LOGINศิลาจำไม่ได้ด้วยซ้ำ งานเขารัดตัวขนาดนี้ จะมีเวลาอ่านสัญญาอย่างละเอียดได้อย่างไร ตอนนั้นเขาก็คงรับปากไปส่ง ๆ กระมัง อีกอย่างเขามีลูกหนี้ตั้งเกือบสองร้อยสัญญาเขาจะจดจำทั้งหมดได้อย่างไร
“ช่างเถอะ ๆ เรื่องมันผ่านไปแล้ว มึงไปหาบ้านให้เขาอยู่ก็แล้วกัน ไม่ต้องหลังใหญ่มาก” เนี่ยไม่ภาระตรงไหน แค่คิดว่าต้องเอามาเลี้ยงก็ต้องหาบ้านให้อยู่แล้ว
“แล้วจะให้ไปรับเธอมาวันไหนดีครับ”
“หาบ้านได้วันไหนก็ไปวันนั้นแหละ อีกอย่างมึงไปร่างสัญญามาด้วย”
“กี่ปีดีครับ”
“หนี้เท่าไร”
“ล้านห้าครับ”
“สองปีก็พอแล้ว อยู่หลายปีเป็นภาระกูอีก”
“ครับ”
“เออนี่ ต่อไปนี้ก่อนทำสัญญากู้ยืมมึงช่วยดูด้วย ว่าใครเอาลูกเมียมาเป็นหลักค้ำประกันบ้าง หากมีมึงก็ไม่ต้องรับเข้ามาอีก”
“ครับเสี่ย”
ลูกน้องเดินออกไปแล้ว ศิลายกมือขึ้นนวดขมับของตนหนัก ๆ เขาไปตกลงเซ็นสัญญากู้ยืมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรวะ เดือนหนึ่งเขามีอะไรกับผู้หญิงนับครั้งได้ นี่ไม่เท่ากับว่าเขาขาดทุนทั้งขึ้นทั้งล่องหรืออย่างไร เอามาอยู่ด้วยก็ต้องหาที่พัก หาข้าวหาน้ำให้กินอีก โอย! กูจะบ้า ศิลาใช้ฝ่ามือตีหน้าผากตนแรง ๆ
ช่วงสายวันถัดมาหลังจากอัยลดาอาบน้ำเสร็จแล้วจึงออกมาหาพ่อ วันนี้จารึกยังไม่ได้ไปขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพราะอยากคุยกับลูกสาวให้รู้เรื่องก่อน ตอนนี้มีเพียงเขากับลูกสาวเท่านั้นที่อยู่บ้าน เพราะกุสุมาออกไปขายข้าวราดแกงตั้งแต่เช้ามืดแล้ว
จารึกเห็นดวงตาบุตรสาวแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มามากก็รู้สึกสงสาร แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน “ตกลงอัยจะช่วยพ่อไหมลูก”
“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะพ่อ ต่อไปอัยจะไม่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ให้พ่ออีก” เมื่อคืนเธอตื่นขึ้นมาตอนตีสองแล้วก็นอนไม่หลับอีกเลยจนถึงเช้า เพราะมัวคิดแต่เรื่องนี้
แต่คิดไปคิดมาเธอก็หาทางออกไม่ได้อยู่ดี นอกจากยอมรับความจริงเท่านั้น ครั้งนี้ที่เธอยอมก็เพราะเงินส่วนนี้พ่อเป็นหนี้เพราะส่งเธอเรียนด้วย อีกอย่างก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ แต่เธอเสียใจเพราะไม่เคยคิดว่าตนต้องไปเป็นเมียน้อยใครมาก่อน หากเสี่ยคนนั้นให้เธอใช้หนี้ตลอดชีวิตจะทำอย่างไร เพราะเงินล้านห้ามันมากกว่าค่าตัวของเธอเสียอีก
“ได้ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว พ่อจะไม่เป็นหนี้ใครอีก” จารึกให้สัญญา
กุสุมาดีใจจนหน้าบานที่ได้ยินว่าลูกเลี้ยงตอบตกลงใช้หนี้ให้ เพราะเธอกับลูกอีกสองคนจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน
ผ่านไปสี่วัน ช่วงบ่ายก็มีคนเอารถสปอร์ตคันหรูมารับเธอถึงหน้าบ้าน เป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่เธอเจอในวันนั้น
“ผมยศสพล เรียกสั้น ๆ ว่ายศก็ได้ เสี่ยให้ผมมารับคุณอัยแทนครับ”
ถึงยศสพลจะโทร. มาบอกล่วงหน้าแล้วแต่อัยลดาก็รู้สึกใจหายอยู่ดี จารึกเดินเข้ามากอดลูกสาว “ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก” มือใหญ่ลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ
“ค่ะ อัยไปก่อนนะคะ”
“โชคดีนะพี่อัย” เป็นเสียงของภีมวัจน์น้องชายต่างมารดา ตอนนี้เขาเพิ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ส่วนปวิมลที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่สามไม่ได้อยู่รอส่งเพราะวันนี้เธอมีเรียนทั้งวัน แม้ว่าจะเป็นวันเสาร์ก็ตาม
“อืม ตั้งใจเรียนล่ะ”
“ครับ” ภีมวัจน์รับคำอย่างว่าง่าย ทั้งที่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
อัยลดามองบ้านที่เคยอยู่ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ส่วนกุสุมายิ้มจนแก้มปริที่ไม่ต้องเสียบ้านหลังนี้ไป
ยศสพลยกกระเป๋าใบขนาดกลางขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงถาม “มีแค่นี้เหรอครับ”
“ค่ะ” อัยลดามีเพียงกระเป๋าใบเดียวเท่านั้น เพราะเธอไม่ใช่คนชอบแต่งตัว จึงมีเสื้อผ้าน้อยชุด แม้แต่เครื่องสำอางหมดเธอก็ยังไม่ซื้อใหม่ เพราะคิดว่าคงไม่ได้ใช้อยู่แล้ว
ระหว่างทางอัยลดาไม่ได้คุยกับยศสพลแม้แต่คำเดียว ผ่านไปราวสี่สิบนาทีรถสปอร์ตสีดำก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้อยู่ในซอยไม่ลึกมาก อีกทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวทว่ามีความปลอดภัยสูง
“ถึงแล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะ แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ”
ยศสพลยื่นสัญญาที่วางอยู่เบาะด้านหน้าให้เธอ “คุณอัยเอาสัญญาไปอ่านพลาง ๆ ก่อนก็ได้ครับ ถ้ามีอะไรสงสัยก็โทร. หาผมได้ตลอดเวลา”
“ค่ะ”
“หน้าปากซอยมีร้านสะดวกซื้อ และร้านขายของกินหลายอย่าง ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์จะมีตลาดนัดตอนเช้า หรือถ้าขี้เกียจเดินก็สั่งออนไลน์ได้ครับ คุณอัยคงอยู่ที่นี่ได้อย่างไม่ลำบากนัก”
“ขอบคุณค่ะ”
ยศสพลยื่นเงินให้เธอจำนวนหนึ่ง “ส่วนนี่เงินเดือนของคุณครับ”
“ฉันมีเงินเดือนด้วยเหรอคะ” อัยลดารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เป็นลูกหนี้แต่กลับมีเงินเดือนใช้
หลังอาบน้ำเสร็จคนตัวใหญ่ที่เปลือยกายล่อนจ้อนคลานเข่าขึ้นไปบนเตียงนอนอย่างหน้าไม่อาย สอดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับภรรยา ตอนนี้กัลยากรยังคงหลับตาพริ้ม เพราะเธอรู้สึกเพลียมากจริง ๆ อีกทั้งยังรู้สึกเมาอยู่เล็กน้อย มือใหญ่สอดเข้าไปในเสื้อลายการ์ตูนผืนบางแล้วขยำเต้างามเบา ๆ “ยังจะเอาอีกเหรอคะ” “อืม สัญญาว่าจะไม่ทำนาน” เพราะเขารู้ว่าภรรยาก็เหนื่อยมากจริง ๆ “ไม่เหนื่อยเหรอคะ” กัลยากรปรือตาขึ้นมามองเขา “นิดหน่อย แต่อยากทำลูกมากกว่า” ว่าพลางถอดเสื้อและกางเกงนอนของเธอออก พร้อมกับพลิกกายใหญ่ขึ้นคร่อมร่างของเธอไว้ “พี่รักอยากมีลูกกับแก้มจริง ๆ เหรอคะ” “จริงสิ จนป่านนี้ยังไม่เชื่อใจพี่อีกเหรอ” “ไม่รู้สิคะ ก็เมื่อก่อนพี่รักชอบว่าให้แก้ม ไม่เคยพอใจในสิ่งที่แก้มมีแม้แต่น้อย” “ก็บอกแล้วไงว่าพี่มันคนปากหมา ต่อไปนี้พี่ไม่ว่าแก้มอ้วนอีกแล้ว แก้มอ้วนเมียพี่สวยและน่ารักที่สุดในสามโลกเลย พอใจหรือยัง” กัลยากรหัวเราะหึ ๆ “โลกเดียวก็พอแล้วค่ะ” เขายิ้มพรายให้ภรรยา จากนั้น
“ไว้ว่าง ๆ เรากับแก้มจะแวะเข้าไปเยี่ยมหลานนะ” พลอยไพลินกล่าว “จ้ะ” อัยลดากระซิบข้างหูเพื่อน “รีบมีน้องไว ๆ นะ จะได้ลบคำสบประมาทของคนอื่นสักที” “อันนั้นก็แล้วแต่พี่รัก” กัลยากรว่าอย่างอาย ๆ อัยลดาจึงพูดขึ้น “เธอก็ทำเองได้ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบด้วยนะ” “บ้าน่ะอัย พูดอะไรก็ไม่รู้” อัยลดาหัวเราะหึ ๆ “เรากลับแล้วนะ” ก่อนหน้าเธอก็ไม่ใช่คนพูดจาโจ่งแจ้งพรรค์นี้ แต่พออยู่กับศิลานานเข้า จึงรับเชื้อพูดจาทะลึ่งตึงตังมาจากเขา ศิลากล่าวลาเพื่อนเสร็จแล้วจึงเดินมารับภรรยากลับบ้าน ตอนนี้เขาอยากกลับไปเจอหน้าลูกจะแย่แล้ว แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ห่างลูก ไม่คิดว่าจะคิดถึงลูกได้มากขนาดนี้ หลังจากศิลากับภรรยาจากไปแล้ว ภูวดลจึงตัดสินใจเดินเข้ามาหาบ่าวสาว กล่าวออกด้วยความรู้สึกผิดว่า “พี่ขอโทษนะที่เคยทำไม่ดีกับรักและแก้มไว้” ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคำว่าพอเพียงนั้นสำคัญที่สุด เพราะเขาถูกมารดาขังอยู่ในห้องมาหลายเดือนเขาจึงคิดได้ จะได้ออกมาข้างนอกก็ต่อเมื่อต้องไปขึ้นศาลเท่านั้น “พี่ภูอย่าเก็บมาคิดอีกเลยครับ ขอเพียงพี่ภูคิดได้อ
หลังจากสู่ขอเพียงหนึ่งเดือน รักนรินทร์กับกัลยากรก็จัดงานหมั้นกันอย่างเรียบง่าย เหตุผลก็เพราะกัลยากรไม่ชอบงานเลี้ยงใหญ่โต ซึ่งรักนรินทร์ก็เห็นด้วยกับเธอ ทว่ากลับมีข่าวลือว่าเขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขันออกมาอย่างหนาหู เช่นนั้นเขาจึงเร่งรัดให้ผู้ใหญ่จัดงานแต่งงานให้เขากับกัลยากรก่อนพี่ชาย เพื่อลบคำนินทาเหล่านั้น ซึ่งภาคินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งคนที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของรักนรินทร์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพะแพง เหตุผลก็เพราะเธอริษยาที่เขาหมั้นหมายกับกัลยากรได้สำเร็จ พะแพงยิ้มหยันเมื่อเปิดดูข่าวสารบนโชเชียลแล้วมีแต่ข่าวของรักนรินทร์ แค่นี้เธอก็รู้สึกพอใจอย่างยิ่งแล้ว ถัดจากนั้นสามเดือน งานแต่งงานระหว่างรักนรินทร์กับกัลยากรก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเช่นเดิม ถึงกระนั้นก็ยังมีคนกล้าถามศศิธรออกมาตรง ๆ “ฉันได้ยินข่าวว่าตารักป่วยเหรอคะ แล้วทำไมยังแต่งงานกับหนูแก้มอีกล่ะ อย่างนี้ไม่สงสารผู้หญิงบ้างเหรอ” “นั่นสิคะ มันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงเลยนะ หรือว่าผู้หญิงเดือดร้อนเรื่องเงินก็เลยยอมตกลงแต่งงานด้วย” “ฉันว่าต้องใช่แน่ ๆ” ทุกป
“ผู้หญิงคนนั้นหนีไปต่างประเทศแล้วค่ะ” ในขณะที่มารดายังยืนเหม่อลอยอยู่นั้น กัลยากรจึงพูดขึ้นอีก “แก้มขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” “จ้ะ ไปเถอะ” อลิษามองมาทางลูกชายด้วยความไม่อยากเชื่อนัก “วิน แก้มกำลังจะหมั้นจริง ๆ เหรอลูก” ถามพลางน้ำตาเอ่อคลอ เพราะเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวของตนจะมีวันนี้ อีกทั้งยังได้คู่หมั้นที่หล่อ นิสัยดี และฐานะดีอีกด้วย “แก้มเป็นคนดี ก็ต้องได้สามีดีครับแม่” นาวินก็ภูมิใจในตัวน้องสาวเช่นกัน สองแม่ลูกฉีกยิ้มกว้างให้กัน “แม่ช่างโชคดีจริง ๆ ลูกสาวก็กำลังจะหมั้น ลูกชายก็กำลังจะหายดี” ผ่าตัดอีกครั้งเดียวนาวินก็หัดเดินได้แล้ว ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข ทางด้านรักนรินทร์เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทุกคนก็นั่งรออยู่แล้ว “ไม่หลับไม่นอนกันเหรอครับ” “บอกมาว่ารักจะให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอผู้หญิงคนไหนมาเป็นเมีย เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ศศิธรถามน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับนอนไม่หลับเลยเหรอครับ” รักนรินทร์ยังเอ่ยวาจายียวน “อย่าลีลาน่าพี่รัก รีบบอกพ่อกับแม่ไปเถอะ พลอยจะได้
คนตัวใหญ่ใช้ไรหนวดกับริมฝีปากไซ้กลีบดอกไม้เนียนสวยด้วยความทะนุถนอม ต่อมาจึงใช้ลิ้นปาดเลียขึ้นลงตรงรอยแยกแรงขึ้น ปลายลิ้นร้อนเดาะตรงติ่งเสียวรัว ๆ “ซี้ดดดด อา” สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้าทั้งสองจิกลงบนที่นอนนุ่ม เขาส่งลิ้นอุ่น ๆ เข้าไปในกลีบดอกไม้เพื่อควานหาความหวาน ยิ่งได้ยินเสียงเธอร้องครวญครางปานจะขาดใจมากเท่าใด เรียวลิ้นอุ่นร้อนยิ่งสอดลึกเข้าไปมากเท่านั้น “อา พี่รักขา” “จ๋าแก้มอ้วน” “ลึกอีกหน่อยได้ไหมคะ อื๊อ” ร้องขอยังไม่ทันขาดคำเขาก็แหย่ลิ้นเข้าไปจนสุดโคนแล้วแทงเข้าออกลึกสุดจนเธอแทบทนไม่ไหว นิ้วหัวแม่มือยังบดคลึงติ่งเสียวให้เธอย้ำ ๆ ลิ้นก็เดาะภายในเป็นจังหวะรัวเร็ว “พี่รักแก้มจะเสร็จแล้วค่ะ” รักนรินทร์เดาะลิ้นเร็วและแรงขึ้นอีก ไม่นานกัลยากรก็ครางออกเสียงหลง “อ้า อ้า อ้า” ร่างของเธอเกร็งกระตุก ร่องรักยังตอดรัดลิ้นเขาเป็นจังหวะ “อื๊อ พี่รักเขาลิ้นออกได้แล้วค่ะ” รักนรินทร์ถอนลิ้นออก ก็สอดแก่นกายใหญ่โตเข้าแทนที่ทันที “อา แน่นดีจัง” กัลยากรขมิบรัดตัวตนเขาแน่นข
“อืม วันอาทิตย์นี้พี่จะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอแก้ม”“แค่ก ๆ ๆ” กัลยากรที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลักออกมา รักนรินทร์รีบหยิบทิชชูให้“ไม่ดีใจหรือไง”“ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะคะ”“พี่ไม่อยากให้แก้มโดนแม่กับพี่ชายตำหนิ เพราะยังไงน้าษาก็รู้เรื่องของเราแล้ว อีกอย่างพี่ก็อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องด้วย”“แล้วคุณลุงกับคุณป้าจะไม่ว่าเหรอคะ”“มีแต่จะดีใจ” เพราะตอนนี้พ่อกับแม่ของเขายังไม่วางใจเรื่องที่เขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขัน ถ้าเขาบอกท่านทั้งสองให้ไปสู่ขอภรรยาให้ มีแต่จะรีบทำโดยไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย“พี่รักมั่นใจแล้วเหรอคะ”“มั่นใจเรื่องอะไร”“มั่นใจว่า… ว่ารักแก้มยังไงล่ะคะ”“ยิ่งกว่ามั่นใจ”ทั้งสองกินข้าวอิ่มแล้ว รักนรินทร์จึงพาเธอไปที่คอนโด ประตูห้องเพิ่งจะปิดลงเขาก็จู่โจมจูบเธออย่างเร่าร้อน เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกถอดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“ทำไมดุดันจังเลยคะ”“พี่อยากกระแทกแก้มอ้วนตั้งแต่อยู่ที่ออฟฟิศแล้ว”“พี่รัก”“หืม”“พี่รักหายป่วยหรือยังคะ”“ถามทำไม” กัลยากรยังยืนนิ่ง เขาจึงพูดขึ้นอีก “กลัวพี่ไปมีคนใหม่เหรอ” กัลยากรพยักหน้า เขาจึงกล่าวต่อ “เชื่อใจพี่สักครั้งนะ พี่จะไม่สัญญาอะไรกับแก้มอ้วน แต่พี่จะทำให







