Share

บทที่4 ที่แท้ก็...

last update Tanggal publikasi: 2024-11-27 17:51:25

ฟู่จื่อเหยียนนั่งรอองค์หญิงตัวน้อยเงียบ ๆ โดนมิได้พูดจาใด ๆ  โดยนิสัยใจคอแล้วคุณชายตระกูลฟู่นับว่าพูดน้อยและสุขุมกว่าเด็กชายในวัยเดียวกัน การที่คุณชายฟู่นั่งเงียบอยู่จึงมิใช่เรื่องชวนให้ประหลาดใจ ผู้ใดบ้างในตำหนักอันหนิงแห่งนี้มิทราบว่าแม้จะเป็นคุณชายที่สุขุมเช่นนี้หากแต่ยามอยู่ต่อหน้าองค์หญิงกลับอ่อนโยนและห่วงใยองค์หญิงใหญ่เป็นอย่างยิ่ง

“พี่เหยียน”

“อย่าวิ่งสิพะย่ะค่ะ เดี๋ยวจะทรงหกล้ม” เสียงนั้นอ่อนโยนแต่ก็แฝงความดุเล็กน้อย คล้ายกับยามที่เสด็จพ่อดุนาง องค์หญิงตัวน้อยยิ้มให้พร้อมกับบอกอย่างมั่นใจ

“หนิงเอ๋อร์ไม่ล้มหรอก ไม่อย่างแน่นอน”

“ทรงมั่นใจเกินไป”

“คิกคิก ท่านห่วงเกินไปแล้ว หนิงเอ๋อร์ไม่ล้มหรอก” ไม่ตรัสเปล่า องค์หญิงตัวน้อยยังทรงวิ่งไปรอบ ๆ ตัวเขาอย่างนึกสนุก

“โธ่”

“พี่เหยียนก็มาวิ่งด้วยกันสิ มา” นิ้วเล็ก ๆ เอื้อมมาจับแขนแข็งแรงก่อนจะออกแรงให้เขาวิ่งด้วย คล้ายกับทุก ๆ วัน ราวกับเด็กไร้เดียงสาวที่ในหัวมีเพียงเรื่องการเที่ยวเล่น กินและนอน ฟู่จื่อเหยียนแม้จะห่วงพระวรกายองค์หญิงน้อยทว่าก็มิได้ขัดใจคนเพิ่งหายไข้ ยอมวิ่งเล่นเป็นเพื่อนองค์หญิงโดยไม่อิดออด

องค์หญิงเพิ่งหายไข้ มิควรขัดใจ...มิควร ๆ 

ฟู่จื่อเหยียนอยู่เป็นเพื่อนเล่นให้ดรุณีตัวน้อยแต่สูงศักดิ์เหนือใครจนใกล้ค่ำจึงทูลลากลับ เฉินอันหนิงที่ไร้เดียงสาเปลี่ยนท่าทีเป็นนิ่งเงียบไร้ความสดใสทันทีที่ได้อยู่เพียงลำพัง

ชะตากรรมของพี่เหยียน นางจะขัดขวางอย่างไรดี ในเมื่อจนถึงยามนี้นางก็ยังไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ในอดีตนางก็อาศัยเฉินซูเหมยช่วยกราบทูลเสด็จพ่อให้พลิกคดีหมายจะล้างมลทินให้ตระกูลฟู่ในยามที่ฮุยอี้ปรากฎตัวในฐานะคุณชายที่เหลืออยู่ของตระกูลฟู่ ทว่าผู้ที่จับได้กลับเป็นเพียงแค่ตัวเล็ก ๆ มิอาจสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงได้ แม้ล้างมลทินได้แต่ก็มิอาจจะจับผู้กระทำผิดจริง ๆ  ได้ มิหนำซ้ำคนสารเลวฮุยอี้ยังไม่ต้องการให้สืบต่อ ทำให้คดีปิดลงเพียงแค่นั้น ทุกวันนี้นางจึงมิรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง และแผนการทำลายตระกูลฟู่เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร

หากเริ่มไปแล้ว นางจะขัดขวางที่ตรงไหนได้...

หรือจะต้องใช้ความสามารถประหลาดมาช่วย?

ในชาติที่แล้วมีเรื่องหนึ่งที่นางไม่เคยบอกแก่ผู้ใด นั่นก็คือนางมีความฝันประหลาด ในฝันเป็นภาพเหตุการณ์ที่น่ากลัว บางครั้งเป็นเหตุจราจล บางครั้งเป็นการฆ่าฟัน บางครั้งก็เป็นการตายของคนใดคนหนึ่ง และฝันนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากที่นางฝันสามถึงห้าวัน นั่นคือสาเหตุที่นางช่วยเหลือน้องชายคนที่สามเอาไว้ได้ แต่น่าเสียดายที่กว่านางจะฉลาดนางก็หลงคิดว่าเป็นความฝันเพ้อเจ้ออยู่หลายปี

องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเฉินนึกย้อนอีกครั้งด้วยความเคร่งเครียด...ยามนั้นนางฝันสิ่งใดกัน

แล้วยามนี้นางจะยังฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าเช่นชาติที่แล้วอีกหรือไม่?

คิดเช่นนั้นได้นางก็ไม่รอช้า รีบเข้าที่บรรทมในทันทีโดยไม่พูดไม่จา เล่นมาทั้งวัน คงจะหลับสนิทได้ไวเป็นแน่...ถ้าหลับไปแล้วฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าได้เช่นกาลก่อนก็คงจะดีสินะ

เป็นดั่งที่เฉินอันหนิงคิด เพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ทันทีที่หลับตา นางก็หลับสนิทอย่างรวดเร็ว 

ยามดึกสงัด ทุกอย่างเงียบสงบ ทหารองครักษ์เดินตรวจตราอย่างเงียบเชียบยามมาใกล้ตำหนักอันหนิง ด้วยเกรงจะทำให้องค์หญิงผู้เป็นดั่งพระหทัยของฮ่องเต้ทรงสะดุ้งตื่น เฉินอันหนิงยังคงหลับสนิท ในห้วงฝันมิคล้ายกับความฝันที่ผ่านมา หญิงสาวในชุดแปลกตาผู้หนึ่งกำลังอ่านตำรารูปทรงประหลาด เสียงคำอ่านดังขึ้นภายในหัวจนองค์หญิงน้อยให้รู้สึกสับสนจนต้องขมวดคิ้ว

“ในที่สุดองค์ชายสามก็ทรงปราบกบฏได้สำเร็จ สองสามีภรรยาสารเลวถูกสำเร็จโทษ กองกำลังจากแคว้นเสิ่น และแคว้นไห่ที่มาช่วยเหลือถอนกำลังกลับหลงเหลือเพียงผู้บัญชาการกองกำลังที่ยังคงรั้งอยู่ตามคำเชื้อเชิญของพระชายาชิงหลั่ว ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ทว่าราชวังกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า องค์ชายสามประคองร่างไร้ลมหายใจขององค์หญิงใหญ่เอาไว้ด้วยหัวใจที่แทบจะแตกสลาย 

เหตุใดพี่หญิงใหญ่จึงมีชะตากรรมที่แสนเศร้าเช่นนี้เล่า

เหตุใดเขาจึงช่วยนางเอาไว้ไม่ได้

เพียงชั่วพริบตาบุรุษในอาภรณ์ดำสนิทก็ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ บุรุษรูปงามทว่าสีหน้ากลับบ่งบอกถึงความเจ็บปวดก้าวมาหยุดตรงหน้าองค์ชายสามผู้ที่จะกลายเป็นฮ่องเต้แห่งเฉินในไม่ช้าก่อนจะ...”

“นี่คะนิ้ง แกจะอ่านนิยายอีกนานมั้ย ได้เวลาประชุมแล้ว” ไม่ทันทีเสียงอ่านนั้นจะได้อ่านจนจบเสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวในชุดแปลกตาต้องวางตำราเล่มนั้นไว้บนโต๊ะและลุกเดินตามคนที่มาเรียกไปอย่างหงุดหงิด

“โอ้ย กำลังถึงจุดสำคัญเลยนะ ประชุมอะไรตอนนี้เนี่ย”

เสียงบ่นไล่หลังยังคงดังอยู่ ผู้เดินจากไปยังคงพร่ำไม่ยอมหยุด เฉินอันหนิงเลิกสนใจผู้จากไปและมองไปที่ตำราปึกหนาแทน ตำราที่วางอยู่มีตัวอักษรทรงแปลกประหลาดทว่ากลับอ่านเข้าใจราวกับคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่า “บัลลังก์เลือดลิขิตรัก” 

ความรู้สึกปวดที่ขมับเกิดขึ้นทันทีที่อ่านจนจบ เฉินอันหนิงสะดุ้งตื่น หอบหายใจจนตัวโยน ก่อนจะสงบจิตสงบใจและพยายามระงับความเจ็บปวด ความทรงจำแปลกประหลาดหลั่งไหลเข้ามาหัวราวกับน้ำป่าที่ไหลหลาก เวลานี้นางตระหนักและเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทันทีถึงเรื่องราวทั้งหมด...ที่แท้เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเพียงนิยายที่นางในภพชาติอื่นอ่านนี่เอง

กล่าวก็คือนางในชาตินั้นเป็นหญิงสาวชาวไทยที่คลั่งไคล้การอ่านนิยายจีนชื่อว่าคะนิ้ง สาวห้าวหัวร้อนง่ายที่ต้องสิ้นชื่อเพราะความห้าวของตัวเองและมาเกิดใหม่เป็นองค์หญิงใหญ่เฉินอันหนิงโดยไม่มีความทรงจำในชาติก่อนติดตัวแม้แต่น้อย ทว่ากลับมีความสามารถในการฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า แต่นางก็ได้ตายและย้อนกลับมาเกิดใหม่เป็นเฉินอันหนิงอีกครั้ง ทว่าในตอนนี้นางได้ความทรงจำในยุคสมัยใหม่กลับมาแล้ว รวมถึงนิสัยใจคอในชาตินั้นด้วย

นางตายแล้ว ตายอีก มาถึงสองครั้ง และมีชีวิตเป็นชาติที่สาม แต่ก็เป็นเพียงแค่ชีวิตในนิยายเช่นนั้นสินะ

ได้รู้เช่นนี้ก็นึกเศร้าเสียแล้ว ทั้งนาง ทั้งพี่เหยียน ทั้งเสด็จพ่อและตัวละครอื่น ๆ ต่างก็เป็นเพียงตัวประกอบที่ส่งเสริมให้เฉินอี้หลงและชายาที่เป็นพระนางของเรื่องได้แสดงศักยภาพเท่านั้น เหตุใดชะตากรรมของนางและพี่เหยียนถึงได้เลวร้ายกว่าพระนางหรือตัวร้ายเล่า

“องค์หญิง ทรงฝันร้ายหรือเพคะ หรือว่าพระวรกายร้อนอีก เหตุใดถึง...”

ต่อว่าโชคชะตาของตนได้ไม่เท่าไหร่นางกำนันที่สังเกตได้ถึงความเคลื่อนไหวก็เข้ามาสอบถามเสียก่อนฉุดให้ต้องพับเรื่องที่คิดเอาไว้และตอบกลับไปให้เป็นธรรมชาติที่สุด

“หนิงเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ออกไปเถิด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่12 พบไท่จื่อ

    แยกจากจวนมารดาโอวหยางเหวินหลงก็มุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องประดับ เดิมทีแล้วบุรุษอย่างเขามิมีความคิดจะเข้าร้านเครื่องประดับเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี้เมื่อนึกถึงพิธีปักปิ่นของศิษย์หญิงเพียงคนเดียว เขาที่เป็นอาจารย์ จะไม่มีปิ่นให้นางได้อย่างไร“มิคิดว่าจะพบท่านในที่เช่นนี้ ท่านพี่เหวินหลง” กำลังใช้ความคิดว่าจะซื้อปิ่นแบบใดให้เจ้าปีศาจน้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดทำให้โอวหยาง เหวินหลงต้องหันไปปลายตามอง มีไม่กี่คนหรอกที่รู้หน้าคร่าตาเขา คนที่มาทักจึงเป็นผู้ที่เขาไม่สนใจมิได้“ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ” เจ้าสำนักศึกษาเฟยผิงเอ่ยเสียงไม่ดังนักพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นประสานทำความเคารพ อีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นรัชทายาทของแคว้นลั่วหยางแห่งนี้อย่างลั่วหยางหยงจิ้นซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายที่อายุน้อยกว่าเขานั่นเอง“พี่เหวินหลงอย่าได้มากพิธี ตามสบายเถิด”“เหตุใดไท่จื่อผู้สูงศักดิ์จึงมาอยู่ที่นี่เล่า”“ข่าวว่าบุตรีสกุลหยวนจะปักปิ่น เสด็จพ่อจึงมีรับสั่งให้ข้าไปร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ข้าก็เลยมาเลือกดูปิ่น” รัชทายาทหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผู้คนต่างก็ได้พบเห็นบ่อย ๆ จนหลงคิดไปว่าโอรสฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงอ่อนโยนและใ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่11 นางแต่งให้ชินอ๋องมิได้

    หลังจากที่นายหญิงไป๋เซียนกลับมาถึงตำหนักฮวาเซียนซึ่งเป็นที่พำนักที่เสด็จน้าฮ่องเต้ของนางประทานให้นางก็ได้พบกับบุตรชายที่ถอดหน้ากากออกดื่มด่ำชารสชาติกลมกล่อมและโอวหยางจิ้นหลงผู้เป็นพ่อซึ่งถูกฮ่องเต้ขอร้องให้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงหลังจากมอบตำแหน่งให้แก่บุตรชายอยู่ภายในสวนนายหญิงไป๋เซียนมองไปยังบุตรชายที่ดูคล้ายเทพเซียนก่อนจะคลี่ยิ้ม บุตรีขุนนางที่นางเคยไปทาบทามสู่ขอไร้วาสนานักจึงไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากของลูกนางนั้นคือเทพเซียนที่หล่อเหลายิ่งกว่าพานอิน“เจ้ามาแล้วรึอาหลง”“ขอรับท่านแม่” เหวินหลงตอบรับก่อนจะถามกลับ “ท่านไปที่ใดมาหรือท่านแม่”“แม่ไปหาอาจิ้งมา ข่าวว่าบุตรสาวของเขากับฮวาเอ๋อร์จะกลับมาเข้าพิธีปักปิ่นหลังจากหายไปหลายปีแม่จึงอยากเห็นหน้าคร่าตาสักครั้ง อ้อ เจ้ามาผู้เดียวรึ เจ้าลูกเจี๊ยบทั้งห้าของเจ้ามาด้วยหรือไม่ มิได้เจอะเจอกันถึงสองปี นังหนูเฟยเฟยออกจากถ้ำฝึกตนรึยัง”“แล้วท่านได้เห็นหน้าคุณหนูใหญ่สกุลหยวนหรือไม่” เหวินหลงไม่ตอบแต่กลับถามกลับ ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างมิอาจห้ามได้...เขาลืมบอกมารดาไปเรื่องนึงสิน“เฮ้อ น่าเสียดาย ตอนแม่ไปชินอ๋องเองก็ไปแถมยังนำราชโองกา

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่10 นายหญิงไป๋เซียนและชินอ๋อง

    เมื่อจิวเฟยและทุกคนถูกนำไปยังที่พักหยวนจิ้งก็ต้องกลับมายังห้องโถงอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงการมาของสองบุคคลสำคัญ“หยวนจิ้งคารวะอาจารย์หญิง ถวายพระพรชินอ๋องพะย่ะค่ะ”บุคคลสำคัญที่ว่า หนึ่งคือลั่วหยางหยงฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นลั่วหยาง บุรุษผู้เป็นรองเพียงฮ่องเต้และยังเป็นฐานอำนาจของลั่วหยางหยงจิ้น องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นลั่วหยางส่วนอีกหนึ่งคือชุนไป๋เซียนหรือท่านหญิงไป๋เซียน ธิดาขององค์หญิงไป๋ซิงพระธิดาพระองค์เดียวของลั่วหยางหยงเจี้ยน อดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อน กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นนางคือหลานสาวที่หย่งไท่ฮ่องเต้ให้ความเอ็นดูที่สุดและนอกจากจะเป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่แล้วนางยังมีอีกตำแหน่งที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกัน....นายหญิงแห่งสกุลโอวหยาง มารดาของโอวหยางเหวินหลง“ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ” ชินอ๋องเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับบุคคลอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถง ซือซิงมองชินอ๋องวัยยี่สิบสี่ด้วยท่าทีเขินอาย นางพึงใจในตัวชินอ๋องและมาดหมายจะเป็นชินหวางเฟย นางจะได้มีอำนาจมากกว่าจิวเฟยที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยอันใดกับนาง และนางต้องได้“ข้ามาวันนี้ก็เพื่อนำราชโองการของเสด็จพ่อมามอบให้ท่าน” ชินอ๋องกล่าวในขณะที่คนมาพร้

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่9 พบปะครอบครัว

    เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโถงของจวนจิวเฟยก็ได้เห็นร่างกายสูงตระหง่านของบิดานั่งอยู่โดยมีสตรีไม่คุ้นหน้านั่งอยู่เคียงข้างถัดไปจึงเป็นจินลั่วอวี้ฮูหยินรองที่นางเรียกติดปากตั้งแต่เล็กว่านางจิ้งจอกและเด็กหนุ่มสองคนกับเด็กสาวอีกสองคนที่คงจะเป็นน้อง ๆ ของนาง“ซือซือ” หยวนจิ้งเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นก้าวเข้ามาหาจิวเฟย เขาดูแก่ขึ้นมาก ผิดกับรูปร่างสง่างามเมื่อยามที่นางยังเด็ก เมื่อได้เห็นหน้าบิดาใกล้ ๆ จิวเฟยก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมาดื้อ ๆ ทว่านางหาได้ก้าวเข้าไปกอดบิดาไม่จิวเฟยทำเพียงคารวะตามธรรมเนียมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จิวเฟยคารวะบิดา”“จิวเฟย?”“สิบปีก่อนท่านยอบรับกฎดังนั้นแล้วตัวข้าคือจิวเฟย หาใช่ซือซือไม่” นางตอบกลับ หยวนจิ้งหน้าเสียไปครู่ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง“นั่นสินะ ข้าเลอะเลือนเสียจริง มาเถอะจิวเฟย พ่อจะแนะนำให้เจ้ารู้จักน้อง ๆ”นางเดินตามบิดามาหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางราวปีกว่าด้วยความรู้สึกคิดถึงก่อนที่หยวนจิ้งจะเอ่ย “นี่ซือจิ้น เจ้าจำน้องได้หรือไม่?”“หยวนซือจิ้น ข้าจำได้ เจ้าเหมือนบิดามากกว่าท่านแม่เสียอีก” นางเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีด้วยความคะนึงหา หยวน

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่8 หวนคืนสกุลหยวน

    หลักจากพ้นโทษจิวเฟยก็ต้องเตรียมตัวลงเขาเพื่อที่จะกลับไปเข้าพิธีปักปิ่นอย่างคนจำใจ ตั้งแต่ถึงวัยปักปิ่นบิดาเพียรส่งจดหมายอ้างเหตุผลร้อยแปดให้นางลงเขาแต่นางก็ไม่ตอบรับมาโดยตลอด คราวนี้นางก็ไม่คิดที่จะตอบรับเช่นเคยแต่เพราะคราวนี้ผู้เป็นอาจารย์มีเหตุผลให้ต้องลงเขานางจึงเลี่ยงอีกไม่ได้...จำต้องลงไปเข้าพิธีปักปิ่นทั้งที่ไม่เคยคิดว่าจำเป็นเพื่อไม่ให้อาจารย์ขุ่นเคืองจนส่งนางไปช่วยผู้เฒ่าหมื่นพิษทดสอบพิษลงเขาดีกว่าไปหุบเขาพิษยิ่งนักเหตุผลที่โอวหยางเหวินหลงลงเขาในครั้งนี้เป็นเพราะมารดาของเขาที่อยู่เมืองหลวงส่งข่าวมาให้เขาลงไปหา และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะจดหมายของหยวนจิ้งที่ส่งมาให้เขา...ศิษย์พี่ขอร้องให้เขาช่วยพาบุตรสาวลงเขาไปหาสักครั้งแน่นอนว่าเรื่องจดหมายขอร้องเขามิได้บอกเล่าให้ศิษย์หญิงเพียงคนเดียวได้ฟัง สิ่งที่เขาบอกจึงมีเพียงว่าเขาจะไปพบบิดาและมารดาและมีเรื่องที่จำเป็นต้องให้ศิษย์ทั้งห้าติดตามไปช่วยจัดการ...ด้วยเหตุนี้จิวเฟย จึงไม่มีข้ออ้างให้บ่ายเบี่ยงจิวเฟยเคยลงเขามาแล้วหลายครั้งเพื่อคุ้มกันคนและสืบข่าวลับ บ้างก็ลงไปเพื่อสืบดูหน้าตาคุณสมบัติของคุณหนูจวนขุนนางที่มารดาของอาจารย์คิดจะทาบท

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่7 เรียกตัวไปปักปิ่น

    ดวงตางดงามแต่แฝงความนิ่งสงบมองจดหมายประทับตราสกุลหยวนที่อยู่ในมือของผู้เป็นอาจารย์แล้วก็พลางอ่อนอกอ่อนใจ จดหมายเช่นนี้ถูกส่งมาบ่อยนักอ้างโน่นอ้างนี่มาในจดหมายจุดประสงค์ก็เพื่อให้นางหวนกลับ...วันนี้ก็ส่งมาอีกแล้วคราวนี้เอาอันใดมาอ้างอีกเล่า“บิดาเจ้าส่งจดหมายมาให้เจ้ากลับไปเข้าพิธีปักปิ่นพร้อมน้องสาว” เหวินหลงเอ่ยพร้อมกับยื่นจดหมายให้แก่ศิษย์เอกหญิงเพียงคนเดียวที่ยามนี้เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงงามล่มเมืองจนศิษย์สายอื่นเพียรส่งถังหูลู่มาให้เป็นการเกี้ยวอยู่บ่อยครั้งจิวเฟยที่รับจดหมายมาเปลี่ยนสีหน้าจากอ่อนอกอ่อนใจเป็นสีหน้างุนงงอย่างโง่งมในทันที “ปักปิ่น?”“อะไรกันน้องเล็ก เจ้าไม่รู้รึว่าสตรีต้องผ่านพิธีปักปิ่นน่ะ” เมื่อจิวเฟยมีสีหน้าที่งุนงงศิษย์พี่ใหญ่จึงถามไปอย่างล้อเลียน“ใช่ การปักปิ่นเป็นการบ่งบอกว่าเจ้าพร้อมจะเป็นเจ้าสาวแล้ว พอเจ้าปักปิ่นแล้วเจ้าก็จะมีเหย้ามีเรือนได้ เอ๋ เอ๋ เอ๋ หรือบิดาเจ้าจะคิดให้เจ้าแต่งงาน อ่า ข้าสงสารน้องเขยในอนาคตของข้ายิ่ง ที่จะได้เจ้าไปเป็นฮูหยิน” จิวหลินเสริมก่อนจะถูกน้องหญิงคนเดียวมองค้อน“ได้ข้าเป็นฮูหยินแล้วมันเป็นอย่างไรกัน!”“ก็เจ้ามันนางปีศาจอย่างไรเล่

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่62 หมายชีวิต

    หอสุราเทียนหลินคือหอสุราหนึ่งในสามอันดับต้น ๆ ของต้าเฉิน ยิ่งฟ้ามืดก็ยิ่งคึกคัก ด้านล่างเต็มไปด้วยเสียงเจือยแจ้วของคอสุราที่มาดื่มกินสังสรรค์โดยไม่รับรู้เลยว่าด้านบนได้มีการเปิดต้อนรับเหล่าเชื้อพระวงค์ถึงเก้าพระองค์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้เลยจร

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่61 ศิษย์สำนักเฟยผิง

    หอเทียนหลินเมื่อการประชุมหารือราชการจบลง เหล่าขุนนางก็กลับไปทำงานในหน้าที่ บ้างก็กลับจวน ส่วนเหล่าอ๋อง...ถูกพี่สาวเรียกมาหอเทียนหลินเฉินอันหนิงยิ้มกว้างเมื่อกวาดตามองเหล่าน้องชายทีละคน วันนี้ช่างเป็นวันดี เจ้าลูกเจี๊ยบของนางมากันครบ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่60 ไป๋อ๋อง

    ตำหนักอันหนิงอากาศยามเช้าในวันหิมะตก ไม่ดีหนัก แต่ถึงแม้จะอยากซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนาสักเท่าไหร่เฉินอันหนิงก็ต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นมา ด้วยว่าวันนี้เป็นวันที่นางมั่นใจว่าน้องชายคนที่ห้าจะมาเข้าเฝ้ากลางดึกที่ผ่านมาเค่อซินมารายงานว่าเฉิ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่57 รองแม่ทัพหรง

    เฉินอันหนิงมองสองพี่น้องที่ตัวสั่นเป็นลูกนกก่อนจะยิ้มขำ ดูเอาเถิดท่าทีในตอนนี้แตกต่างจนน่าใจหาย “เอาเถิด พวกเจ้าลุกขึ้นได้ ข้ามิได้ขุ่นเคืองอันใด แต่สิ่งที่ข้าบอกพวกเจ้าไป อย่าได้ลืมเล่า”“พวกเราจะจดจำและทำตามเพคะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status