LOGINเสียงบาทหลวงผู้ทำพิธีดังขึ้น ก้องกังวานไปทั่วโถงโบสถ์อันเงียบงัน
"ฟาเบียน คุณจะรับ... รินฤทัย... เป็นภรรยาของคุณหรือไม่ คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียรติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่"
"ครับ" ฟาเบียนตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่นและมั่นคง ราวกับว่านี่คือการแต่งงานที่เขาปรารถนามาทั้งชีวิต
บาทหลวงหันมาทางองุ่น "รินฤทัย... คุณจะรับฟาเบียนเป็นสามีของคุณหรือไม่ คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเขาและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่"
"..." องุ่นกลืนน้ำลายที่ฝืดเฝื่อนลงคอ "ค่ะ"
เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับชีวิตเธออยู่ใช่ไหม! เธอเพิ่งมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อคืนนี้แท้ๆ แต่ตอนนี้ เธอกลับกำลังยืนอยู่หน้าแท่นพิธีเพื่อกล่าวคำ "สาบานรัก" กับผู้ชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จัก และเพิ่งถูกข่มขู่มาหยกๆ!
"บัดนี้... ทั้งสองแลกแหวนกันได้"
องุ่นรู้สึกได้ว่ามือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะหยิบแหวนขึ้นมาสวมให้ผู้ชายตรงหน้า ตอนนี้เขากำลังสวมแหวนให้เธอเช่นกัน มันเป็นสัมผัสเย็นเยียบที่ตอกย้ำความจริง
...ฟาเบียน... เธอเพิ่งจะรู้จักชื่อของเขา ก็ตอนที่บาทหลวงขานชื่อเมื่อครู่นี้เอง
"จูบสาบาน!"
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างตื่นตระหนก มองใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนเข้ามาใกล้... ใกล้เข้ามาทุกขณะ... แม้จะรู้สึกสั่นไปทั้งตัวและประหม่าจนแทบหยุดหายใจ เธอก็ทำได้เพียงหลับตาลง ยอมรับจูบสาบานจากริมฝีปากอุ่นนั้น... แต่โดยดี
งานแต่งงานอันจอมปลอมผ่านพ้นไปด้วยดี
ฟาเบียนพาเจ้าสาวป้ายแดงกลับมายังเพนท์เฮ้าส์หรู ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่เสียงดนตรีและคำอวยพรจอมปลอม ตลอดทั้งงาน และแม้กระทั่งตอนนี้ เขาก็ไม่อาจหยุดลอบมองใบหน้าสวยหวานของผู้หญิงที่จำต้องมาเป็นภรรยาเขาได้เลย
“เชิญนั่ง” เขาพยักหน้าไปทางโซฟา
องุ่นยอมนั่งลงแต่โดยดี การต้องแสร้งทำเป็นมีความสุขตลอดหลายชั่วโมงในงานแต่ง ดูดพลังชีวิตเธอไปจนเกือบหมด ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัวและหัวใจ
“ฉันกลับได้หรือยัง” เธอเอ่ยถาม พยายามเก็บซ่อนความประหม่า เธอยอมรับว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้ตามลำพัง
“ยังกลับไม่ได้!”
นัยน์ตาคมกริบสีเทาอ่อนลอบมองใบหน้าสวยอีกครั้ง ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบและรินวิสกี้ใส่แก้ว... ผู้หญิงคนนี้... เธอมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาละสายตาไปจากเธอไม่ได้
ถ้าจะบอกว่าเป็น "รักแรกพบ" มันก็ไร้สาระสิ้นดี
"ความรัก" ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ พ่อของเขารักแม่แทบตาย สุดท้ายก็ถูกทรยศ ถูกทิ้งไปแต่งงานกับผู้ชายที่รวยกว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานอำนาจของเงินได้
ฟาเบียนยิ้มมุมปากอย่างดูถูก...
‘น้องสาวเป็นยังไง พี่สาวก็คงไม่ต่างกัน’
สายตาของเขาไล่สำรวจรูปร่างบอบบางนั้นอย่างไม่ปิดบัง กฎข้อแรกในสัญญาคือเขาจะไม่แตะต้องผู้หญิงที่แต่งงานด้วย แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับมีเสน่ห์ยั่วยวนอย่างร้ายกาจ แม้ว่าเธอจะนั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟาก็ตาม
ควันบุหรี่เริ่มคลุ้งไปทั่วห้อง องุ่นปรายตามอง เลิกคิ้วเล็กน้อยไปยังชายหนุ่มที่กำลังสูบบุหรี่และยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์ ผู้ชายอะไร... หยาบคายและป่าเถื่อน ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับโลก
และนัยน์ตาสีเทาคู่นั้น... มันกำลังมองเธออย่างหยาบโลน ประเมินค่าราวกับเธอเป็นสินค้า
เธอไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้ให้เขาจ้องและเดาใจอีกต่อไป
“ฉันจะกลับ ถ้ามีอะไร คุยกันพรุ่งนี้แล้วกัน” องุ่นดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที
“อย่าเพิ่งไป หน้าที่ของคุณมันยังไม่จบ”
“หมายความว่ายังไง! หน้าที่อะไรอีก!” องุ่นกระแทกเสียงถามอย่างรำคาญใจ
ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ ฟาเบียนกำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ... ช้าๆ แต่น่ากลัว จนเธอต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ
และอีกครั้งที่ฟาเบียนแตะต้องตัวเธออย่างหยาบคาย!
หมับ!
เขารวบเอวเธอเข้าไปปะทะอ้อมแขนแกร่ง หัวใจขององุ่นเต้นรัวแรงเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ ก่อนที่เขาจะยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ
“หน้าที่บนเตียงไง!”
“อย่ามาพูดจาสกปรกนะ!” องุ่นหมดความอดทน ผลักอกเขาเต็มแรง "ฉันไม่ได้เป็นคนเซ็นสัญญาบ้าๆ นั่น! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะตัวฉัน!"
ฟาเบียนขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาขุ่นเคืองที่โดนหญิงสาวตอกหน้ากลับมาตรงๆ ผู้หญิงคนนี้ดูภายนอกอ่อนหวาน แต่คำพูดและการกระทำกลับแข็งกร้าวไม่ยอมคน เธอยอมทำตามสัญญา แต่ก็ไม่ยอมเสียเปรียบ
แต่คนอย่างเขาอยากได้อะไรก็ต้องได้! เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!
“ผมคงลืมบอกคุณไปอย่าง...” เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น "น้องสาวคุณรับค่าจ้างล่วงหน้าไปแล้วครึ่งหนึ่ง... ห้าล้านบาท... ยังไม่รวมค่าบัตรเครดิตที่รูดซื้อของไปอีกหลายแสน"
เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบเสียงเย็นชา "คุณคิดว่า... จะมีปัญญาหาเงินทั้งหมดนั่นมาใช้คืนผมไหม"
ห้าล้าน!
องุ่นอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน หาคำพูดใดมาโต้เถียงไม่ออก ยายน้องสาวตัวแสบ! ได้เงินไปแล้วยังจะหนีไปอีกทำไม!
องุ่นกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บใจ มันก็จริงอย่างที่เขาพูด ชาตินี้ทั้งชาติเธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินมหาศาลขนาดนั้นมาใช้คืนเขาหรอก!
“ฉัน... ฉันขอผ่อนคืนได้ไหม” เธอถามเสียงแผ่ว รู้สึกอับอายจนอยากจะขุดดินหนี ไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ขอผ่อนหนี้กับผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังกอดรัดเธออยู่
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอของเขา ฟาเบียนมองใบหน้าที่หยิ่งผยองเมื่อครู่นี้แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไม่เหลือสีเลือดด้วยความสะใจ
“ผมไม่ชอบให้ใครเป็นหนี้นานๆ เงินทั้งหมดผมอยากได้คืน... เดี๋ยวนี้” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจร่างบางในอ้อมกอดอย่างโจ่งแจ้ง "แต่... ผมจะยกหนี้ทั้งหมดให้คุณฟรีๆ... ถ้า..."
ดวงตาคู่สวยช้อนมองเขาอย่างสั่นเทาและไม่พอใจ
ผู้ชายคนนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว! สายตาหื่นกระหายของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าต้องการอะไร
เธอยอมรับว่าเขาหล่อเหลาราวเทพบุตร เพียงแค่กระดิกนิ้วก็คงมีผู้หญิงนับไม่ถ้วนยอมขึ้นเตียงด้วย แต่เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายคนไหนมาก่อน จะให้เธอยอมพลีกายให้ผู้ชายแปลกหน้าป่าเถื่อนคนนี้เพื่อปลดหนี้งั้นหรือ
"อย่าแม้แต่จะคิด!" น้ำเสียงของเธอกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง
"ฉันยอมแต่งงานตามสัญญาแทนแล้ว สิ่งที่น้องสาวฉันทำไว้ก็ถือว่าเป็นโมฆะสิ!"
เป็นอย่างที่คิด แม่กวางน้อยในอ้อมกอดเริ่มพยศอีกครั้ง ฟาเบียนยิ้มมุมปากอย่างมาดร้าย
“อย่ามาเล่นตัวอัพราคาหน่อยเลย... องุ่น”
องุ่นเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจที่เขาเรียกชื่อเล่นเธอ
“น้องสาวเป็นยังไง พี่สาวก็คงไม่ต่างกัน!”
สิ้นคำดูถูกนั้น องุ่นรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกแกร่งจนเขาเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง และก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว
เพียะ!!!
ฝ่ามือบางก็ฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มแรง! โทษฐานที่เขากล้ามาดูถูกเธอกับน้องสาว!
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
นัยน์ตาสีเทาของฟาเบียนวาวโรจน์ราวกับมีกองไฟลุกโชนอยู่ข้างใน ความเจ็บแสบที่ใบหน้าเทียบไม่ได้กับความโกรธที่ถูกลบหลู่
เขาฉุดกระชากร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ถ้าองุ่นไม่ยอมแต่โดยดี เขาก็จะ "สั่งสอน" ให้เธอรู้ซึ้งเดี๋ยวนี้ ว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่าง ฟาเบียน แบร์นาร์ด!
“อย่า... อื้อ!!!”
เสียงร้องห้ามของเธอถูกบดขยี้หายไปในลำคอทันที ด้วยริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ!
จูบนั้นรุนแรงและเป็นการลงทัณฑ์ สองมือที่แข็งแกร่งรวบรัดและนวดเฟ้นไปทั่วแผ่นหลังเนียนเรียบ โดยไม่สนใจร่างเล็กที่กำลังดิ้นรนทุบตีอยู่ในอ้อมกอดของเขา
กลิ่นหอมดั่งดอกไม้ป่าจากเรือนร่างขององุ่น มันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขายอมเป็นคนเลวที่เอาเปรียบหญิงสาว แม้ว่าเธอจะไม่ยินยอมก็ตาม!
"ปล่อยฉันนะ!"
ร่างบางถูกผลักลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างไม่ปรานี องุ่นพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทั้งผลัก ทั้งดัน ร่างกายสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา แต่เขาก็ยังปลุกปล้ำ ตะโบมจูบซอกคอหอมกรุ่นและเนินอกของเธออย่างเมามัน
เธอไม่เคยมีประสบการณ์... ไม่เคย! หญิงสาวกำลังรู้สึกหวาดหวั่นและตื่นตระหนกอย่างถึงขีดสุดกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
"ไอ้บ้า! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!" องุ่นส่งเสียงแข็งปนเสียงสะอื้นไห้ แต่ขัดขืนเพียงไรก็ไม่เป็นผล เรี่ยวแรงมหาศาลของเขามากมายเกินกว่าที่เธอจะสู้ได้
"อย่ามาเล่นตัวหน่อยเลย! ทำอย่างกับเธอไม่เคย!" เขาตะคอกใส่หน้าอย่างดูถูก
องุ่นยังไม่ทันได้เถียงกลับ เรียวปากอิ่มก็ถูกประกบปิดอีกครั้ง คราวนี้จูบของเขาเร่าร้อน หนักหน่วง จนเธอตั้งรับไม่ถูก ฟาเบียนพลิกร่างสูงใหญ่ขึ้นคร่อมทับเธอไว้ทั้งตัว ตรึงข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
“ปล่อยนะ! ไอ้คนเถื่อน! ไอ้บ้า!” องุ่นดิ้นรนสุดชีวิต ส่ายหน้าหนีจากจูบที่พยายามไล่ต้อน แต่ก็ไร้ผล
“ฤทธิ์เยอะนักนะ!” เขากระซิบเสียงพร่า โทสะที่ถูกตบหน้ายิ่งทวีความต้องการในกาย มือที่ว่างอยู่เริ่มลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดเจ้าสาวราคาแพง
“อย่าทำแบบนี้... ฮือ... ขอร้องล่ะ...” องุ่นเริ่มอ้อนวอน เมื่อรู้ว่าพละกำลังของตัวเองสู้เขาไม่ได้เลย
“สายไปแล้วองุ่น! เธอต้องชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวเธอทำ!”
แคว่ก!
เสียงผ้าเนื้อดีถูกกระชากขาดออกจากกัน องุ่นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ผิวเนื้อนวลเนียนปรากฏสู่สายตาของเขา ฟาเบียนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก... เธอสวยกว่าที่เขาคิดไว้มาก
เขาไม่รอช้า ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างรอยสีกุหลาบไว้เป็นหลักฐานการครอบครอง
“สิบล้านบาท... แลกกับการที่เธอนอนนิ่งๆ ให้ฉันเอา... หรือเธอจะสู้ แล้วเป็นหนี้ฉันไปตลอดชีวิต... เลือกมา!” เขาขู่เสียงเหี้ยมขณะที่ริมฝีปากยังคลอเคลียไม่ห่าง
คำขู่เรื่องเงินสิบล้านได้ผลชะงัด มันคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งพันธนาการเธอไว้ ร่างกายที่เคยดิ้นรนแข็งขืนเริ่มอ่อนแรงลง น้ำตาแห่งความอัปยศไหลทะลักออกมาจากดวงตาคู่สวย
“ฉันเกลียดคุณ... ฮือ... ฉันเกลียดคุณ...”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เธอเปล่งออกมาได้ ก่อนที่ร่างกายจะหยุดการต่อต้าน... เธอกำลังสมยอม... ไม่ใช่ด้วยความเต็มใจ แต่ด้วยความจำนนต่อโชคชะตา
ฟาเบียนมองเห็นน้ำตาของเธอ แต่เขาเลือกที่จะไม่สนใจ เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง
“อย่า... ฉันกลัว... เจ็บ...” องุ่นกระซิบเสียงสั่น เมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของเขา
“เสแสร้ง! ผู้หญิงอย่างพวกเธอมันก็เหมือนกันหมด!” เขาไม่เชื่อคำพูดของเธอ และแทรกกายเข้าสู่ความอ่อนนุ่มนั้นทันที
“กรี๊ด! เจ็บ!!!”
องุ่นกรีดร้องออกมาสุดเสียง ความเจ็บปวดเฉียบพลันแล่นปราดไปทั่วร่าง มันคือความรู้สึกที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน ฟาเบียนชะงักงันไปชั่วขณะ... ความคับแน่นและเยื่อพรหมจรรย์ที่ขวางกั้นเมื่อครู่ คือหลักฐานยืนยันว่าเธอ... บริสุทธิ์
ความคิดนั้นทำให้เขาแปลกใจ แต่ก็เพียงชั่วครู่ ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่จะครอบครองแต่เพียงผู้เดียว เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะหยุดกลางคัน
“อย่าเกร็ง... องุ่น... ถือว่านี่คือการจ่ายหนี้” เขากระซิบข้างหู ก่อนจะเริ่มขยับกายอย่างเชื่องช้าในตอนแรก เพื่อให้เธอได้ปรับตัวรับ
องุ่นจิกผ้าปูที่นอนแน่น ข่มกลั้นเสียงสะอื้นและความเจ็บปวดเอาไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มเข้ามาแทนที่ความเจ็บ...
ฟาเบียนคุมเกมรักอย่างผู้ช่ำชอง เขาปรนเปรอและช่วงชิงในเวลาเดียวกัน บทเพลงรักอันเร่าร้อนดำเนินไปอย่างยาวนาน จนกระทั่งทั้งคู่กระตุกเกร็งถึงจุดสูงสุดพร้อมกัน
ฟาเบียนทิ้งตัวลงนอนข้างๆ หอบหายใจหนักหน่วง ขณะที่องุ่นรีบพลิกตัวหันหลังให้เขา นอนขดตัวร้องไห้อย่างเงียบเชียบ... นี่คือฝันร้ายที่เธอไม่มีวันลืม
ตอนจบ“ไม่จริง! แกโกหก!”ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน“มันเป็นความจริง!” ลิต้ายืนยันเสียงสั่นและแล้ว... ลิต้าก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เธอเก็บงำไว้ในอกมาทั้งชีวิตให้ "ลูกสาว" ฟัง...ตั้งแต่เรื่องที่เธอถูกพ่อของคาร่าขืนใจจนกระทั่งตั้งท้อง...และวินาทีที่เธอถูกพรากลูกออกไปจากอก เพียงเพราะ คุณผู้หญิง ของบ้านไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ที่ครอบครัวต้องแตกแยก มันไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของพ่อของคาร่าต่างหาก ที่ทำให้ คุณผู้หญิง รับความจริงไม่ได้“ฉันไม่เชื่อ... ฉันไม่เชื่อ!!! ฮือๆ”คาร่ากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ความจริงที่โหดร้ายนี้มันทลายโลกทั้งใบของเธอลงเธอลุกขึ้น... แล้วรีบวิ่งเตลิดหนีออกจากคฤหาสน์ที่ว่างเปล่านั้นไป... เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากคาร่าหนีหายออกจากคฤหาสน์ไป ลิต้าก็หมดหนทางที่จะตามหาเธอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด... อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูกที่เธอซ่อนไว้ก็กำเริบขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นหนทาง ลิต้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ หน้าด้าน ที่สุด คือการบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลแบร์นาร์ดฟาเบียนและอ
ตอนที่ 38บทเรียนราคาแพงของคาร่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อให้เธอจ้างทนายที่เก่งกาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหักล้างหลักฐานที่มัดตัวเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา จนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปการคดโกงที่สะสมมาตลอดหลายปี ส่งผลให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลเป็นเงินจำนวนมหาศาล...มหาศาล... จนบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ ต้องเข้าสู่วิกฤต "ล้มละลาย"การต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาลตลอดหลายสัปดาห์ กลายเป็นจุดจบอันน่าเศร้า จนทำให้เธอรู้สึกคลุ้มคลั่ง... แทบจะเป็นบ้า“ฉันจะฆ่าแก... นังองุ่น!!!”สุดท้ายแล้ว... คาร่าก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความผิดของตัวเธอเองณ ร้านจัดดอกไม้ชื่อดังในปารีสหลังจากเรื่องราวพายุร้ายทุกอย่างจบลง องุ่นก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เธอกลับมาเรียนจัดดอกไม้กับอลิซอีกครั้ง“วันนี้คุณฟาเบียนมารับกลับบ้านเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ” อลิซเอ่ยแซวตอนนี้สาวๆ ทั้งปารีสต่าพากันอิจฉาองุ่นกันยกใหญ่ ที่เธอได้หัวใจหนุ่มฮอตอย่างฟาเบียนไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“ค่ะ” องุ่นยิ้มเขินเล็กน้อยหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฟาเบียนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม
ตอนที่ 37ภายในภัตตาคารหรู... สองหุ้นส่วนทางธุรกิจกำลังนั่งดื่มไวน์ฉลองกันอย่างสบายใจคาร่าส่งยิ้มหวานให้กับอองเดร หุ้นส่วนคนสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจของเธอมีกำไรมหาศาล และช่วยให้แผนของเธอสำเร็จ“แผนของคุณที่แกล้งประกาศถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ BTI นี่มันสุดยอดจริงๆ” อองเดรหัวเราะอย่างชอบใจ“มันเล่นเอาหลานชายตัวดีของผมกระเด็นตกจากตำแหน่ง แถมผมยังได้หน้า ในฐานะคนที่ 'ช่วย' เจรจาให้คุณยังยอมเป็นลูกค้าของบริษัทเราต่อไป”“ยังไงผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้วนี่คะ” คาร่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอแอบทำธุรกิจลับๆ กับอองเดรมาหลายปี และมันก็เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลต่อปี“ผมหวังว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ” อองเดรยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม“แน่นอนค่ะ” คาร่ายิ้มรับเพราะการได้เห็นฟาเบียนตกต่ำ... มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดของเธอคลิปฉาวล่าสุดถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชนทั่วไปเพียงแค่ข้ามคืน เมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า คาร่าก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด“กรี๊ด!!!!!!
ตอนที่ 36ภายในห้องนอนกว้าง องุ่นนั่งมองตัวเองที่หน้ากระจก ริมฝีปากบางพยายามฝืนยิ้มให้กับเงาสะท้อนที่ดูอิดโรยพอแล้ว...วันนี้เธอต้องเป็นคนใหม่ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าและทำให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วงเธออีกต่อไปร่างบางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มโฟวิลลูกชายตัวน้อย แล้วก้าวลงมาจากบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารเช้า เมื่อเธอเผชิญหน้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ องุ่นก็ฉีกยิ้มกว้าง... ราวกับว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆ หลงเหลืออยู่“กู๊ดมอนิ่งค่ะทุกคน” น้ำเสียงของเธอพยายามสดใสที่สุดทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารต่างชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาปรับสภาพอารมณ์ตามเธอแทบไม่ทันแต่ในวินาทีต่อมา ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้เธอรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของ "ครอบครัว" มันทรงพลังเหลือเกิน องุ่นอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันทีเซดริกและลูกชายทั้งสามคนย้ายมานั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดลูเซียงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโชว์คลิปวิดีโอที่เขาได้รับมาให้ทุกคนดู มันคือวีดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายเอาไว้ บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นไว้ได้อ
ตอนที่ 35นักข่าวจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดเรื่องขึ้น คาร่าก็ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลทันทีแต่ภายในห้องพักผู้ป่วย VVIP ริมฝีปากเรียวอิ่มกลับกำลังยิ้มเยาะอย่างสะใจ... ป่านนี้ มารหัวใจของเธอคงกำลังโดนตำรวจสอบสวนจนเสียขวัญ“ถ้าแกยอมถอยไปดีๆ ตั้งแต่แรก... ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก”ทางด้านสถานีตำรวจ...ภายในห้องสอบสวนที่แคบและอึดอัด มันกดดันความรู้สึกขององุ่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอยังคงนั่งหน้าเศร้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน... แต่เธอไม่ได้กลัวที่ตัวเองจะติดคุก...เธอกลัวว่าเรื่องของเธอจะทำให้ฟาเบียนเดือดร้อนถ้ารู้ว่าต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้น เธอจะไม่มีวันยอมออกมาพบคาร่าเด็ดขาด เป็นเพราะความคิดโง่ๆ ที่ว่าตัวเองคงพอจะพูดคุยช่วยเหลือฟาเบียนได้ มันจึงทำให้เธอมีจุดจบเช่นนี้“สรุปว่าคุณยังยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายคู่กรณีใช่ไหมครับ” ตำรวจชายถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย“ค่ะ... เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด... ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณคาร่า”ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้การสอบสวนหยุดลงกลางคันประตูเปิดออก... ฟาเบียนก้าวเข้ามาใ
ตอนที่ 34ในช่วงบ่ายที่แสนสงบ องุ่นกำลังมีความสุขกับการจัดดอกไม้ที่เพิ่งตัดจากสวนใหม่ใส่แจกัน เธอยิ้มกว้างขณะมองไปที่ลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็นเด็กข้างๆแต่แล้ว... เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบนั้นเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย“สวัสดีค่ะ” องุ่นตัดสินใจรับสายเพียงชั่ววินาที... รอยยิ้มที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าก็พลันเลือนหายไปในพริบตาสายที่โทรเข้ามาคือ "คาร่า""ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ พรุ่งนี้... และมาคนเดียว"เสียงปลายสายนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยอำนาจ คาร่าบอกสถานที่นัดหมายอย่างชัดเจนก่อนจะตัดสายไปองุ่นยังคงยืนนิ่งถือโทรศัพท์ค้างไว้ รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าพลันเลือนหายไป“พี่องุ่น ทำอะไรอยู่คะ”เสียงใสของแตงโมที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้องุ่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะหันกลับไป“อ๋อ... ไม่มีอะไรจ้ะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ”องุ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “นี่โม... พรุ่งนี้ตอนบ่าย พี่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อยน่ะ”“ธุระอะไรเหรอ ให้โมไปด้วยไหม”“ไม่เป็นไรหรอก” องุ่นส่ายหน้า แต่เธ







