Share

ตอนที่ 13 นิสัยที่แท้จริง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-28 23:22:51

เฉาเยว่หันหลังกลับไปยังบ้านที่เงียบงัน ไร้เงาของสามี เสียงลมหายใจของตนเองดังก้องในอก มือเรียวเช็ดน้ำตาที่ไม่ยอมแห้งราวกับหัวใจไม่ยอมปล่อยวาง นางยืนสงบอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรวบรวมกำลังใจ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินกลับเข้าไปภายใน

“ไปไหนมา”

เสียงเรียกดังมาจากบ้านใหญ่ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นก็พบว่าผู้พูดคือหยวนจูและแม่สามี

“ข้าไปส่งพี่หยวนเล่อเจ้าค่ะ” นางตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

“อ๋อ ไปแล้วสินะ เช่นนั้นก็ดี ข้าไม่ต้องฝืนทำดีกับเจ้าอีกต่อไป” มุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน

เฉาเยว่เพียงเงยหน้ามองโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับสบตาเข้ากับแววตาเย็นเฉียบของแม่สามี

“มองอันใด เจ้ายังมีงานอีกมากต้องทำ” ซูฟางกล่าวพลางจ้องเขม็ง “ในเมื่อสามีของเจ้าไม่อยู่แล้ว งานทุกอย่างที่เป็นของเขา เจ้าก็ต้องทำแทนทั้งหมด เข้าใจหรือไม่”

“แต่ข้ากำลังตั้งครรภ์นะเจ้าคะ” นางค้านออกไปเสียงเบา

“ตั้งครรภ์แล้วอย่างไร เมื่อตอนข้าท้อง ข้ายังทำงานได้ทุกอย่าง เจ้าอย่าได้ทำตัวอ่อนแอนัก หวังว่างานทั้งหมดจะเรียบร้อย ถ้าข้ากลับมาแล้วไม่เสร็จ เจ้าจะเจอดีแน่!” คำพูดจบพร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินจากไปอย่างไม่เหลียวแล

เฉาเยว่ยืนมองแผ่นหลังของแม่สามีอย่างเงียบงัน ก่อนก้มหน้ากลับเข้าบ้าน เก็บเศษอาหารที่คนในบ้านกินทิ้งไว้ จากนั้นให้อาหารไก่และหมู แล้วเดินออกไปดูนา โชคดีที่ก่อนจาก หยวนเล่อได้ดูแลไว้ดีมาก งานที่เหลือจึงไม่หนักเกินไปสำหรับนาง แม้นางจะมิใช่ลูกคุณหนู แต่ในใจยังอดห่วงลูกในครรภ์ไม่ได้ เพราะเพิ่งตั้งท้องได้ไม่นาน กลัวว่าหากทำงานหนักเกินไปจะเกิดอันตรายกับเด็กน้อยในท้อง

เมื่อกลับมาถึงบ้านในยามเย็น ร่างกายเหนื่อยล้าเต็มที แต่สิ่งที่รออยู่กลับเป็นสายตาแข็งกร้าวของแม่สามี

“เจ้าไปไหนมา ทำไมอาหารยังไม่เตรียมอีก!” ซูฟางตะคอกเสียงดัง

“ข้าไปทำนามาเจ้าค่ะ” ร่างบางตอบพลางยกมือเช็ดเหงื่อ เนื้อตัวมอมแมมไปทั้งตัว

“ไปทำนาก็ต้องรู้จักกลับมาทำอาหารให้พวกข้าด้วยสิ จะมัวอยู่ทั้งวันได้อย่างไร แล้วนี่ ได้ผักป่ามาหรือไม่” นางถามพลางมองตะกร้าในมือ

“ข้าไม่ได้ขึ้นเขา จึงยังไม่ได้เก็บมาเจ้าค่ะ” เสียงตอบแผ่วเบาราวกลัวลมหายใจจะกลายเป็นข้อกล่าวหา

เพียงเท่านั้น ซูฟางก็สะบัดตะกร้าในมือลงพื้นเสียงดัง จนกระเด็นไปโดนขาของเฉาเยว่

“ไม่ได้เรื่องสักอย่าง! พรุ่งนี้เจ้าต้องทำทุกอย่างเหมือนตอนที่สามีของเจ้ายังอยู่ เข้าใจหรือไม่ ตอนนี้รีบไปทำอาหารให้พวกข้ากินเสีย ข้าวกับของสดข้าวางไว้ในครัวแล้ว!” เสียงนั้นเด็ดขาด ก่อนเจ้าของเสียงจะหันหลังเดินกลับไปด้วยท่าทีหงุดหงิด

หยวนจูปรายตามองพี่สะใภ้ก่อนพูดขึ้นเสียงเรียบ “รีบไปทำเถิด พรุ่งนี้ข้าอยากกินผลไม้ ท่านก็ขึ้นเขาไปเก็บมาให้ข้าด้วยล่ะ”

คำพูดนั้นเหมือนมีหนามแหลมทิ่มใจ เฉาเยว่ได้แต่ยืนนิ่ง นึกเสียดายที่ไม่ฟังคำสามีเสียก่อน เขาเตือนแล้วว่าไม่จำเป็นต้องหาผลไม้มาให้คนในบ้าน แต่เพราะนางอยากให้ครอบครัวสามีสบายใจ จึงต้องมาทนเหนื่อยเช่นนี้

เมื่อถึงครัว นางพบเพียงไข่หนึ่งฟองกับข้าวเล็กน้อย ยังดีที่ยังมีผักป่าจากครั้งก่อนเหลืออยู่บ้าง นางจึงนำทั้งหมดมารวมกัน หุงข้าวต้มอย่างง่าย แล้วตักจัดใส่ถ้วยให้ครบทุกคน

พอเตรียมจะนั่งลงกินบ้าง เสียงของซูฟางก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้ากำลังจะทำอะไร ใครบอกให้มานั่งร่วมโต๊ะกับพวกข้า กินหลังจากพวกข้ากินเสร็จแล้วค่อยว่ากัน!”

เฉาเยว่สะดุ้งเฮือก รีบถอยไปยืนก้มหน้าเงียบ มองคนทั้งสามกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่มีใครเหลียวแล

“นี่อะไรกัน ท่านแม่! อาหารเช่นนี้อีกแล้ว ข้าอยากกินเนื้อ!” หยวนลี่ตะโกนขณะเคี้ยวข้าวเต็มปาก

ซูฟางรีบหันไปปลอบลูกชาย “ได้ ๆ เดี๋ยวแม่จะซื้อเนื้อมาให้เจ้ากินดีหรือไม่” ทั้งที่ในใจไม่อยากเสียเงินแม้แต่น้อย

“ท่านก็พูดอย่างนี้ทุกที ตอนข้าบ่นถึงจะได้กินสักครั้ง” เขาพูดเสียงขุ่น พลางทำหน้ามุ่ยใส่มารดา

ซูฟางถอนหายใจ “ได้ ๆ แม่จะทำให้เจ้ากินทุกวันเลยดีหรือไม่” เสียงนุ่มที่แฝงความเหนื่อยหน่ายหลุดจากริมฝีปากของหญิงชรา ขณะพยายามประคองอารมณ์ลูกชายให้สงบลง

เฉาเยว่มองภาพตรงหน้าด้วยใจห่อเหี่ยว ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันไม่อาจกลบความเจ็บลึกในใจได้เลย

“ข้าอิ่มแล้ว” หยวนลี่พูดพลางลุกจากโต๊ะอย่างไม่สนใจฟังมารดา เขาก้าวเดินออกไปด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

“ท่านแม่ ข้าก็อยากกินเนื้อบ้าง ข้ากินผักทุกวันจนผิวพรรณไม่ดีเหมือนคนอื่นแล้ว” หยวนจูเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเห็นมารดาเอาใจพี่ชาย

ซูฟางถอนหายใจ “ตอนนี้พี่ชายของเจ้าไม่อยู่ จะให้กินเนื้อทุกวันได้อย่างไรกัน”

“ท่านก็เป็นเช่นนี้เสมอ เอาใจแต่พี่รอง! ข้าอยากกินบ้างกลับไม่เคยทำให้” นางพูดพลางลุกขึ้นจากโต๊ะเสียงดัง ก่อนเดินสะบัดหน้าออกไปอย่างขุ่นเคือง

ซูฟางมองลูกทั้งสองเดินจากไปพลันให้รู้สึกอึดอัดใจ นางจึงเร่งกินอาหารที่เหลือให้หมด แล้วหันไปสั่งสะใภ้เสียงเข้ม

“พรุ่งนี้เจ้าขึ้นเขาไปดูหน่อยสิ ว่าพอจะจับสัตว์ได้บ้างหรือไม่”

เฉาเยว่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “แต่ท่านแม่ ข้าไม่เคยล่าสัตว์เลยนะเจ้าคะ”

“ไม่เคยก็ต้องเรียนรู้สิ เจ้าใหญ่พาเจ้าขึ้นเขาบ่อย ๆ ไม่ใช่หรือ” น้ำเสียงของซูฟางเต็มไปด้วยความรู้ทัน

“ท่านพี่พาข้าขึ้นเขาเพียงเพื่อหาผักป่าเท่านั้น ไม่เคยให้ข้าล่าสัตว์เลยเจ้าค่ะ” นางตอบเบา ๆ ไม่อยากอวดอ้างเกินจริง

“ข้าไม่สน! พรุ่งนี้เจ้าต้องหาเนื้อมาให้ทุกคนกินให้ได้ เข้าใจหรือไม่” ซูฟางพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างเอาแต่ใจ

เฉาเยว่ยืนมองแผ่นหลังของแม่สามีเงียบ ๆ ก่อนก้มหน้าลง ถอนหายใจเบา ๆ อย่างไม่รู้จะทำเช่นไรดี นางต้องขึ้นเขาจริง ๆ หรือเล่า… สายตาเลื่อนมองอาหารที่เหลือเพียงเศษข้าวและผักติดจาน นางรู้ดีว่าร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อเลี้ยงลูกในครรภ์ แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ตัวเองอดได้เช่นกัน

นางนั่งลงกินของเหลืออย่างเงียบงัน จากนั้นจึงล้างจานจนสะอาดเรียบร้อย ก่อนกลับเข้าห้อง ท้องของนางยังร้องไม่หยุด นางหยิบผลไม้ที่สามีหาเอาไว้ขึ้นมากินเพื่อประทังความหิว สายตาเหม่อมองไปรอบห้องที่เคยอบอุ่นเมื่อเขายังอยู่

เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชายผ้าใต้หมอน นางจึงเอื้อมมือไปเปิดดู ก็พบเนื้อหมูชิ้นใหญ่ที่เคยทำไว้ให้สามี แต่เขากลับซ่อนไว้ให้แทนนาง น้ำตาเอ่อคลออย่างกลั้นไม่อยู่… ทั้งที่นางตั้งใจจะดูแลเขา แต่สุดท้ายกลับเป็นเขาที่ห่วงใยนางจนถึงที่สุด

ในอีกฟากหนึ่งของแผ่นดิน หยวนเล่อเดินทางมาถึงเหมืองแร่แล้ว ที่แห่งนี้ห่างจากตัวเมืองออกไปมาก อาหารที่ได้รับมีเพียงหมั่นโถวแห้งหนึ่งก้อนกับผักไม่กี่ต้น เนื้อหมูแทบไม่เห็นเลย โชคดีที่ภรรยาเตรียมเนื้อไว้ให้ เขาจึงแบ่งกินอย่างประหยัดที่สุด

ยามมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม เขาอดคิดถึงภรรยาไม่ได้ ใจภาวนาให้นางอยู่ดีมีสุข

“อดทนอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนเอนกายลงบนฟางในกระท่อมไม้ที่กันฝนได้เพียงพอ เขานอนรวมกับคนในหมู่บ้านเดียวกันอีกหลายคน เสียงลมพัดลอดฝาไม้ดังแผ่วเบา

รุ่งเช้า ทหารหลายคนเดินนำอุปกรณ์ขุดเจาะมาแจกจ่ายให้แต่ละคนคนละหนึ่งชิ้น แล้วสั่งให้เข้าไปในอุโมงค์ที่ขุดไว้ก่อนหน้า ภายในมีร่องขุดมากมาย แร่ที่ส่องประกายอยู่ในหินคือทองคำแท้ เหมืองแห่งนี้เพิ่งถูกค้นพบได้ไม่นาน และมีการควบคุมเข้มงวด ผู้ใดลักแร่จะถูกเฆี่ยนตีจนบาดเจ็บสาหัส

“เจ้าชื่อหยวนเล่อใช่หรือไม่” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

เขาหันไปมองแล้วพยักหน้า “ใช่ ข้าหยวนเล่อ”

เมื่อเห็นหน้าคนพูด เขาจำได้ทันที “เจ้าหยวนเทียนไม่ใช่หรือ เจ้าเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านมิใช่หรือ เหตุใดถึงมาที่นี่เล่า”

หยวนเทียนหัวเราะแห้ง ๆ “ท่านแม่บอกว่าข้าเรียนไม่เก่งนัก จึงให้มาทำงานที่นี่แทน พี่ชายทั้งสองเป็นเสาหลักของบ้านแล้วไม่อยากให้ลำบาก ข้าได้ยินมาว่าท่านเพิ่งแต่งงานได้ไม่นานนี่ใช่หรือไม่”

“ใช่ ภรรยาของข้ากำลังตั้งครรภ์อยู่ ดีที่ทางเหมืองให้ทำงานเพียงหนึ่งปีเท่านั้น อีกไม่นานข้าก็จะได้กลับไปหานางแล้ว”

เสียงของเขาอบอุ่นปนความคิดถึง สายตาที่ทอดมองแสงแดดยามเช้าดูอ่อนโยนดุจคนมีรักแท้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 49 ทุกคนได้รับผลจากการกระทำ

    เมื่อนางมาถึงหน้าร้าน เฉาเยว่หยุดยืนมองการแสดงอันเกินจริงของทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง เสียงเห็นด้วยจากผู้คนรอบข้างดังประสานเป็นระยะ เมื่อมองจนพอใจแล้ว นางจึงก้าวออกมาด้านหน้าอย่างสงบนิ่ง“ข้าก็นึกว่าเรื่องใด นึกว่าใครมาร้องขอสวนบุญอยู่หน้าร้านของข้า…ที่แท้ก็พวกเจ้าเองสินะ” นางกวาดสายตามองทั้งคู่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสองคนที่แสร้งนั่งร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นสบตานางอย่างตกใจ เมื่อได้เห็นเฉาเยว่ซึ่งห่างหายไปหลายเดือน ทั้งคู่ยิ่งตะลึงเมื่อเห็นการแต่งกายงดงามของนาง โดยเฉพาะหยวนจูที่เคยดูหมิ่นไว้นักหนา นางไม่คิดเลยว่าหญิงที่เคยถูกใช้งานราวบ่าวรับใช้ จะงามสง่าได้ถึงเพียงนี้ ชุดที่เฉาเยว่นุ่งห่มดูท่าว่าจะมีราคาไม่น้อยซูฟางเมื่อเห็นเฉาเยว่เดินออกมา นางยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น พลางคลานเข้ามากอดขานางอย่างน่าเวทนา“สะใภ้ใหญ่ ได้โปรดให้ข้าได้พบลูกชายของข้าเถิด” นางร่ำไห้โวยวายราวโลกจะแตกการกระทำเช่นนั้นเรียกความสงสารจากผู้คนไม่น้อย จนหญิงชราผู้หนึ่งอดตำหนิไม่ได้“เจ้ากับนางเป็นสะใภ้แม่ผัวกันหรืออย่างไร ถึงใจดำเช่นนี้กันเล่า”ซูฟางยิ่งได้ยินเสียงสนับสนุนก็ยิ่งแผดเสียงร้อง พร้อมก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่ผุดข

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 48 ให้เวลาห้าเดือน

    “เจ้าอย่ามายุ่งกับลูกสาวของข้านะ!” ซูฟางรีบวิ่งเข้ามากอดบุตรสาวแน่นด้วยความหวาดกลัวส่วนหยวนลี่นั้น หนีหายไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ เพราะเขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้วหยวนจื่อทนดูต่อไปไม่ไหว จึงก้าวออกมาขวางพร้อมเอ่ยห้าม“ทุกท่านโปรดหยุดก่อนเถิด เรื่องนี้เป็นปัญหาที่หยวนลี่ก่อไว้ เช่นนั้นไม่ควรผูกเรื่องเข้ากับหญิงสาวผู้นี้กระมัง”เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบ หวังให้คนที่มาวุ่นวายใจเย็นลงสักนิดชายร่างใหญ่เหลือบตาขึ้นมองชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ“แล้วเจ้าคือผู้ใดกัน เรื่องนี้ใช่สิ่งที่เจ้าควรมายุ่งด้วยหรือ”“ข้ามิได้อยากยุ่ง เพียงแต่ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ข้าดูแล ในเมื่อหยวนลี่นำที่ดินบ้านหลังนี้ไปขาย ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเขาขายไปเท่าใด”เขาพยายามช่วยหาทางออกให้ซูฟาง อย่างน้อยสามีของนางก็ยังเป็นญาติร่วมตระกูลชายร่างใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อ้อ…เป็นผู้ใหญ่บ้านนี่เอง เช่นนั้นข้าก็ต้องให้เกียรติบ้างละ”ก่อนกล่าวต่อเสียงเข้ม“ลูกชายของเจ้าติดเงินเจ้านายของข้าอยู่ แปดสิบตำลึงทอง เจ้าจะจ่ายหรือไม่เล่า ถ้าจ่าย ข้าก็ไม่จำเป็นต้องยึดบ้านเจ้าไป”ซูฟางเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ…แปดสิบตำลึ

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 47 เกิดเรื่องกับบ้านหลัก

    “จริงเจ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่สนใจสิ่งที่ข้าเสนอหรือไม่” นางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางเบา“แล้วเรื่องนี้หยวนเล่อรู้หรือไม่” หยวนจื่ออดกังวลไม่ได้ กลัวว่าสามีของนางจะตำหนิ“เขารู้เจ้าค่ะ พวกเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว” ทั้งสองได้ปรึกษากันจนตกลงเป็นที่เข้าใจ“แล้วพวกข้าจะหาผลนี้ได้จากที่ใดเล่า” หยวนจื่อถามด้วยสีหน้ากังวล“ท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้านอกจากจะช่วยท่านแล้ว ยังเตรียมต้นกล้าไว้ให้ด้วย ท่านสามารถนำไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านปลูกได้ แม้อาจต้องใช้เวลานานอยู่บ้าง แต่ระหว่างรอก็ยังคิดทำสิ่งอื่นควบคู่ไปได้เช่นกัน”นางคิดว่าในช่วงต้นกล้าเติบโต ตนเองก็สามารถขยายการทำที่นอนและหมอนจากขนนุ่มได้มากพอสมควรแล้ว“ขอบใจพวกเจ้าสองคนมาก ร่ำรวยแล้วก็ยังไม่ลืมคนในหมู่บ้านของเรา” หยวนจื่อเหลือบตามองสามีภรรยาคู่นั้น เห็นหยวนเล่อเดินเข้ามาพร้อมอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขน“ท่านผู้ใหญ่ สิ่งที่ทำไปเทียบไม่ได้กับความช่วยเหลือที่ท่านมอบให้ข้าและภรรยาหรอกขอรับ ข้าได้ดีก็ยิ่งต้องไม่ลืมคนในหมู่บ้าน” หยวนเล่อเอ่ยด้วยความจริงใจหยวนฉินแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางรู้สึกอบอุ่นใจที่สหายที่ตนเลือกคบมีน้ำใจมากเพียงนี้ นางหันไปมองก้อนแ

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 46 สร้างงานให้คนในหมู่บ้าน

    หยวนลี่เดินยืดอกเข้าไปในนั้นด้วยอาการลำพองใจ เขาตรงไปยังโต๊ะที่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ ก่อนวางแผ่นกระดาษลงตรงหน้า “ข้าอยากได้สิบตำลึงทอง”ชายวัยกลางคนนิ่งสงบ ไม่แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษราวกับคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนัก เขาหยิบฉโฉนดขึ้นมาพินิจอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประเมินราคา“ข้าให้เจ้าได้มากสุดแปดตำลึงทอง จะเอาหรือไม่เอา” เอ่ยจบก็วางฉโฉนดกลับลงตรงหน้าชายหนุ่มเช่นเดิมหยวนลี่ส่งเสียง “ชิ” เบา ๆ อย่างขัดใจ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แปดตำลึงก็ได้ เร็ว ๆ เอามาให้ข้า” เขาบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะไม่คิดว่าที่ดินของบ้านตนจะมีราคาต่ำเช่นนี้ชายวัยกลางคนหยิบเงินจากลิ้นชักใต้โต๊ะมาวางตรงหน้าโดยไร้สีหน้า เหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากท่าทีหยาบคายของชายหนุ่มแม้แต่น้อย เพราะผู้คนหลากหลายแบบเวียนผ่านมาทุกวันจนเขาเคยชินเสียแล้วเมื่อได้เงินมาแล้ว หยวนลี่ก็ตรงไปยังห้องด้านในที่มีประตูปิดกั้น บรรยากาศภายในต่างจากด้านนอกโดยสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสียงโหวกเหวกปะปนกับเสียงร้องดีใจของบางคน ทำให้เขารู้สึกคึกคักขึ้นมาไม่น้อย เขานั่งลงที่โต๊ะหนึ่งก่อนวางเงินเดิมพันที่เพิ่งได้มาอย่างไม่ลังเลครึ่

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 45 จับได้

    “ได้ แต่เจ้าก็อย่าหักโหมนักเล่า” หยวนเล่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาอยากช่วยนางขายของเช่นกัน แต่จำต้องอยู่คอยดูแลช่างที่มาสร้างบ้าน ได้เพียงช่วยเก็บผลไม้ในมิติไว้ให้เท่านั้น เวลานางไปขายก็จะหยิบออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้นเวลาผ่านไปสิบห้าวันหลังจากช่างเริ่มลงมือปรับปรุงร้านและบ้านพักอาศัย จนกระทั่งทุกอย่างแล้วเสร็จ นางจ่ายเงินไปเกือบร้อยตำลึงทอง ได้บ้านที่สมบูรณ์พร้อม และร้านค้าที่งดงามมั่นคงดังใจหวังเมื่อร้านเสร็จเรียบร้อย เฉาเยว่ก็เลิกออกไปขายผลไม้ในตลาด นางกับหยวนเล่อมัววุ่นอยู่กับการจัดเรียงสินค้าในร้าน ทั้งผักผลไม้จากสวนในมิติ ไม่ว่าจะเป็นผักป่าหรือผักทั่วไป ล้วนสดใหม่อยู่เสมอ เพราะหากของเหลือขายไม่หมด นางก็จะเก็บกลับเข้ามิติไว้ เพื่อรักษาความสดไว้ตลอดเวลาเฉาเยว่ายืนอยู่หน้าร้าน มองป้ายไม้ที่เพิ่งแขวนขึ้นด้วยแววตาภาคภูมิใจ จากหญิงบ้านนอกที่เคยถูกซื้อมาเป็นภรรยา วันนี้นางกลับมีร้านค้าของตนเองแล้วหยวนเล่อเดินเข้ามายืนด้านหลัง พลางมองร้านที่ทั้งคู่ช่วยกันสร้างขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง เขามองภรรยาที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความสุขในแววตาของนางทำให้หัวใจเขาพองโต“เจ้าตื่นเต้นหรือไม่ พรุ่งนี้เราจะเปิดร้

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 44 อยู่ที่ใหม่สบายใจกว่า

    หลังจากพูดคุยเรื่องซื้อขายกันเสร็จเรียบร้อย เฉาเยว่ก็กลับไปรออยู่ที่ร้านใหม่ นางหยิบกุญแจที่ได้รับมาไขประตู ก่อนเดินสำรวจโดยรอบ ร้านค้าแห่งนี้ดูเก่าไปเล็กน้อย จึงคิดไว้ว่าจะปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ด้านหลังร้านตั้งใจจะปลูกผลขนนุ่มและผลไม้จากมิติ โดยจะใช้น้ำในมิติรดแทน หลังจากทดลองอยู่นาน นางพบว่าน้ำในมิติช่วยให้ผลไม้มีรสหวานหอมและคุณภาพดีกว่าที่ปลูกทั่วไปไม่นานนัก เฉากวงก็กลับมาพร้อมใบโฉนดบ้านและที่ดิน ซึ่งระบุชื่อของเฉาเยว่ทั้งหมด หยวนเล่อเป็นผู้ยินยอมให้ทุกอย่างอยู่ในชื่อของนาง เพราะไม่ต้องการแย่งชิงความดีความชอบในสิ่งนี้“ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นของพวกท่านแล้วขอรับ จะตกแต่งหรือทำสิ่งใดก็สุดแล้วแต่ หากวันหน้าอยากซื้อบ้านเพิ่มเติมก็มาหาข้าได้” เฉากวงเอ่ยพร้อมยื่นเอกสารให้นาง ก่อนขอตัวกลับเมื่อทุกอย่างจัดการเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองตกลงจะพักอยู่ในบ้านใหม่คืนนี้เลย ถึงอย่างไรก็นอนในมิติกันอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลสิ่งใดเฉาเยว่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้าไปให้นมลูกน้อย กล่อมจนเขาหลับสนิท ก่อนออกมาช่วยหยวนเล่อทำความสะอาดและตรวจดูรอบบ้าน ว่าส่วนใดควรปรับปรุงบ้าง หลังจดรายการไว้ในกระดาษครบถ้วน ทั้งคู่ก็พ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status