LOGIN“ขอบคุณมากอีกครั้งนะครับ”
เป็นครั้งที่สองซึ่งเขาต้องเอ่ยคำนี้กับแม่บ้านคอนโด ที่รู้จักกับเขาเป็นอย่างดี เนื่องจากปพนภพคือเจ้าของโครงการที่นี่ รู้กันว่านี่คือห้องของเขา...ปพนภพ วัชระโชติ ที่ตอนนี้ขึ้นตำแหน่งประธานของ วีอาร์ กรุ๊ป
แม่บ้านยิ้มเจื่อนส่งให้เขา นี่เป็นหนแรกที่นางเห็นว่าเขาพาสาวขึ้นคอนโด ไม่ใช่แค่สาวอย่างเดียวแถมลูกด้วยนี่สิ ปากหนักจะขยับเตือนเขา แต่...ก่อนที่จะทันได้เตือน ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในห้อง เล่นเอาปพนภพที่เข็นเก้าอี้ไฟฟ้ามีตัวปัญหาในชีวิตเขา ซึ่งเขาพาไปรักษาพยาบาลแล้วเรียบร้อย และนอนเฝ้าหล่อนอีกหนึ่งคืน...เขาฝากให้แม่บ้านช่วยดูแลตาหนูให้ ถามรายละเอียดเรื่องนมเด็กที่หล่อนให้กับลูก และฝากเงินให้แม่บ้านไปเพื่อดูแลตาหนู เขาเพิ่งรู้ว่าเป็นทารกเพศชาย อายุได้ห้าเดือน มีชื่อเล่นว่า ป๊อบ ชื่อจริงปภัทรพล
ปภัทรพล
ไอ้ชื่อจริงนี่พาสะดุ้งมาก เขาแน่ใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่น้องชายโคตรไม่มั่นใจจริงๆ เขาติดต่อไปว่ามีเรื่องด่วน แต่ปพนภัทรไม่ได้ตอบอะไรมาเลย และติดต่อไม่ได้...ช่างน่าโมโหนัก กับความคลางแคลงใจทั้งหมดนี่
“แกหลับแล้วหรือครับ”
เขาถามถึงตาหนู ทราวดีอยู่บนเก้าอี้ ศีรษะมีพาสเตอร์ปิดแผล เธอเย็บไปยี่สิบเข็ม กระดูกขาร้าว ต้องรักษาตัวสองสัปดาห์ เขาพาเธอเข้าโรงพยาบาลเอกชน หมดค่ารักษาหลายบาท คนมีเงินติดตัวเพียงจำนวนหลักพันอย่างทราวดีหูอื้อ กับจำนวนเงินนั้น...ไหนจะเรื่องตาหนูที่ต้องไปหาหมอตามนัด ใจกังวลไปว่าเขาจะกลัวตามเธอขู่และยอมพาตาหนูไปหาหมอไหม?
น้ำเสียงอ่อนโยน และการจ้างแม่บ้านมาช่วยดูแลตาหนูตอนที่พาเธอไปโรงพยาบาล อาจจะเป็นคำตอบว่ากับตาหนูป๊อบ เขาดูอ่อนโยนเหมือนคนละคนกับที่แสดงออกกับเธอ
“หลับแล้วค่ะ...เอ่อ...”
“พี่ไนท์ ตกลงที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ”
เสียงหวานๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ร่างเพรียวของน้องสาวจะก้าวฉับๆ เดินออกมาจากห้องพักแขก...สีหน้าของเธอเครียดมาก เมื่อมองสบตากับพี่ชาย และมองสลับกับหญิงสาวที่อยู่บนรถเก้าอี้ไฟฟ้า
เรื่องวุ่นๆ ทำให้เขาลืมนัดกับน้องสาวไปเสียสนิท
ปพนภพยกมือกุมขมับ จรัสดารินทร์กอดอก มองหน้าพี่ชายด้วยสายตาจ้องเขม็ง แม่บ้านที่ไม่ได้อยากอยู่ในสถานการณ์นี้เลย ลังเลอึกอัก ว่าควรจะอยู่ต่อเพื่อดูแลหนูน้อยหรือควรจะเผ่นกลับไปก่อนดี...ไม่ได้อยากมารู้มาเห็นเรื่องในครอบครัวชาวบ้านเขาเลย ไม่สิ ไม่ใช่ชาวบ้าน นายจ้างโดยตรงต่างหาก
ทราวดีนั้นทำตาปริบๆ มองหญิงสาวหน้าหวานน่ารักตรงหน้า คิดไปไกลว่าอาจจะเป็นแฟนสาวของปพนภพก็เป็นไปได้ ถ้ามันเป็นแบบนั้นเธอก็จะมีแต้มต่อในการขอค่ารักษาตาหนูแล้วเผ่นไปจากที่นี่เสีย เขาจะต้องให้แน่ๆ แหละ ไม่ต้องรอสองเดือนอะไรนั่นหรอก
เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากพ่อของตาหนูเลยนอกจากเงิน ที่อยากได้เงินเพราะเอาไปรักษาตาหนูป๊อบนั่นแหละ ไม่ได้อยากมาข้องเกี่ยวอะไรกับผู้ชายน่ากลัวอย่างปพนภพจริงๆ ให้ตายเถอะ...
“คือ...”
“ในห้องนั่งเล่นนั่น ลูกพี่ใช่ไหม?”
“เฮ้อ...คุณแม่บ้านครับ เอ่อ...ออกไปก่อนได้ไหมครับ แล้วก็ค่อยกลับมาพรุ่งนี้ตอนเช้า ช่วยหาคนมาดูแลตาหนูให้ผมหน่อยในช่วงสองอาทิตย์นี้เพราะแม่ของแกน่าจะเดินไม่ไหว ทำอะไรไม่ค่อยสะดวก รบกวนด้วยนะครับ ดูแลเด็กอ่อนหนึ่งคนและคนป่วยอีกหนึ่งคน ค่าจ้างเรียกมาได้เลย อาจจะต้องนอนพักที่นี่ด้วย”
เขาบอกเงื่อนไขให้กับแม่บ้านที่ยืนนิ่งอยู่ นางรีบรับคำแล้วก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนทั้งสามเผชิญหน้ากัน
เมื่อแม่บ้านออกไปแล้ว ก็ถึงเวลา ‘ซักฟอก’
จรัสดารินทร์เพียงแค่เอาลูกสาวมาฝากให้พี่ชายของเธอเลี้ยง ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอะเจออะไรแบบนี้ โคตรเซอร์ไพรส์ เธอพยายามโทรหาเขาแล้วแต่ไม่ติด เลยมาที่ห้องของเขา เพื่อจะได้ฝากยัยหนูดาริน ตอนนี้ลูกสาวของเธอนอนหลับปุ๋ยแล้วเรียบร้อยในห้องพักแขก แกตื่นเต้นมากเมื่อพบกับ ‘น้อง’
น้อง...
ให้ตายเถอะ พี่ชายของเธอแอบมีลูก? มีเมีย?
แล้วทำไมจะต้องแอบด้วยล่ะ พี่ไนท์ น้องงงมาก ณ จุดนี้
“ตกลงว่าเรื่องมันเป็นยังไงคะ พี่ไนท์ นั่นแม่ตาหนูใช่ไหม ทำไมสภาพแบบนี้ พี่ไนท์ พี่ตีภรรยาเหรอ!”
คำถามอย่างตกใจนั่น ทำให้ปพนภพรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
“ไม่ใช่ โอ๊ย...อย่าเสียงดัง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ณดาว”
“จะไม่ให้หนูเข้าใจผิดได้ไง หนูโผล่มาเจอเด็กทารก แล้วก็เจอพี่กับ...น้องคนนี้ ในสภาพนี้อีก จะให้หนูเข้าใจไปยังไงได้อีก พี่ไนท์ ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้ซุกลูกซุกเมีย ซุกทำไม? อานิ้งรู้จะตกใจแค่ไหน อาปายอีก พี่ทำอะไรของพี่”
คิ้วของน้องสาวเริ่มขมวดมุ่น พี่ชายของเธอทำอะไรแปลกๆ แปลกมาก
“คือว่า คุณไนท์ไม่ได้ทำอะไรฉันหรอกค่ะ”
เสียงอ่อยๆ ดังขึ้นมาแทรก ฟังอยู่นานก็เข้าใจว่าไม่น่าจะใช่คนรักของปพนภพน่าจะเป็นพี่น้องกันมากกว่า
“คุณ...ขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้แนะนำตัว ทุกอย่างมัน มันประหลาดมากน่าตกใจมาก ฉันชื่อณดาวค่ะ เป็นน้องสาวของพี่ไนท์ ใครจะอธิบายฉันได้ไหมว่า มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ตอนนี้”
“ฉันชื่อไทม์ค่ะ เป็น...เป็น...”
“เป็นแม่เด็ก”
เสียงของปพนภพดังขึ้นตามความเข้าใจของตน ทราวดีทำตาปริบๆ เอาเถอะปล่อยให้เขาเข้าใจไปแบบนั้น เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากเขานอกจากเงิน...มารักษาตาหนู
“หะ...”
จรัสดารินทร์เอามือปิดปาก ทำตาโต พี่ชายของเธอกอดอกก่อนจะพยักหน้า ป่วยการอธิบายให้ยัยน้องจอมโวยวายได้เข้าใจ เพราะเขาเองจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจ ว่าอะไรมันเป็นอะไร ต้องรอพ่อตัวแสบแสนแซ่บ ที่ไปทำงานไกลอีกทวีปนั่นแหละมาเฉลย
“พี่ไนท์ ซุกลูกเหรอ?”
“ก็ยังไม่แน่นอนหรอกว่าเป็นลูก...”
“ตรวจดีเอ็นเอได้นะคะ”
เสียงใสๆ นั่นดังขึ้นมา เธอเงยหน้ามองเขาก่อนจะจ้องเขาตาเขม็ง แล้วเอ่ยเสียงเข้ม
“เอาจริงๆ แล้วฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณเลย นอกจาก...ค่ารักษาตาหนู เงินสักก้อนให้ตาหนูไว้เป็นทุนการศึกษา เท่านั้นเอง ทุกอย่างจะเป็นความลับ คุณจะยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่มีราคีคาวใดๆ แพ้วผาน เราสองคนแม่ลูกจะไปจากชีวิตคุณ ฉัน...มาเรียกร้องแค่นี้จริงๆ เอ่อ...ไม่ได้อยากมาขอเป็นลูกสะใภ้ หรือขอความรับผิดชอบอะไรมากมายไปกว่านี้เลย”
“ไม่ได้นะคะ พี่ชายของพี่ ขออนุญาตเรียกตัวเองว่าพี่ก็แล้วกัน”
จรัสดารินทร์เอ่ยเสียงอ่อนโยน และมองจ้องพี่ชายด้วยสายตาไม่พอใจ ครอบครัวเธอไม่เคยเลี้ยงดูลูกหลานให้เป็นคนมักง่าย ไม่รับผิดชอบ ใดๆ แล้วสิ่งที่พี่ชายของเธอทำลงไป เรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ มันเป็นความรับผิดชอบของวัชระโชติเลยก็ว่าได้
“พี่ไนท์จะต้องรับผิดชอบสิ ทั้งลูกแล้วก็ไทม์..”
ก่อนที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น จรัสดารินทร์ล้วงออกมาจากกระเป๋าพลางกดรับ
“คะ ค่ะ โอ๊ย...ค่ะ จะรีบไปด่วนเลยค่ะ ยัยหนูถึงคอนโดพี่ไนท์แล้ว นอนแล้ว...พี่ภัทรคะ รอณดาวไม่เกินครึ่งชั่วโมงถึงค่ะ ใจเย็นๆ”
เธอมีสีหน้าร้อนรนเป็นกังวล และยัดมือถือลงในกระเป๋าตามเดิม ก่อนจะกลอกตาแล้วชี้นิ้วไปที่พี่ชาย ที่ยืนกอดอกมองดูเธอออกฤทธิ์อยู่
“พี่ไนท์คะ ฝากยัยดารินด้วยนะ ส่วนเรื่อง...เรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้ หนูจะกลับมาเคลียร์แน่ พี่ไนท์จะต้องเคลียร์ตัวเองให้ได้ แล้วก็ห้ามไล่น้องไทม์กับหลานไปไหนนะ เดี๋ยวหนูจะกลับมาเคลียร์ มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง”
“อย่าเพิ่งปากสว่างไปฟ้องแม่พี่ล่ะ”
อดย้ำไม่ได้ ถ้าเกิดว่าคุณทยิดารู้เข้าล่ะก็ ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
“พี่ห้ามไล่เขาไป ห้ามเอาเงินฟาดหัวเขา แล้วหนูจะไม่ฟ้อง”
“โอเค พี่สัญญา”
เขายกมือขึ้นด้วยสัญลักษณ์ลูกเสือ นั่นแหละจรัสดารินทร์ถึงได้ยอมจากไป ตอนนี้ก็เหลือแค่เขาและเธอที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง
เขายังคงยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก
“ตาหนูคุณให้นอนที่ไหน?”
“เดี๋ยวฉันจะซื้อพวกของเด็กอ่อนมาพรุ่งนี้ วันนี้ให้แกที่โซฟาเบธ ในห้องนั่งเล่นไปก่อน ระยะที่เธอต้องรักษาตัวจะให้แม่บ้านสลับกับพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล ทั้งเธอและทั้งเด็กนั่นแหละ”
“ขอบคุณนะคะที่พาฉันไปรักษา แล้ว...เอ่อ...ขอโทษที่ทำให้ตู้ปลาคุณร้าว...มะ มันน่าจะแพงมาก”
เธอทำตาปริบๆ ยิ้มอ่อยๆ ส่งให้เขา ปพนภพยิ้มแค่มุมปาก แต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วย
“หึ...ไม่กี่แสนหรอก เธอเตรียมจดไว้ในรายการชำระหนี้ของเธอด้วยละ ถ้าเกิดว่าการตรวจดีเอ็นเอออกมา เด็กไม่ใช่วัชระโชติ”
เขาก็ยังพูดแบบนั้นอีก...แต่ก็เข็นพาเธอไปที่ห้องนั่งเล่น ตาหนูหลับปุ๋ยแล้วบนเบาะนุ่มนิ่ม บนโซฟาเบธตัวโตสีครีมอ่อน เธอบอกกับเขาว่าขอนอนกับตาหนูบนนี้ได้ไหม? ขนาดของมันใหญ่พอที่จะนอนกับตาหนูได้ไม่เบียดกัน
“ยังเจ็บอยู่ไหม”
เขาถามเปรยเมื่อประคองให้เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ไฟฟ้า เขายืมมาจากโรงพยาบาลที่พาเธอไปรักษา โรงพยาบาลนั้นอยู่ในเครือวัชระโชติ
“นิดหน่อยค่ะ แต่ลงน้ำหนักยังไม่ค่อยได้ ฉันไม่ได้สำออยสร้างสถานการณ์นะ ฉันซุ่มซ่ามจริงๆ ”
เธอเม้มปากแน่น ข่มความเจ็บปวดไว้ ไม่อยากอ่อนแอให้เขาเห็น เดี๋ยวเขาจะว่าเหยียดอะไรเอาอีก อีตาคนนี้ปากน่ากลัวมาก
“อืม...ถ้ามีอะไรก็...”
เขาถือวิสาสะเอาโทรศัพท์ของเธอที่ตอนนี้อยู่ในกระเป๋าของเขา ที่เขาคว้าติดมือไปด้วยตอนพาเธอไปโรงพยาบาลและเอาข้าวของเธอใส่ลงไปในนั้นออกมา แล้วยื่นให้เธอปลดล็อก แล้วหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองที่วางทิ้งไว้แถวนั้นมาเปิดแอปไลน์ พลางยื่นให้เธอสแกนเพิ่มเพื่อน
“อะ เพิ่มฉันเป็นเพื่อน มีอะไรก็โทรเรียกก็แล้วกัน ฉันจะไปนอนละ มะรืนนี้ค่อยไปตามนัดหมออีกที ห้องน้ำอยู่ตรงโน้น ถ้าไปไม่สะดวกก็เรียกได้”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอยกมือไหว้เขา เธอไม่กล้าใช้เขาหรอก...ก็ใครจะไปกล้า
เขารอให้เธอขยับตัวลงนอนข้างตาหนู บอกกับเธอว่าให้โทรปลุกเขามาชงนมให้แก และตั้งแต่พรุ่งนี้จะมีคนมาดูแลเธอและตาหนูในระยะนี้ที่เธอป่วย
ปากเขาร้าย...หน้าเขานิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก...
“น้าพยายามช่วยหนูสุดกำลังแล้วนะ ตาป๊อบ หนูจะต้องหาย จะต้องได้รับการผ่าตัดรักษา”
เธอก้มลงหอมหน้าผากแกเบาๆ อย่างแสนรัก
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร...คนอย่างทราวดีก็พร้อมที่จะสู้ให้สุดหัวใจของเธอ
ทุกครั้งเพื่อตัวเอง
แต่ครั้งนี้เพื่อตาหนูป๊อบ
โชคชะตาอาจจะพัดพาให้แกมาเป็นครอบครัวของเธอ ครอบครัว สิ่งที่ทราวดีไม่เคยมีมานานแล้ว...
งานวิวาห์ของท่านประธานวีอาร์ กรุ๊ป ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติฐานะของวัชระโชติ พร้อมกับเปิดตัวทายาทนามสกุลวัชระโชติ อย่างเด็กชาย ปภัทรพล วัชระโชติไปด้วยพร้อมกัน แม้จะมีการซุบซิบนินทากันบ้างเรื่องความเป็นมาของเจ้าสาว แต่ในที่สุดคนนินทาก็แพ้กับความเก่ง และความสง่างามของ ทราวดี ที่กำลังพาดรีมทีมของวัชระโชติ คว้าโปรเจกต์ใหญ่ไปได้หลายงาน ในบรรดาพ่อแม่และญาติของปพนภพไม่มีใครกังขา กับที่มาของทราวดี ชื่นชมด้วยว่าลูกเจอเพชรเม็ดงาม นอกจากตาหนูป๊อบ ทั้งสองก็ถูกคาดหวังให้สร้างทายาทเพิ่มอีกสักคนสองคน เป็นผู้ชายยิ่งดีจะได้มีคนสืบนามสกุลเพิ่ม เพราะรุ่นก่อนมีผู้หญิงเสียเยอะ เหลือคนสืบต่อนามสกุลแค่สองคนคือปพนภพและปพนภัทร คุณปพลคุยว่า จะยังไงหนุ่มๆ ก็ต้องมีลูกชายเยอะกว่าลูกสาว เพราะคนเป็นพ่อไม่เจ้าชู้ไม่เหมือนปภพที่ได้แต่ลูกสาวเพราะพี่ชายเจ้าชู้ นี่คือคำที่สองพี่น้องชอบเย้าเล่นกันตั้งแต่รุ่นหนุ่ม มาจนรุ่นนี้ในงานสดชื่น สดใสไปด้วยบรรยากาศของความรัก มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไหร่ เพราะมีเรื่องน่าปวดหัวที่จะต้องเคลียร์ เขาอยู่ร่วมงานถึงแค่ช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ขอตัว เพราะต้องบินไปต่างปร
ตาหนูกำลังคลานบนพื้นพรม โดยมีคุณพ่อลงไปคลานแข่งอยู่ข้างๆ ทราวดีรับฝ่ายนั่งลุ้น แกคลานหนีพ่อจริงจัง หัวเราะอย่างมีความสุขเล่นคลานแข่งกัน แกร้องกรี๊ดๆ เมื่อปพนภพทำท่าจะตะปบที่ก้นกลมๆ นั้น เธอมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอจนต้องปาดมันออก ดีใจแทนตาหนู...ที่ได้เจอกับครอบครัววัชระโชติ เธอรู้ว่าปพนภัทรทำอะไรเพื่อเธอและตาหนู ปพนภพบอกเองว่าไม่ต้องเป็นกังวลอีกแล้วเรื่องอมราภัทร และเรื่องความลับของตาหนู แกคือปภัทรพล วัชระโชติ สายเลือดของเธอและเขา ตามหลักฐานทางกฎหมายแกหัวเราะและเล่นจนเหนื่อย พอเกือบสามทุ่มครึ่ง ไลน์จากคุณย่านิ้งก็ดังขึ้น ถามว่าหลานน้อยหลับหรือยัง อย่าพาลูกเล่นนอนดึก สองสามีภรรยาเลยมองตากันแล้วยิ้ม ทราวดีพาตาหนูไปกล่อมนอน สักพักลูกชายของพวกเขาก็หลับปุ๋ยเพราะวันนี้กิจกรรมเยอะ คนเยอะ ซนทั้งวันเลยเหนื่อย“ขอบคุณนะคะพี่ไนท์”“ขอบคุณพี่บ่อยแล้วด้วยคำพูด ขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?” ตามองตา เธอยิ้มเขินๆ ให้ แล้วก็เป็นฝ่ายรุกเร้าเขาก่อน ปพนภพแม้จะชอบที่จะเป็นฝ่ายรุก แต่พอภรรยาเริ่มก่อนบ้าง เขาก็ชอบยิ่งกว่า...มันแสดงว่าเธอปรารถนาในตัวเขาไม่แพ้กันริมฝีปากของเธอบดเบียดลงมา มือนุ่มนั้นลูบ
คืนนั้น...หลังจากมื้ออาหารเย็นแล้ว ทุกคนก็รวมพลกันที่ห้องโถงของบ้านคุณปภพ คุยกันเรี่องแพลนงานแต่งงาน แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องที่คุณอัมพรและอมราภัทรเข้ามาที่บ้าน เพราะไม่อยากพูดให้ทราวดีไม่สบายใจ สาวๆ คุยกันเรื่องของเสื้อผ้าในงานแต่ง ที่คุยกันว่าไม่มีใครยอมใคร จะต้องสวยทุกคน เพราะไม่มีงานมงคลมานานแล้ว “เหลือคนเดียวแล้วสินะ” จรัสจันทร์เอ่ยขึ้นลอยๆ คุณหมอสาวเป็นคนกะเกณฑ์เรื่องธีมสีของงาน ว่าอยากได้สีนี้ ใส่แล้วสวยทุกคนแน่ๆ คือสีชมพู และสีทอง พอถามว่าทำไมต้องสองสีนี้ เธอตอบว่าเป็นสีประจำวันเกิดของทราวดี กับปพนภพ เล่นเอาว่าที่เจ้าสาวปลื้มนิดๆ ที่พี่สาวของสามีใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้มีความหมายในงาน“เอ...ไปนอนดีกว่า”หนุ่มที่ยังครองความโสดอยู่คนเดียว ทำปิดปากหาวแล้วบิดขี้เกียจ จรัสจันทร์ดึงน้องชายไว้ แล้วยิ้มตาหยีส่งให้“ไปนอนได้เหรอ? พี่มีของดีมาจากเขาใหญ่เลยนะ สนไหม?”“นี่คุณแม่น้องแฝดครับ ยังไม่เลิกเมา เลิกทำเหล้าอีกเหรอพี่ณจันทร์” “ชูว์ มงเมาอะไรกัน เค้าเรียกว่าของเรียกเลือดลม แหม...พี่ไม่ได้ขี้เหล้าขนาดนั้นสักหน่อยนะยะ แค่จิบๆ ชิมๆ เท่านั้นเองอะ”“ชิมทุกวันซะด้วย”“
“แม่จะเอาเรื่องพวกมัน” คุณอัมพรยังคงฮึดฮัด ขณะที่อมราภัทรก้มลงมองตัวเลขในบัญชี แล้วยิ้มค้างอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่...ไม่ดีแน่ เธอจึงหันไปปลอบมารดา “แม่คะ อย่าไปงัดกับพวกวัชระโชติเลยค่ะ ไม่คุ้มหรอก”“มันด่าแม่เลยนะ ยัยแอ้ม คอยดูแม่จะป่วนงานแต่งงานของมัน ทำให้มันเสียชื่อ”“แม่คะ อย่าทำเลยค่ะ” อมราภัทรเอ่ยอีกรอบเสียงเข้ม ตอนนี้เธอกับท่านอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อมราภัทรกำลังจองตั๋วกลับไปยังประเทศที่เธอจากมา เธอฝันหวานแล้วว่าจะเอาเงินทำอะไรบ้าง อาจจะต้องแบ่งบางส่วนเศษๆ ให้กับคุณอัมพรเสีย จะได้หยุดการไปยุ่งเกี่ยวกับทราวดีและตาหนูป๊อบเธอไม่อยากเสี่ยงจริงๆ กับโทสะของปพนภัทรคนพี่ว่าน่ากลัว ต้องเจอคนน้องเสียก่อน เห็นยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แต่ไม่ใช่เลย...เขามันน่ากลัวยังกับซาตาน“แต่...”“หนูโอนให้แม่ห้าล้านแล้วจบ โอเคไหมคะ?”“แกเอามาจากไหนตั้งห้าล้าน ยัยแอ้ม” “คือยัยไทม์โอนมาให้ค่ะ”เธอโบ้ยไปให้ทราวดีมารดาจะได้ไม่ซักมาก“หะ? มันโอนมาให้เหรอ หึ...แค่เศษเงิน จริงๆ แม่ต้องได้มากกว่านี้”“แต่แม่คะ ได้แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้สักบาท แถมเสี่ยงกับพวกวัชระโชติด้วย หนูว่าแม่รับไปแล้
“ฉันเป็นป้าของยัยไทม์...” คุณอัมพรทำคอแข็งเล็กน้อย แล้วรอให้หลานสาวแนะนำเธอกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ของปพนภพ ที่ตอนนี้มีคุณทยิดา และคุณเสน่ห์จันทร์ ที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงโถงกลางบ้าน ถัดไปในคอกเด็กจรัสดารินทร์ ปานทิวา จรัสจันทร์ และหยกมณี แสร้งทำเป็นเล่นกับหลานทั้งสอง คือยัยหนูดาริน กับตาหนูป๊อบ แต่ก็คอยฟังไปด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น...“เอ่อ...คุณแม่คะ คุณป้าคะ นี่คุณอัมพร ป้าของไทม์ค่ะ”“บอกนามสกุลเขาไปด้วยสิ ยัยไทม์ เขาจะได้ไม่ทำอะไรข้ามหัวผู้ใหญ่ ฉันนามสกุล จิตราพลชัย พวกคุณคงจะเคยได้ยินบ้าง”หนนี้คุณทยิดาและคุณเสน่ห์จันทร์มองหน้ากันแวบหนึ่ง คุณทยิดาได้ช่วยสามีเรื่องธุรกิจเคยเป็นเลขานุการให้เขาอยู่พักหนึ่ง ฉะนั้นพอเคยจะได้ยินอยู่บ้าง แต่ก็นานแล้ว...ตอนนี้กิจการในเครือนามสกุลนี้ก็เปลี่ยนมือไปเกือบหมดแล้ว “คุณป้าคะ” ทราวดีเม้มปาก เธอมองหน้าคุณอัมพร ที่มาถึงก็เปิดศึกก่อนเลย ทางนั้นยังคงเชิดหน้าใส่เธอ แล้วเอ่ยเสียงดุๆ “ทำไมแกถึงไม่บอกเรื่องแต่งงาน จะให้เขากินฟรีแบบนี้หรือ ยัยไทม์ ฉันไม่ยอมหรอกนะ ต้องมีพิธี มีสินสอดทองหมั้น ฉันจะได้เก็บได้กันไว้ให้แก นี่ยังไงยอมให้เขาเอาฟรีไม่เข้าตามตรอกออก
“เบาๆ สิคะคุณไนล์ ทำไมต้องดึงแรงขนาดนี้ด้วยอะ”เสียงหวานนั้นโอด เมื่อคนตัวสูงดึงเธอแทบจะเป็นลาก พาเธอเข้ามายังบ้านของคุณย่า ตอนนี้ที่นี่ไม่มีทุกคนอยู่เพราะเป็นวันพักของช่าง เขายืนกอดอก และขวางอยู่ตรงประตู ปพนภัทรพาเธอมาในส่วนของโซนพักผ่อน ที่รีโนเวทแล้วเรียบร้อย“ตั้งใจจะทำอะไรถึงได้โผล่หัวมา” ตาของอมราภัทรเบิกกว้าง ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของปพนภัทร เขากำลังกอดอก แล้วจ้องเธอด้วยสายตาคมจัด จนเธอมองสบแล้วต้องกะพริบตา...แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เขาน่ากลัวมาก สำหรับเธอในตอนนี้ แต่อมราภัทรก็ทำใจดีสู้เสือ“ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า คุณทำอะไรกับลูกของเรา...ถึงได้ยกให้เป็นลูกของพี่ชายคุณ”“หึ...”ปพนภัทรกลอกตา เขายิ้มเหยียดพลางเลิกคิ้ว “คุณยกเด็กให้กับน้องไทม์แล้ว มาสาระแนวุ่นวายอีกทำไมมิทราบ คุณก็ไม่น่าอยากจะให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอ ว่าตาป๊อบเป็นลูกของคุณ”“ฉันไม่ได้ยกให้สักหน่อย ยัยไทม์พาตาหนูหนีต่างหาก พอเด็กนั่นรู้ว่าคุณเป็นพ่อเด็กก็เลย...คิดจะมา...ใช้ตาหนูต่อรองทำเงินให้กับตัวเองน่ะสิ” ปพนภัทรหรี่ตาลง พร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงทุ้ม“อยากได้เท่าไหร่?”“เอ๊ะ!”อมราภัทร์หน้าซีด ก







