Partager

บทที่5 ไม่อาจขัดขืนชะตา

last update Date de publication: 2024-11-27 17:51:56

เฉินอันหนิงล้มตัวลงนอนอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดลึก ๆ ไยความทรงจำไม่กลับมาตั้งแต่ชาติที่แล้วเล่า จะให้นางสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับกี่ชาติกัน!

มาตอนนี้ให้นางจำได้เพื่ออะไรกัน...

องค์หญิงน้อยแต่ภายในผ่านร้อนผ่าวหนาวมาแล้วถึงสองชีวิตบ่นกับตนในใจอีกหลายคำก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

นางฝันอีกแล้ว หากแต่มิใช่ฝันถึงตนเองที่เป็นคะนิ้ง หรือฝันบอกเหตุดั่งเช่นในชาติที่แล้ว หากแต่เป็นเหตุการณ์ต่อจากเนื้อหาในนิยายที่อ่านค้างไว้ก่อนจะไปประชุมในฝัน...เหตุการณ์หลังจากที่องค์หญิงใหญ่ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว

บุรุษอาภรณ์สีดำสนิทผู้หนึ่งโอบประคองร่างไร้ลมหายใจของนางเอาไว้ ลูบไล้ใบหน้าอย่างอ่อนโยน หากแต่นางมิอาจรู้สึกใด ๆ ได้อีก

“ท่านบอกว่าโตขึ้นจะแต่งให้ข้า เหตุใดจึงไม่รอข้าเล่าองค์หญิง” น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดเอ่ยตัดพ้อกับร่างไร้ลมหายใจพร้อมกับกอดเอาไว้แน่น

องค์ชายสามเฉินอี้หลงข่มน้ำตาเอาไว้มิให้หลั่งรินออกมาพลางมองด้วยความฉงน มิรู้เลยว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงได้ผลักเขาออกและโอบกอดร่างพี่สาวของเขาเอาไว้อย่างหวงแหนเช่นนั้น ทว่าเขาเองก็มิอาจให้เป็นเช่นนี้ได้จึงกลั้นใจเอ่ยขึ้น 

“สหาย ข้าขอพี่สาวข้าคืนเถิด ข้าอยากให้นางได้ไปอยู่เคียงข้างเสด็จพ่อและเสด็จน้า”

“นางแต่งกับคนแซ่ฮุย แต่แต่งในนามคนแซ่ฟู่ เช่นนั้นให้นางอยู่สุสานตระกูลฟู่มิได้หรือ”

“เรื่องของพี่หญิงเป็นเรื่องภายใน ท่านมิใช่จะยุ่งเกี่ยวได้ ท่าน...”

“ข้าแซ่ฟู่ บิดา มารดาเป็นคนแคว้นเฉิน และนางคือภรรยาข้า” เสียงตะโกนก้องสวนกลับมาทันทีก่อนที่องค์ชายสามจะได้กล่าวจบ 

“นี่ท่าน...”

“ข้าคือฟู่จื่อเหยียน แม้นางมิได้แต่งกับข้า แต่คนแซ่ฮุยก็แต่งกับนางในนามของข้า...นางคือภรรยาของข้า” บุรุษหนุ่มเปิดเผยความจริงที่เก็บซ่อนเอาไว้พร้อมกันนั้นก็หันกลับมามองร่างไร้ลมหายใจและพึมพำ “นางคือภรรยาของข้า ของข้า”

เฉินอี้หลงนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะถอนใจหนัก ๆ อย่างจำยอม “เช่นนั้น...เอาเถิด พี่หญิงเลือกท่านตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฝังนางที่สกุลฟู่เถิด”

“ขอบพระทัยองค์ชาย บุญคุณนี้ซือเยว่จะไม่มีวันลืม” บุรุษอาภรณ์ดำกล่าวเพียงเท่านั้นก็กระชับกอดองค์หญิงไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างล้วงเข้าไปภายในเสื้อพลางเงยหน้าขึ้นมองว่าที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ “องค์ชาย...”

“ท่านต้องเป็นฮ่องเต้ที่ดีดั่งที่องค์หญิงทรงต้องการนะพะย่ะค่ะ อย่าให้เกิดเรื่องเช่นอดีตขึ้นอีกในรุ่นต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องฆ่าฟันกัน หรือเข่นฆ่าป้ายสีเพื่ออำนาจของตน”

“ข้าจะเป็นฮ่องเต้ที่ดีตามที่พี่หญิงต้องการ”

“ดีแล้ว” คำนั้นเขาพึมพำราวกับพร่ำเพ้อก่อนจะทอดสายตามององค์หญิงผู้จากไป “องค์หญิง ชาตินี้ซือเยว่ทดแทนบุญคุณองค์หญิงไม่ทัน ซือเยว่จะตามไปทดแทนคุณในปรภพนะพะย่ะค่ะ”

“ฮึก” 

มีดสั้นที่ซุกซ้อนอยู่ภายในเสื้อถูกหยิบขึ้นมาแทงตนเองในชั่วพริบตา บุรุษหนุ่มฝืนความเจ็บปวดเอาไว้และเงยหน้าขึ้นไปมองบุรุษอีกคนที่พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นตกใจ

“อาเจีย ต้องไหว้วานเจ้ากล่าวลาอาจารย์และพี่น้องให้ข้าแล้ว... ชาตินี้ข้าไม่มีโอกาสกล่าวลาด้วยตนเอง ขออาจารย์และพี่น้องอย่าได้ขุ่นเคืองการตัดสินใจของข้าในครั้งนี้ ฮึก”

“ท่านประมุข เหตุใดจึงทำเช่นนี้ ท่านเป็นถึงประมุขพรรคเมฆาสุริยันต์ ในทำเนียบยุทธภพถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ชีวิตท่านยิ่งใหญ่เพียงนี้ เหตุใดเลือกที่จะตายเล่า”

“ชีวิตข้า ฟู่จื่อเหยียน ติดค้างบุญคุณชีวิตผู้คนมากมายเหลือเกิน ทั้งบิดามารดาที่ล่วงลับ ศิษย์พี่และอาจารย์ที่ช่วยเหลือชุบเลี้ยง และหนึ่งในผู้มีพระคุณของข้าก็คือองค์หญิงใหญ่ หากนางไม่ช่วยไว้ ข้าก็หนีออกจากแคว้นเฉินไม่ทันและก็คงไม่ได้พบเจอกับผู้มีคุณคนอื่น หากมิมีนาง จะมีข้าที่เจ้ากล่าวว่ายิ่งใหญ่ได้อย่างไรเล่า” บุรุษหนุ่มฝืนความเจ็บปวดกัดฟันบอกเล่าพร้อมกับกดมีดลงให้ลึกกว่าเดิมและพูดต่อ “หลายปีมานี้ข้าทดแทนคุณอาจารย์และศิษย์พี่ไปแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ข้าก็ชำระหนี้แค้นให้แล้ว เหลือเพียงองค์หญิง ที่นางต้องจากไปก่อนที่ข้าจะได้ทดแทนคุณ...ข้า ฟู่จื่อเหยียน มิขอเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่ขอเป็นซือเยว่ที่ติดตามรับใช้องค์หญิงก็พอ ฮึก”

“ท่านประมุข!!!” 

และแล้วบุรุษหนุ่มก็สิ้นลมทั้งที่ยังกอดองค์หญิงใหญ่เอาไว้ สายตาทุกคู่มองภาพนั้นอย่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ความรักที่บุรุษผู้นี้มีให้กับองค์หญิงใหญ่ช่างน่าซาบซึ้งเสียจนอยากจะกราบขอความเมตตาจากฟากฟ้าให้คนทั้งคู่ได้อยู่เคียงข้างกันทั้งที่มีลมหายใจ

“ใต้เท้าซาน เป็นธุระจัดพิธีของพี่หญิงกับพี่เขยให้ข้าที...ฝังพวกเขาที่สุสานตระกูลฟู่ตามที่พี่เขยต้องการ”

“พะย่ะค่ะ”

เฉินอันหนิงยังคงล่องลอยอยู่ในความฝัน ทอดมองเหตุการณ์ทุกอย่างจนกระทั่งรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งในตอนเช้า ค่ำคืนนี้ยาวนานเหลือเกินแต่ก็เป็นความยาวนานที่ทำให้นางรู้สึกเศร้าจนมิอาจหลุดจากความเศร้านี้ได้

ที่แท้พี่เหยียนก็กลับมา...ซ้ำเขายังกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่

ประมุขพรรคเมฆาสุริยันต์...

ในนิยายกล่าวถึงพรรคเมฆาสุริยันต์เอาไว้ว่าเป็นพรรคอันดับหนึ่งในยุทธภพ แม้มิทราบว่าผู้ใดคือประมุขพรรค หากแต่จอมยุทธทั้งหลายต่างก็ให้ความกริ่งเกรง...ที่แท้ประมุขผู้นั้นก็คือพี่เหยียน

ชะตากรรมของพี่เหยียนที่นางเคยคิดว่าไม่รู้ว่าหลังหนีไปแล้วเป็นเช่นไร กลับเป็นชะตากรรมของผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องก้าวผ่านเรื่องราวเพื่อเป็นบุคคลที่เลื่องลือไปเสียแล้ว เขาจะต้องเผชิญเรื่องราวเพื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้า

นั่นคือชะตาของเขา...

มิอาจขัดขืนชะตาของเขาใช่หรือไม่...

“มิอาจขัดขืนชะตา มิอาจเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของพี่เหยียน มิอาจทำได้”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่12 พบไท่จื่อ

    แยกจากจวนมารดาโอวหยางเหวินหลงก็มุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องประดับ เดิมทีแล้วบุรุษอย่างเขามิมีความคิดจะเข้าร้านเครื่องประดับเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี้เมื่อนึกถึงพิธีปักปิ่นของศิษย์หญิงเพียงคนเดียว เขาที่เป็นอาจารย์ จะไม่มีปิ่นให้นางได้อย่างไร“มิคิดว่าจะพบท่านในที่เช่นนี้ ท่านพี่เหวินหลง” กำลังใช้ความคิดว่าจะซื้อปิ่นแบบใดให้เจ้าปีศาจน้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดทำให้โอวหยาง เหวินหลงต้องหันไปปลายตามอง มีไม่กี่คนหรอกที่รู้หน้าคร่าตาเขา คนที่มาทักจึงเป็นผู้ที่เขาไม่สนใจมิได้“ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ” เจ้าสำนักศึกษาเฟยผิงเอ่ยเสียงไม่ดังนักพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นประสานทำความเคารพ อีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นรัชทายาทของแคว้นลั่วหยางแห่งนี้อย่างลั่วหยางหยงจิ้นซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายที่อายุน้อยกว่าเขานั่นเอง“พี่เหวินหลงอย่าได้มากพิธี ตามสบายเถิด”“เหตุใดไท่จื่อผู้สูงศักดิ์จึงมาอยู่ที่นี่เล่า”“ข่าวว่าบุตรีสกุลหยวนจะปักปิ่น เสด็จพ่อจึงมีรับสั่งให้ข้าไปร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ข้าก็เลยมาเลือกดูปิ่น” รัชทายาทหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผู้คนต่างก็ได้พบเห็นบ่อย ๆ จนหลงคิดไปว่าโอรสฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงอ่อนโยนและใ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่11 นางแต่งให้ชินอ๋องมิได้

    หลังจากที่นายหญิงไป๋เซียนกลับมาถึงตำหนักฮวาเซียนซึ่งเป็นที่พำนักที่เสด็จน้าฮ่องเต้ของนางประทานให้นางก็ได้พบกับบุตรชายที่ถอดหน้ากากออกดื่มด่ำชารสชาติกลมกล่อมและโอวหยางจิ้นหลงผู้เป็นพ่อซึ่งถูกฮ่องเต้ขอร้องให้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงหลังจากมอบตำแหน่งให้แก่บุตรชายอยู่ภายในสวนนายหญิงไป๋เซียนมองไปยังบุตรชายที่ดูคล้ายเทพเซียนก่อนจะคลี่ยิ้ม บุตรีขุนนางที่นางเคยไปทาบทามสู่ขอไร้วาสนานักจึงไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากของลูกนางนั้นคือเทพเซียนที่หล่อเหลายิ่งกว่าพานอิน“เจ้ามาแล้วรึอาหลง”“ขอรับท่านแม่” เหวินหลงตอบรับก่อนจะถามกลับ “ท่านไปที่ใดมาหรือท่านแม่”“แม่ไปหาอาจิ้งมา ข่าวว่าบุตรสาวของเขากับฮวาเอ๋อร์จะกลับมาเข้าพิธีปักปิ่นหลังจากหายไปหลายปีแม่จึงอยากเห็นหน้าคร่าตาสักครั้ง อ้อ เจ้ามาผู้เดียวรึ เจ้าลูกเจี๊ยบทั้งห้าของเจ้ามาด้วยหรือไม่ มิได้เจอะเจอกันถึงสองปี นังหนูเฟยเฟยออกจากถ้ำฝึกตนรึยัง”“แล้วท่านได้เห็นหน้าคุณหนูใหญ่สกุลหยวนหรือไม่” เหวินหลงไม่ตอบแต่กลับถามกลับ ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างมิอาจห้ามได้...เขาลืมบอกมารดาไปเรื่องนึงสิน“เฮ้อ น่าเสียดาย ตอนแม่ไปชินอ๋องเองก็ไปแถมยังนำราชโองกา

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่10 นายหญิงไป๋เซียนและชินอ๋อง

    เมื่อจิวเฟยและทุกคนถูกนำไปยังที่พักหยวนจิ้งก็ต้องกลับมายังห้องโถงอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงการมาของสองบุคคลสำคัญ“หยวนจิ้งคารวะอาจารย์หญิง ถวายพระพรชินอ๋องพะย่ะค่ะ”บุคคลสำคัญที่ว่า หนึ่งคือลั่วหยางหยงฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นลั่วหยาง บุรุษผู้เป็นรองเพียงฮ่องเต้และยังเป็นฐานอำนาจของลั่วหยางหยงจิ้น องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นลั่วหยางส่วนอีกหนึ่งคือชุนไป๋เซียนหรือท่านหญิงไป๋เซียน ธิดาขององค์หญิงไป๋ซิงพระธิดาพระองค์เดียวของลั่วหยางหยงเจี้ยน อดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อน กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นนางคือหลานสาวที่หย่งไท่ฮ่องเต้ให้ความเอ็นดูที่สุดและนอกจากจะเป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่แล้วนางยังมีอีกตำแหน่งที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกัน....นายหญิงแห่งสกุลโอวหยาง มารดาของโอวหยางเหวินหลง“ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ” ชินอ๋องเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับบุคคลอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถง ซือซิงมองชินอ๋องวัยยี่สิบสี่ด้วยท่าทีเขินอาย นางพึงใจในตัวชินอ๋องและมาดหมายจะเป็นชินหวางเฟย นางจะได้มีอำนาจมากกว่าจิวเฟยที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยอันใดกับนาง และนางต้องได้“ข้ามาวันนี้ก็เพื่อนำราชโองการของเสด็จพ่อมามอบให้ท่าน” ชินอ๋องกล่าวในขณะที่คนมาพร้

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่9 พบปะครอบครัว

    เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโถงของจวนจิวเฟยก็ได้เห็นร่างกายสูงตระหง่านของบิดานั่งอยู่โดยมีสตรีไม่คุ้นหน้านั่งอยู่เคียงข้างถัดไปจึงเป็นจินลั่วอวี้ฮูหยินรองที่นางเรียกติดปากตั้งแต่เล็กว่านางจิ้งจอกและเด็กหนุ่มสองคนกับเด็กสาวอีกสองคนที่คงจะเป็นน้อง ๆ ของนาง“ซือซือ” หยวนจิ้งเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นก้าวเข้ามาหาจิวเฟย เขาดูแก่ขึ้นมาก ผิดกับรูปร่างสง่างามเมื่อยามที่นางยังเด็ก เมื่อได้เห็นหน้าบิดาใกล้ ๆ จิวเฟยก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมาดื้อ ๆ ทว่านางหาได้ก้าวเข้าไปกอดบิดาไม่จิวเฟยทำเพียงคารวะตามธรรมเนียมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จิวเฟยคารวะบิดา”“จิวเฟย?”“สิบปีก่อนท่านยอบรับกฎดังนั้นแล้วตัวข้าคือจิวเฟย หาใช่ซือซือไม่” นางตอบกลับ หยวนจิ้งหน้าเสียไปครู่ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง“นั่นสินะ ข้าเลอะเลือนเสียจริง มาเถอะจิวเฟย พ่อจะแนะนำให้เจ้ารู้จักน้อง ๆ”นางเดินตามบิดามาหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางราวปีกว่าด้วยความรู้สึกคิดถึงก่อนที่หยวนจิ้งจะเอ่ย “นี่ซือจิ้น เจ้าจำน้องได้หรือไม่?”“หยวนซือจิ้น ข้าจำได้ เจ้าเหมือนบิดามากกว่าท่านแม่เสียอีก” นางเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีด้วยความคะนึงหา หยวน

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่8 หวนคืนสกุลหยวน

    หลักจากพ้นโทษจิวเฟยก็ต้องเตรียมตัวลงเขาเพื่อที่จะกลับไปเข้าพิธีปักปิ่นอย่างคนจำใจ ตั้งแต่ถึงวัยปักปิ่นบิดาเพียรส่งจดหมายอ้างเหตุผลร้อยแปดให้นางลงเขาแต่นางก็ไม่ตอบรับมาโดยตลอด คราวนี้นางก็ไม่คิดที่จะตอบรับเช่นเคยแต่เพราะคราวนี้ผู้เป็นอาจารย์มีเหตุผลให้ต้องลงเขานางจึงเลี่ยงอีกไม่ได้...จำต้องลงไปเข้าพิธีปักปิ่นทั้งที่ไม่เคยคิดว่าจำเป็นเพื่อไม่ให้อาจารย์ขุ่นเคืองจนส่งนางไปช่วยผู้เฒ่าหมื่นพิษทดสอบพิษลงเขาดีกว่าไปหุบเขาพิษยิ่งนักเหตุผลที่โอวหยางเหวินหลงลงเขาในครั้งนี้เป็นเพราะมารดาของเขาที่อยู่เมืองหลวงส่งข่าวมาให้เขาลงไปหา และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะจดหมายของหยวนจิ้งที่ส่งมาให้เขา...ศิษย์พี่ขอร้องให้เขาช่วยพาบุตรสาวลงเขาไปหาสักครั้งแน่นอนว่าเรื่องจดหมายขอร้องเขามิได้บอกเล่าให้ศิษย์หญิงเพียงคนเดียวได้ฟัง สิ่งที่เขาบอกจึงมีเพียงว่าเขาจะไปพบบิดาและมารดาและมีเรื่องที่จำเป็นต้องให้ศิษย์ทั้งห้าติดตามไปช่วยจัดการ...ด้วยเหตุนี้จิวเฟย จึงไม่มีข้ออ้างให้บ่ายเบี่ยงจิวเฟยเคยลงเขามาแล้วหลายครั้งเพื่อคุ้มกันคนและสืบข่าวลับ บ้างก็ลงไปเพื่อสืบดูหน้าตาคุณสมบัติของคุณหนูจวนขุนนางที่มารดาของอาจารย์คิดจะทาบท

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่7 เรียกตัวไปปักปิ่น

    ดวงตางดงามแต่แฝงความนิ่งสงบมองจดหมายประทับตราสกุลหยวนที่อยู่ในมือของผู้เป็นอาจารย์แล้วก็พลางอ่อนอกอ่อนใจ จดหมายเช่นนี้ถูกส่งมาบ่อยนักอ้างโน่นอ้างนี่มาในจดหมายจุดประสงค์ก็เพื่อให้นางหวนกลับ...วันนี้ก็ส่งมาอีกแล้วคราวนี้เอาอันใดมาอ้างอีกเล่า“บิดาเจ้าส่งจดหมายมาให้เจ้ากลับไปเข้าพิธีปักปิ่นพร้อมน้องสาว” เหวินหลงเอ่ยพร้อมกับยื่นจดหมายให้แก่ศิษย์เอกหญิงเพียงคนเดียวที่ยามนี้เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงงามล่มเมืองจนศิษย์สายอื่นเพียรส่งถังหูลู่มาให้เป็นการเกี้ยวอยู่บ่อยครั้งจิวเฟยที่รับจดหมายมาเปลี่ยนสีหน้าจากอ่อนอกอ่อนใจเป็นสีหน้างุนงงอย่างโง่งมในทันที “ปักปิ่น?”“อะไรกันน้องเล็ก เจ้าไม่รู้รึว่าสตรีต้องผ่านพิธีปักปิ่นน่ะ” เมื่อจิวเฟยมีสีหน้าที่งุนงงศิษย์พี่ใหญ่จึงถามไปอย่างล้อเลียน“ใช่ การปักปิ่นเป็นการบ่งบอกว่าเจ้าพร้อมจะเป็นเจ้าสาวแล้ว พอเจ้าปักปิ่นแล้วเจ้าก็จะมีเหย้ามีเรือนได้ เอ๋ เอ๋ เอ๋ หรือบิดาเจ้าจะคิดให้เจ้าแต่งงาน อ่า ข้าสงสารน้องเขยในอนาคตของข้ายิ่ง ที่จะได้เจ้าไปเป็นฮูหยิน” จิวหลินเสริมก่อนจะถูกน้องหญิงคนเดียวมองค้อน“ได้ข้าเป็นฮูหยินแล้วมันเป็นอย่างไรกัน!”“ก็เจ้ามันนางปีศาจอย่างไรเล่

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่57 รองแม่ทัพหรง

    เฉินอันหนิงมองสองพี่น้องที่ตัวสั่นเป็นลูกนกก่อนจะยิ้มขำ ดูเอาเถิดท่าทีในตอนนี้แตกต่างจนน่าใจหาย “เอาเถิด พวกเจ้าลุกขึ้นได้ ข้ามิได้ขุ่นเคืองอันใด แต่สิ่งที่ข้าบอกพวกเจ้าไป อย่าได้ลืมเล่า”“พวกเราจะจดจำและทำตามเพคะ”

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่7 ให้หนิงเอ๋อร์ไปนะ

    “เสด็จพ่อ!!!” น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสร้องเรียกบุรุษผู้สูงศักดิ์เหนือผู้ใดในทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทรงพระอักษร ก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งอย่างไม่รักษากิริยาเข้าไปเกาะแขนพระบิดาฮ่องเต้ไท่เสียนมิได้ขุ่นเคืองกับท่าทีของพระธิดาองค์โตแม้แต่น้อย กลับกันพระองค์กลับชื่นชอบท่าทีสดใสราวกับดวงตะวันที่เจ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่6 แก้ไขเล็กน้อย

    เฉินอันหนิงตระหนักได้ว่ามิควรเปลี่ยนแปลงการเรื่องราวของพี่เหยียน ในเมื่อนางเองก็หาตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังไม่เจอ และหากช่วยเหลือพี่เหยียนให้อยู่ข้างกายต่อไปรังแต่จะทำให้เขาเป็นอันตราย เช่นนั้นก็ให้เขาไปพบเจอเรื่องราวข้างนอกเพื่อเป็นไปตามเนื้อเรื่องของเขาก็แล้วกัน...หากแต่บทสรุปสุดท้ายนางมิอาจยินย

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่4 ที่แท้ก็...

    ฟู่จื่อเหยียนนั่งรอองค์หญิงตัวน้อยเงียบ ๆ โดนมิได้พูดจาใด ๆ โดยนิสัยใจคอแล้วคุณชายตระกูลฟู่นับว่าพูดน้อยและสุขุมกว่าเด็กชายในวัยเดียวกัน การที่คุณชายฟู่นั่งเงียบอยู่จึงมิใช่เรื่องชวนให้ประหลาดใจ ผู้ใดบ้างในตำหนักอันหนิงแห่งนี้มิทราบว่าแม้จะเป็นคุณชายที่สุขุมเช่นนี้หากแต่ยามอยู่ต่อหน้าองค์หญิงกลับอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status