะคะ"เจ้าเอยเอ่ยถามพร้อมมุ่นคิ้วสงสัย เมื่อเห็นร่างสูงของทายาทอัครวรกุลมาเยี่ยมชาร์เตอร์ดีไซน์กรุ๊ปโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าทำให้ทุกคนแปลกใจเสียงอื้ออึงด้วยความอยากรู้อยากเห็นเมื่อเขาเดินเข้ามาหาผู้จัดการคนสวยเจ้าเอยยังคงทำงานกับบริษัทของชาร์ค เธอไม่ยอมลาออกจากงานทั้งที่สามีบอกว่าไม่ต้องทำงานให้เหนื่อย แต่เธออ้างเหตุผลว่า เธออยากให้คุณค่ากับตัวเองบ้าง อีกทั้งไม่อยากทิ้งเพื่อนร่วมงานไปตอนนี้ชาร์เตอร์ดีไซน์กรุ๊ปกำลังไปได้สวย"พอดีแวะมาคุยงานกับไอ้ชาร์ค ก็เลยมารับเอยเลยดีกว่า""อ๋อ เลยกะจะมาหลอกลวงลูกน้องเขาไปว่างั้น"เจ้าเอยเหล่ตามองเขาอย่างจับผิดลูกน้องของเธอเลี่ยงออกไปตั้งแต่ที่เมืองรามส่งสายตาดุเป็นคำสั่งทางสายตาว่าให้ออกไปแล้ว ท
"แหม่... แซวเล่นเฉยๆ มา ๆ รีบกิน คืนนี้เฮียไม่ต้องนอนนะครับ ผมเอาใจช่วย""มึงหรือกูที่จะไม่ได้นอน"เมืองรามเบรคน้องชายเพราะแอบรู้มาว่าเจ้าตัวแสบมาที่นี่อยู่บ่อยๆ คงมีอะไรดีที่นี่แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ขอเทียวไปกลับพัทยาเป็นว่าเล่น ตั้งแต่คืนนั้นที่จัดงานเลี้ยง เมืองเหนือก็ดูแปลกไปคนเป็นน้องนั่งลงตรงข้ามพี่ชายแล้วตักหอยนางรมสดตัวใหญ่ตักน้ำจิ้มราดแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย บอกทุกคนรีบลงมือเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจัดเรียบ คืนนีมีศึกหนักรออยู่บนเตียงแล้ว... ช้าเดี๋ยวอดแดก...อาหารบนจานหรูที่ทยอยลงมาวางตรงหน้ามีแต่เมนูทำจากหอยนางรมทั้งหมด ทั้งหอยทอดผัดไทย หอยนางรมอบชีส และยำหอยนางรมจานโต พร้อมเครื่องเคียงที่เป็นกระเทียมอีกถ้วยใหญ่"ยังไงผมก็ไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังแน่นอนครับ"เมืองรามกระซิบเบาๆ ตาก็สบประสานกับเมียอย่างมีเลศนัย คนที่ยินดีพลีร่างและน้ำอสุจิทุกหยาดหยดเพื่อผลิตลูกชายรีบปากอย่างแข็งขัน พร้อมกับตักหอยตัวโตให้เมียกับตัวเอง ส่วนเจ้าสัวไม่ทานได้แต่มองลูกชายยิ้ม ๆ"เอยไม่ได้คุม อีกอย่างร่างกายก็แข็งแรงดีด้วย เพราะงั้น...อยู่ที่
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ร่างบางของเจ้าเอยที่ยังไร้เรี่ยวแรงเพราะถูกใช้งานอย่างหนักถูกสามีกักไว้ในอ้อมกอดอยู่บนเตียงนอนนุ่มไม่ยอมให้เธอลงมาพบผู้ใหญ่ด้านล่าง เขาแค่กอดเธอเอาไว้เฉย ๆ ไม่ได้ใช้งานเธออย่างหนักเหมือนคืนก่อน ๆ จนเธอผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของเขาส่วนสามีที่ใช้งานภรรยา รู้สึกว่าตัวเองทำถูกต้องแล้วที่อดกลั้นไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการออกมาทั้งหมด เพราะเมียตัวเล็กผอมบางเช่นนี้เธอคงไม่มีทางรับเขาไหว แม้จะระมัดระวังแต่ร่างกายภรรยาก็ยังอ่อนล้าอยู่ดี เมื่อตื่นขึ้นมาเธอเห็นสายตาสามีที่จับจ้องอยู่ไม่รู้เขามองเธอมานานแค่ไหน หญิงสาวส่งยิ้มอ่อนหวาน ลูบไล้แผงอกกำยำแสดงความรักผ่านสัมผัส แต่เธอไม่รู้เลยว่ากลับกระตุ้นความต้องการของเขาราวกับเชื้อไฟพิศวาสเชื้อดี นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มข้นรุนแรงขึ้นมาอย่างยากที่จะหักห้ามใจไหวเมื่ออยู่ใกล้คนตัวนุ่มนิ่ม"ตื่นแล้วก็อาบน้ำกันเถอะ"น้ำเสียงเขาแหบพร่าลุกไปเตรียมน้ำอุ่นให้ภรรยา...เต็มใจปรนนิบัติเธออย่างไม่มีอิดออดอาบน้ำกันเถอะ? เมืองรามคงไม่ได้หมายถึงอาบน้ำด้วยกันจริง ๆ ใช่ไหมอยู่ด้วยกันมาสามวันสามคืน ร่างเปลือยทั้งสองอิงแอบแ
คำพูดน่าอายหลุดออกมาอีกรอบ เมืองรามโคตรชอบเวลาผัวเมียอยู่บนเตียงไม่จำเป็นต้องฟอร์มจัดในเรื่องอย่างว่า คำพูดหยาบโลนสิบแปดบวก ผัวเมียควรยกขึ้นมาพูดคุยเพื่อกระตุ้นสร้างความสัมพันธ์บ้างก็ไม่ผิดอะไร..."จะกินทั้งตัวเลยครับทูนหัว ผัวคนนี้จะเอาทั้งวันทั้งคืนให้มีเจ้าตัวน้อย ๆ ไปให้ปู่ครามได้อุ้มหลานสมใจ"เพียงแค่เสียงเขากระเส่ายังทำน้องสาวเธอเปียกแฉะมากขนาดนี้ มันปวดหนึบเต้นตุบ ๆ อย่างน่าอาย ยิ่งยามซุกไช้ซอกคอเธออย่างหิวกระหายเธอก็ยิ่งร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว"พี่รามขี้เอา อย่าหื่นมากได้ไหม"“หรือเอยไม่ชอบ""เอยจะเดินไม่ได้แล้วนะคะ โดนพี่รามจัดหนักทั้งวันทั้งคืน" ไม่รู้ว่าจะมีแรงเดินไหมเพราะเมื่อคืนเขาก็กินเธอไม่พักลากยาวจนสลบไสลกันไปเลยทีเดียว"เดี๋ยวหมอตรวจให้ไหม ว่าจะเดินไหวหรือเปล่า" เมืองรามทำหน้าตากรุ้มกริ่ม"จะตรวจขาเอย" ใบหน้าสวยเลิกคิ้วถาม แต่เมืองรามกับกัดกรามแน่นมองเมียแทบจะกลืนกินทั้งตัว ส่วนนั้นของเขาแข็งขืนอย่างเต็มสูบ"ขาหมอคงไม่ตรวจ แต่ตรงกลางหว่างขาหมออาจจะต้องตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่ามันได้รับความเสียหายบุบส
แสงแรกแห่งวันได้สาดส่องมายังคู่รักที่นอนก่ายกอดกันตั้งแต่เมื่อคืนยันรุ่งเช้า ทั้งสองหลับไหลด้วยบทรักที่ร้อนแรงทั้งคืนสมกับความโหยหาที่คิดถึงกันและกัน เจ้าเอยตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายร้าวระบม เธอยังจำความรู้สึกครั้งแรกระหว่างเธอกับเขาเมืองรามได้ดี เขารังเกียจไม่อยากแตะต้องเธอด้วยซ้ำแต่..เมื่อเขาได้ล่วงล้ำเข้ามาแล้ว เขาก็เข้ามาไม่ยอมหยุดเลยและครั้งนี้เธอคงไม่ได้ออกจากห้องตลอดสามวันสามคืนอย่างแน่นอน เธอเงยมองคนที่นอนก่ายกอดเธอทั้งคืนเหมือนกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีก"ตื่นนานแล้วเหรอ หือ"เมืองรามงัวเงียตื่นเพราะรู้สึกว่ามีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ เจ้าเอยไม่กล้าขยับตัวกลัวว่าทำให้คนตัวโตตื่น เธอรู้ว่าเมื่อคืนเมืองรามกินเธอจนหมดเรี่ยวแรงกันเลยทีเดียว จึงได้แต่เงยมองเสี้ยวหน้าคมและเผลอลูบไล้สันกรามเล่นไปพลาง ๆ ระหว่างรอเขาตื่น"อืม...""ทำไมไม่ปลุกพี่ละคะ แบบนี้พี่เสียเปรียบเอยแย่เลย ระวังคิดค่ามองนะ""ขี้งก"หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปกัดคางอีกฝ่ายเบา ๆ เมืองรามจึงโน้มริมฝีปากกดจูบปากเล็กไว้ สายตาคู่สวยเริ่มมีเวลาสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง แล้วก็ไปสะดุด
เมืองรามรีบประกบปาก ดูดกลืนหยอกล้อกับลิ้นเล็กของเธอ ลิ้นทั้งสองกอดเกี่ยวปัดป่ายกันไปมาไม่ต่างจากร่างกายที่ทั้งสองกำลังโอบกอดรัดรึงกันและกันอย่างแนบแน่น นิ้วมือของเขายังเข้า ๆ ออก ๆ ไม่หยุด เธอเองก็ยกสะโพกรับทุกสัมผัสจากเขาอย่างเต็มใจ"อ่าา..." เจ้าเอยสูดอากาศเข้าปอด เมื่อเขาปล่อยปากเธอเป็นอิสระเมืองรามรู้ทุกตำแหน่งบนร่างเมียสาวว่าตรงไหนที่เธอชอบให้เขาใช้ลิ้นสัมผัส ลิ้นสากไล้เลียจากลำคอขาว สาบานได้ว่าวันนี้เธอจะเปียกชื้นไปด้วยน้ำลายของเขาไปทั้งตัว...เมืองรามแวะดูดดึงหยอกล้อกับสองเต้างามขบเม้มปลายถันสีแดงช้ำทั้งสองอย่างเมามัน ปลายยอดแข็งเป็นไตบ่งบอกว่าความต้องการของเธอที่มีมากแค่ไหน ผิวกายขาวผ่องสะท้อนแสงจันทร์ยิ่งทำให้เขาอยากกลืนกินเธอไปทั้งตัว“อ่า...พี่ราม.."เสียงครางเรียกชื่อเขาตลอดเวลาของเธอทำให้เขาแทบบ้า ริมฝีปากหนาลากไล้จากปลายยอดถันสู่หน้าท้องแบนราบของเธอ แอ่งสะดือที่เขาหลงใหลเรียวลิ้นวิ่งวนอยู่ในนั้นยิ่งสร้างความเลียวซ่านให้เจ้าเอยหนักกว่าเดิม เสียงร้องครางของเจ้าเอยดังขึ้นกว่าเดิมเธอหายใจหอบเหนื่อยด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่เขามอ
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน"ใครอยู่บ้าง พ่อครับ...พ่อ!!"เสียงแหกปากตะโกนดังลั่นเข้ามาตั้งแต่ประตูหน้าบ้านตามนิสัยคนหัวร้อนเอาแต่ใจตัวเองอย่าง เมืองราม อัครวรกุล ลูกชายคนโตของตระกูลยักษ์ใหญ่ ผู้จะมาเป็นทายาทหมื่นล้าน เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่จะมาเป็นผู้สืบทอดกิจการของคราม อัครวรกุล โดยมีน้องชายอย่างเ
"ยังดีที่หาทางกลับบ้านเจอ"พอก้าวขาลงจากรถแท็กซี่เสียงที่ดังอยู่ในมุมมืดก็ดังขึ้นมาทันทีจนเจ้าเอยสะดุ้งตกใจมองหาที่มาของน้ำเสียงประชดประชัน พอเห็นร่าวสูงที่ยืนกอดอกด้วยสีหน้าบึ้งตึงก็พอจะรู้ว่าเขายังไม่นอนคงเพราะต้องการหาเรื่องเธออีกสินะ"ไปไหนมา!!!”“ทำไมพึ่งกลับเอาป่านนี้!!"เมืองรามจับแขนเล็กกระ
เสียงแอพลิเคชั่นไลน์เด้งรัวๆทำให้คนที่ทิ้งสะโพกลงนั่งได้ไม่นานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ เมืองรามมองข้อความจากคาวีที่เด้งขึ้นในระหว่างที่กำลังจะรออาหารมาเสิร์ฟ วันนี้เขามีนัดทานมื้อกลางวันกับลูกสาวคนสวยของคู่ค้ารายใหญ่ที่ภัตตาคารหรูใกล้ๆกับบริษัท
"จำใส่สมองน้อยๆของเธอเอาไว้ด้วย ถ้าคิดจะมาอยู่ที่นี่เพื่อยกระดับตัวเองเป็นเหมือนลูกคุณหนูไฮโซละก็อย่าหวังว่าเธอจะได้ในสิ่งที่คิด! และที่สำคัญอย่ามาล้ำเส้น เพราะไม่งั้นเธอจะได้เห็นว่านรกบนดินมันเป็นยังไง!" "แกจะไปขู่น้องทำไม""น้องผมมีคนเดียวคือเมืองเหนือ! เผื่อพ่อจะลืม"เมืองรามสะบัดเสียงพร้อมกับป







