ログインผ่านไปครู่หนึ่งศิลาจึงเอ่ย “มึงคิดว่าทำไมยอดขายของเราถึงตก ทั้งที่จำนวนลูกค้าก็เท่าเดิม” หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือลูกค้าที่เข้ามาในร้านมากกว่าสองเดือนก่อนด้วยซ้ำ แต่ยอดขายกลับลดลงเรื่อย ๆ แต่ถึงจะดีขึ้นก็ดีแค่ไม่กี่วัน
“ผมคิดว่าลูกค้าน่าจะไม่ได้สั่งอาหารหรือเครื่องดื่มครับ อาจจะมานั่งฟังเพลงหรือพบปะพูดคุยกับเพื่อนเท่านั้น”
ศิลาดูจากรายงานการสั่งอาหารและเครื่องดื่มของลูกค้าก็เป็นดั่งที่น้องชายกล่าวมาจริง ๆ
“พยายามควบคุมของเสียของกะบ่ายหน่อยสิวะ กูรู้สึกว่ามันจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนเลยนะ” ตอนนี้ของเสียมีมูลค่ากว่าหนึ่งล้านเกือบทุกเดือน
ดวงตาของพศินสั่นไหวเล็กน้อย “แต่มันก็เสียหายจริง ๆ นะครับพี่หิน หากพี่ไม่เชื่อ พี่ไปนั่งดูกล้องวงจรปิดก็ได้”
“กูไม่ได้ว่างขนาดนั้น ที่จะต้องไปนั่งจับผิดพวกมึง” ศิลาหมายถึงน้องชายและเพื่อนสนิทของเขา เพราะเขาไว้ใจสองคนนี้มาก ไม่เช่นนั้นคงไม่รับเข้ามาทำงานด้วย
“พี่หินอย่าคิดมากเลยครับ ผมเชื่อว่ามันต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก่อนพี่หินเจอมาหนักกว่านี้ยังสามารถสร้าง The Room XVII ขึ้นมาใหม่ได้เลย” ตอนนั้นเขาเพิ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ศิลากลัวว่าพ่อและน้องจะลำบาก จึงเสียสละตัวเองลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาดูแลผับแทนพ่อ และเขาก็ทำมันได้จริง ๆ
“เพราะกูสร้างมันมากับมือไง ถึงไม่อยากเสียมันไป” เพราะศิลาได้ยินว่าตอนนี้มีหลายโรงงานหลายกิจการก็เริ่มทยอยปิดกันแล้ว เขาไม่อยากให้ The Room XVII ต้องเป็นหนึ่งในนั้น จึงต้องสืบหาข้อเท็จจริงอยู่เช่นนี้
พศินนั่งเงียบอยู่พักหนึ่งจึงพูด “พ่อบ่นคิดถึงพี่หินแน่ะ ว่าเมื่อไรพี่จะกลับบ้านสักที”
“เอาไว้ว่าง ๆ จะกลับไป แล้วพ่อเป็นยังไงบ้าง”
“ก็เหมือนเดิมครับ มีป้าจาคอยดูแลเป็นอย่างดี” จาริณีย์ก็คือแม่บ้านที่คอยดูแลพ่อของพวกเขาทั้งสองคนตั้งแต่เขาได้รับอุบัติเหตุ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“พ่อชอบบ่นว่าเมื่อไรพี่หินจะมีเมียสักที” ตอนนี้อายุพี่ชายก็ย่างเข้าเลขสามแล้ว แต่ศิลาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะชอบใครเป็นตัวเป็นตนสักที
“เอามาทำไม ถ้ามีเมียแล้วเป็นเหมือนเมียพ่อกูยอมเป็นโสดซะดีกว่า”
พศินชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดของพี่ชาย “แต่คนที่พี่พูดถึงเขาเป็นแม่ของเรานะครับ”
“มึงนับไปคนเดียวเถอะ อย่ามาบังคับกูนับด้วยก็พอ กูไม่มีเรื่องต้องคุยกับมึงแล้ว ออกไปทำงานต่อเถอะ”
“ครับ” พศินไม่อยากโดนพี่ชายดุจึงเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
ให้หลังน้องชายศิลาจึงเรียกลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องเข้ามาหา “มีอะไรครับเสี่ย” ยศสพลถาม
“ถามอัยหน่อยว่าหายป่วยหรือยัง”
“แต่ตอนนี้เกือบจะห้าทุ่มแล้วนะครับ”
“ในสัญญาบอกไว้ว่ายังไง ไม่ใช่ว่ากูต้องติดต่อยัยนั่นได้ตลอดเวลาหรือไง” แต่เมื่อคืนเขาเพิ่งละเมิดกฎในสัญญาไปหมาด ๆ
“แต่เสี่ยก็มีเบอร์คุณอัยไม่ใช่เหรอครับ”
“มึงไม่แหกตาดูรึไงว่ากูไม่ว่าง”
“ครับ ๆ” ยศสพลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความแล้วส่งไปทางแชท
อัยลดาที่กำลังนอนเล่นเกมอยู่ในห้องนอนอย่างสบายใจจึงเห็นข้อความพอดี
ยศสพล : คุณอัยหายป่วยหรือยังครับ
อัยลดา : ดีขึ้นมากแล้วค่ะ
“คุณอัยบอกว่าดีขึ้นมากแล้วครับ” ยศสพลบอกเจ้านาย
“เอาเบอร์กูให้อัยด้วย”
“แต่นายไม่เคยให้เบอร์ผู้หญิงคนไหนเลยนะครับ” มีเพียงลูกค้าของร้านระดับวีไอพีเท่านั้นถึงจะมีเบอร์โทรศัพท์ของศิลา
“เผื่ออัยอยากคุยเรื่องงานกับกู”
“ครับ” ยศสพลทำหน้างง เรื่องงานอะไรวะ จะว่าเรื่องสัญญาเขาก็เป็นคนจัดการทุกอย่างอยู่แล้ว
ยศพลส่งเบอร์โทรศัพท์ศิลาให้อัยลดาอีกครั้ง จากนั้นศิลาก็ไม่ได้บอกให้เขาทำอะไรอีก
ส่วนอัยลดาได้เบอร์โทรศัพท์เขามาแล้วก็บันทึกทันที ‘เจ้าหนี้โคตรเถื่อน’ ในความหมายของเธอหมายถึงคนที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ และชอบเลี้ยงผู้หญิงไว้ใช้หนี้หรือขัดดอก
ผ่านไปเจ็ดวันศิลาเห็นยอดขายของร้านแล้วก็ยังเบาใจไม่ได้เลย ในหนึ่งวันเขาสูบบุหรี่หนักมาก ยศสพลเห็นแล้วก็รู้สึกเป็นห่วง
“วันนี้เรียกคุณเมยมาอยู่เป็นเพื่อนดีไหมครับเสี่ย” อย่างน้อยให้เจ้านายอยู่กับผู้หญิง ก็ยังดีกว่าอยู่กับบุหรี่
“ก็ดีเหมือนกัน บอกเธอหน่อยว่าตีสองกูจะเข้าไป”
“ครับ”
ฝ่ายคนที่ชื่อเมยหรือมัญชุสา เมื่อได้รับข้อความจากยศสพลว่าศิลาจะเข้ามาหาก็ยิ้มจนแก้มปริ
“ยิ้มอะไรพี่เมย” เพื่อนร่วมงานถาม
“วันนี้ฉันมีนัดกับเสี่ยศิลา” เพราะน้อยครั้งที่จะมีใครได้รับใช้ศิลา
“ว้าว! ดีใจด้วยนะคะ” สาวคนไหนที่ได้บริการศิลาถือว่าโชคดี เพราะเขาใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งยังได้เงินหลายพันในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพราะงานของพวกเธอสนใจแค่เรื่องเงิน ส่วนเรื่องขึ้นสวรรค์นั้นเป็นแค่ผลพลอยได้ จะได้หรือไม่นั้นก็ไม่สำคัญ
“ฉันไปเตรียมตัวก่อนนะ” เพราะอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเขาก็จะมาแล้ว
ตีหนึ่งครึ่งยศสพลจึงเคลื่อนรถยนต์ออกจาก The Room XVII มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่ศิลาชอบมาเป็นประจำ เป็นโรงแรมที่เขาเช่าห้องเอาไว้เพื่อเชือดผู้หญิงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่พอยศสพลขับรถออกมาได้เพียงสิบนาทีศิลากลับพูดขึ้นว่า “ยศ กูเปลี่ยนใจแล้ว”
“เปลี่ยนใจอะไรครับ หรือว่าเสี่ยอยากได้น้องแจนครับ” ยศสพลมองผู้เป็นนายผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่ง
“เปล่า ไปหาอัยก็แล้วกัน”
ศิลาจุมพิตที่หน้าผากของเธอคราหนึ่ง แล้วเลื่อนลงมาตรงหว่างคิ้ว สันจมูก กระทั่งมาถึงริมฝีปาก จึงบดเบียดริมฝีปากกับเธอเบา ๆ แต่ให้ความรู้สึกซ่านสยิวไปทั้งกาย อัยลดาจะเบี่ยงหน้าหลบเขายังใช้มือล็อกใบหน้าเธอไว้ แล้วเริ่มจูบอย่างอ้อยอิ่งอ่อนโยน จนอัยลดาเผลอไผลไปกับจูบของเขาอีกครั้ง พอเขาถอนริมฝีปากออก อัยลดาจึงมีโอกาสได้หายใจ พลางกล่าวออกเสียงหอบ “เสี่ยไม่กลับบ้านเหรอคะ” “ขอกินให้อิ่มก่อนค่อยกลับได้ไหม” พูดเพียงเท่านั้นศิลาก็จับร่างเธอให้นอนคร่อมร่างเขาไว้ แต่เป็นคร่อมแบบสลับหัวท้าย แล้วกดบั้นท้ายเธอลงมาให้ลิ้นของเขาสอดเข้าไปในโพรงรักร้อนอย่างถนัดถนี่ แล้วควานลิ้นหาปุ่มกระสันอย่างช่ำชอง “อื้อเสี่ย อย่าทำแบบนี้ได้ไหมคะ” ศิลารู้ว่าเธอชอบให้เขาใช้ลิ้นให้ เขาจึงใช้ไม้นี้กับเธอ “อื๊อ” ยิ่งเธอห้ามเขาเท่าไรศิลายิ่งสอดลิ้นเข้าไปลึกขึ้นเท่านั้น ใจของเธออยากหนีจากลิ้นของเขาแต่กายกลับอยากให้เขาคาลิ้นไว้เช่นนั้นนาน ๆ เมื่อรู้ว่าไม่มีทางทัดทานเขาได้มือเล็กนุ่มนิ่มจึงคว้าเอาท่อนเอ็นใหญ่ยาวของเขาเข้ามาอมแล้วดูดแรง ๆ เพื่อระบายความกำหนัด
ศิลาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเธอที่ยังคงเหยเก “เซ็กซี่เป็นบ้าเลยอัย” ว่าพลางถอดเสื้อของตนออกแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ตอนนี้บนร่างกายของเขามีเหงื่อซึมออกมา ศิลาโยกบั้นท้ายช้า ๆ แต่ลึก อยู่ห้าหกทีจึงถอดแก่นกายออก แต่เพียงเสี้ยววินาทีสองมือก็ช้อนสะโพกกลมกลึงของเธอขึ้นมา พร้อมกับก้มหน้าลงไปใช้ปากจุมพิตกลีบดอกไม้อวบอูมของเธอด้วยความหลงใหล “อื๊อ เสี่ยคะ” อัยลดาส่งเสียงประท้วงเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำให้ เขาพูดออกเสียงอู้อี้ “มันสวย ฉันอดใจไม่ไหว อีกอย่างฉันก็คิดถึงมันมากด้วย” เธอไม่รู้หรอกว่าตอนที่เธอไม่อยู่เขาช่วยตัวเองทุกวัน โดยจินตนาการถึงแต่อวัยวะทุกส่วนบนร่างกายของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่พอไรหนวดเขียวครึ้มสัมผัสกับกลีบอ่อนนุ่มทำให้อัยลดารู้สึกซ่านสยิวไปทุกรูขุมขน มือสองข้างกดศีรษะเขาไว้ไม่ให้ผละออก มันเสียวมากจนไม่อยากให้เขาหยุดทำ “อา เสียวเหลือเกินค่ะ” อัยลดาอ้าขาออกกว้าง หน้าท้องหดเกร็งเป็นระลอก ลิ้นที่แหย่เข้าออกบวกกับน้ำลายทำให้เกิดเสียงหยาบโลน แต่อัยลดากลับรู้สึกเสียวจนแทบทนไม่ไหว เขาไม่รู้หรอกว่าเธอเองก็ช่วยต
ทางด้านของณเรศ เมื่อเขาตกงานแล้วสิ่งแรกที่เขาทำก็คือตามหาอัยลดา เพราะเขารู้จักเพื่อนสนิทของเธอทุกคน ณเรศจึงสะกดรอยตามเพื่อนของเธอทั้งสองคน เขาใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์ จึงรู้ว่าอัยลดามาทำงานกับพลอยไพลิน อีกทั้งยังรู้ที่อยู่ของเธอด้วย วันนี้เขาจึงตั้งใจมารออัยลดาที่บ้านเช่า พออัยลดาเดินมาถึงหน้าบ้าน เขาก็เดินเข้ามาหาทันที “ย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่คิดจะบอกพี่สักคำ” อัยลดาเพิ่งไขกุญแจรั้วบ้านเสร็จหันขวับมามอง ดวงตาเจือแววตื่นตระหนก อัยลดาถอนหายใจออกมาคราหนึ่งอย่างนึกรำคาญ “มาทำไม” “จะไม่ชวนพี่เข้าบ้านหน่อยเหรอ” “มีอะไรก็พูดให้จบตรงนี้เถอะค่ะ” “อัย เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหม” “ทำไมพี่ถึงเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องอย่างนี้นะ” อัยลดาทำสีหน้าหงุดหงิด “ตอนนี้พี่เลิกกับคุณวดีแล้ว อีกอย่างอัยก็โสดเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ” “อัยจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ ว่าอัยไม่คิดจะกลับไปคบคนอย่างพี่อีก ไม่ว่าจะเป็นสถานะใดก็ตาม” จะให้เธอกลับไปคบกับคนที่ทำร้ายเธอได้อย่างไร ณเรศปรี่เข้าไปจับมือเ
หลังจากฟังจบมินตราก็รู้สึกสงสารพศินเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่ามารดาของเขาจะไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีขนาดนี้ “พี่ศินคงเสียใจมาก” แต่มินตราก็ดีใจที่ปิ่นมณีจะได้ไม่ต้องมาตามขอเงินพศินอีก “ก็นิดหน่อย” อาจเป็นเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันหลายปี อีกทั้งมารดายังทำตัวไม่น่ารัก พศินจึงไม่ได้เสียใจมากขนาดนั้น แต่ก็ยอมรับว่าเขาเสียความรู้สึกที่มารดานำเงินที่เขาให้ ไปใช้ทำการค้ายาเสพติดกับสามีใหม่ พศินไม่อยากคุยเรื่องนี้อีกจึงเปลี่ยนเรื่องคุย “แล้วมินต์ไปไหนมา” “ไปสมัครงานมาค่ะ” “มีตอบรับมาสักที่หรือยัง” “ยังค่ะ” “พี่ขอโทษนะที่ทำให้มินต์ต้องลำบากขนาดนี้ แถมพี่ยังปกป้องมินต์ไม่ได้” เขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่แม่ทำลงไปวันนั้น และก็เสียใจที่มาช่วยเธอไม่ทัน “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ แค่จับคนทำผิดได้ มินต์ก็พอใจแล้วค่ะ อีกอย่างมินต์ก็มีเวลาจัดการกับคนที่ทำไม่ดีกับมินต์ด้วย” ถ้าเธอไม่ลาออกจากงานก็คงไม่มีเวลามาตามสืบเรื่องของไอศูรย์ “ร้ายกาจจริง ๆ แฟนพี่” คราแรกพศินไม่คิดว่ามินตราจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้ เพราะดูเหมือนเธอเป็นคนไม่ค่อยสู้คน
ตอนนี้มินตรายังคงหางานไปเรื่อย ๆ เธอได้ยินข่าวการยักยอกทรัพย์ของไอศูรย์กับคู่นอนของเขาอยู่เหมือนกัน และเธอก็รู้สึกสะใจไม่น้อยที่พวกนั้นโดนจับได้สักที แต่น่าเสียดายที่อัยลดาโดนไล่ออกเสียก่อน แต่สิ่งที่เธอภูมิใจก็คือพศินเป็นคนช่วยพี่ชายจับคนทุจริตด้วย วันนี้เธอออกไปสมัครงาน กระทั่งบ่ายโมงจึงกลับเข้าที่ห้องพัก “มินต์” มินตราชะงักฝีเท้า เพราะคิดว่าตนหูฝาด พศินจะมาทำอะไรที่นี่ อีกอย่างเธอไม่ได้บอกใครด้วยซ้ำว่าเธอพักอยู่ที่นี่ เช่นนั้นไม่ใช่เสียงของเขาอย่างแน่นอน แม้ในใจลึก ๆ อยากให้เป็นเขาก็ตาม คิดได้เช่นนั้นจึงก้าวขาออกอีกครั้ง “มินต์” เสียงทุ้มนั้นดังขึ้นอีก มินตราหันขวับไปตามเสียงซึ่งอยู่ด้านหลัง ภาพที่เห็นทำให้เธอยืนนิ่งงัน เป็นเขาจริง ๆ ด้วย “พี่ศิน” “มา พี่ช่วยถือ” พศินยื่นมือไปช่วยถือของ มินตราก็ยอมอย่างง่ายดาย “พี่มาที่นี่ได้ยังไง” พศินกลับถามไปเรื่องอื่น “กินข้าวหรือยัง” “ยังค่ะ” เพราะมัวแต่ยื่นใบสมัครงาน มินตราจึงยังไม่ได้ทานข้าว “พี่ก็ยังไม่กินเหมือนกัน พี่ซื้อหอย
วันต่อมาพศินมีนัดกินอาหารกลางวันกับณัฐวดี เธอรู้สึกสงสัยเช่นกันว่าทำไมพศินต้องนัดเธอมาสองต่อสอง“มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือเปล่าคะ” ณัฐวดีอดสงสัยไม่ได้จึงถาม“ที่จริงก็มีครับ”“สำคัญมากเหรอคะ”“คิดว่าสำคัญกับคุณวดีครับ”“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะคะ” ณัฐวดีเริ่มสงสัยหนักขึ้นไปอีก“เพราะเรื่องนี้อาจทำให้คุณวดีเปลี่ยนใจได้ครับ”“ฉันอยากรู้แล้วสิคะว่าเรื่องอะไร”“กินข้าวให้อิ่มก่อนดีกว่าครับ”เมื่อทั้งสองกินข้าวอิ่มแล้ว พศินจึงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาวางบนโต๊ะ “เปิดดูสิครับ”มือบอบบางหยิบรูปถ่ายขึ้นมาแล้วคลี่ดูทีละแผ่นด้วยมือสั่นเทา ณัฐวดีตกใจจนหน้าถอดสี “นี่มันคืออะไรคะ” ทำไมณเรศถึงมีรูปถ่ายกับอัยลดาเยอะขนาดนี้ ไหนเขาเคยบอกว่าเป็นแค่รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยอย่างไรเล่า“งั้นคุณวดีดูสิ่งนี้ดีกว่าครับ” พศินเปิดวิดีโอคลิปให้ณัฐวดีดู ซึ่งเป็นคลิปที่ณเรศนัดเจอกับอัยลดาทั้งสิ้นพศินเอ่ยต่อว่า “คุณณเรศร่วมมือกับเพื่อนสนิทพี่ชายผม ใส่ร้ายเธอว่าเป็นคนโอนเงินบริษัทให้กับคุณณเรศ เพื่อที่จะให้เธอโดนไล่ออกจากงานครับ”“คนที่เป็นข่าวว่ายักยอกเงินบริษัทอยู่ตอนนี้เหรอคะ” เพราะเรื่องนี้รู้กันทั่วในโลกออนไลน





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

