Share

14. เจ็บถึงเพียงนี้ (3)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-09 17:08:39

คนท้องกัดขนมกุ้ยฮวาเข้าปากเพียงคำเดียวก็ทำตาโต นัยน์ตาแวววับเมื่อลิ้นได้รับรสชาติที่ยอดเยี่ยม หยู่เยียนส่งขนมที่ถืออยู่ในมือเข้าปากจนหมด และก็เป็นเฉิงหยวนที่หยิบอันใหม่ออกมากัดชิมก่อนจะยื่นให้นาง

“อร่อยใช่หรือไม่ วันหลังหากเข้าวัง พี่จะนำมาให้อีก”

“ท่านยื้อแย่งฝ่าบาท ประเดี๋ยวพระองค์จะทรงกริ้วเอาได้นะเจ้าคะ”

“อย่าห่วงเลย อันที่จริงฝ่าบาทมิค่อยชอบขนมนี้ บางวันไม่ทานเสียด้วยซ้ำ แต่วันนี้พี่ขอนำมาแบ่งเจ้า พระองค์กลับกลั่นแกล้งข้ามิยอมให้ง่ายๆ” เว่ยเฉิงหยวนส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย พลางหยิบขนมอันสุดท้ายขึ้นมากัด ก่อนจะยื่นให้คนงาม ที่ขนาดท้องกลมก็ยังมิอาจทำให้ความงามนั้นลดลงได้

“เหตุใดฝ่าบาทไม่ชอบ อร่อยถึงเพียงนี้”

“ประสาทรับรสของพระองค์คงเสียไปแล้วกระมัง ของสิ่งใดที่เจ้าว่าอร่อย มันย่อมอร่อย หากผู้อื่นเอ่ยว่ามันไม่อร่อย นั่นย่อมเป็นปัญหาที่เขา” ดวงตาที่มักดุ มองฮูหยินรักอย่างอ่อนโยน จนหยู่เยียนถึงขั้นทำตัวไม่ถูก เป็นฝ่ายหลบสายตานั้นมาก่อน

ไม่ได้นะจางหยู่เยียน อย่าหวั่นไหวกับการกระทำอันแปลกประหลาดของเขา นี่เป็นแผนของเขาแน่ๆ

“เป็นอันใดไป อยากทานอีกหรือ พี่เข้าวังไปเอาให้อีกดีหรือไม่”

“มะ ไม่เจ้าค่ะๆ ข้าอิ่มแล้ว จะไปเดินเล่นเสียหน่อย”

“เช่นนั้นพี่ไปด้วย” ร่างสูงใหญ่ลุกตาม

“นายท่านพึ่งไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทมา คงมีเรื่องให้จัดการกระมัง”

“พี่ให้ฝูเจี๋ยจัดการแล้ว ไปเถิด หรืออยากออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก ดีหรือไม่”

“มิเป็นไรเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานติดหงุดหงิด จะไม่ให้นางอารมณ์ไม่ดีได้อย่างไร นางอยากหนีจากเขาเต็มทน แต่เขากลับทำหน้าซื่อไม่รู้เจตนาของนาง!

ไม่ได้การ เห็นทีวันพรุ่งคงต้องไปทานมื้อกลางวันกับท่านย่าเสียแล้ว

“ท่านย่า นั่งก่อนเจ้าค่ะ”

“เยียนเอ๋อร์ บ่าวบอกว่าเจ้าลงครัวเองหรือ เหตุใดต้องเหนื่อย กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ๆ” ไป๋เหลียนอันค่อยๆ นั่งลง ตรงหน้าเต็มไปด้วยอาหารคาวหวานที่นางชอบ ยิ่งปลื้มใจสะใภ้ผู้นี้มากขึ้น หยู่เยียนเป็นเด็กน่ารัก ช่างเอาใจ ที่สำคัญคือรู้ความ

“มิเป็นไรเจ้าค่ะ ได้ขยับร่างกายถือว่าได้ออกกำลังกาย...เราทานกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”

“เอาสิ น่าเสียดายที่อาหยวนเข้ากรม มิเช่นนั้นคงได้ทานอาหารฝีมือเจ้า”

“เขาคงไม่อยากทานหรอกเจ้าค่ะ” จางหยู่เยียนยิ้มเจื่อน ยอมรับว่าน้อยใจ แต่ความรู้สึกในตอนนี้มันน้อยกว่าตอนนั้นมากแล้ว คงเพราะนางทำใจยอมรับได้ว่าเขาไม่รักนาง ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนางคือลูกน้อยในท้อง

“โถ่ เยียนเอ๋อร์ของย่า”

“ข้ามิเป็นไรเจ้าค่ะท่านย่า เราทานกันเถิด นี่ของโปรดท่านย่าใช่หรือไม่เจ้าคะ” สะใภ้สกุลเว่ยตักอาหารให้ย่าสามี นั่งทานกันจนอิ่มหนำ ข้าวในชามพร่องลงไปมากจึงเรียกให้บ่าวมานำสำรับไปเก็บ

“ท่านย่าเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าค่ะ”

“มีอันใดหรือ เหตุใดจึงเคร่งเครียดเช่นนี้”

“ข้าทุกข์ใจเรื่องท่านพี่เจ้าค่ะ ช่วงนี้เขาไปพักที่เรือนของข้า ข้ายิ่งรู้สึกผิดที่มิอาจปรนนิบัติสามีได้” หยู่เยียนตีหน้าเศร้าพลางลูบท้องตนเอง

“อย่าได้รู้สึกเช่นนั้นเลย”

“มิได้หรอกเจ้าค่ะ ท่านย่าแต่งฮูหยินรองให้ท่านพี่สักคนเถิดนะเจ้าคะ หากเป็นคุณหนูเกา คงดีต่อท่านพี่ทั้งเรื่องในเรือนและเรื่องหน้าที่การงาน”

“แต่อาหยวนบอกไม่ต้องการมิใช่หรือ” ไป๋เหลียนอันลำบากใจ

“เรื่องแต่งงานของบุตรหลานเป็นหน้าที่บิดามารดาและผู้อาวุโสในเรือน หากท่านย่าว่าเหมาะสม ย่อมเหมาะสมเจ้าค่ะ”

“...”

“หน้าที่การงานของท่านพี่ก็จะมั่นคงขึ้น” มือเรียวแตะที่แขนเหี่ยวย่น พลางส่งสายตาอ้อนวอน ผู้อาวุโสของเรือนนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง แต่เพราะหน้าที่การงานของอาหยวนนั้นสำคัญ นางจึงพยักหน้าตอบรับ

“อืม เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมจัดการ แต่งคุณหนูเกาซูเหวินเข้ามาเถิด”

“เจ้าค่ะ ข้าจะเป็นธุระจัดการให้” รอยยิ้มหวานเผยออกมาอย่างปิดไม่มิด หากวันใดที่เกาซูเหวินแต่งเข้ามา นางจะไปจากที่นี่ทันที

คราวนี้ข้าทำให้พวกท่านได้ครองคู่กันสมใจแล้ว ขออย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   56. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องนอน ผ่านสตรีร่างบอบบางที่ยืนรออยู่ พากันตรงดิ่งไปยังห้องตำราที่อยู่ห่างออกมา เพราะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเด็กน้อย“คำนับฮูหยินเจ้าค่ะ เมื่อครู่ได้ยินเสียงเด็ก คงเป็นคุณชายน้อยใช่หรือไม่เจ้าคะ”“บุตรข้าเป็นสตรี” เว่ยเฉิงหยวนตอบกลับไป พลางประคองภรรยาเดินอ้อมมานั่งบนเก้าอี้ที่ทำงาน“เป็นสตรีหรอกหรือเจ้าคะ มิเป็นไรนะเจ้าคะ อย่างไรเสียท้องสองก็ต้องเป็นบุตรชายแน่ หรือไม่จากนี้ข้าก็จะได้ช่วยแบ่งเบาฮูหยิน มีทายาทให้สกุลเว่ย” น้ำเสียงไร้ซึ่งคำเย้ยหยัน ทว่าสีหน้ากลับมองหยู่เยียนอย่างเหนือกว่า ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นสตรี นางก็ยังมีโอกาส ไม่แน่ว่าลูกของนางในวันหน้าอาจจะได้เป็นทายาทสกุลเว่ย นางอาจมอบบุตรชายให้สกุลเว่ยได้“หากท่านยังไม่ทำอันใดเสียที ข้าจะกลับแล้ว มิอยากได้ยินเสียงนกกาให้ระคายหู”“ใจเย็นก่อนเถิด ฝูเจี๋ยกำลังมาแล้ว...ส่วนคุณหนูเกา ข้าคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด” เว่ยเฉิงหยวนเอ่ยตัดความสัมพันธ์กับเกาซูเหวินตามตรง“ข้าเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เรื่องก่อนหน้านี้ที่เจ้าช่วยข้านำหลักฐานมาจัดการสองพ่อลูกสกุลเกา ข้าซาบซึ้งน้ำใจที่เจ้าอุตส่าห์ทรยศครอบครัวเพื่อช่วยข้า”

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   55. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (1)

    เสียงร้องของเด็กทารกแรกเกิดเงียบสงบลง เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิทเคลิบเคลิ้มไปกับห้วงฝัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มติดยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำเอาผู้เป็นมารดาอดยิ้มตามไม่ได้“นายท่านกับองค์รัชทายาทยังไม่กลับมาอีกหรือ”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ได้ยินคำตอบของซีเยว่ จางหยู่เยียนก็ถอนหายใจหนัก นี่ก็เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้จะเป็นอย่างไรนางมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อในตัวสามีอยู่ไม่น้อย ทว่าความกังวลของคนไหนเลยจะห้ามกันได้ ยามนี้คงได้แต่มุ่งความสนใจมาที่ลูกน้อย จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านสตรีพึ่งคลอดโอบอุ้มลูกน้อยที่กำลังหลับใหลหลังจากดื่มนมเสร็จ ลงนอนบนเตียงเล็ก ยกผ้าขึ้นมาคลุม พลางตบเบาๆ บนหน้าอกน้อยให้นางได้หลับสนิท“รอหน่อยเถิดคนดีของแม่ ประเดี๋ยวบิดาเจ้าก็กลับมาแล้ว ถึงครานั้นเจ้าจะได้มีชื่อเรียกเหมือนผู้อื่นเสียที” รอยยิ้มอ่อนประดับอยู่บนดวงหน้าหวาน ขณะที่สายตาเต็มไปด้วยความกังวลหลังจากที่หยู่เยียนตัดสินใจพูดคุย ให้โอกาสสามีในวันนั้น เขาก็ดีกับนางทุกอย่าง ไม่ว่าคิดหรือทำสิ่งใดล้วนบอกกล่าวนาง กระนั้นอีกฝ่ายยังมีหน้าที่เป็นขุนนางของราชสำนัก เรื่องบ้านเมืองล้วนพูดได้ไม่หมด และนางเอ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   54. เตรียมการไว้แล้ว (4)

    กระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อว่าเงินทองมากมายที่เสียไปกับการจ้างนักฆ่ามืออาชีพ อย่างไรพวกมันก็ไม่มีทางซัดทอดมาถึงคนบงการเป็นแน่“นักฆ่าพวกนี้เป็นมือสังหารที่พร้อมพลีชีพหากภารกิจล้มเหลว ดีที่ข้าจับเป็นพวกมันได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นคนสั่งการก็คงเบาใจได้ว่าพวกมันจะไม่ซัดทอดถึง” เว่ยเฉิงหยวนล่อพวกนักฆ่าไปยังปากทางถ้ำก็เพราะเช่นนี้ เขาต้องการหาทำเลที่เหมาะกับการใช้พิษยาสลบและต้องการให้เรื่องนี้เงียบที่สุด ห่างจากสายตาของคนที่เกาจิ้งให้แอบมาดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ“เจ้าต้องการจะบอกอะไรกันแน่เฉิงหยวน อย่าได้ชักช้า”“กระหม่อมเพียงชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีเหตุจูงใจในการสังหารองค์รัชทายาท ซ้ำยังมีเงินทองมากมายจ้างนักฆ่ามืออาชีพจะมีสักกี่คน”“...” ทุกสายตามองตามการกระทำขององครักษ์เว่ย“เลิกพูดพล่ามเสียที ฝ่าบาทเพคะ ทรงให้ความเป็นธรรมกับสกุลเกาด้วย เพียงคำพูดไม่กี่คำของเว่ยเฉิงหยวนก็ทำให้สกุลเกาแปดเปื้อนถึงเพียงนี้ ไร้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันแล้วยังกล้าใส่ความท่านพ่อของหม่อมฉันอีก” เกากุ้ยเฟยออกหน้ารับ แม้เรื่องคราวนี้ไม่สำเร็จแต่พระนางก็มั่นใจว่าไม่มีหลักฐานซัดทอดมาถึงพวกนาง“เฉิงหยวน หากเจ้าไม่มีหลักฐานอย่าพ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   53. เตรียมการไว้แล้ว (3)

    บรรยากาศในลานพิธีล่าสัตว์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นับจากที่มีทหารมาแจ้งว่าขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกลอบโจมตี แล้วบัดนี้ก็ยังหาตัวองค์รัชทายาทไม่พบ ฝ่าบาทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศกร้าวว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่เห็นองครักษ์เว่ยเลยพ่ะย่ะค่ะ” เกาจิ้งเป็นคนเอ่ยทักเรื่องนี้ขึ้นมา เขาคิดแผนการเอาไว้อย่างดี หลังจากกำจัดองค์รัชทายาทแล้วเขาก็จะป้ายความผิดข้อหาละเลยหน้าที่ให้เว่ยเฉิงหยวนเสียฝ่าบาทแม้จะรักสหายเพียงใด แต่ก็คงไม่เท่ากับสายเลือดของพระองค์เอง“ใต้เท้าเกาจะสื่อสิ่งใด”“กระหม่อมมิได้จะสื่อสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่การอารักขาเชื้อพระวงศ์เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยองครักษ์ ทว่าเว่ยเฉิงหยวนกลับปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาทที่บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร” คำพูดของเกาจิ้งชักจูงเหล่าขุนนางให้พยักหน้าเห็นด้วย เกากุ้ยเฟยได้ยินละครฉากใหญ่ของบิดาก็ยกยิ้ม“...”“แล้วเช่นนี้เราจะมีหน่วยองครักษ์ไว้เพื่อสิ่งใด” เสียงคนในงานต่างตอบรับ เห็นด้วยกับคำพูดของใต้เท้าเกาทว่าเพียงสองลมหายใจเท่านั้นทุกคนก็ต้องกลับคำกันหมด“ก็เพื่ออยู่รอฟังว่าผู้ใดคิดท

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   52. เตรียมการไว้แล้ว (2)

    องค์รัชทายาทในชุดประจำตำแหน่งนั่งอยู่บนรถม้า เด็กชายวัยหกย่างเจ็ดหนาวนิ่งสงบ เกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ นิ้วมือทั้งสิบหุบไปทีละนิ้ว ละนิ้ว ราวกับกำลังไล่เรียงลำดับบางสิ่ง“เราเข้าเขตหุบเขาชิงฉูแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เข้าใจแล้ว” เสียงเล็กตอบรับ พลางกระชับของในสาบเสื้อเอาไว้แน่นท่านน้าเขยบอกกับเขาไว้ว่า หากเข้าเขตหุบเขาให้ระวังตัวให้ดี เพราะที่นี่เป็นสถานที่ซุ่มลอบสังหารที่ดีที่สุด หากพ้นเขตนี้ไปจะมีทหารลาดตระเวนแล้ว ฉะนั้นอีกเพียงสองเค่อ (30 นาที) ถ้าไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ย่อมหมายความว่าเขาปลอดภัยแล้วทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ (7 นาที) องค์รัชทายาทของแคว้นก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันดังมาจากด้านนอก ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกซุ่มโจมตีอย่างที่เว่ยเฉิงหยวนคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด“องค์รัชทายาทเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในองครักษ์มือดีของเฉิงหยวนเปิดรถม้า เข้ามาคว้าร่างเด็กชายเข้าอ้อมอก สีหน้าหนานเนี่ยนเจินตื่นกลัวเล็กน้อยแต่มิได้ทำตัวเป็นปัญหา เขาทำตามสิ่งที่ท่านน้าเขยบอกไว้ทุกอย่าง‘เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น หม่าหรงจะเป็นผู้พาองค์รัชทายาทออกจากรถม้า จากนั้นหากคนร้ายตามมามากเกินไป เขาจะอุ้มองค์รัชทายาทม

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   51. เตรียมการไว้แล้ว (1)

    “เป็นอย่างไรบ้างลี่จู” เว่ยเฉิงหยวนนั่งไม่ติด เดินเข้าหาลี่จูทันทีที่นางออกมาจากห้องทำคลอด“ยังไม่คลอดเจ้าค่ะ นายท่านหลีกทางเถิด” เป็นครั้งแรกที่ลี่จูกล้า ถึงขึ้นสั่งเจ้าของเรือน เพราะบัดนี้นางมิอาจชักช้าได้ ฮูหยินปวดท้องจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่คุณหนูกลับไม่ยอมคลอดเสียที“อาหยวนใจเย็นเอาไว้ พวกนางแม่ลูกย่อมต้องปลอดภัย”“ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรขอรับท่านย่า เสียงของหยู่เยียนแผ่วเบาลงทุกที” มือใหญ่เกาะผนังประตูกั้นฟัง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนรักเป็นดั่งคมมีดปักลงกลางอก กระนั้นก็ยังเจ็บไม่เท่ากับการได้ยินว่าเสียงนั้นแผ่วเบาลงเรื่อยๆ“สวรรค์เมตตาด้วย บรรพบุรุษสกุลเว่ยคุ้มครองสะใภ้และทายาทสืบสกุลด้วยเถิด” ไป๋เหลียนอันได้แต่เอ่ยภาวนา ทว่าคำพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้องครักษ์หนุ่มคลายความเครียดได้ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว“...ข้าจะเข้าไปหานาง” สิ้นประโยคนั้นเว่ยเฉิงหยวนก็พรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด ใครห้ามก็ไม่ยอมฟัง สองมือเข้าไปตระกองกอดร่างที่เหนื่อยอ่อนของภรรยา แขนหนึ่งสอดรองใต้คอ อีกมือยื่นขึ้นไปจับมือเล็กที่บีบผ้าห้อยลงมา จนมันยับยู่“ขอข้าอยู่ด้วย ข้าจะไม่เกะกะ” เมื่อองครักษ์หนุ่มว่าเช่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status