登入ศิลาเปิดไฟที่ห้องรับแขกแล้วเดินไปเคาะประตูห้องนอนของเธอ เขามีกุญแจสำรองทุกห้องเพียงแต่อยากให้เธอลุกมาเปิดเองก็เท่านั้น
“ใครคะ?” อัยลดาส่งเสียงออกมาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ฉันเอง ศิลา” เขาตอบกลับไปเสียงทุ้ม
อัยลดารู้สึกแปลกใจกับน้ำเสียงของเขาเล็กน้อย “เสียงยังไม่แก่เลยสักนิด” ใจดวงน้อยเต้นโครมคราม อุตส่าห์บอกกับตัวเองไว้ว่าห้ามกลัว ห้ามตื่นเต้น แต่พอถึงเวลาจริงกลับห้ามตัวเองไม่ได้
คนตัวเล็กเดินมาเปิดประตูให้เขาพร้อมทั้งเปิดไฟ
ทั้งสองจ้องตากันนิ่งงัน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง อัยลดาคิดว่าเสี่ยศิลาที่คนอื่นพูดถึงจะแก่หัวล้านอ้วนลงพุง แต่คนตรงหน้ากลับยังหนุ่มแน่นอยู่เลย แถมยังหน้าตาดีอีกต่างหาก ดีจนสามารถเป็นพระเอกหนังได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังตัวสูงใหญ่ จนเธอต้องแหงนหน้ามอง เขาน่าจะสูงราว ๆ ร้อยแปดสิบห้าแปดสิบหกเซนติเมตรได้กระมัง
แต่ตอนนี้หน้าเขาดุมาก บวกกับสายตาเย็นชายิ่งเหมือนคนไร้หัวใจ
“มองพอรึยัง ถ้ามองพอแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกซะ ฉันมีงานต้องทำต่อ” เขาพูดออกเสียงเข้ม หน้าตาไม่ได้ยิ้มแย้มเลยสักนิด แต่ในใจกลับยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้สวยมากจริง ๆ และก็คงไม่ไร้เดียงสาอย่างที่ยศสพลว่า
แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องนั้นเขาไม่ได้สนใจ เขามาแค่ปลดปล่อยน้ำที่อดกลั้นมานานหลายวันเท่านั้น
“คะ?” อัยลดาเพิ่งดึงสติของตนกลับมาได้ก็รู้สึกงุนงง
“ฉันบอกให้ถอดเสื้อผ้า”
“ค่ะ ๆ” อะไรวะเนี่ย มาถึงก็บอกให้ถอดเสื้อผ้า นี่เขาจะไม่เล้าโลมเธอหน่อยหรือ หรือว่าเขาจะทำเหมือนในสัญญาทุกกระเบียดนิ้ว อัยลดารู้สึกขำในใจ แล้วแบบนี้เธอจะไม่เจ็บแย่หรือ เอาวะทนเอาหน่อย ท่าทางแบบนี้คงไม่เกินสองวิแน่ ๆ
แต่สิ่งที่ยากสำหรับอัยลดาก็คือการแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นนี่แหละ เธอถอดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นวางไว้ที่ปลายเตียงด้วยท่าทางเงอะงะ
“ฉันต้องทำยังไงต่อคะ” ตอนนี้ร่างกายเธอร้อนผ่าวไปหมด ความเย็นของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะสายตาคมปลาบไม่ได้ละไปจากร่างของเธอแม้แต่วินาทีเดียว
“ขึ้นไปนอนบนเตียง”
อัยลดาทำตามอย่างว่าง่าย ถึงแม้จะสั่นไปทั้งตัวก็ตาม ศิลาถอดกางเกงยีนส์ออกเหลือไว้เพียงบ็อกเซอร์กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงิน แล้วตามเธอขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับสั่ง “ถอดกางเกงในออกด้วย” เขาวางเจลหล่อลื่นและถุงยางอนามัยที่แกะออกจากกล่องแล้วไว้ข้างกาย
อัยลดาถอดแพนตี้ลายลูกไม้สีขาวเนื้อบางของตนออกด้วยความรู้สึกประหม่าสุดขีด ถอดออกแล้วก็หุบขาเข้าหากันอีก มิหนำซ้ำยังปิดเปลือกตาลงแน่น
“อ้าขาออกด้วย หนีบไว้อย่างนั้นฉันจะเอาเข้าไปได้ยังไง” ศิลาทำน้ำเสียงคล้ายรำคาญเต็มที “ฉันไม่ได้ชอบคนไร้เดียงสาหรอกนะ ไม่ต้องใช้มารยากับฉันก็ได้” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ นี่เขามาคลายเครียดหรือมาให้เครียดหนักกว่าเดิมวะ
ในเมื่อเธอยังไม่ยอมกางขาออกดี ๆ ศิลาจึงเป็นฝ่ายแยกขาเธอออกเอง แต่มือน้อย ๆ ยังตามมาปิดส่วนอ่อนไหวของตนไว้ “ฉันเริ่มจะรำคาญเธอแล้วนะ หรือเธออยากให้ฉันอยู่กับเธอทั้งคืน”
“ไม่อยากค่ะ” ทำไมดุจังวะ
“ไม่อยากก็เอามือออก” อัยลดาค่อย ๆ คลายมือทั้งสองออกจากเนินเนื้อนุ่มกลางกาย เผยให้เห็นกลีบดอกไม้อิ่มอูมตรงหน้า
ศิลาเผลอกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื้อก แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก เขาไม่เคยเห็นส่วนนี้ของผู้หญิงคนไหนที่สวยเนียนขนาดนี้มาก่อน นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะลงบนกลีบดอกไม้ของเธอ
“เส้นไหมไปไหนหมด” พร้อมกับลากไล้นิ้วขึ้นลงเบา ๆ
“ไม่ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เธอเป็นคนไม่ค่อยมีขน แม้แต่ขนตรงส่วนนั้นยังเป็นสีทองและอ่อนนุ่มคล้ายขนเด็ก
ศิลาหยิบหลอดเจลหล่อลื่นขึ้นมา ป้ายที่นิ้วเรียวแล้วทาลงไปที่ช่องทางรักของเธอ
อัยลดายกมือขึ้นปิดปากของตนไว้เพราะกลัวหลุดเสียงครางออกมา แต่สะโพกเริ่มส่ายไปมาเบา ๆ กล้ามเนื้อหน้าท้องหดเกร็งขึ้นลง ภายในท้องน้อยคล้ายมีผีเสื้อบินวนอยู่ในนั้นนับหมื่นตัว เธอไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
จากนั้นศิลาจึงจับมือเธอมากุมส่วนท่อนเอ็นของตนไว้ “ลูบขึ้นลงให้หน่อย มันจะได้แข็งเต็มที่” แต่แค่ได้เห็นกลีบเนื้อนูนสีพีชก็ทำให้เขาแข็งเกือบเต็มที่แล้ว
อัยลดาตกตะลึงกับความใหญ่โตจนไม่กล้าลืมตา มันใหญ่จนล้นมือของเธอจริง ๆ ศิลาหยิบถุงยางอนามัยมาสวมใส่
“ปิดไฟก่อนได้ไหมคะ” อัยลดาพูดออกเสียงสั่น
หลังอาบน้ำเสร็จคนตัวใหญ่ที่เปลือยกายล่อนจ้อนคลานเข่าขึ้นไปบนเตียงนอนอย่างหน้าไม่อาย สอดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับภรรยา ตอนนี้กัลยากรยังคงหลับตาพริ้ม เพราะเธอรู้สึกเพลียมากจริง ๆ อีกทั้งยังรู้สึกเมาอยู่เล็กน้อย มือใหญ่สอดเข้าไปในเสื้อลายการ์ตูนผืนบางแล้วขยำเต้างามเบา ๆ “ยังจะเอาอีกเหรอคะ” “อืม สัญญาว่าจะไม่ทำนาน” เพราะเขารู้ว่าภรรยาก็เหนื่อยมากจริง ๆ “ไม่เหนื่อยเหรอคะ” กัลยากรปรือตาขึ้นมามองเขา “นิดหน่อย แต่อยากทำลูกมากกว่า” ว่าพลางถอดเสื้อและกางเกงนอนของเธอออก พร้อมกับพลิกกายใหญ่ขึ้นคร่อมร่างของเธอไว้ “พี่รักอยากมีลูกกับแก้มจริง ๆ เหรอคะ” “จริงสิ จนป่านนี้ยังไม่เชื่อใจพี่อีกเหรอ” “ไม่รู้สิคะ ก็เมื่อก่อนพี่รักชอบว่าให้แก้ม ไม่เคยพอใจในสิ่งที่แก้มมีแม้แต่น้อย” “ก็บอกแล้วไงว่าพี่มันคนปากหมา ต่อไปนี้พี่ไม่ว่าแก้มอ้วนอีกแล้ว แก้มอ้วนเมียพี่สวยและน่ารักที่สุดในสามโลกเลย พอใจหรือยัง” กัลยากรหัวเราะหึ ๆ “โลกเดียวก็พอแล้วค่ะ” เขายิ้มพรายให้ภรรยา จากนั้น
“ไว้ว่าง ๆ เรากับแก้มจะแวะเข้าไปเยี่ยมหลานนะ” พลอยไพลินกล่าว “จ้ะ” อัยลดากระซิบข้างหูเพื่อน “รีบมีน้องไว ๆ นะ จะได้ลบคำสบประมาทของคนอื่นสักที” “อันนั้นก็แล้วแต่พี่รัก” กัลยากรว่าอย่างอาย ๆ อัยลดาจึงพูดขึ้น “เธอก็ทำเองได้ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบด้วยนะ” “บ้าน่ะอัย พูดอะไรก็ไม่รู้” อัยลดาหัวเราะหึ ๆ “เรากลับแล้วนะ” ก่อนหน้าเธอก็ไม่ใช่คนพูดจาโจ่งแจ้งพรรค์นี้ แต่พออยู่กับศิลานานเข้า จึงรับเชื้อพูดจาทะลึ่งตึงตังมาจากเขา ศิลากล่าวลาเพื่อนเสร็จแล้วจึงเดินมารับภรรยากลับบ้าน ตอนนี้เขาอยากกลับไปเจอหน้าลูกจะแย่แล้ว แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ห่างลูก ไม่คิดว่าจะคิดถึงลูกได้มากขนาดนี้ หลังจากศิลากับภรรยาจากไปแล้ว ภูวดลจึงตัดสินใจเดินเข้ามาหาบ่าวสาว กล่าวออกด้วยความรู้สึกผิดว่า “พี่ขอโทษนะที่เคยทำไม่ดีกับรักและแก้มไว้” ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคำว่าพอเพียงนั้นสำคัญที่สุด เพราะเขาถูกมารดาขังอยู่ในห้องมาหลายเดือนเขาจึงคิดได้ จะได้ออกมาข้างนอกก็ต่อเมื่อต้องไปขึ้นศาลเท่านั้น “พี่ภูอย่าเก็บมาคิดอีกเลยครับ ขอเพียงพี่ภูคิดได้อ
หลังจากสู่ขอเพียงหนึ่งเดือน รักนรินทร์กับกัลยากรก็จัดงานหมั้นกันอย่างเรียบง่าย เหตุผลก็เพราะกัลยากรไม่ชอบงานเลี้ยงใหญ่โต ซึ่งรักนรินทร์ก็เห็นด้วยกับเธอ ทว่ากลับมีข่าวลือว่าเขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขันออกมาอย่างหนาหู เช่นนั้นเขาจึงเร่งรัดให้ผู้ใหญ่จัดงานแต่งงานให้เขากับกัลยากรก่อนพี่ชาย เพื่อลบคำนินทาเหล่านั้น ซึ่งภาคินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งคนที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของรักนรินทร์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพะแพง เหตุผลก็เพราะเธอริษยาที่เขาหมั้นหมายกับกัลยากรได้สำเร็จ พะแพงยิ้มหยันเมื่อเปิดดูข่าวสารบนโชเชียลแล้วมีแต่ข่าวของรักนรินทร์ แค่นี้เธอก็รู้สึกพอใจอย่างยิ่งแล้ว ถัดจากนั้นสามเดือน งานแต่งงานระหว่างรักนรินทร์กับกัลยากรก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเช่นเดิม ถึงกระนั้นก็ยังมีคนกล้าถามศศิธรออกมาตรง ๆ “ฉันได้ยินข่าวว่าตารักป่วยเหรอคะ แล้วทำไมยังแต่งงานกับหนูแก้มอีกล่ะ อย่างนี้ไม่สงสารผู้หญิงบ้างเหรอ” “นั่นสิคะ มันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงเลยนะ หรือว่าผู้หญิงเดือดร้อนเรื่องเงินก็เลยยอมตกลงแต่งงานด้วย” “ฉันว่าต้องใช่แน่ ๆ” ทุกป
“ผู้หญิงคนนั้นหนีไปต่างประเทศแล้วค่ะ” ในขณะที่มารดายังยืนเหม่อลอยอยู่นั้น กัลยากรจึงพูดขึ้นอีก “แก้มขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” “จ้ะ ไปเถอะ” อลิษามองมาทางลูกชายด้วยความไม่อยากเชื่อนัก “วิน แก้มกำลังจะหมั้นจริง ๆ เหรอลูก” ถามพลางน้ำตาเอ่อคลอ เพราะเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวของตนจะมีวันนี้ อีกทั้งยังได้คู่หมั้นที่หล่อ นิสัยดี และฐานะดีอีกด้วย “แก้มเป็นคนดี ก็ต้องได้สามีดีครับแม่” นาวินก็ภูมิใจในตัวน้องสาวเช่นกัน สองแม่ลูกฉีกยิ้มกว้างให้กัน “แม่ช่างโชคดีจริง ๆ ลูกสาวก็กำลังจะหมั้น ลูกชายก็กำลังจะหายดี” ผ่าตัดอีกครั้งเดียวนาวินก็หัดเดินได้แล้ว ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข ทางด้านรักนรินทร์เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทุกคนก็นั่งรออยู่แล้ว “ไม่หลับไม่นอนกันเหรอครับ” “บอกมาว่ารักจะให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอผู้หญิงคนไหนมาเป็นเมีย เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ศศิธรถามน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับนอนไม่หลับเลยเหรอครับ” รักนรินทร์ยังเอ่ยวาจายียวน “อย่าลีลาน่าพี่รัก รีบบอกพ่อกับแม่ไปเถอะ พลอยจะได้
คนตัวใหญ่ใช้ไรหนวดกับริมฝีปากไซ้กลีบดอกไม้เนียนสวยด้วยความทะนุถนอม ต่อมาจึงใช้ลิ้นปาดเลียขึ้นลงตรงรอยแยกแรงขึ้น ปลายลิ้นร้อนเดาะตรงติ่งเสียวรัว ๆ “ซี้ดดดด อา” สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้าทั้งสองจิกลงบนที่นอนนุ่ม เขาส่งลิ้นอุ่น ๆ เข้าไปในกลีบดอกไม้เพื่อควานหาความหวาน ยิ่งได้ยินเสียงเธอร้องครวญครางปานจะขาดใจมากเท่าใด เรียวลิ้นอุ่นร้อนยิ่งสอดลึกเข้าไปมากเท่านั้น “อา พี่รักขา” “จ๋าแก้มอ้วน” “ลึกอีกหน่อยได้ไหมคะ อื๊อ” ร้องขอยังไม่ทันขาดคำเขาก็แหย่ลิ้นเข้าไปจนสุดโคนแล้วแทงเข้าออกลึกสุดจนเธอแทบทนไม่ไหว นิ้วหัวแม่มือยังบดคลึงติ่งเสียวให้เธอย้ำ ๆ ลิ้นก็เดาะภายในเป็นจังหวะรัวเร็ว “พี่รักแก้มจะเสร็จแล้วค่ะ” รักนรินทร์เดาะลิ้นเร็วและแรงขึ้นอีก ไม่นานกัลยากรก็ครางออกเสียงหลง “อ้า อ้า อ้า” ร่างของเธอเกร็งกระตุก ร่องรักยังตอดรัดลิ้นเขาเป็นจังหวะ “อื๊อ พี่รักเขาลิ้นออกได้แล้วค่ะ” รักนรินทร์ถอนลิ้นออก ก็สอดแก่นกายใหญ่โตเข้าแทนที่ทันที “อา แน่นดีจัง” กัลยากรขมิบรัดตัวตนเขาแน่นข
“อืม วันอาทิตย์นี้พี่จะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอแก้ม”“แค่ก ๆ ๆ” กัลยากรที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลักออกมา รักนรินทร์รีบหยิบทิชชูให้“ไม่ดีใจหรือไง”“ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะคะ”“พี่ไม่อยากให้แก้มโดนแม่กับพี่ชายตำหนิ เพราะยังไงน้าษาก็รู้เรื่องของเราแล้ว อีกอย่างพี่ก็อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องด้วย”“แล้วคุณลุงกับคุณป้าจะไม่ว่าเหรอคะ”“มีแต่จะดีใจ” เพราะตอนนี้พ่อกับแม่ของเขายังไม่วางใจเรื่องที่เขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขัน ถ้าเขาบอกท่านทั้งสองให้ไปสู่ขอภรรยาให้ มีแต่จะรีบทำโดยไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย“พี่รักมั่นใจแล้วเหรอคะ”“มั่นใจเรื่องอะไร”“มั่นใจว่า… ว่ารักแก้มยังไงล่ะคะ”“ยิ่งกว่ามั่นใจ”ทั้งสองกินข้าวอิ่มแล้ว รักนรินทร์จึงพาเธอไปที่คอนโด ประตูห้องเพิ่งจะปิดลงเขาก็จู่โจมจูบเธออย่างเร่าร้อน เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกถอดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“ทำไมดุดันจังเลยคะ”“พี่อยากกระแทกแก้มอ้วนตั้งแต่อยู่ที่ออฟฟิศแล้ว”“พี่รัก”“หืม”“พี่รักหายป่วยหรือยังคะ”“ถามทำไม” กัลยากรยังยืนนิ่ง เขาจึงพูดขึ้นอีก “กลัวพี่ไปมีคนใหม่เหรอ” กัลยากรพยักหน้า เขาจึงกล่าวต่อ “เชื่อใจพี่สักครั้งนะ พี่จะไม่สัญญาอะไรกับแก้มอ้วน แต่พี่จะทำให







