ログイン“ครับ เป็นเมียเสี่ยก็ต้องมีเงินเดือน” ถึงเสี่ยจะไม่อยากใช้คำว่าเมียก็ตาม
“ถึงแม้ฉันจะเป็นหนี้เสี่ยอย่างนั้นเหรอคะ” อัยลดาไม่เคยรู้ข้อนี้มาก่อน
“ครับ แต่เสี่ยอาจจะมีงานให้คุณทำเพิ่ม อ้อ อีกอย่างพรุ่งนี้แปดโมงเช้าผมจะมารับคุณอัยไปโรงพยาบาลนะครับ”
“ไปทำไมคะ”
“เสี่ยเป็นคนรักความสะอาดมากครับ คุณอัยต้องตรวจร่างกายก่อนนอนกับเสี่ย” เขาบอกเธออย่างตรงไปตรงมา ทำให้คนฟังถึงกับหน้าแดง
“ค่ะ”
ยศสพลให้เบอร์โทรศัพท์ไว้กับเธอแล้วจึงเคลื่อนรถออกไป อัยลดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้านหลังสีขาวขนาดกลาง แต่เมื่อเธออยู่คนเดียวกลับดูใหญ่เกินไป นับจากนี้เธอคือเมียน้อยของเสี่ยศิลา เธอไม่เคยเห็นหน้าเขา แม้แต่พ่อของเธอก็ยังไม่เคยเห็น รู้เพียงว่าเขาเป็นเจ้าของผับ The Room XVII เธอเองก็ไม่เคยเที่ยวผับเสียด้วย จึงไม่เคยเจอเขาเช่นกัน
น้ำตาอัยลดาไหลเอื่อย ๆ ออกมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกอ้างว้างและสิ้นหวัง เธอวางกระเป๋าไว้ที่ห้องรับแขกแล้วหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงเมื่อคิดว่าน้ำตาไม่ได้ช่วยอะไรจึงหยิบสัญญาขึ้นมาอ่านไปพลาง ๆ ในสัญญาระบุไว้เป็นข้อ ๆ
ข้อหนึ่ง สัญญานี้มีระยะเวลาสองปี
ข้อนี้ถือว่าดีมาก เพราะหนี้ล้านห้าเขาคิดให้เธอเดือนละหกหมื่นสองพันห้าร้อยบาท ซึ่งเหนือความคาดหมายของเธออยู่เหมือนกัน
ข้อสอง ศิลาจะมาหาเธอได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ เช่นนั้นเธอไม่สามารถทำงานประจำได้ วงเล็บ อย่างมากสุดไม่น่าจะเกินเดือนละสองครั้ง
อัยลดาพ่นลมหายใจออกมา “แค่เดือนละสองครั้งยังไม่ให้ทำงานประจำอีก” เธอคงรู้สึกเบื่อแย่
ข้อสาม ระหว่างสองปีนี้อัยลดาสามารถมีแฟนได้ แต่ห้ามมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเป็นอันขาด หากเขาจับได้เธอจะถูกไล่ออกจากบ้านหลังนี้ทันที อีกทั้งบ้านหลังที่ครอบครัวของเธออาศัยอยู่ยังต้องถูกยึดอีกด้วย
อ่านมาถึงข้อสี่คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันแน่น ข้อที่สี่ในสัญญากล่าวไว้ว่า เขาจะไม่ใช้ปากกับส่วนใดบนร่างกายของฝ่ายหญิงแม้แต่ตารางนิ้วเดียว สิ่งสำคัญขอเพียงเขาสุขสมก็พอแล้ว
อัยลดาส่ายหน้าน้อย ๆ พร้อมทั้งเบ้ปาก “เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวชะมัด คิดว่าอยากให้ใช้ตายล่ะ” ถึงเธอจะไม่ต้องการสุขสมกับผู้ชายอย่างเขาก็ตามเถอะ แต่ผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเลี้ยงไว้ ทนกับกฎข้อนี้ของเขาได้อย่างไร อย่างว่าล่ะนะ คนมีเงินทำอะไรก็ถูกเสมอ
ข้อห้า ไปไหนมาไหนเธอต้องแจ้งให้เขาทราบทุกครั้ง
อัยลดาไหวไหล่เล็กน้อย เพราะข้อนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
ข้อหก หากไม่อยากอยู่ที่นี่นานถึงสองปีก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้เขาจนหมด
อัยลดาเบะปากอีกครั้ง “ไม่ให้ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ เขาเอาอะไรคิด”
เธออ่านข้ามไปหลายข้อที่ไม่ได้สำคัญนัก จนมาถึงข้อสุดท้าย ซึ่งกล่าวไว้ว่า สัญญานี้จะเริ่มนับก็ต่อเมื่อเธอกับเขามีสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเท่านั้น
อัยลดาทิ้งกายนอนลงบนโซฟา แล้วกางแขนข้างที่ถือสัญญาออก ขาข้างหนึ่งยังวางอยู่ที่พื้น “การเป็นเมียน้อยมันกฎเกณฑ์เยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ” แล้วเมื่อไรจะได้เริ่มสัญญาสักที หากเริ่มช้าก็เท่ากับว่าเธอต้องอยู่ที่นี่นานขึ้น แต่พอคิดถึงเงินที่ยศสพลให้มาอัยลดาจึงล้วงออกจากกระเป๋ากางเกงมานับดู
“หมื่นห้า” อย่างน้อยก็ถือว่าเธอมีเงินเดือนขั้นพื้นฐานสำหรับคนจบปริญญาตรี ก็ถือว่าไม่เลว
ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลในวันนั้น นี่ก็สี่วันแล้วที่อัยลดานอนอยู่บ้านเฉย ๆ พอนึกขึ้นได้ว่านัดกับเพื่อนไว้จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.หาเพื่อน
“แก้ม พรุ่งนี้เราคงไปสัมภาษณ์งานกับเธอไม่ได้แล้วนะ”
‘ทำไมล่ะ’
“คือว่า… เราต้องอยู่ขายของช่วยแม่ก่อนน่ะ เธอไปสัมภาษณ์งานก่อนเลยนะ” อัยลดาพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
‘เธอจะยอมทิ้งตำแหน่งนี้จริง ๆ เหรออัย บริษัทนี้เขาไม่ได้เปิดรับสมัครงานบ่อย ๆ นะ’ กัลยากรไม่อยากให้เพื่อนพลาดโอกาสนี้จึงพยายามโน้มน้าว
“อืม ไม่มีคนช่วยแม่จริง ๆ” ตั้งแต่เรียนจบอัยลดาก็ต้องทำงานช่วยแม่เลี้ยงทุกอย่างอยู่แล้ว เหตุผลนี้คงไม่ทำให้เพื่อนเซ้าซี้เธออีก เพราะเรื่องที่เธอต้องเอาตัวไปใช้หนี้ให้พ่อ เธอยังไม่พร้อมจะบอกใครจริง ๆ
‘ตามใจ งั้นถ้าผลออกมาเป็นไงเดี๋ยวเราโทร. มาเล่าให้ฟังนะ’
“จ้ะ”
พอวางสายจากเพื่อนไปแล้วอัยลดาจึงกดโทร. หาใครอีกคน แต่โทร. ไปแล้วเขาก็ไม่รับสายเหมือนที่ผ่านมา
หลังอาบน้ำเสร็จคนตัวใหญ่ที่เปลือยกายล่อนจ้อนคลานเข่าขึ้นไปบนเตียงนอนอย่างหน้าไม่อาย สอดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับภรรยา ตอนนี้กัลยากรยังคงหลับตาพริ้ม เพราะเธอรู้สึกเพลียมากจริง ๆ อีกทั้งยังรู้สึกเมาอยู่เล็กน้อย มือใหญ่สอดเข้าไปในเสื้อลายการ์ตูนผืนบางแล้วขยำเต้างามเบา ๆ “ยังจะเอาอีกเหรอคะ” “อืม สัญญาว่าจะไม่ทำนาน” เพราะเขารู้ว่าภรรยาก็เหนื่อยมากจริง ๆ “ไม่เหนื่อยเหรอคะ” กัลยากรปรือตาขึ้นมามองเขา “นิดหน่อย แต่อยากทำลูกมากกว่า” ว่าพลางถอดเสื้อและกางเกงนอนของเธอออก พร้อมกับพลิกกายใหญ่ขึ้นคร่อมร่างของเธอไว้ “พี่รักอยากมีลูกกับแก้มจริง ๆ เหรอคะ” “จริงสิ จนป่านนี้ยังไม่เชื่อใจพี่อีกเหรอ” “ไม่รู้สิคะ ก็เมื่อก่อนพี่รักชอบว่าให้แก้ม ไม่เคยพอใจในสิ่งที่แก้มมีแม้แต่น้อย” “ก็บอกแล้วไงว่าพี่มันคนปากหมา ต่อไปนี้พี่ไม่ว่าแก้มอ้วนอีกแล้ว แก้มอ้วนเมียพี่สวยและน่ารักที่สุดในสามโลกเลย พอใจหรือยัง” กัลยากรหัวเราะหึ ๆ “โลกเดียวก็พอแล้วค่ะ” เขายิ้มพรายให้ภรรยา จากนั้น
“ไว้ว่าง ๆ เรากับแก้มจะแวะเข้าไปเยี่ยมหลานนะ” พลอยไพลินกล่าว “จ้ะ” อัยลดากระซิบข้างหูเพื่อน “รีบมีน้องไว ๆ นะ จะได้ลบคำสบประมาทของคนอื่นสักที” “อันนั้นก็แล้วแต่พี่รัก” กัลยากรว่าอย่างอาย ๆ อัยลดาจึงพูดขึ้น “เธอก็ทำเองได้ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบด้วยนะ” “บ้าน่ะอัย พูดอะไรก็ไม่รู้” อัยลดาหัวเราะหึ ๆ “เรากลับแล้วนะ” ก่อนหน้าเธอก็ไม่ใช่คนพูดจาโจ่งแจ้งพรรค์นี้ แต่พออยู่กับศิลานานเข้า จึงรับเชื้อพูดจาทะลึ่งตึงตังมาจากเขา ศิลากล่าวลาเพื่อนเสร็จแล้วจึงเดินมารับภรรยากลับบ้าน ตอนนี้เขาอยากกลับไปเจอหน้าลูกจะแย่แล้ว แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ห่างลูก ไม่คิดว่าจะคิดถึงลูกได้มากขนาดนี้ หลังจากศิลากับภรรยาจากไปแล้ว ภูวดลจึงตัดสินใจเดินเข้ามาหาบ่าวสาว กล่าวออกด้วยความรู้สึกผิดว่า “พี่ขอโทษนะที่เคยทำไม่ดีกับรักและแก้มไว้” ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคำว่าพอเพียงนั้นสำคัญที่สุด เพราะเขาถูกมารดาขังอยู่ในห้องมาหลายเดือนเขาจึงคิดได้ จะได้ออกมาข้างนอกก็ต่อเมื่อต้องไปขึ้นศาลเท่านั้น “พี่ภูอย่าเก็บมาคิดอีกเลยครับ ขอเพียงพี่ภูคิดได้อ
หลังจากสู่ขอเพียงหนึ่งเดือน รักนรินทร์กับกัลยากรก็จัดงานหมั้นกันอย่างเรียบง่าย เหตุผลก็เพราะกัลยากรไม่ชอบงานเลี้ยงใหญ่โต ซึ่งรักนรินทร์ก็เห็นด้วยกับเธอ ทว่ากลับมีข่าวลือว่าเขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขันออกมาอย่างหนาหู เช่นนั้นเขาจึงเร่งรัดให้ผู้ใหญ่จัดงานแต่งงานให้เขากับกัลยากรก่อนพี่ชาย เพื่อลบคำนินทาเหล่านั้น ซึ่งภาคินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งคนที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของรักนรินทร์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพะแพง เหตุผลก็เพราะเธอริษยาที่เขาหมั้นหมายกับกัลยากรได้สำเร็จ พะแพงยิ้มหยันเมื่อเปิดดูข่าวสารบนโชเชียลแล้วมีแต่ข่าวของรักนรินทร์ แค่นี้เธอก็รู้สึกพอใจอย่างยิ่งแล้ว ถัดจากนั้นสามเดือน งานแต่งงานระหว่างรักนรินทร์กับกัลยากรก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเช่นเดิม ถึงกระนั้นก็ยังมีคนกล้าถามศศิธรออกมาตรง ๆ “ฉันได้ยินข่าวว่าตารักป่วยเหรอคะ แล้วทำไมยังแต่งงานกับหนูแก้มอีกล่ะ อย่างนี้ไม่สงสารผู้หญิงบ้างเหรอ” “นั่นสิคะ มันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงเลยนะ หรือว่าผู้หญิงเดือดร้อนเรื่องเงินก็เลยยอมตกลงแต่งงานด้วย” “ฉันว่าต้องใช่แน่ ๆ” ทุกป
“ผู้หญิงคนนั้นหนีไปต่างประเทศแล้วค่ะ” ในขณะที่มารดายังยืนเหม่อลอยอยู่นั้น กัลยากรจึงพูดขึ้นอีก “แก้มขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” “จ้ะ ไปเถอะ” อลิษามองมาทางลูกชายด้วยความไม่อยากเชื่อนัก “วิน แก้มกำลังจะหมั้นจริง ๆ เหรอลูก” ถามพลางน้ำตาเอ่อคลอ เพราะเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวของตนจะมีวันนี้ อีกทั้งยังได้คู่หมั้นที่หล่อ นิสัยดี และฐานะดีอีกด้วย “แก้มเป็นคนดี ก็ต้องได้สามีดีครับแม่” นาวินก็ภูมิใจในตัวน้องสาวเช่นกัน สองแม่ลูกฉีกยิ้มกว้างให้กัน “แม่ช่างโชคดีจริง ๆ ลูกสาวก็กำลังจะหมั้น ลูกชายก็กำลังจะหายดี” ผ่าตัดอีกครั้งเดียวนาวินก็หัดเดินได้แล้ว ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข ทางด้านรักนรินทร์เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทุกคนก็นั่งรออยู่แล้ว “ไม่หลับไม่นอนกันเหรอครับ” “บอกมาว่ารักจะให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอผู้หญิงคนไหนมาเป็นเมีย เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ศศิธรถามน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับนอนไม่หลับเลยเหรอครับ” รักนรินทร์ยังเอ่ยวาจายียวน “อย่าลีลาน่าพี่รัก รีบบอกพ่อกับแม่ไปเถอะ พลอยจะได้
คนตัวใหญ่ใช้ไรหนวดกับริมฝีปากไซ้กลีบดอกไม้เนียนสวยด้วยความทะนุถนอม ต่อมาจึงใช้ลิ้นปาดเลียขึ้นลงตรงรอยแยกแรงขึ้น ปลายลิ้นร้อนเดาะตรงติ่งเสียวรัว ๆ “ซี้ดดดด อา” สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้าทั้งสองจิกลงบนที่นอนนุ่ม เขาส่งลิ้นอุ่น ๆ เข้าไปในกลีบดอกไม้เพื่อควานหาความหวาน ยิ่งได้ยินเสียงเธอร้องครวญครางปานจะขาดใจมากเท่าใด เรียวลิ้นอุ่นร้อนยิ่งสอดลึกเข้าไปมากเท่านั้น “อา พี่รักขา” “จ๋าแก้มอ้วน” “ลึกอีกหน่อยได้ไหมคะ อื๊อ” ร้องขอยังไม่ทันขาดคำเขาก็แหย่ลิ้นเข้าไปจนสุดโคนแล้วแทงเข้าออกลึกสุดจนเธอแทบทนไม่ไหว นิ้วหัวแม่มือยังบดคลึงติ่งเสียวให้เธอย้ำ ๆ ลิ้นก็เดาะภายในเป็นจังหวะรัวเร็ว “พี่รักแก้มจะเสร็จแล้วค่ะ” รักนรินทร์เดาะลิ้นเร็วและแรงขึ้นอีก ไม่นานกัลยากรก็ครางออกเสียงหลง “อ้า อ้า อ้า” ร่างของเธอเกร็งกระตุก ร่องรักยังตอดรัดลิ้นเขาเป็นจังหวะ “อื๊อ พี่รักเขาลิ้นออกได้แล้วค่ะ” รักนรินทร์ถอนลิ้นออก ก็สอดแก่นกายใหญ่โตเข้าแทนที่ทันที “อา แน่นดีจัง” กัลยากรขมิบรัดตัวตนเขาแน่นข
“อืม วันอาทิตย์นี้พี่จะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอแก้ม”“แค่ก ๆ ๆ” กัลยากรที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลักออกมา รักนรินทร์รีบหยิบทิชชูให้“ไม่ดีใจหรือไง”“ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะคะ”“พี่ไม่อยากให้แก้มโดนแม่กับพี่ชายตำหนิ เพราะยังไงน้าษาก็รู้เรื่องของเราแล้ว อีกอย่างพี่ก็อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องด้วย”“แล้วคุณลุงกับคุณป้าจะไม่ว่าเหรอคะ”“มีแต่จะดีใจ” เพราะตอนนี้พ่อกับแม่ของเขายังไม่วางใจเรื่องที่เขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขัน ถ้าเขาบอกท่านทั้งสองให้ไปสู่ขอภรรยาให้ มีแต่จะรีบทำโดยไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย“พี่รักมั่นใจแล้วเหรอคะ”“มั่นใจเรื่องอะไร”“มั่นใจว่า… ว่ารักแก้มยังไงล่ะคะ”“ยิ่งกว่ามั่นใจ”ทั้งสองกินข้าวอิ่มแล้ว รักนรินทร์จึงพาเธอไปที่คอนโด ประตูห้องเพิ่งจะปิดลงเขาก็จู่โจมจูบเธออย่างเร่าร้อน เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกถอดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“ทำไมดุดันจังเลยคะ”“พี่อยากกระแทกแก้มอ้วนตั้งแต่อยู่ที่ออฟฟิศแล้ว”“พี่รัก”“หืม”“พี่รักหายป่วยหรือยังคะ”“ถามทำไม” กัลยากรยังยืนนิ่ง เขาจึงพูดขึ้นอีก “กลัวพี่ไปมีคนใหม่เหรอ” กัลยากรพยักหน้า เขาจึงกล่าวต่อ “เชื่อใจพี่สักครั้งนะ พี่จะไม่สัญญาอะไรกับแก้มอ้วน แต่พี่จะทำให







