Masukนายทั้งสองของจวนเร่งสืบเท้าเดินไปยังหน้าประตู เพื่อดูสถานการณ์ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ เมื่อมาถึงจึงพบว่ามีสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่กับพื้น เสื้อผ้าที่ใส่เก่าจนมีบางที่ขาดเป็นรู ผมเผ้าของนางผู้นั้นยุ่งเหยิง ใบหน้ามีรอยถูกตบตีจนเลือดกบปาก
แต่ทว่า...ผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตากลับไม่เหมือนสตรีเร่ร่อน
“!!! ม่านม่าน” ทันทีที่จางหยู่เยียนเดินมาถึง ใบหน้าของสตรีตรงหน้าทำเอาคนท้องตกใจจนเซถอยไปข้างหลัง ดีที่มีลี่จูเดินตามมาจึงประคองไว้ได้ทัน
“หยู่เยียน!” เว่ยเฉิงหยวนเองก็รีบโอบประคองฮูหยินเอาไว้ในอ้อมแขน เขย่าตัวเบาๆ เพื่อเรียกสติ เพราะยามนี้คนในอ้อมกอดตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปยังสตรีไร้ที่มา
“ขะ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
“นายท่าน ฮูหยิน ช่วยข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะโดนพวกขอทานข่มเหง ฮึก พวกมันพยายามทำเช่นนี้หลายครั้งแล้ว หากข้าไม่ยอมพวกมันก็ตบตีข้า ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ฮื้อ~”
จางหยู่เยียนบีบมือของตนเองแน่น สตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นม่านม่านไม่ผิดแน่ เหตุใดเหตุการณ์มันจึงเหมือนในฝันเข้าไปทุกที ก่อนหน้ายังโล่งใจเพราะสาวใช้ในจวนองครักษ์ไม่มีผู้ใดหน้าเหมือนม่านม่าน
“หยุดร้องไห้แล้วเล่ามาให้ละเอียดว่าเจ้าเป็นผู้ใด ต้องการให้ช่วยอย่างไรก็ว่ามา”
“ข้าเป็นขอทานเจ้าค่ะ ข้าโดนกระทำอย่างที่เล่าไป วะ วันนี้ทนไม่ไหว จึงมาขอทำงานแลกข้าวแลกน้ำเจ้าค่ะ” สตรีสกปรกก้มคำนับหัวโขลกพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนผู้คนนึกสงสาร ต่างจากจางหยู่เยียนที่ไม่คิดจะให้ในจวนมีบ่าวเช่นนี้อยู่
“นางโกหก อย่ารับนางเข้ามานะ” เสียงสั่นเอ่ยบอกสามีเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน นางจะไม่ยอมให้ศัตรูอยู่ใกล้ตัวเป็นอันขาด ทว่าสิทธิขาดในการตัดสินใจมิใช่นาง
“...”
“ท่านอย่าได้สงสารนาง นางมิใช่คนดี ท่านก็เห็นว่าผิวพรรณ รูปร่างของนางไม่เหมือนกับขอทานเลยสักนิด ไล่นางออกไป อย่าให้เข้ามาในจวนได้อีก”
“พ่อบ้านถู จัดการหาห้องให้พักแล้วสอนงานให้นางเสีย”
“เว่ยเฉิงหยวน!” จางหยู่เยียนขืนตัวออกจากอ้อมกอดของสามี ตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง นอกจากไม่ไล่เขายังรับอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในจวนอีก
“ลี่จู พาฮูหยินกลับเรือน”
“ท่านองครักษ์ทำฮูหยินโกรธหรือขอรับ” ฝูเจี๋ย คนสนิทของเว่ยเฉิงหยวนทวงถามทันทีที่กลับมาถึงจวน เห็นนายเหนือหัวนั่งทำหน้าเครียดจึงอดถามไม่ได้ว่าข่าวจากพ่อบ้านถูเชื่อถือได้หรือไม่
“อืม”
“แปลกเสียจริง เมื่อก่อนอย่าว่าแต่โกรธ ฮูหยินไม่เคยแสดงท่าทีมิพอใจท่านแม้แต่น้อย”
“เฮ้อ~ ก็แปลกอย่างที่เจ้าว่า” นางเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“เช่นนั้นให้ข้าไปถาม-”
“เอาเรื่องของเจ้าให้รอดเสียก่อน เรื่องที่ให้ไปสืบเป็นอย่างไรบ้าง”
“สูญเปล่าขอรับ ข้าตามสืบจนรู้ที่อยู่ของท่านหมอฉิว หมอที่เป็นผู้ช่วยชันสูตรการตายของอดีตองค์รัชทายาทแล้ว แต่พอไปหาตัว เขากลับตายไปสองวันก่อนหน้า” ฝูเจี๋ยส่ายหน้าอย่างเสียดาย เขาน่าจะก้าวเร็วกว่านี้อีกหนึ่งก้าว
“บัดซบ! เก็บกวาดได้เรียบเนียนเสียจริง” การตายของอดีตองค์รัชทายาท มีเงื่อนงำอยู่หลายส่วน แม้ในชันสูตรจากสำนักหมอหลวงจะชี้ชัดว่าอดีตรัชทายาทสิ้นพระชนม์เพราะจมน้ำ ทว่ามีเรื่องน่าสงสัยคือพระองค์ว่ายน้ำเป็น และน้ำในสระหลวงเป็นน้ำนิ่ง ซ้ำในช่วงฤดูแล้งน้ำลดลงไปมาก ถึงอดีตองค์รัชทายาทจะอายุเพียงสิบเอ็ดหนาว แต่เขาก็เชื่อว่าพระองค์ยังพอเอาตัวรอดได้เมื่อตกน้ำ
ซึ่งข้อสงสัยของเว่ยเฉิงหยวนก็ตรงกับฮ่องเต้และหวงกุ้ยเฟย เซียวจิ้นหรานพระมารดาของอดีตองค์รัชทายาท เพราะเหตุนี้เขาจึงได้รับหน้าที่ให้สืบหาความจริง
และเบาะแสที่สืบพบตอนนี้คือมีหนึ่งในหมอผู้ช่วยหายตัวไป ทั้งหมอผู้นั้นยังเข้าร่วมช่วยชันสูตรการสิ้นพระชนม์ของอดีตองค์รัชทายาทด้วย
“จะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ”
“ฝ่าบาททุกข์พระทัยกับเรื่องนี้มาก ยิ่งเห็นสนมรักตรอมใจจนล้มป่วยพระองค์ยิ่งอยากให้เร่งหาตัวคนผิดมาลงโทษ...เจ้าให้คนของเราสืบหาครอบครัวของท่านหมอฉิว แล้วลองสืบหาจากขันทีกำนัลอีกทาง เผื่อจะได้อะไรเพิ่มเติม”
“ขอรับ”
“เฮ้อ!” เว่ยเฉิงหยวนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทันทีที่คนสนิทออกไป ทั้งเรื่องในราชสำนัก เรื่องในจวน วุ่นวายจนเขาปวดหัว
“พ่อบ้านถู เข้ามาหาข้าที”
“ขอรับนายท่าน”
“ให้คนจับตามองบ่าวคนใหม่ มีสิ่งใดผิดแปลกให้มารายงานข้าทันที” นิ้วชี้เคาะลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด ทั้งแววตาและสีหน้าเรียบเฉย มิอาจมองออกว่าเจ้าตัวกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่
สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องนอน ผ่านสตรีร่างบอบบางที่ยืนรออยู่ พากันตรงดิ่งไปยังห้องตำราที่อยู่ห่างออกมา เพราะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเด็กน้อย“คำนับฮูหยินเจ้าค่ะ เมื่อครู่ได้ยินเสียงเด็ก คงเป็นคุณชายน้อยใช่หรือไม่เจ้าคะ”“บุตรข้าเป็นสตรี” เว่ยเฉิงหยวนตอบกลับไป พลางประคองภรรยาเดินอ้อมมานั่งบนเก้าอี้ที่ทำงาน“เป็นสตรีหรอกหรือเจ้าคะ มิเป็นไรนะเจ้าคะ อย่างไรเสียท้องสองก็ต้องเป็นบุตรชายแน่ หรือไม่จากนี้ข้าก็จะได้ช่วยแบ่งเบาฮูหยิน มีทายาทให้สกุลเว่ย” น้ำเสียงไร้ซึ่งคำเย้ยหยัน ทว่าสีหน้ากลับมองหยู่เยียนอย่างเหนือกว่า ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นสตรี นางก็ยังมีโอกาส ไม่แน่ว่าลูกของนางในวันหน้าอาจจะได้เป็นทายาทสกุลเว่ย นางอาจมอบบุตรชายให้สกุลเว่ยได้“หากท่านยังไม่ทำอันใดเสียที ข้าจะกลับแล้ว มิอยากได้ยินเสียงนกกาให้ระคายหู”“ใจเย็นก่อนเถิด ฝูเจี๋ยกำลังมาแล้ว...ส่วนคุณหนูเกา ข้าคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด” เว่ยเฉิงหยวนเอ่ยตัดความสัมพันธ์กับเกาซูเหวินตามตรง“ข้าเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เรื่องก่อนหน้านี้ที่เจ้าช่วยข้านำหลักฐานมาจัดการสองพ่อลูกสกุลเกา ข้าซาบซึ้งน้ำใจที่เจ้าอุตส่าห์ทรยศครอบครัวเพื่อช่วยข้า”
เสียงร้องของเด็กทารกแรกเกิดเงียบสงบลง เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิทเคลิบเคลิ้มไปกับห้วงฝัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มติดยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำเอาผู้เป็นมารดาอดยิ้มตามไม่ได้“นายท่านกับองค์รัชทายาทยังไม่กลับมาอีกหรือ”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ได้ยินคำตอบของซีเยว่ จางหยู่เยียนก็ถอนหายใจหนัก นี่ก็เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้จะเป็นอย่างไรนางมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อในตัวสามีอยู่ไม่น้อย ทว่าความกังวลของคนไหนเลยจะห้ามกันได้ ยามนี้คงได้แต่มุ่งความสนใจมาที่ลูกน้อย จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านสตรีพึ่งคลอดโอบอุ้มลูกน้อยที่กำลังหลับใหลหลังจากดื่มนมเสร็จ ลงนอนบนเตียงเล็ก ยกผ้าขึ้นมาคลุม พลางตบเบาๆ บนหน้าอกน้อยให้นางได้หลับสนิท“รอหน่อยเถิดคนดีของแม่ ประเดี๋ยวบิดาเจ้าก็กลับมาแล้ว ถึงครานั้นเจ้าจะได้มีชื่อเรียกเหมือนผู้อื่นเสียที” รอยยิ้มอ่อนประดับอยู่บนดวงหน้าหวาน ขณะที่สายตาเต็มไปด้วยความกังวลหลังจากที่หยู่เยียนตัดสินใจพูดคุย ให้โอกาสสามีในวันนั้น เขาก็ดีกับนางทุกอย่าง ไม่ว่าคิดหรือทำสิ่งใดล้วนบอกกล่าวนาง กระนั้นอีกฝ่ายยังมีหน้าที่เป็นขุนนางของราชสำนัก เรื่องบ้านเมืองล้วนพูดได้ไม่หมด และนางเอ
กระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อว่าเงินทองมากมายที่เสียไปกับการจ้างนักฆ่ามืออาชีพ อย่างไรพวกมันก็ไม่มีทางซัดทอดมาถึงคนบงการเป็นแน่“นักฆ่าพวกนี้เป็นมือสังหารที่พร้อมพลีชีพหากภารกิจล้มเหลว ดีที่ข้าจับเป็นพวกมันได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นคนสั่งการก็คงเบาใจได้ว่าพวกมันจะไม่ซัดทอดถึง” เว่ยเฉิงหยวนล่อพวกนักฆ่าไปยังปากทางถ้ำก็เพราะเช่นนี้ เขาต้องการหาทำเลที่เหมาะกับการใช้พิษยาสลบและต้องการให้เรื่องนี้เงียบที่สุด ห่างจากสายตาของคนที่เกาจิ้งให้แอบมาดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ“เจ้าต้องการจะบอกอะไรกันแน่เฉิงหยวน อย่าได้ชักช้า”“กระหม่อมเพียงชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีเหตุจูงใจในการสังหารองค์รัชทายาท ซ้ำยังมีเงินทองมากมายจ้างนักฆ่ามืออาชีพจะมีสักกี่คน”“...” ทุกสายตามองตามการกระทำขององครักษ์เว่ย“เลิกพูดพล่ามเสียที ฝ่าบาทเพคะ ทรงให้ความเป็นธรรมกับสกุลเกาด้วย เพียงคำพูดไม่กี่คำของเว่ยเฉิงหยวนก็ทำให้สกุลเกาแปดเปื้อนถึงเพียงนี้ ไร้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันแล้วยังกล้าใส่ความท่านพ่อของหม่อมฉันอีก” เกากุ้ยเฟยออกหน้ารับ แม้เรื่องคราวนี้ไม่สำเร็จแต่พระนางก็มั่นใจว่าไม่มีหลักฐานซัดทอดมาถึงพวกนาง“เฉิงหยวน หากเจ้าไม่มีหลักฐานอย่าพ
บรรยากาศในลานพิธีล่าสัตว์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นับจากที่มีทหารมาแจ้งว่าขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกลอบโจมตี แล้วบัดนี้ก็ยังหาตัวองค์รัชทายาทไม่พบ ฝ่าบาทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศกร้าวว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่เห็นองครักษ์เว่ยเลยพ่ะย่ะค่ะ” เกาจิ้งเป็นคนเอ่ยทักเรื่องนี้ขึ้นมา เขาคิดแผนการเอาไว้อย่างดี หลังจากกำจัดองค์รัชทายาทแล้วเขาก็จะป้ายความผิดข้อหาละเลยหน้าที่ให้เว่ยเฉิงหยวนเสียฝ่าบาทแม้จะรักสหายเพียงใด แต่ก็คงไม่เท่ากับสายเลือดของพระองค์เอง“ใต้เท้าเกาจะสื่อสิ่งใด”“กระหม่อมมิได้จะสื่อสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่การอารักขาเชื้อพระวงศ์เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยองครักษ์ ทว่าเว่ยเฉิงหยวนกลับปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาทที่บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร” คำพูดของเกาจิ้งชักจูงเหล่าขุนนางให้พยักหน้าเห็นด้วย เกากุ้ยเฟยได้ยินละครฉากใหญ่ของบิดาก็ยกยิ้ม“...”“แล้วเช่นนี้เราจะมีหน่วยองครักษ์ไว้เพื่อสิ่งใด” เสียงคนในงานต่างตอบรับ เห็นด้วยกับคำพูดของใต้เท้าเกาทว่าเพียงสองลมหายใจเท่านั้นทุกคนก็ต้องกลับคำกันหมด“ก็เพื่ออยู่รอฟังว่าผู้ใดคิดท
องค์รัชทายาทในชุดประจำตำแหน่งนั่งอยู่บนรถม้า เด็กชายวัยหกย่างเจ็ดหนาวนิ่งสงบ เกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ นิ้วมือทั้งสิบหุบไปทีละนิ้ว ละนิ้ว ราวกับกำลังไล่เรียงลำดับบางสิ่ง“เราเข้าเขตหุบเขาชิงฉูแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เข้าใจแล้ว” เสียงเล็กตอบรับ พลางกระชับของในสาบเสื้อเอาไว้แน่นท่านน้าเขยบอกกับเขาไว้ว่า หากเข้าเขตหุบเขาให้ระวังตัวให้ดี เพราะที่นี่เป็นสถานที่ซุ่มลอบสังหารที่ดีที่สุด หากพ้นเขตนี้ไปจะมีทหารลาดตระเวนแล้ว ฉะนั้นอีกเพียงสองเค่อ (30 นาที) ถ้าไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ย่อมหมายความว่าเขาปลอดภัยแล้วทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ (7 นาที) องค์รัชทายาทของแคว้นก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันดังมาจากด้านนอก ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกซุ่มโจมตีอย่างที่เว่ยเฉิงหยวนคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด“องค์รัชทายาทเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในองครักษ์มือดีของเฉิงหยวนเปิดรถม้า เข้ามาคว้าร่างเด็กชายเข้าอ้อมอก สีหน้าหนานเนี่ยนเจินตื่นกลัวเล็กน้อยแต่มิได้ทำตัวเป็นปัญหา เขาทำตามสิ่งที่ท่านน้าเขยบอกไว้ทุกอย่าง‘เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น หม่าหรงจะเป็นผู้พาองค์รัชทายาทออกจากรถม้า จากนั้นหากคนร้ายตามมามากเกินไป เขาจะอุ้มองค์รัชทายาทม
“เป็นอย่างไรบ้างลี่จู” เว่ยเฉิงหยวนนั่งไม่ติด เดินเข้าหาลี่จูทันทีที่นางออกมาจากห้องทำคลอด“ยังไม่คลอดเจ้าค่ะ นายท่านหลีกทางเถิด” เป็นครั้งแรกที่ลี่จูกล้า ถึงขึ้นสั่งเจ้าของเรือน เพราะบัดนี้นางมิอาจชักช้าได้ ฮูหยินปวดท้องจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่คุณหนูกลับไม่ยอมคลอดเสียที“อาหยวนใจเย็นเอาไว้ พวกนางแม่ลูกย่อมต้องปลอดภัย”“ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรขอรับท่านย่า เสียงของหยู่เยียนแผ่วเบาลงทุกที” มือใหญ่เกาะผนังประตูกั้นฟัง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนรักเป็นดั่งคมมีดปักลงกลางอก กระนั้นก็ยังเจ็บไม่เท่ากับการได้ยินว่าเสียงนั้นแผ่วเบาลงเรื่อยๆ“สวรรค์เมตตาด้วย บรรพบุรุษสกุลเว่ยคุ้มครองสะใภ้และทายาทสืบสกุลด้วยเถิด” ไป๋เหลียนอันได้แต่เอ่ยภาวนา ทว่าคำพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้องครักษ์หนุ่มคลายความเครียดได้ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว“...ข้าจะเข้าไปหานาง” สิ้นประโยคนั้นเว่ยเฉิงหยวนก็พรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด ใครห้ามก็ไม่ยอมฟัง สองมือเข้าไปตระกองกอดร่างที่เหนื่อยอ่อนของภรรยา แขนหนึ่งสอดรองใต้คอ อีกมือยื่นขึ้นไปจับมือเล็กที่บีบผ้าห้อยลงมา จนมันยับยู่“ขอข้าอยู่ด้วย ข้าจะไม่เกะกะ” เมื่อองครักษ์หนุ่มว่าเช่น







