แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 20:52:57

“ป่ายเหอ ข้าเคยรับปากหากบัลลังก์ของข้ามั่นคง ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป ขอเพียงเจ้าไม่ออกจากเมืองหลวง เจ้าจะโกรธหรือไม่หากข้าจะบอกว่าข้าปล่อยเจ้าไปได้ แต่คงไม่อาจปล่อยอิ่นเหยียน”

ให้ตายเถอะ ซื้อหวยไม่เคยถูก...

พอลองคาดเดาความสัมพันธ์อันสมควรตายของคนสามคนกลับถูกเผงเสียได้

ลิลลี่เอ๋ย นอกจากคำว่าซวยแล้ว ยังมีคำอื่นเหมาะจะใช้ในเวลานี้อยู่อีกหรือ!!!

มองดูผู้เป็นนายเอาแต่นั่งทอดถอนหายใจ หลังจากที่องค์จักรพรรดินีทรงเสด็จกลับไปแล้ว หลิ่งจือที่กำลังยืนอยู่นอกห้องพลันขมวดคิ้ว ใบหน้าเหม่อลอยบวกกับท่าทีแปลกๆ ของอีกฝ่ายทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ

“ท่านปราชญ์”

“หลิ่งจือเจ้าเข้ามาสิ”

มองเห็นองครักษ์ของตนมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เซียงป่ายเหอย่อมหนักใจเป็นธรรมดา นางทั้งต้องระวังตัว แต่ก็ต้องหารายละเอียดของคนที่เกี่ยวข้องกับเซียงป่ายเหอ ดังนั้นเรื่องแรกที่ต้องทำก็คือหาแนวร่วมที่ไว้ใจได้

ก่อนหน้านี้เคยใคร่ครวญหาวิธีกลับบ้าน แต่เพราะเป็นคนขี้ขลาดและกลัวเจ็บ เรื่องฆ่าตัวตายนะหรือ...เหอๆๆ ลืมไปได้เลย ไม่ว่าใครต่างก็รักชีวิตตัวเองทั้งนั้น

อีกทั้งเมื่อได้มาแล้ววิธีที่ดีที่สุดที่จะเอาชีวิตรอดในที่ซึ่งไม่คุ้นเคย แน่นอนว่าต้องเริ่มต้นจากที่นางต้องรู้เขารู้เรา หาไม่รบกี่ร้อยครั้งก็คงมีแต่ต้องพ่ายแพ้  

หากนางอยากเอาชีวิตรอดจนกว่าจะหาทางกลับ แน่นอนว่าต้องแยกแยะมิตรกับศัตรูให้ออกเสียก่อน

ที่สำคัญหากนางรู้ตัวตนของเซียงป่ายเหอและคนรอบข้าง ดีไม่ดีนางอาจจะรู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษเซียงป่ายเหอ ถึงวันนั้นหากหาทางรับมือได้ก็คงดีไม่น้อย

“ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งเกรงว่าพูดออกไปแล้วท่านปราชญ์อาจไม่พอใจ”

หญิงสาวชะงักก่อนมองหลิ่งจือนิ่ง “ลองพูดมาสิ”

“เรื่องนายท่านอิ่นเหยียน” หลิ่งจือเม้มปากเมื่อมองเห็นคิ้วเรียวของผู้เป็นนายมุ่นลง “ข้าน้อยสมควรตาย” นางคุกเข่าลงตรงหน้าเซียงป่ายเหอ

“ลุกขึ้น” เซียงป่ายเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ

“มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ เถิด หลายวันมานี้เจ้าดูมีเรื่องในใจ ข้าเองก็อยากรู้ว่าในใจเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”

หญิงสาวตัดสินใจโยนหินถามทางออกไป

“เรียนท่านปราชญ์ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยก้าวก่ายหรืออยากแทรกแซงเรื่องในอดีตของท่านกับนายท่านอิ่นเหยียน แต่หลังจากที่เกือบเสียท่านไปครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ข้าน้อยไม่พูดไม่ได้ การที่ท่านถูกวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ข้าน้อยสงสัยว่าจักรพรรดินีอาจทรงอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นเรื่องระหว่างท่านกับนายท่านอิ่นเหยียนสมควรต้องมีระยะห่างที่ชัดเจนได้แล้ว”

ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอพลันเงียบไปครู่หนึ่ง นางมองใบหน้าเคร่งขรึมของหลิ่งจือ ดูออกว่าอีกฝ่ายมีเพียงความปรารถนาดีต่อเซียงป่ายเหอผู้เป็นนาย

เรื่องรักสามเส้าของจักรพรรดินี เซียงป่ายเหอ อิ่นเหยียน นางย่อมดูออกว่ายิ่งปล่อยไปก็รังแต่จะยุ่งยาก

“เช่นนั้นเจ้ามีความเห็นหรือไม่ ลองพูดออกมา”

ดูเหมือนหลิ่งจือจะประหลาดใจกับความเยือกเย็นของผู้เป็นนายยิ่งนัก เพราะก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่พูดถึงอิ่นเหยียน เซียงป่ายเหอมักจะมีโทสะ แต่ครั้งนี้กลับยอมให้นางพูดในสิ่งที่คิดออกมา

“จริงอยู่ก่อนองค์จักรพรรดินียังไม่ได้ครอบครองบัลลังก์นั้น ทรงเกรงพระทัยท่านปราชญ์มากกว่าขุนนางอื่น แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน บัลลังก์นี้มั่นคงแล้ว อีกทั้งยังไม่ต้องทรงให้ท่านปราชญ์ช่วยเหลือทางด้านอื่น แม้ตำแหน่งของท่านจะเทียบเท่าอัครมหาเสนาบดี แต่ท่านก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักมากนัก โบราณว่าไว้เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล…”

นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 68 จบ

    “ถึงจะดูประหลาดไปหน่อย ข้ามขั้นตอนไปนิด แต่เราสองคนสมควรแนะนำตัวกันหน่อย ผมไม่อยากเป็นไอ้โง่อย่างเมื่อตอนเย็นที่ปล่อยคุณเดินจากไปโดยไม่ได้ถามชื่อ”ลิลลี่หัวเราะ “ลลิตา เฉิน ชื่อเล่นลิลลี่ค่ะ”“หืม”“ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-จีนค่ะ จบจากมหาวิทยาลัย T ตอนนี้ทำงานด้านการเงินอยู่ที่บริษัทในเครือจ้าวถิง สถานะโสด งานอดิเรกคือชอบอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ”“ผมตงจวิน เรียกผมอีธาน ตง ก็ได้ นั่นชื่ออังกฤษของผม ผมชอบดื่มกาแฟ ตอนนี้เปิดร้านกาแฟอยู่สองสาขา ไม่มีงานอดิเรกอะไรเป็นพิเศษ สถานะกำลังจะมีแฟน ไม่สิ จะไม่โสดแล้ว” เขาทำท่าคิดหนักอยู่นานกว่าจะยื่นหน้าเข้ามา “ลิลลี่ ป่ายเหอ จื่อฮวา”หญิงสาวยิ้ม “ฉันชอบลิลลี่สีม่วง”“ถ้าอย่างนั้นช่อดอกไม้เจ้าสาวใช้ลิลลี่สีม่วงก็แล้วกัน”“หาอะไรนะ เดี๋ยวๆๆๆ” ลิลลี่ชะงัก “ไม่ข้ามขั้นตอนเกินไปหน่อยหรือคะ เพิ่งแนะนำตัวเองนะ”“เราสองคนข้ามขั้นตอนมาเกินกว่าจะมานั่งทำตามลำดับแล้ว” พูดจบหลินหยางก็อุ้มหญิงสาวขึ้น ทั้งที่เธอยังคร่อมเอวเขาอยู่ “ส่งตัวเข้าหอวันนี้เลยก็แล้วกัน จะตีสามแล้วเดี๋ยวจะสว่างเสียก่อน”“เดี๋ยว!!!!” เสียงลิลลี่ร้องดังลั่น แต่ตงตวินกลับหัวเราะออกมากระทั่งไม่

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 67

    ท่านกลางหมอกหนาทึบของหุบเขาเอ้อซาน กระท่อมหลังหนึ่งยังหลงเหลือแสงเทียนส่องสว่าง เงาร่างอรชรในชุดนอนเนื้อหนาสีน้ำตาลเข้มยืนนิ่งใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองตรงเข้าไปด้านใน ซึ่งบัดนี้มีชายวัยไม่เกินสามสิบห้านั่งอยู่ด้วยท่าทีเหม่อลอย ตรงหน้าของเขาเป็นภาพเหมือนของสตรีนางหนึ่งลิลลี่ก้าวเดินเข้าไปช้าๆ ก่อนส่งเสียงเรียกเขา แต่เขากลับไม่ตอบสนองทั้งสิ้น เมื่อยื่นมือไปสัมผัสไหล่หนา มือของเธอกลับผ่านไปราวกับอากาศธาตุ เพราะ...เธอไม่มีตัวตนในโลกแห่งนิยายเรื่องนี้“จื่อฮวา” หลินหยางเหม่อมองภาพเหมือน จากนั้นจึงใช้มือลากไล้รูปหน้าของคนในภาพวาด“ข้าจะตามไปพบเจ้าในไม่ช้า” เขายิ้มด้วยใบหน้าอ่อนโยน ร่างสูงยืนเต็มตัวก่อนจะเดินเข้าไปหยิบบางสิ่งขึ้นลิลลี่มองไม่ชัดจึงไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่หลินหยางเดินออกมาด้วยเท่าเปล่าเปลือย ร่างสูงเดินอ้อมไปยังเบื้องหลังกระท่อม ซึ่งมาบัดนี้เต็มไปด้วยดอกป่ายเหอสีม่วงกำลังเบ่งบาน“เจ้าเคยบอกว่าไม่ชอบป่ายเหอสีขาว” หลินหยางพึมพำ เขาไอถี่ๆ หลังงองุ้มลงราวกับได้รับความทรมาน “ข้าจึงปลูกป่ายเหอสีม่วงให้เจ้า ชอบหรือไม่”ลิลลี่เบิกตากว้างเมื่อเข้าใจแล้วว่าเขากำลังทำอะไร เบื้องหน้าห

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 66

    หน้ากระดาษที่เป็นสีขาวว่างเปล่า ลิลลี่ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจของเธอเศร้าสร้อย และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด น้ำตาที่หยดลงไปบนหน้ากระดาษ หยดแล้วหยดเล่าจนไม่อาจห้าม แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่มีให้อ่านต่อแล้ว ทุกอย่างว่างเปล่า เหมือนกับชีวิตของหญิงสาวที่เหมือนคนหลงทาง“ตงจวิน...” ลิลลี่สะอื้นเสียงสั่น เธอก้มหน้าแนบหน้าผากกับหนังสือเล่มที่ถืออยู่ หัวใจบีบรัดจนเจ็บปวด ไม่สนใจว่าคนที่นั่งอยู่รอบข้างจะมองหรือเอ่ยถาม“คุณครับ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ลิลลี่เงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นเคยทำให้ลิลลี่ชะงัก ลืมแม้กระทั่งว่าเมื่อครู่กำลังร้องไห้อยู่ เสียงสะอื้นหรือก็หายไปฉับพลัน“ตงจวิน” เธอพึมพำออกมาเสียงเบา“คุณรู้จักผมหรือครับ” เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางประหลาดใจ น้ำตาของลิลลี่ไหลออกมาอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็ไม่อาจหยุด จนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกไม่ดี“บอสคะ พาเธอออกมาจากหน้าร้านก่อนดีไหม คือ...ลูกค้ามองใหญ่แล้วค่ะ”“อ้อ” ตงจวินพยักหน้า ก่อนพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน ยังโชคดีที่แม้เธอมีท่าทีเหม่อลอย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินตามเขาเข้าไปหลังร้านโดยดีวันนี้เปิดร้านวันแรกคนค่อนข้างเยอะ แต่กลับมา

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 65

    เสียงร้องไห้ปลุกให้วิเวียนตื่นขึ้นมากลางดึก หญิงสาวเดินออกมาจากห้องนอน จึงพบเพื่อนสาวของเธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟา“ลิลลี่ เป็นอะไรไป”ลิลลี่เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาว จากนั้นก็ยิ่งร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม “วิเวียนช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”ร้องไห้อยู่นานวิเวียนก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับลิลลี่ พยายามถาม พยายามทำความเข้าใจ แต่เพื่อนของเธอกลับเอาแต่ร้องไห้กระทั่งหลับไปเช้าวันต่อมาวิเวียนออกไปทำงานพร้อมกับลิลลี่ มองดูอีกฝ่ายหอบหนังสือนิยายออกมาด้วย เธอก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ “ลิลลี่ เรากำลังจะไปทำงาน แกหอบนิยายมาด้วยแบบนี้บอสมาเห็นเข้าไม่โดนไล่ออกก็แปลกแล้ว”“วิเวียน”“อะไร”“แกเคยฝันมั้ย ฝันแบบเหมือนจริงมากๆ”วิเวียนชะงัก “บอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าอ่านนิยายก่อนนอนให้มันมากนัก ดูสิตื่นมาร้องห่มร้องไห้” บ่นจบก็รีบลากลิลลี่ให้ลุกขึ้นเพราะรถเมล์ที่ทั้งสองต้องขึ้นจอดที่ป้ายพอดีลิลลี่นั่งลงด้วยท่าทีเหม่อลอย เธอก้มลงมองนิยายที่คว้ามาด้วยโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ระหว่างรอวิเวียนอาบน้ำก็เปิดอ่านคร่าวๆ และต้องตกใจที่ตัวละครในนิยายนั้น ตรงกับชื่อของใครหลายๆ คนที่เธอรู้จักไม่สิ...ต้องบอกว่าตรงกับใครห

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 64

    “เรื่องของพยัคฆ์ขาว พวกท่านราชันตะวันออกลงมือตั้งแต่เมื่อไรหรือ”เฟยอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “ความจริงข้าเองก็สงสัยว่าทำไมนายท่านถึงกับต้องทำเช่นนี้ ทั้งที่ตอนนั้นเขาหาได้มีท่าทีต่อนายหญิง ตอนที่เขารู้ว่าเป้าหมายคือนายหญิง ราชันตะวันออกก็เริ่มลงมือแล้ว”“เอ๋”“ตอนนั้นเพิ่งย้ายเข้าคฤหาสน์จื่อฮวา”“หรือว่านายท่านหลินหยางเขา...มีใจให้นายหญิงตั้งแต่ตอนนั้น”“คงใช่ เพียงแต่เขาเองก็คงยากจะยอมรับกระมัง” เฟยอวี่ถอนหายใจออกมา“เจ้าไม่รู้หรอกว่าหนึ่งเดือนที่นายหญิงหนีไปนั้น นายท่านเป็นทุกข์เพียงใด”“นายหญิงเองก็ไม่ได้แตกต่างนักหรอก รอยยิ้มของนางหาได้เหมือนตอนที่อยู่ในคฤหาสน์จื่อฮวา พวกเขาต่างคนต่างก็เฉลียวฉลาดมากด้วยแผนการ แต่กลับอ้อมไปอ้อมมาเพื่อที่จะมองเห็นความรักที่ต่างฝ่ายต่างก็มอบให้ตั้งแต่แรก”หลิ่งจือส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ กระนั้นนางกลับรู้สึกโล่งใจไปพร้อมๆ กัน “ว่าแต่ว่า...ท่านได้ข่าวเยว่ซานซื่อกับลู่เซียงหลันหรือไม่”เฟยอวี่พยักหน้า “เยว่ซานซื่อรับนางเข้าจวน ดังนั้นเขาจึงแทบจะเอาชีวิตไม่รอด”“ลู่เซียงหลันลงมือแล้วหรือ”“ใช่ แต่หลังจากลงมือนางจึงรู้ว่าเขาหาใช่คนที่ทำร้ายตระกูลลู่ไม่ เป็นแม่

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 63

    หลินหยางสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับมือที่คว้าเอวอรชร บังคับให้นางอยู่นิ่งๆ แต่นั่นกลับเป็นการตัดสินใจผิดพลาดเขาลืมไปว่าทั้งนางและเขาต่างก็เปลือยเปล่าทั้งคู่ ดังนั้นการที่เขาให้นางคร่อมเอว ก็เท่ากับสัมผัสเนื้อแท้ของกายสาวโดยตรง“อา” หลินหยางเริ่มร้อนรุ่ม “จื่อฮวา” เสียงของเขาเริ่มแตกพร่าไปด้วยความต้องการเซียงป่ายเหอเองก็รับรู้ได้ เพราะตอนนี้เจ้าปีศาจน้อยตนนั้น กำลังตื่นตัวขึ้นมาจ่อที่บั้นท้ายนางในระยะประชิด “รู้อะไรหรือไม่”เซียงป่ายเหอกระซิบเขาเสียงเบา พร้อมกับขยับเอวเลื่อนต่ำลงไป นางพอใจที่เห็นหลินหยางลมหายใจสะดุด“จื่อฮวา เจ้าอย่าซุกซน...” หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนนางรู้สึกได้ ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาเอาไว้ ก่อนนำไปวางบนสะโพกนิ่มของตน“ท่านรู้หรือไม่ว่าบางครั้ง” เสียงของนางเย้ายวนจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึก“สตรีเองก็ต้องการเป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างเอาไว้ในมือ”“ระ...รู้” เขาตระหนักดีกว่าผู้ใด โดยเฉพาะในยามนี้ที่เขากำลังถูกนางควบคุม ไม่ว่าจะหัวใจหรือร่างกายที่กำลังตื่นตัวลมหายใจของเขาหอบหนัก ในยามที่ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามความต้องการที่กำลังฮึกเหิมของตนเซียงป่ายเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status