เข้าสู่ระบบคนท้องกัดขนมกุ้ยฮวาเข้าปากเพียงคำเดียวก็ทำตาโต นัยน์ตาแวววับเมื่อลิ้นได้รับรสชาติที่ยอดเยี่ยม หยู่เยียนส่งขนมที่ถืออยู่ในมือเข้าปากจนหมด และก็เป็นเฉิงหยวนที่หยิบอันใหม่ออกมากัดชิมก่อนจะยื่นให้นาง
“อร่อยใช่หรือไม่ วันหลังหากเข้าวัง พี่จะนำมาให้อีก”
“ท่านยื้อแย่งฝ่าบาท ประเดี๋ยวพระองค์จะทรงกริ้วเอาได้นะเจ้าคะ”
“อย่าห่วงเลย อันที่จริงฝ่าบาทมิค่อยชอบขนมนี้ บางวันไม่ทานเสียด้วยซ้ำ แต่วันนี้พี่ขอนำมาแบ่งเจ้า พระองค์กลับกลั่นแกล้งข้ามิยอมให้ง่ายๆ” เว่ยเฉิงหยวนส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย พลางหยิบขนมอันสุดท้ายขึ้นมากัด ก่อนจะยื่นให้คนงาม ที่ขนาดท้องกลมก็ยังมิอาจทำให้ความงามนั้นลดลงได้
“เหตุใดฝ่าบาทไม่ชอบ อร่อยถึงเพียงนี้”
“ประสาทรับรสของพระองค์คงเสียไปแล้วกระมัง ของสิ่งใดที่เจ้าว่าอร่อย มันย่อมอร่อย หากผู้อื่นเอ่ยว่ามันไม่อร่อย นั่นย่อมเป็นปัญหาที่เขา” ดวงตาที่มักดุ มองฮูหยินรักอย่างอ่อนโยน จนหยู่เยียนถึงขั้นทำตัวไม่ถูก เป็นฝ่ายหลบสายตานั้นมาก่อน
ไม่ได้นะจางหยู่เยียน อย่าหวั่นไหวกับการกระทำอันแปลกประหลาดของเขา นี่เป็นแผนของเขาแน่ๆ
“เป็นอันใดไป อยากทานอีกหรือ พี่เข้าวังไปเอาให้อีกดีหรือไม่”
“มะ ไม่เจ้าค่ะๆ ข้าอิ่มแล้ว จะไปเดินเล่นเสียหน่อย”
“เช่นนั้นพี่ไปด้วย” ร่างสูงใหญ่ลุกตาม
“นายท่านพึ่งไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทมา คงมีเรื่องให้จัดการกระมัง”
“พี่ให้ฝูเจี๋ยจัดการแล้ว ไปเถิด หรืออยากออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก ดีหรือไม่”
“มิเป็นไรเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานติดหงุดหงิด จะไม่ให้นางอารมณ์ไม่ดีได้อย่างไร นางอยากหนีจากเขาเต็มทน แต่เขากลับทำหน้าซื่อไม่รู้เจตนาของนาง!
ไม่ได้การ เห็นทีวันพรุ่งคงต้องไปทานมื้อกลางวันกับท่านย่าเสียแล้ว
“ท่านย่า นั่งก่อนเจ้าค่ะ”
“เยียนเอ๋อร์ บ่าวบอกว่าเจ้าลงครัวเองหรือ เหตุใดต้องเหนื่อย กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ๆ” ไป๋เหลียนอันค่อยๆ นั่งลง ตรงหน้าเต็มไปด้วยอาหารคาวหวานที่นางชอบ ยิ่งปลื้มใจสะใภ้ผู้นี้มากขึ้น หยู่เยียนเป็นเด็กน่ารัก ช่างเอาใจ ที่สำคัญคือรู้ความ
“มิเป็นไรเจ้าค่ะ ได้ขยับร่างกายถือว่าได้ออกกำลังกาย...เราทานกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”
“เอาสิ น่าเสียดายที่อาหยวนเข้ากรม มิเช่นนั้นคงได้ทานอาหารฝีมือเจ้า”
“เขาคงไม่อยากทานหรอกเจ้าค่ะ” จางหยู่เยียนยิ้มเจื่อน ยอมรับว่าน้อยใจ แต่ความรู้สึกในตอนนี้มันน้อยกว่าตอนนั้นมากแล้ว คงเพราะนางทำใจยอมรับได้ว่าเขาไม่รักนาง ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนางคือลูกน้อยในท้อง
“โถ่ เยียนเอ๋อร์ของย่า”
“ข้ามิเป็นไรเจ้าค่ะท่านย่า เราทานกันเถิด นี่ของโปรดท่านย่าใช่หรือไม่เจ้าคะ” สะใภ้สกุลเว่ยตักอาหารให้ย่าสามี นั่งทานกันจนอิ่มหนำ ข้าวในชามพร่องลงไปมากจึงเรียกให้บ่าวมานำสำรับไปเก็บ
“ท่านย่าเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าค่ะ”
“มีอันใดหรือ เหตุใดจึงเคร่งเครียดเช่นนี้”
“ข้าทุกข์ใจเรื่องท่านพี่เจ้าค่ะ ช่วงนี้เขาไปพักที่เรือนของข้า ข้ายิ่งรู้สึกผิดที่มิอาจปรนนิบัติสามีได้” หยู่เยียนตีหน้าเศร้าพลางลูบท้องตนเอง
“อย่าได้รู้สึกเช่นนั้นเลย”
“มิได้หรอกเจ้าค่ะ ท่านย่าแต่งฮูหยินรองให้ท่านพี่สักคนเถิดนะเจ้าคะ หากเป็นคุณหนูเกา คงดีต่อท่านพี่ทั้งเรื่องในเรือนและเรื่องหน้าที่การงาน”
“แต่อาหยวนบอกไม่ต้องการมิใช่หรือ” ไป๋เหลียนอันลำบากใจ
“เรื่องแต่งงานของบุตรหลานเป็นหน้าที่บิดามารดาและผู้อาวุโสในเรือน หากท่านย่าว่าเหมาะสม ย่อมเหมาะสมเจ้าค่ะ”
“...”
“หน้าที่การงานของท่านพี่ก็จะมั่นคงขึ้น” มือเรียวแตะที่แขนเหี่ยวย่น พลางส่งสายตาอ้อนวอน ผู้อาวุโสของเรือนนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง แต่เพราะหน้าที่การงานของอาหยวนนั้นสำคัญ นางจึงพยักหน้าตอบรับ
“อืม เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมจัดการ แต่งคุณหนูเกาซูเหวินเข้ามาเถิด”
“เจ้าค่ะ ข้าจะเป็นธุระจัดการให้” รอยยิ้มหวานเผยออกมาอย่างปิดไม่มิด หากวันใดที่เกาซูเหวินแต่งเข้ามา นางจะไปจากที่นี่ทันที
คราวนี้ข้าทำให้พวกท่านได้ครองคู่กันสมใจแล้ว ขออย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย
ภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบสงัด สาวใช้ทั้งสามต่างก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขนาดหยู่เยียนเองก็มีสีหน้าที่ตกใจกระนั้นก็พยายามเก็บงำเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยสั่งให้สาวใช้ทั้งสามไปจัดเตรียมสำรับมาใหม่“เจ้าไม่ได้บาดเจ็บที่ใดใช่หรือไม่ ตกใจมากหรือไม่” น้ำเสียงเข้มเมื่อครู่อ่อนโยนลงทันใด ร่างกำยำพยุงภรรยาให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นให้อยู่ระดับเดียวกัน สายตาสอดส่องเรือนร่างของคนรักจนแน่ใจว่าไม่ได้มีบาดแผล“แผนของท่านหรือ”“ใช่ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกเจ้าก่อน เจ้ากับลูกคงตกใจมากใช่หรือไม่”“ตกใจเจ้าค่ะ แต่ก็พอเดาออกจากสายตาของท่าน” จางหยู่เยียนขุ่นเคืองอยู่บ้างแต่นางก็ใช่จะเป็นสตรีงี่เง่า“ฮูหยินของพี่เก่งที่สุด...อันที่จริงเพราะเร่งรีบจึงไม่อาจบอกกล่าวเจ้าได้” แท้จริงแล้วหลังจากที่พ่อบ้านนำข่าวมาแจ้งว่าเห็นม่านม่านออกไปพบคนด้านนอก เขาก็จัดการวางแผนนี้ขึ้นมาทันที เพราะหากช้าไปมากกว่านี้อาจสายเกินแก้“พี่ตื่นขึ้นมาทำอาหารและใส่พิษลงไปในนั้นเอง เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องให้คนตรวจพิษ จึงจะใช้โอกาสนี้ใส่ร้ายม่านม่านต่อหน้าทุกคน ปัดว่าตนเองมิได้สั่งให้ม่านม่านนำสำรับมาให้เจ้า”“แล้ว
“ฮูหยินเจ้าขาบ่าวได้ยินว่ามีพ่อค้าหาบเร่จากต่างแคว้นมาขายผ้าเจ้าค่ะ ฮูหยินมิอยากได้มาตัดผ้าให้คุณหนูในครรภ์หรือเจ้าคะ” ทันทีที่นายหญิงตื่นนอน ลี่จูก็เร่งแจ้งข่าวสารที่ได้ยินจากโรงครัวในนายฟังทันที“อยากสิ เช่นนั้นเราก็ไปกันเสียวันนี้” มือเรียวหยิบผ้าขึ้นมาซับน้ำบนใบหน้าที่กำลังล้างเสร็จ พลางลุกเดินไปหลังม่านกั้นเพื่อแต่งกาย ก่อนจะออกไปทานมื้อเช้าอี้ถานกับซีเยว่กำลังจัดวางสำรับที่ทำเองให้ผู้เป็นนาย ทว่าเสียงเรียกจากด้านนอกทำให้พวกนางต้องหยุดชะงัก“ฮูหยิน นายท่านให้นำสำรับเช้ามาให้เจ้าค่ะ” ร่างเพรียวบางของม่านม่านปรากฏพร้อมกับประโยคที่คุ้นหู แววตาอ่อนโยนของหยู่เยียนจึงเปลี่ยนไปทันที“ข้าเตรียมสำรับเช้าไว้อยู่แล้ว เจ้าเอากลับไปเถิด”“มิได้เจ้าค่ะ หากนำกลับไปบ่าวต้องถูกนายท่านลงโทษเป็นแน่ นายท่านตั้งใจตื่นแต่เช้ามาทำให้ฮูหยินเลยนะเจ้าคะ” ใบหน้าของสาวใช้ดูร้อนรนอยู่มาก ทำให้หยู่เยียนฉุกคิดขึ้นมาว่าไม่ควรปฏิเสธ ถ้ามีพิษจริงอย่างเรื่องราวในชาติก่อน นางจะถือโอกาสนี้กำจัดคนออกไปจากจวนเสีย“เช่นนั้นก็ได้ ซีเยว่ตรวจพิษในสำรับให้ข้าที”“ตะ ต้องตรวจด้วยหรือเจ้าคะ นี่เป็นสำรับจากนายท่านนะเจ้าคะ” ม
“อืม นางกำนัลผู้นั้นเราสอบสวนไปแล้ว ดูเหมือนว่านางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใด”“ใช่ขอรับ แต่ช่วงนี้ข้าให้คนติดตามดูนาง นางถูกย้ายมาอยู่ตำหนักของหวงกุ้ยเฟย ทำหน้าที่ออกมาจัดการกิจธุระให้พระสนม แต่สถานที่ที่นางแวะทุกครั้งคือศาลเจ้าฟ่งฉุย...” ฝูเจี๋ยเคยลอบเข้าไปในนั้นคราหนึ่ง ได้ยินสิ่งที่นางกำนัลผู้นั้นเอ่ยภาวนาต่อองค์เทพ ว่าขอให้ดวงวิญญาณขององค์รัชทายาทสู่สุคติ อย่าได้จองเวรกับนาง ทั้งยังขอประทานอภัยครั้งแล้วครั้งเล่า“แล้วเจ้า-”“ข้ามิกล้าบุ่มบ่าม กลัวจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น จึงทำได้เพียงลอบเข้าไปค้นในเรือนพักของนาง แล้วได้สิ่งนี้มา”“พู่หยกนี้แม้จะไม่ได้ทำจากหยกเนื้อดีมาก ทว่ากลับแกะสลักด้วยลวดลายที่ประณีต ย่อมต้องเป็นช่างที่มีฝีมือทำขึ้นมา” นิ้วโป้งขยับลูบสัมผัสแผ่นหยกนั้นอย่างพิจารณา“ขอรับ นางกำนัลผู้นี้ข้าไปสืบมาแล้ว มิได้มาจากชนชั้นสูง”“เช่นนั้นสิ่งนี้อาจจะไม่ใช่ของของนาง” ตั้งข้อสงสัยเช่นนี้มิได้เสียหาย เป็นการวางแนวทางในการสืบค้นต่อด้วยซ้ำ“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบหาที่มาของพู่หยกนี้ เริ่มจากร้านเครื่องประดับใหญ่ๆ ในเมืองหลวง แล้วส่งคนตามดูนางกำนัลผู้นั้นตล
ในค่ำคืนที่มืดมิดไร้แสงจันทร์ สองสตรีลอบนัดพบกัน คนผู้หนึ่งคือสาวใช้สกุลเว่ย นามว่าม่านม่าน ทว่าคนอีกผู้กลับปิดบังใบหน้ามิดชิด กระนั้นก็พอมองออกว่าเป็นคุณหนูสกุลใหญ่“เก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี เมื่อใดที่ข้าสั่ง เจ้าจัดการนำสิ่งนี้ใส่ในอาหารให้จางหยู่เยียนกิน”“ตะ แต่ช่วงนี้ฮูหยินไม่รับสำรับจากโรงครัวเลยนะเจ้าคะ”“จะยากอันใด เจ้าเพียงแค่บอกว่าพี่เฉิงหยวนเป็นคนทำ อย่างไรนางก็ต้องกิน” ห่อพิษถูกยัดเข้ามือม่านม่าน พร้อมกับถุงเงิน ทำเอาสาวใช้เบิกตากว้าง ความหวาดหวั่นในใจเมื่อคู่มลายหายไปทันทีที่เห็นเงิน“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง”ด้านเว่ยเฉิงหยวนที่ถูกขัดความสำราญใจด้วยเรื่องสำคัญ ก็ได้แต่เดินไปพูดคุยกับลูกน้องในห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คนของเราขุดพบสิ่งนี้มาขอรับ ข้าให้คนไปตามสืบกับครอบครัวท่านหมอ จนรู้ว่าเขามีสถานที่ลับ ที่มักจะแวะเวียนไปยามที่ทุกข์ใจ” หนังสือเล่มหนึ่งถูกยื่นมาให้เจ้าของจวน เมื่อเปิดดูจึงได้รู้ว่าเป็นบันทึกชันสูตรของท่านหมอฉิวภายในนั้นมีบันทึกที่เป็นความรู้มากมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจกลับเป็นหน้าการชันสูตรของอดีตผู้สืบบัลลังก์ ร่างกายของเด็กชายถูกเข
ปึก!“พี่ขอโทษหยู่เยียน พี่ขอโทษ” ใบหน้าคมเงยขึ้นมา ดวงตาคมกริบบัดนี้เอ่อไปด้วยน้ำตา ทำเอาคนมองถึงกับนิ่งอึ้ง“นี่มันเรื่องใดกันเจ้าคะ ขอโทษเรื่องใด แล้วเหตุใดต้องร้องไห้”“ขอโทษ...ที่ความฝันของเจ้า มิใช่เพียงความฝัน” สิ้นประโยคนั้น คนท้องก็บยิ่งงุนงงกว่าเดิม นางไม่เข้าใจความฝันมิใช่เพียงความฝัน หมายความว่ามันคือเรื่องจริงหรือ“ทะ ท่านพูดมาให้ชัดเจน มิใช่เพียงความฝันหมายความว่าอย่างไร” จางหยู่เยียนก้าวถอยห่างจากคนคุกเข่า พลางค่อยๆ นั่งลงขอบเตียง เพราะเรี่ยวแรงสองหาเหือดหายไปสิ้น“อึก...”“หมายความว่าอย่างไร!”“สิ่งที่เจ้าฝัน มันเป็นเรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง...” เรื่องราวมากมายหลั่งไหลออกมาเป็นคำพูด น้ำเสียงสั่นเอ่ยเล่าทุกเรื่องจนหมด“ละ หลังจากเหตุการณ์นั้น พอรู้ตัวอีกทีพี่ก็ตื่นขึ้นมาในเรือนแล้ว ที่รู้ว่ามิใช่ความฝันเพราะก่อนตายพี่ภาวนาทุกลมหายใจ ให้ได้แก้ไขสิ่งที่ตนเองทำผิดพลาดเอาไว้” ร่างสูงยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น สายตาเคลื่อนลงมองพื้นอย่างคนขี้ขลาด ไม่กล้าแม้จะสบตากับสตรีตั้งครรภ์“ข้า...คิดว่าท่านเป็นคนสั่งให้ฆ่าพวกเราแม่ลูกเสียอีก”“มิใช่นะ พี่ไม่
“เว่ยเฉิงหยวน ท่านฟังข้าอยู่หรือไม่”“พะ พี่ฟังอยู่” ใบหน้าหล่อซีดเซียว กลืนน้ำลายลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า เขาหวาดกลัวเหลือเกินว่าหากหยู่เยียนรู้ความจริง นางคงไม่มีวันให้อภัยเขาจะให้นางรู้ไม่ได้เด็ดขาด!!!“เช่นนั้นก็ดี ข้าเล่าให้ท่านฟัง เพราะข้าต้องการจะยื่นข้อเสนอให้ท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ แต่งกับเกาซูเหวิน ปล่อยข้าไปจากที่นี่ ลืมไปเสียว่าเคยมีข้ากับลูก แต่หากท่านยืนยันจะให้ข้าอยู่ที่นี่ในฐานะฮูหยินของท่าน ข้าจะไม่ให้ท่านได้สมหวังกับเกาซูเหวิน...ท่านเลือกมา”“พี่จะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงคนเดียว จะเป็นสามีที่ดี จะเป็นบิดาที่ดี” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลเลยสักนิด“...แน่ใจแล้วใช่หรือไม่”“แน่ใจ พี่ไม่เคยแน่ใจสิ่งใดเท่านี้มาก่อน ให้โอกาสพี่สักครั้งเถิด พี่สัญญาว่าจะแก้ไขทุกอย่าง จะไม่ทำให้เจ้ากับลูกต้องลำบากอีกแล้ว” ตาคมบัดนี้ฉายแววอ้อนวอน“เช่นนั้นก็ตามใจท่าน แต่ข้าขอบอกไว้ว่าในใจของข้า ท่านมิได้มีน้ำหนักเท่าแต่ก่อน อย่าได้หวังว่าข้าจะปฏิบัติกับท่านเหมือนยามนั้น”“พี่จะทำให้ในใจของเจ้ามีพี่เช่นเดิม”รอยยิ้มที่ชายหนุ่มเผยออกมา ช่างแปลกตาสำหรับจางหยู่เยียนนัก นางดูออกว่ารอยยิ้มนั้นแฝงไปด







