LOGINเสียงสัญญาณไซเรนสีแดงที่กะพริบถี่ ๆ อยู่เหนือประตูทางเข้าไลน์ผลิตอาหารแช่แข็งแผนก A ไม่ต่างอะไรกับเสียงระเบิดเวลาที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของ ‘ปูน’ ชายหนุ่มในชุดหมีสีกรมท่าเปื้อนคราบน้ำมันจาง ๆ ยืนกัดฟันกรอด สายตาคมกริบจ้องมองหน้าจอแสดงผลของระบบทำความเย็นส่วนกลาง หรือตู้ควบคุมระบบ Chiller ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ตัวเลขอุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขัดกับความเย็นที่ควรจะเป็น
“ช่างปูน! อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็ง (Spiral Freezer) พุ่งขึ้นมาลบสิบสององศาแล้วนะ! มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงานหรือยังไง!”
เสียงแผดโก่งคอของ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิตดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามา ชายหนุ่มรุ่นใหญ่หน้าตาดำเครียด เดินดิ่งเข้ามาหาปูนพร้อมกับสมุดจดบันทึกยอดการผลิตที่แทบจะถูกม้วนจนหักคามือ
“ผมกำลังไล่เช็กอยู่ครับพี่ชาย ตอนนี้ระบบควบคุมไฟฟ้าแรงสูง (MDB) ที่จ่ายไฟเข้าคอมเพรสเซอร์มันมีปัญหา กระแสไฟมันสวิงจนตู้คอนโทรลตัดการทำงานไปเอง” ปูนอธิบายด้วยน้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรุ่มยิ่งกว่าเตาหลอม
“ปูน... พี่ไม่รู้หรอกนะว่าตู้ไฟหรือตู้ไหนมันพัง!” พี่สมชายตบโต๊ะเหล็กหน้าตู้อย่างแรงจนนอตที่วางอยู่สะเทือน “แต่ฝ่ายผลิตต้องการอุณหภูมิต่ำกว่าลบสามสิบห้าองศา! ออร์เดอร์กุ้งแช่แข็งตู้คอนเทนเนอร์ล็อตนี้ต้องส่งออกไปญี่ปุ่นภายในวันมะรืนนี้ ถ้าระบบทำความเย็นใช้การไม่ได้ภายในสองวัน กุ้งพรีเมียมสามสิบตันในห้องนั้นจะละลายกลายเป็นกุ้งเน่า! มูลค่าความเสียหายมันไม่ต่ำกว่าสิบล้านนะเว้ย! ถ้ารวมค่าปรับส่งสินค้าล่าช้าและโดนแบล็กลิสต์จากลูกค้าญี่ปุ่น... โรงงานเราพังแน่!”
คำว่า ‘สิบล้าน’ และ ‘โรงงานพัง’ ลอยมาค้ำคอผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงวัยยี่สิบหกปีทันที
แรงกดดันจากฝ่ายผลิตมหาศาลจนปูนรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนัก ๆ มาทับอยู่ที่หน้าอก ในฐานะผู้ช่วยฯ หน้าใหม่ที่เพิ่งรับตำแหน่งมาไม่กี่เดือน นี่คือวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา ถ้าเขาแก้ปัญหานี้ไม่ได้ภายใน 48 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งของเขาที่จะปลิวหายไป แต่ประวัติการทำงานของเขาจะยับเยินจนกู้ไม่กลับ
“ผมขอเวลาสองวัน... ผมจะซ่อมมันให้เสร็จทันเวลาครับพี่ชาย” ปูนรับคำเสียงหนักแน่น แววตามุ่งมั่นทว่าแฝงความตึงเครียด
“สองวันคือเส้นตายนะปูน! วันมะรืนนี้ตอนแปดโมงเช้า ไลน์ผลิตต้องรันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่งั้นแกกับฉันได้โดนเบื้องบนเรียกไปเฉ่งพร้อมกันแน่!” พี่สมชายทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหน้าเครียดกลับเข้าไลน์ผลิตไป
เมื่อลับสายตาผู้จัดการฝ่ายผลิต ปูนก็แทบจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เหล็ก ตัวเขาสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าสะสม ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมสั้นเกรียนของตัวเองแรง ๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปหา ‘ช่างโต้ง’ ลูกน้องคนสนิทที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ
“พี่โต้ง... ตกลงมันพังที่จุดไหนแน่ ไล่สายไฟหมดหรือยัง?”
“หัวหน้าครับ... ผมว่าอาการนี้ไม่ได้เป็นที่สายไฟแล้วละครับ น่าจะเป็นที่ตัวMagnetic Contactor (สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า) ในตู้ MDB หลักมันเสื่อมสภาพจนไหม้ แถมตัวบอร์ดควบคุม Chiller ก็รวนไปด้วย สภาพแบบนี้ลำพังทีมช่างซ่อมบำรุงในโรงงานเราที่มีแค่เครื่องมือพื้นฐาน ซ่อมเองไม่ไหวแน่ครับ อะไหล่เฉพาะทางของตู้ไฟแรงสูงขนาดนี้เราก็ไม่มีสต็อกไว้เลย” ช่างโต้งรายงานตามตรง
ปูนกำหมัดแน่น ของขาด อะไหล่ไม่มี แถมช่างในโรงงานก็ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกับระบบไฟแรงสูงขนาดนี้ สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตโรงงานแห่งนี้ได้คือต้องหาบริษัทเซอร์วิสภายนอกที่มีวิศวกรเฉพาะทางเข้ามาด่วน
“บัดซบเอ๊ย... ทำไมต้องมาพังพร้อมกันตอนสัญญาซ่อมบำรุงเก่ากำลังจะหมดพอดีด้วยวะ” ปูนสบถออกมาอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มเดินกระสับกระส่ายไปมาในออฟฟิศซ่อมบำรุงอันเงียบเหงา
เขาหันไปมองปฏิทินและแฟ้มข้อมูลบริษัทข้างนอก ตาคมกริบกวาดมองรายชื่อบริษัทต่าง ๆ อย่างใช้ความคิด ครึ่งวันแรกผ่านไปด้วยความพยายามของทีมช่างในโรงงานที่ลองงัดแงะโมดิฟายระบบเพื่อยื้อเวลา แต่อุณหภูมิก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ความเครียดเริ่มกัดกินใจของปูนจนแทบไม่ได้กินข้าวกลางวัน
สองวัน... เส้นตายสิบล้านบาทกุมชะตากรรมของเขาอยู่ ปูนทรุดตัวลงนั่งกุมขมับอยู่บนโต๊ะทำงานท่ามกลางกองพิมพ์เขียวระบบไฟฟ้า เขาพยายามโทรหาซัพพลายเออร์เจ้าอื่นเพื่อหาอะไหล่ด่วน แต่คำตอบที่ได้กลับมามีแต่คำว่า 'ไม่มีของ' หรือ 'ต้องสั่งล่วงหน้าสามวัน' ทั้งสิ้น
ทางตันสนิท... ช่างหนุ่มหมดปัญญาได้แต่นั่งรอคอยปาฏิหาริย์ในห้องทำงานที่อบอ้าวด้วยความหวังที่ริบหรี่ลงไปทุกที
วันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนแสนสงบของ ‘ตาร์’ หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานสุดทรหดและสมรภูมิคารมกับช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมเผ้ามัดรวบเป็นดังโงะกลางหัว เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง รอสายจากแฟนหนุ่มที่ติดธุระต่างจังหวัดมาหลายวันทว่าความสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อหูของเธอแว่วเสียง ซ่า... ซ่า... ดังผิดปกติมาจากห้องน้ำตาร์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อพบว่าสายน้ำดีใต้ซิงก์ล้างหน้าเกิดแตกครูด แรงดันน้ำพวยพุ่งกระจายเป็นน้ำพุขนาดย่อมเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำและกำลังจะไหลทะลักออกมายังพื้นลามิเนตด้านนอกห้อง“วาย... ว้ายยย! ตายแล้ว ทำไมต้องมาแตกวันนี้เนี่ย!”หญิงสาวลนลานทำอะไรไม่ถูก มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมากดสายตรงหาเบอร์ส่วนกลางของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมทันทีด้ว
หลังจากโดนคำด่าชุดใหญ่ไฟกะพริบระเบิดใส่หน้าท่ากลางลานโรงงานอุตสาหกรรม ‘ตาร์’ ที่เพิ่งทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วเจ้ากรรมก็หน้าร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องลึกเข้าไปในตาของ ‘หัวหน้าปูน’ ช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากจัดอย่างเอาเรื่อง สัญชาตญาณสาววัยยี่สิบแปดปีที่ถือคติ ‘ด่ามาด่ากลับไม่โกง’ ทำงานทันควันทันที!“นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ! คนเกือบจะเจ็บตัวแทนที่จะถามไถ่กันดี ๆ แต่กลับมาพ่นไฟด่าสับใส่กันยาวเป็นชุดขนาดนี้!” ตาร์โต้เถียงกลับทันควันพลางสะบัดแขนข้างที่โดนปูนคว้าไว้ออกเบา ๆ ใบหน้างามเชิดขึ้นแง่งอน “ฉันยอมรับค่ะว่าฉันใส่รองเท้าผิดประเภทมาหน้างานเพราะความรีบร้อน แต่มันก็เป็นอุบัติเหตุไหมคะ? ไม่เห็นต้องลากไปถึงขั้นยกเลิกสัญญาหรือแช่งให้ฉันเข้าห้องไอซียูขนาดนั้นเลยนี่!”ปูนเลิกคิ้วหนา จ้องมองยัยเซลล์รุ่นพี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอด ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แววตาคู่คมยังคงนิ่งสนิทขัดกับอารมณ
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในออฟฟิศของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตาเมื่อ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปีเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มสำคัญที่เธอเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อวันก่อน ความมั่นใจที่เคยหดหายไปเพราะโดนตวาดใส่สาย บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยรายชื่ออุปกรณ์และลายมือหวัด ๆ ของช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากร้ายตาร์ไม่รอช้า เธอรีบดิ่งตรงไปยังแผนกวิศวกรรมบำรุงรักษาทันทีเพื่อยื่นสมุดโน้ตที่เขียนรายละเอียดพาร์ทอะไหล่ที่ ‘ปูน’ ต้องการให้กับ ‘พี่บี’ หัวหน้าทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบริษัท“พี่บีคะ รบกวนช่วยเช็กพาร์ทตัวนี้ให้หน่อยค่ะ ลูกค้าโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยต้องการด่วนที่สุดเพื่อเอาไปสแตนด์บายสำรองค่ะ เขาบอกว่ารุ่น ABB AF1650 ค่ะ” ตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจเต็มร้อยว่าคราวนี้ออกเสียงเรียกชื่ออุปกรณ์ถูกทุกพยางค์แน่นอนพี่บีรับสมุ
เสียงสัญญาณเตือนสายว่างที่ดัง ตู๊ด... ตู๊ด... ยาวนานหลังจากถูกตัดสายอย่างไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโทสะของ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปี หน้าสวย ๆ ของเธอร้อนผ่าว มือเรียวกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ความโกรธทิฐิมันพุ่งทะลุปรอทเกินกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ เป็นยัยซิ้มให้เด็กเมื่อวานซืนโขกสับได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรีสาววัยใกล้เลขสามมันยอมไม่ได้เด็ดขาด!ไม่รอช้าและไม่คิดหน้าคิดหลังใด ๆ ทั้งสิ้น นิ้วเรียวกดรหัสโทรออกไปยังเบอร์ภายในของฝ่ายซ่อมบำรุงโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยอีกครั้งทันที คราวนี้ไม่มีความลนลาน ไม่มีความประหม่า มีแต่พลังทำลายล้างของคนที่โดนหยาม!ทางด้านห้องซ่อมบำรุงอันอบอ้าว ‘ปูน’ ที่กำลังจะหันไปสั่งงานลูกน้องถึงกับชะงักกึกเมื่อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นมาอีกหน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนา กระชากสายขึ้นมารับด้วยความฉุนเฉียวที่ยังไม่จางหาย “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไหล่ ไม่ต้องโทร...!”
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องซ่อมบำรุงของโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัย แต่บรรยากาศด้านในกลับไม่ได้สดใสตามสภาพอากาศ ‘ปูน’ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงนอนฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานในสภาพตาแดงก่ำและขอบตาดำคล้ำ หลังจากสู้รบตบมือกับวิกฤตตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) และระบบทำความเย็น Chiller ล่มมาตลอดทั้งคืน“หัวหน้าครับ อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็งเริ่มนิ่งแล้วครับ ตอนนี้ลดลงมาแตะที่ลบสามสิบสององศาแล้ว ฝ่ายผลิตเริ่มเดินไลน์กุ้งแช่แข็งล็อตส่งออกญี่ปุ่นได้ชั่วคราวแล้วครับ” เสียงรายงานของ ‘ช่างโต้ง’ ทำเอาปูนที่กำลังสะลึมสะลือรีบเด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“พ่วงสายบายพาสระบบคอนโทรลสำเร็จใช่ไหมพี่โต้ง?” ปูนถามพลางขยับคอที่เคล็ดขัดยอกจากการนอนผิดท่า“ครับ ซ่อมแซมระบบให้กลับมาทำงานได้ชั่วคราวแล้วครับ แต่...” ช่างโต้งมีสีหน้ากังวล “ตัว Magnetic Contactor (สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า) ในตู้ MDB
เสียงสัญญาณไซเรนสีแดงที่กะพริบถี่ ๆ อยู่เหนือประตูทางเข้าไลน์ผลิตอาหารแช่แข็งแผนก A ไม่ต่างอะไรกับเสียงระเบิดเวลาที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของ ‘ปูน’ ชายหนุ่มในชุดหมีสีกรมท่าเปื้อนคราบน้ำมันจาง ๆ ยืนกัดฟันกรอด สายตาคมกริบจ้องมองหน้าจอแสดงผลของระบบทำความเย็นส่วนกลาง หรือตู้ควบคุมระบบ Chiller ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ตัวเลขอุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขัดกับความเย็นที่ควรจะเป็น“ช่างปูน! อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็ง (Spiral Freezer) พุ่งขึ้นมาลบสิบสององศาแล้วนะ! มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงานหรือยังไง!”เสียงแผดโก่งคอของ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิตดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามา ชายหนุ่มรุ่นใหญ่หน้าตาดำเครียด เดินดิ่งเข้ามาหาปูนพร้อมกับสมุดจดบันทึกยอดการผลิตที่แทบจะถูกม้วนจนหักคามือ“ผมกำลังไล่เช็กอยู่ครับพี่ชาย ตอนนี้ระบบควบคุมไฟฟ้าแรงสูง (MDB) ที่จ่ายไฟเข้าคอมเพรสเซอร์มันมีปัญหา กระแสไฟมันสวิงจนตู้คอนโทรลตัดการทำงานไปเอง” ปูนอธิบายด้วยน้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรุ่มยิ่งกว่าเตาหลอม“ปูน... พี่ไม่รู้หรอกนะว่าตู้ไฟหรือตู้ไหนมันพัง!” พี่สมชายตบโต๊ะเหล็กหน้าตู้อย่า







