مشاركة

เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ
เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ
مؤلف: หมอนบนโซฟา

1. ทวงสัญญา

last update تاريخ النشر: 2026-03-01 10:09:24

ซ่า! ผมยาวสลวยของเด็กสาววัยสิบเจ็ดหนาวถูกกระชากขึ้นจากน้ำ กายบอบบางเปียกชุ่มไปทั้งตัว เพราะน้องสาวที่อายุห่างกันเพียงสองหนาวสั่งให้บ่าวไพร่จับนางมัดมือไพล่หลัง

แน่นอนว่าระดับน้ำในลำธารสูงเพียงต้นขามิอาจทำอันตรายได้ ทว่าชุนผิงหลานถูกจับกดลงไปในน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า แม้นางจะดีดดิ้นเพียงใดก็มิอาจสูงแรงบ่าวชายพวกนั้นได้

“แคกๆ แคก! นะ น้องหญิง วะ ไว้ชีวิตพี่เถิด” เสียงของคนสำลักน้ำพยายามร้องขอชีวิตจากผู้เป็นน้องสาว ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล

“หึ ลูกอนุเช่นเจ้าสมควรนับสายเลือดกับข้าหรือ! ข้าเกลียดเจ้านัก น้ำตาของเจ้า! ใบหน้าของเจ้า! ใครต่อใครก็หลงใหล” เด็กสาวที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่นเดินเข้ามาบีบคางเล็ก จิกเล็บลงไปจนเป็นรอย

“ฮึก คะ คุณหนู”

“ดูทีว่าหากใบหน้าของเจ้ามีตำหนิ กายของเจ้าแปดเปื้อนมลทิน สกุลเล่อยังคิดจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยินให้พี่เล่อซางอีกหรือไม่!” มือเรียวผลักใบหน้างามนั้นอย่างไม่ออมแรง จนเล็บคมกรีดบนหน้าเนียนเป็นแผลยาว

ชุนผิงหลานเกิดในสกุลเสนาบดีชุนหม่า แม้บิดาเป็นถึงขุนนางใหญ่ แต่มารดาของนางเป็นเพียงบ่าวอุ่นเตียงที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นอนุเพราะให้กำเนิดทายาทสกุลชุน เด็กสาวมีรูปร่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมาตั้งแต่เล็ก จึงถูกฮูหยินใหญ่สั่งให้ซุกซ่อนอยู่ท้ายเรือนมาโดยตลอด เพื่อมิให้ได้ดีเกินบุตรีจากฮูหยินเอก

กระนั้นหยกงามมิอาจปกปิด แม้จะถูกเก็บไว้มิดชิดเพียงใดก็เจิดจรัสต้องตาผู้คน ถึงขั้นรองแม่ทัพเล่อซางให้แม่สื่อมาทาบทาม แต่มีหรือเรือนใหญ่จะยอมให้บุตรอนุข้ามหน้าข้ามตา

ยกเหตุผลเรื่องความเหมาะสม อำนาจ และเส้นสายมากมาย ทว่าสกุลแม่ทัพที่สร้างผลงานด้วยหยาดเลือดไม่คิดสนใจ จะเลือกฮูหยินที่ปักใจรักเท่านั้น

และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้สตรีบริสุทธิ์ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้

“จะทำอะไร พะ พวกท่านจะทำสิ่งใด”

“คิดว่าข้าพาเจ้าออกมาถึงที่นี่ เพื่อพามาทรมานเล่นแค่นั้นหรือ หากเพียงเท่านี้ข้าทำที่เรือน ท่านพ่อก็ไม่คิดจะห้ามข้า”

“อึก”

“ข้ารอคนของหอคณิกามารับเจ้าไปต่างหาก เห็นว่าแขกวันนี้เป็นถึงคณะราชทูตจากแคว้นต้งหนานเชียวนะ สาวบริสุทธิ์อย่างเจ้าขายได้ราคาดีเชียวล่ะ ตาแก่บ้าตัณหาพวกนั้นมันชอบนัก”

“ฮึก”

“อย่าได้กลัวไปเลย เงินที่เจ้าได้จากการรับแขก ข้าจะแบ่งให้แม่เจ้าสักสองส่วน” ใครจะเชื่อว่าความคิดโสมมนี้จะมาจากเด็กสาวอายุเพียงสิบห้าหนาว

คนฟังได้ยินแผนการเหล่านั้นก็กลัวจนตัวสั่น น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ยิ่งเห็นแสงตะเกียงที่มุ่งหน้ามาทางนี้ ใจยิ่งหวาดหวั่น

หากว่าจะต้องทนทุกข์ทรมาน ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีถึงเพียงนั้น สู้นางยอมตายเสียดีกว่า!

ไวกว่าความคิด ชุนผิงหลานรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี สะบัดตัวออกจากการจับกุม พลางวิ่งเข้าหาหินผา โขลกศีรษะลงไปอย่างไม่คิดยั้งแรง

ปัก!!! โลหิตสีแดงสดไหลอาบดวงหน้างาม ขณะที่ร่างนั้นสะท้อนกลับกระแทกลงกับน้ำ ความเจ็บปวดที่ศีรษะ ทำให้อวัยวะทุกส่วนชาหนึบ สายตาพร่ามัว หูทั้งสองได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายแต่กลับไม่อาจจับคำได้

สัมผัสสุดท้าย คือรู้ว่าร่างของตนนั้นถูกโยนลงกลางน้ำ เพราะคำสั่งของน้องสาวต่างมารดา มวลน้ำมากมายแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของนาง จนมิอาจหายใจได้ เจ็บแสบไปทั่วทั้งจมูก ร่างกายพยายามตะเกียกตะกายตอบสนองเพื่อเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณมนุษย์ ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นผล

ภาพความทรงจำเลวร้ายตั้งแต่เด็ก ถูกบรรดาบุตรเรือนใหญ่กลั่นแกล้ง ทั้งทุบตี ทั้งทำให้อับอาย เป็นนายแต่กลับใช้ชีวิตไม่ต่างจากทาสรับใช้ ทว่านั่นมิเจ็บปวดเท่าผู้เป็นมารดาไม่แม้แต่จะโต้แย้งเพื่อนางเลยสักครั้ง ส่วนท่านพ่อ...เขามิคิดว่านางเป็นลูกเสียด้วยซ้ำ

หยดน้ำไหลออกจากหน่วยตาผสมกับสายน้ำเย็น ร่างกายพลันอ่อนแรงมิอาจต้านทาน ทำได้เพียงปล่อยร่างให้ไหลไปตามกระแสน้ำ

“อึก! อึก!”

“เหมี๊ยว~” เฮือก!!!

กายระหงสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตขนปุย ที่นอนทับอยู่บนอกของนาง ความอึดอัด หายใจไม่ออกที่แท้มีสาเหตุมาจากเรื่องนี้นี่เอง

“คุณหนูเจ้าคะ วันนี้จะต้องเตรียมตัวเข้าวังนะเจ้าคะ”

“ข้าตื่นแล้วมี่มี่ เจ้าไปเตรียมน้ำเถิด” เว่ยเมิ่งเหยา ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนจะพูดคุยกับสาวใช้คนสนิท ทั้งที่ในใจยังคงสั่นกลัวกับความฝัน

ใบหน้างามหันไปมองกระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนทำให้เจ้าตัวโล่งใจ พลางพึมพำกับตัวเองว่านางคือเว่ยเมิ่งเหยา คุณหนูเพียงคนเดียวของสกุลเว่ย มิใช่ชุนผิงหลานลูกอนุไร่ค่าอีกต่อไปแล้ว

“เหมี๊ยว~”

“ขอบใจนะเสี่ยวจิน เพราะเจ้าเสียงเรียกของแท้ๆ ข้าเลยตื่นขึ้นมา” นิ้วเรียวสอดเข้าไปในขนนุ่มของเจ้าแมวส้ม รอยยิ้มสวยเผยออกมายามสัตว์เลี้ยงตัวน้อยขยับหัวถูไถกับอกของนาง แต่สุดท้ายเมิ่งเหยาก็จำต้องตัดใจผละออกจากเจ้าขนนุ่มเพื่อเตรียมตัวเข้าวัง

หลังจากมีการกวาดล้างกบฏภายใน แคว้นต้งหนานในรัชสมัยของฮ่องเต้หนานหมิงหลงก็รุ่งเรืองเรื่อยมา หวงกุ้ยเฟยเซียวจิ้นหรานถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮา หลังจากที่จางฮองเฮาสิ้นพระชนม์ด้วยโรคร้าย

ตำแหน่งองค์รัชทายาทยังคงเป็นองค์ชายหนานเนี่ยนเจิน โอรสเพียงองค์เดียวของอดีตฮองเฮาจางเฟยหลิง ซึ่งบัดนี้องค์รัชทายาทเข้ามาดูแลราชกิจ ช่วยแบ่งเบาภาระของฝ่าบาท โดยเฉพาะเรื่องการทหาร ที่พระองค์ให้ความสนใจกว่าด้านอื่นๆ ทำให้กองทัพแคว้นต้งหนานเข้มแข็งไม่เป็นรองใคร แผ่นดินจึงร้างจากสงครามใหญ่ระหว่างแคว้นมานาน

แต่แม้ในสายตาต่างแคว้นจะเป็นเช่นนั้น เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างรู้ดีว่าแคว้นต้งหนานกำลังวิกฤติ สองปีมานี้ต้องเผชิญภัยธรรมชาติโดยเฉพาะช่วงเหมันต์ฤดู

“ท่านพ่อ ท่านแม่” เว่ยเมิ่งเหยายอบตัวคำนับบุพการี ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ประจำของตน นั่นก็คือฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา และต้องอยู่ระหว่างกลางน้องชายทั้งสอง

“พี่หญิง วันนี้อย่าได้แต่งกายงามนักเล่า ประเดี๋ยวพวกเหลือบไรจะมาตอม วันนี้ข้ากับหนิงอันต้องตามอาจารย์ไปด้านนอกก่อน ไปเป็นไม้กันสุนัขให้ท่านมิได้นะ แต่พวกข้าจะพยายามมาให้ทัน” เว่ยเจียงเหอ คุณชายรองสกุลเว่ยถอนหายใจอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับน้องชายต้องคอยกันพวกบุรุษที่คิดจะเข้ามาเกี้ยวพี่สาวอยู่ตลอด

วันนี้ครอบครัวของเขาจะต้องเข้าวัง ไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตจากแคว้นเฉวียน พวกขุนนางหนุ่มๆ คงมองพี่หญิงตาเป็นมัน

“เพลาๆ ลงบ้างเถิด พี่หญิงของพวกเจ้าอายุสิบแปดหนาวแล้ว หากยังกันท่าเช่นนี้จะมีคุณชายสกุลใดกล้ามาทาบทามเล่า” จางหยู่เยียนส่ายหัวให้กับความหวงพี่ของบุตรชายทั้งสอง

“มิเห็นเป็นไรเลยขอรับท่านแม่ พี่หญิงมิแต่งงานลูกก็เลี้ยงดูได้ จริงหรือไม่ขอรับท่านพ่อ” เว่ยหนิงอันบุตรชายคนเล็กสกุลเว่ยว่าด้วยน้ำเสียงเรียบ สมกับที่ใครๆ ก็ทักว่าเหมือนบิดา ทั้งหน้าตาและนิสัย

“อืม ทรัพย์สินสกุลเว่ยมีมากมาย พอให้เมิ่งเอ๋อร์ของพ่ออยู่สุขสบายตลอดชีวิต”

“ท่านพี่! พูดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน มิถามความสมัครใจลูกหน่อยหรือว่ามีชายใดในใจหรือยัง” เสียงตำหนิของฮูหยินเว่ยดูจะเหนื่อยหน่ายลงทุกที

ก่อนหน้าคิดว่าสามีพูดเล่น หยอกเย้าไปวันๆ แต่หลังจากบุตรสาวพ้นวัยปักปิ่นมาถึงสามปีแล้ว บุรุษสกุลเว่ยก็ยังกีดกันคุณชายที่คิดจะเข้ามาเกี้ยวเมิ่งเหยาไม่เลิก

“เมิ่งเอ๋อร์ นอกจากพ่อ น้องชาย เสด็จลุงฮ่องเต้ และองค์รัชทายาท เจ้ามีชายอื่นในใจแล้วหรือ” สีหน้าขององค์รักเว่ยเฉิงหยวนผู้เป็นบิดา เศร้าหมอง เจ็บปวด ราวกับบุตรสาวจะออกเรือนวันนี้วันพรุ่ง

แต่ก็อย่างว่า กับบุตรีผู้นี้กว่าเฉิงหยวนจะได้โอบอุ้ม ก็ผ่านเรื่องราวมามากมาย จางหยู่เยียนไม่แปลกใจสักนิดที่สามีจะทั้งรักทั้งห่วงเมิ่งเอ๋อร์

“ลูกยังไม่คิดเรื่องตบแต่งเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ อยู่กับพวกท่านและน้องๆ เช่นนี้ ลูกมีความสุขดีอยู่แล้ว” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาตามความรู้สึก แววตาที่มองครอบครัวเต็มไปด้วยความรู้สึกโชคดี

โชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาในครอบครัว ที่มอบความรักให้นางมากมายถึงเพียงนี้

“เห็นหรือไม่ขอรับท่านแม่ พี่หญิงยังไม่คิดจะแต่งออก พี่หญิงอย่ากังวล หากสมบัติท่านพ่อไม่พอ ข้าจะหามาเพิ่มให้เอง” เว่ยเจียงเหอยิ้มร่า บุตรชายคนนี้นิสัยใจคอไม่เหมือนบิดามารดา เพราะมักไปขลุกตัวอยู่กับเจ้าแผ่นดินจนติดนิสัยชอบหยอกล้อมา

“เฮ้อ~ ทานข้าวๆ ประเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา” สุดท้ายก็เป็นฮูหยินของเรือนที่ยอมแพ้ คีบอาหารวางบนจานให้ลูกและสามี

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ เหล่าบุรุษสกุลเว่ยก็ต่างออกไปทำหน้าที่ของตน องครักษ์เว่ยเข้าไปจัดการธุระในกรม ส่วนคุณชายทั้งสองก็ติดตามท่านอาจารย์ออกไปศึกษาสมุนไพรนอกเมือง

“เมิ่งเอ๋อร์ สร้อยคอนี่เหมาะกับเจ้านัก”

“ดูแล้วมีราคาไม่น้อยนะเจ้าคะ คงไม่เหมาะกับลูก เหมาะกับท่านแม่มากกว่าเจ้าค่ะ” นิ้วเรียวไล่สัมผัสสร้อยคอที่ร้อยเรียงด้วยไข่มุกสีชมพูอ่อน ดูด้วยตาเปล่าก็เห็นว่ามุกแต่ละเม็ดกลมเรียบสมบูรณ์ไร้ตำหนิ ซ้ำยังเปล่งประกายแวววาว

“คนดีของแม่ บิดาเจ้าเหน็ดเหนื่อยเฟ้นหามันมาเพื่อเจ้า รู้หรือไม่ว่าน้องชายทั้งสองแม้จะเอ่ยว่าไม่อยากให้เจ้าแต่งกายงาม แต่กลับช่วยหาช่างฝีมือดีมาให้ หากเจ้าเอ่ยว่าตนเองไม่เหมาะสม พวกเขาจะเสียใจเอาได้” จางหยู่เยียนร่ายยาว

บุตรสาวของนางตอนเด็กเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้าแม้แต่จะขอกินขนมบนโต๊ะ กว่านางและสามีจะช่วยกันปรับเปลี่ยนให้เมิ่งเอ๋อร์กล้าคิด กล้าขอในสิ่งที่อยากได้ออกมาก็ใช้เวลาอยู่นาน แต่ถึงกระนั้นก็ยังติดนิสัยขี้เกรงใจอยู่บ้าง

“เจ้าค่ะ ลูกชอบมันมาก หากท่านพ่อกับท่านแม่มอบให้ ลูกจะรักษามันอย่างดี”

“หึๆ ลองใส่เถิด ดูว่าจะเข้ากับชุดที่เราตัดไว้หรือไม่” สองแม่ลูกพากันลองชุดที่จัดเตรียมมา

เป็นปกติที่ก่อนจะเข้าวังหรือเข้าร่วมงานเลี้ยง สตรีจะใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเตรียมตัว เริ่มตั้งแต่แช่น้ำอุ่นขัดผิว บ่าวไพร่โอบล้อมซ้ายขวาช่วยกันปรนนิบัตินาย

เว่ยเมิ่งเหยาเริ่มชินกับแนวปฏิบัตินี้แล้ว ชาติก่อนเป็นเพียงบุตรอนุ มารดาเป็นเพียงบ่าว จึงมิใคร่จะมีผู้ใดสนใจ ออกงานหรืออย่าได้ฝัน ที่ของนางคือท้ายเรือน แม้มีสายเลือดของขุนนางชั้นสูงกระนั้นก็เหนือกว่าบ่าวไพร่ไม่มาก

“ผิวพรรณคุณหนูช่างขาวผ่อง เรียบเนียนนักเจ้าค่ะ”

“โดนพวกเจ้าขัดจนแสบจะไม่เนียนได้อย่างไรเล่า” เมิ่งเหยาหัวเราะเบาๆ ชีวิตของนางในชาตินี้ต่างกับก่อนหน้าราวฟ้ากับเหว บิดามีท่านแม่เพียงคนเดียว ในจวนองครักษ์นี้ นางเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ไม่ว่าอยากได้สิ่งใด พ่อกับน้องชายก็พร้อมจะหามาให้

สิ่งที่ไม่เคยได้รับในชาติที่แล้ว ชาตินี้ล้วนเป็นของนางทั้งสิ้น แม้จะคะนึงถึงมารดาในชาติก่อน แต่นางจะทำสิ่งใดได้ หวังเพียงให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่เจ็บ ไม่ทุกข์

“โถ่ คุณหนูเจ้าขา อย่าได้พูดเช่นนี้ให้นายท่านกับคุณชายทั้งสองได้ยินนะเจ้าคะ มิเช่นนั้นพวกบ่าวถูกตัดมือเป็นแน่”

“เจ้าพูดเกินไปแล้ว” สาวงามหัวเราะเบาๆ รู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกิน แม้นางจะไม่มีกำลังมากมาย แต่นางก็สัญญากับตนเองว่าจะดูแลและปกป้องครอบครัวของนาง จะไม่ให้ผู้ใดมาทำร้ายเด็ดขาด

เสียงบรรเลงดนตรีดังคลอ ระหว่างรอเหล่าขุนนางเดินทางเข้ามาในงานเลี้ยง การต้อนรับราชทูตเป็นอีกหนึ่งงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ครอบครัวขุนนางเล็กใหญ่ล้วนถูกเชิญเข้ามาร่วมงาน ดังนั้นนอกจากงานนี้สองแคว้นจะได้เชื่อมสัมพันธ์กันแล้ว เหล่าขุนนางต่างก็ใช้โอกาสนี้ในการผูกสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสกุลเว่ยที่เป็นที่จับตามอง

คุณชายหลายสกุลต่างอยากผูกสัมพันธ์รักใคร่ เหตุผลนั้นมิใช่เพียงเพราะคุณหนูสกุลเว่ยงามล่มเมือง แต่มีประเด็นการเมืองแอบแฝงอยู่เช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าเรื่องนี้องครักษ์เว่ยรู้ดีกว่าผู้ใด จึงยังไม่คิดจะให้ชายที่หวังประโยชน์พวกนั้นเข้าใกล้บุตรสาวของเขา อันที่จริงแม้แต่สายตาพวกนั้นก็ไม่อยากให้มองมาที่เมิ่งเอ๋อร์สักนิด

“พ่อควรหาผ้ามาคลุมพี่สาวพวกเจ้าไว้ดีหรือไม่”

“มิลำบากท่านพ่อหรอกขอรับ องค์รัชทายาทเสด็จมาทางนี้แล้ว” อันหนิงว่าไม่ทันขาดคำ หนานเนี่ยนเจินก็เดินยิ้มร่าเข้ามาทักทาย

“องค์รัชทายาท”

“ท่านน้าเขย ท่านน้า อย่าได้มากพิธีเลย มานั่งกับข้าทางนี้เถิด ข้าเตรียมที่ไว้สำหรับเมิ่งเอ๋อร์และท่านน้าแล้ว” ไม่ว่าเปล่า เจ้าตัวผายมือไปทางที่นั่งหลังม่านมุก ทำเอาหยู่เยียนและเมิ่งเหยาถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ

นับตั้งแต่เว่ยเมิ่งเหยาเกิดมา ก็มีพี่ชายอย่างหนานเนี่ยนเจินคอยรัก คอยดูแลอยู่ตลอดเวลา จะเอ่ยว่านางถูกเลี้ยงดูมาด้วยองค์รัชทายาทแคว้นต้งหนานก็ว่าได้

ความสัมพันธ์ทางสายเลือดของพวกนางนั้นไม่ได้ใกล้ชิดนัก มารดาของนางกับพระมารดาขององค์รัชทายาทเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกัน หลังจากอดีตฮองเฮาล้มป่วยก็เป็นมารดาของเมิ่งเหยาที่คอยดูแลองค์รัชทายาท ซ้ำบิดาของเมิ่งเหยายังเป็นทั้งสหายและองครักษ์ของฝ่าบาท ความสนิทสนมของเมิ่งเหยากับองค์รัชทายาทจึงไม่ต่างกับพี่ชายน้องสาวไส้

“ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”

“ท่านน้าเขยอย่าได้เป็นห่วง ข้ารู้ดีว่าท่านมิชอบสายตาคุณชายเหล่านั้น ข้าเองก็ไม่ชอบใจเช่นกัน” หนานเนี่ยนเจินเดินนำครอบครัวสกุลเว่ยไปนั่งประจำที่

ไม่นานนักเสียงประกาศการมาถึงของเจ้าแผ่นดินและหงส์เคียงบัลลังก์ก็ดังขึ้น ตามมาด้วยคณะราชทูตจากแคว้นเฉวียน ซึ่งถือว่ามีความผูกพันกันมานาน นับตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อนจนตอนนี้ผลัดเปลี่ยนราชบัลลังก์แล้ว ก็ยังผูกสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

“ท่านราชทูตตามสบายเถิด เดินทางมาเหนื่อยๆ วันนี้ข้าเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับไว้ให้”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท แต่หากมิได้ทำหน้าที่ของตนเองให้เสร็จสิ้นลุล่วง คงมิอาจดื่มกินสังสรรค์ได้อย่างสบายใจ” ราชทูตต่างแคว้นก้มคำนับด้วยท่าทีนอบน้อม

“เช่นนั้นก็เชิญท่านเถิด”

เว่ยเมิ่งเหยานั่งฟังสารจากฮ่องเต้แคว้นเฉวียนส่งมาถึงฝ่าบาทเงียบๆ แม้ในใจจะรู้สึกติดขัดบ้าง เพราะแคว้นเฉวียนเป็นที่ที่นางจากมา ชาติก่อนบิดาของนางเป็นเสนาบดีในแคว้นเฉวียน กระนั้นตอนนี้ก็ผ่านมานานกว่าสิบแปดปีแล้ว

สิ่งใดสมควรลืม ก็ต้องลืม

“ว่าอย่างไรนะ!” เสียงกัมปนาทที่ทวงถาม ทำให้เมิ่งเหยาหลุดออกจากภวังค์ของตน หันมาสนใจเรื่องราวตรงหน้า

“ฝ่าบาทแคว้นเฉวียน เห็นสมควรว่าถึงเวลาส่งเทียบหมั้นมายังสกุลเว่ยแล้ว แต่งคุณหนูเว่ยเมิ่งเหยาให้ชินอ๋องเฉวียนหย่งเฟิงตามคำสัญญาที่สกุลเว่ยให้ไว้กับอดีตชินอ๋องเฉวียนเฮ่อหรานผู้ล่วงลับ”

ปัง!!! ฝ่ามือแกร่งตบกระแทกลงบนโต๊ะ สื่อถึงความไม่พอใจกับเรื่องที่ลูกน้องรายงาน

“เจ้าเอ่ยว่า เสด็จอาจะให้ข้าแต่งกับสตรีต่างแคว้นอย่างนั้นหรือ”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง สายของเราที่เดินทางไปพร้อมกับคณะราชทูต พึ่งรายงานเรื่องนี้กลับมา”

“ไม่มีทาง! ข้าไม่มีทางแต่งกับสตรีนางนั้นแน่” เพราะนอกจากจะทำให้แผนการทั้งหมดพังทลาย สตรีนางนั้นยังเป็นบุตรของศัตรูหัวใจเสด็จแม่

“...”

“สั่งคนของเราที่นั่น ทำอย่างไรก็ได้ให้ทางนั้นไม่กล้าส่งบุตรสาวมาแต่งกับข้า!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   59. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (2)

    “นี่ของเสี่ยวจินหรือ ที่แท้เจ้าแมวตัวส้มนั่นก็เป็นคุณชายเล็กสกุลเว่ยนี่เอง” หย่งเฟิงหัวเราะร่ายามหันไปเห็นเบาะนุ่มถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี ทั้งเนื้อผ้าที่ใช้เย็บ ลวดลายที่ปักดูก็รู้ว่าใส่ใจ“แน่สิเพคะ ป่านนี้คงไปเดินเล่นรอบจวนแล้วกระมัง ไม่ได้มาเสียนาน”เฉวียนหย่งเฟิงอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจรอบห้องนอนของภรรยา ภายในห้องถูกจัดเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงขั้นใช้ฉากกั้นลายพู่กันของยอดฝีมือ โต๊ะเครื่องประดับก็มีเรียงรายกัน ไหนจะชั้นวางของที่เก็บของในความทรงจำพวกนี้อีก“ท่านพ่อกับท่านแม่มักเก็บของใช้สมัยพวกเรายังเด็กเอาไว้ให้พวกเราดูเพคะ ของเสี่ยวเหอกับเสี่ยวหนิงก็มีอยู่ในห้องของพวกเขา”“หึๆ ข้ากำลังจินตนาการว่าเจ้าใส่ชุดนี้แล้วจะเป็นเช่นไร” เฉวียนหย่งเฟิงหยิบชุดที่เมิ่งเหยาใส่ยามอายุเพียงสองหนาวขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มกริ่ม“มันเก่าแล้วนะเพคะ อย่าจับแรง”“ข้ามิได้ลงแรงเสียหน่อย แล้วอันนี้เล่าคือสิ่งใด”“ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่หม่อมฉันปักเองเพคะ ปักออกมาได้ไม่งามเท่าใด” เมิ่งเหยาไล้มือลงบนเส้นด้ายด้วยความคิดถึงเฉวียนหย่งเฟิงรับรู้มาโดยตลอดว่าเมิ่งเอ๋อร์รักครอบครัวของนางมาก วันนี้จึงเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง คนที

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   58. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (1)

    เส้นทางเชื่อมระหว่างชายแดนแคว้นต้งหนานและแคว้นเฉวียนถูกปรับปรุงให้สัญจรได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีกันระหว่างสองแคว้น ผู้คนขยับขยายการค้าระหว่างแคว้นจนกลายเป็นบ้านพี่เมืองน้องแน่นอนว่าการมาเยือนอย่างยิ่งใหญ่ของฝ่าบาทและฮองเฮาแคว้นเฉวียนสู่แคว้นต้งหนานเป็นเครื่องยืนยันว่าสองแคว้นผูกสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ยิ่งครานี้มิใช่การมาเยือนในฐานะทูตหรือเหตุผลทางด้านการเมือง เพียงเสด็จมาเยี่ยมบ้านเดิมของฮองเฮา ยิ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าความผูกพันนี้หยั่งรากลึกถึงจิตใจ มิใช่เพียงฉากหน้าเป็นสัมพันธ์เพียงการทูต“ที่นี่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อก่อนตรงนี้เป็นที่ร้าง บัดนี้ทำเป็นแหล่งฝึกอาชีพสำหรับผู้ยากไร้ไปเสียแล้ว” เว่ยเมิ่งเหยาชี้ออกนอกหน้าต่างให้สวามีดู ทั้งที่ประคองโอรสองค์เล็กอยู่บนตัก ส่วนหย่งเฟิงเองก็มีเฉวียนหรานเซ่อนอนซบอยู่กับอกเช่นกัน“เจ้าไม่ได้มาเยือนที่นี่ก็หกเจ็ดปีได้แล้ว ทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนไป แต่แคว้นต้งหนานเจริญรุ่งเรืองเหนือแคว้นของเรามากจริงๆ”“แคว้นเราพึ่งผ่านวิกฤติ ประชาชนยากไร้มานาน ย่อมต้องใช้เวลาเพคะ เห็นเช่นนี้กว่าเสด็จลุงฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทจะช่วยกันสร้า

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   57. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (2)

    “เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ยังไม่ชัดเจนเรียกหาคนมาใหม่ ภายในห้องบรรทมของฮองเฮาอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรคงเพื่อกลบกลิ่นคาวเลือด พอคิดถึงข้อนี้ใจแกร่งก็กระตุก รู้สึกผิดที่ตนมิได้อยู่ในยามที่คนรักลำบากสายตาของเจ้าแผ่นดินกวาดมองทั้งลูกและภรรยา ขาแกร่งเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยวัยสองหนาวที่เล่นอยู่กับเสี่ยวจิน ไปหาเมิ่งเหยาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย แต่กลับยังส่งยิ้มบางมาให้สวามี“เป็นอย่างไรบ้าง” นัยน์ตาคมเคลื่อนมองสำรวจเมิ่งเหยาและเจ้าก้อนแป้งตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มารดา“เป็นโอรสเพคะ”“น่าชัง จมูกเขาเหมือนเจ้า” นิ้วใหญ่ยื่นไปเขี่ยจมูกเล็ก ทำเอาทารกน้อยดิ้นหยุกหยิกเพราะถูกรบกวน สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ชายได้เป็นอย่างดี“เสี่ยวหรานก็ชอบน้องใช่หรือไม่ ต่อไปต้องเป็นพี่ชายที่ดีนะ แม่เองก็จะบอกให้น้องเป็นน้องชายที่ดีเช่นกัน”“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายตอบรับพลางเอียงแก้มให้มารดาจับ แต่ด้วยความเป็นเด็ก อยู่นิ่งได้ไม่นานก็ดิ้นจะลงจากอ้อมกอดบิดา เฉวียนหย่งเฟิงจึงปล่อยโอรสลงไปเล่นกับเสี่ยวจิน แน่นอนว่ามีมี่มี่คอยดูอยู่ไม่คลาดสายตา เพราะแม้จะยังเดินไม่คล่อง แต่ก็เคยทำให้ขันทีกำนัลวิ่งวุ่นไล่จับก

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   56. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (1)

    ผลัดเปลี่ยนผู้ครองแคว้นก็เหมือนได้แผ่นฟ้าใหม่ ภายใต้การปกครองขององค์ฮ่องเต้เฉวียนหย่งเฟิงนานนับสี่ปี ประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุข ขุนนางคดโกงถูกจับไปลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างจนไม่มีผู้ใดกล้าการทหารเข้มแข็ง ซ้ำยังผูกสัมพันธ์กับแคว้นต้งหนานแน่นแฟ้น แผ่นดินแคว้นเฉวียนจึงไม่มีผู้ใดกล้ารุกล้ำ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ทว่าคนที่ทุกข์ใจที่สุดคงหนีไม่พ้นโอรสสวรรค์ ยามต้องทนฟังพวกขุนนางเฒ่ายื่นฎีกาให้รับสนมเพิ่ม“ท่านจะพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ด้วยเหตุใด ฟังมิเข้าใจหรือ ว่าวังหลังของข้ามีเพียงฮองเฮาเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว”“แต่ฝ่าบาท ฮองเฮาเป็นคนแคว้นต้งหนาน ไหนเลยจะเข้าใจราษฎรแคว้นเฉวียนได้ดีเท่าคนแคว้นเฉวียนด้วยกันเล่าพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของใต้เท้าซ่งทำเอาหย่งเฟิงมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที“หากท่านว่าฮองเฮามิเข้าใจคนแคว้นเฉวียน เช่นนั้นข้าวนับพันกระสอบที่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานพระราชทานให้เมืองที่ประสบภัยของแคว้นเราเมื่อสองปีก่อน เป็นฝีมือผู้ใด”“...”“เศรษฐกิจการค้าทางทะเล ผู้ใดเสนอแนวคิดนี้จนทำให้แคว้นของเราลืมตาอ้าปากได้ เมื่อสมัยอดีตฮ่องเต้พวกท่านอยู่แต่ในเมืองหลวงเคยเดินทางออกไปต่างเมืองหรือไม่ เคยเห็นความ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   55. สิ้นสุด (2)

    “ท่านหมอฉีนำราชโองการของอดีตฮ่องเต้มาประกาศต่อหน้าทหารและราษฎร ว่าแท้จริงแล้วผู้ครองบัลลังก์ต้องเป็นอดีตชินอ๋องเฉวียนเฮ่อหราน หาใช่ฝ่าบาทไม่!” สิ้นเสียงรายงานก็เหมือนทุกอย่างจะพังทลายลงตรงหน้าเฉวียนเทียนฉีไม่ต่างกับคนเสียสติ เขาเดินหมากพลาด เขาเห็นแก่ที่ท่านหมอฉีเป็นหมอเทวดารักษาได้ทุกโรคจึงไว้ชีวิต ขังเขาไว้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง ไม่คิดว่าท่านหมอผู้นี้จะมีราชโองการในมือ“พวกมันอยู่ไหน นำองครักษ์ไปฆ่าพวกมันให้หมด”“บัดนี้ท่านอ๋องยกทัพทหารมาประชิดประตูวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ เบื้องหลังมีเหล่าราษฎรมาช่วยสนับสนุน ต่างก็สาปแช่งฝ่าบาทว่าเป็นโอรสทรพี”“เฉวียนหย่งเฟิง ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน!” องค์ฮ่องเต้คว้าดาบจากเอวขององครักษ์วิ่งตรงไปที่หน้าประตูวัง ขึ้นไปอยู่บนกำแพงมองดูว่าทุกอย่างเป็นเหมือนที่องครักษ์รายงานหรือไม่และก็ประจักษ์แก่สายตา ว่าทั้งทหารและราษฎรต่างขับไล่เขาลงจากบัลลังก์ เอ่ยว่าคนชั่วเช่นเขาสมควรตายตก“มันเจ้าช่างบังอาจนัก ทหาร! ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่า!!!!”“เฉวียนเทียนฉี เจ้าหยุดก่อกรรม ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายใช้เพียงแค่ชีวิตชั่วช้าของเจ้ามาแลกไม่ได้ วันนี้ข้าจะทวงคืนความย

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   54. สิ้นสุด (1)

    เพล้ง!!! เสียงแจกันลวดลายหรูหราถูกปัดตกจากแท่นวางจนแตกกระจายด้วยน้ำมือของจิ้งรุ่ยซือ มารดาแผ่นดินแคว้นเฉวียน“พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงราชโองการ”“ราชโองการนี้เป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาท ซ้ำยังมีตราประทับชัดเจน จิ้งรุ่ยซือเจ้าเป็นสตรีบาป รับโทษตายย่อมเหมาะสมแล้ว” เสียงสะบัดของขันทีไม่เกรงกลัวฮองเฮาเลยสักนิดเหตุเพราะหลังจากที่ฝ่าบาทได้รับของจากจวนอ๋องหย่งเฟิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ กงกงดูแลตำหนักใหญ่บอกว่าท่านอ๋องส่งข้าวของเสนาบดีชุนมาให้ฝ่าบาท ในนั้นมีภาพเปลือยของฮองเฮาที่หากไม่ได้เห็นกับตา คงวาดมิได้เหมือนถึงเพียงนั้น จุดตำหนิต่างๆ บนเรือนร่างเสนาบดีชั่วนั่นก็วาดลงไปจนหมดไม่ขาดตกคนจากตำหนักฮองเฮาถูกลากไปสอบสวน นางกำนัลร่างกายอ่อนแอหรือจะทนการทรมานได้จึงได้เอ่ยปากออกไปหมดว่าตนพบเห็นสิ่งใด ทุกครั้งที่เสนาบดีชุนมาขอเข้าเฝ้าฮองเฮาพวกนางก็จะถูกไล่ออกมา ซ้ำบางครั้งคราฮองเฮายังลอบออกนอกวังไปบนคนแซ่ชุนผู้นั้นอีกด้วยนางกำนัลอาวุโสที่ติดตามดูแลจิ้งฮองเฮามาถูกทรมานจนสารภาพว่าฮองเฮากับชุนหม่าเคยมีสัมพันธ์กันก่อนที่ฮองเฮาจะถูกเสนอชื่อเข้าวังนั่นยิ่งทำให้ฝ่าบาทคาดเดาได้ในทันทีว่า บ่าวจากจวนอ๋องนั้

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   52. กรรมคืนสนอง (1)

    “หวังเฟยเพคะ นี่ก็เย็นมาแล้วเรารีบกลับกันเถิด ประเดี๋ยวท่านอ๋องกลับมาไม่พบท่านคงเป็นเรื่องแน่” ช่วงนี้มี่มี่กลายเป็นคนของเฉวียนหย่งเฟิงเต็มตัวแล้ว นางสั่งอันใดก็หันไปมองแต่นายท่านตลอดว่าอนุญาตหรือไม่“เจ้ามันคนทรยศ เดี๋ยวนี้ข้าสั่งสิ่งใดก็ไม่ทำตาม”“โถ่ หวังเฟยเพคะ หม่อมฉันกับท่านอ๋องต่างก็เป็นห่วง

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   42. ติดกับ (1)

    “หมายความว่าอย่างไร ทะ ท่านอ๋องน่ะหรือจนปัญญา”“ก็ใช่น่ะสิ ฝ่าบาทให้ทหารมาเพียงร้อยนาย จะพอได้อย่างไรเล่า ลองคิดดูเถิดว่าทหารเผ่าหลี่เป้ยมีมากแค่ไหน จะสู้ไหวได้อย่างไร”“ทำเช่นนี้มิใช่ส่งท่านอ๋องมาตายหรือ” เสียงเล่าลือของผู้คนในตลาดเมืองใกล้ชายแดนเริ่มลุกลามไปทั่ว ราษฎรต่างหวาดกลัวภัยที่กำลังคืบคลา

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   39. เยี่ยมเยือน (2)

    “ท่านพ่อ!” ร่างบางพุ่งเข้าไปกอดบิดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่ต่างกันกับองครักษ์เว่ยเฉิงหยวนที่บัดนี้โอบกอดเอาบุตรสาวเข้ามาในอ้อมอก“เมิ่งเอ๋อร์ของพ่อ ดูเถิดว่าพ่อพาใครมาด้วย”“ท่านแม่ ท่านย่าทวด โถ่! เหตุใดจึงพากันมาหมดเช่นนี้เล่าเจ้าคะ ลูกบอกแล้วมิใช่หรือว่าอันตราย” ถึงปากจะบอกเช่นนั้น แต่ใจของนางกล

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   34. สหายเก่า (1)

    “จะไม่ให้ทหารติดตามไปด้วยจริงหรือ” ไท่เฟยถามบุตรชายด้วยความเป็นห่วง เพราะแม้แคว้นต้งหนานจะเป็นแคว้นพันธมิตร แต่อย่างไรก็เป็นคนต่างแคว้น ซ้ำระยะทางกว่าจะถึงค่ายทหารก็มิได้ใกล้ แต่บุตรชายกับสะใภ้เอาเพียงคนสนิทที่ติดตามไปด้วย“คนยิ่งมากก็ยิ่งช้าพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นก็ตามใจ ดูแลกันให้ดีเล่า” เล่อฟางหัวพ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status