Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-04 20:53:14

“เพื่อเป็นการตัดปัญหา ข้าน้อยคิดว่าท่านควรแต่งนายท่านเข้าตำหนัก มีเพียงทางนี้ท่านจึงจะสามารถออกจากวังหลวงได้”

“เอ๋” เซียงป่ายเหอเลิกคิ้ว

“คือ...ท่านอาจยังไม่ต้องแต่งนายท่านก็ได้ เพียงรับข้ารับใช้สักหลายๆ คน”

“เดี๋ยวๆ ข้ารับใช้มิใช่เต็มตำหนักหรอกหรือ แล้วข้า...”

“ข้าน้อยไม่ได้หมายถึงบ่าวรับใช้เจ้าค่ะ ข้าน้อยหมายถึงข้ารับใช้ เอ่อ ที่คอยอุ่นเตียง”

สวรรค์!!! ลิลลี่จะเป็นลม

อ่านนิยายมาก็หลายเรื่อง มีบ้างที่นางเอกมีสามีหลายๆ คน แต่นี่ถึงกับแยกนายท่านและข้ารับใช้ ราวกับมีเมียหลวงเมียน้อย

โอย... ในที่สุดก็แยกออก

‘นายท่าน’ ในที่นี้ก็คือบุรุษที่สตรีแคว้นฉินแต่งเข้าบ้าน หรือก็คือสามีหลวง...กระมัง

ส่วน ‘ข้ารับใช้’ ก็คืออนุนั่นเอง

“หลิ่งจือ”

“เจ้าคะ”

“ข้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกสักพัก เจ้าไม่ต้องตามมา” นางต้องการเวลาในการตั้งสติเสียหน่อย

ในยามที่เดินออกมาจากห้อง หญิงสาวเดินสวนกับบ่าวรับใช้ในตำหนักฮุ่ยเจ๋อ ใบหน้าเยาว์วัยของเด็กหนุ่มหลายคน ทำให้นางอดที่จะสะท้อนใจขึ้นมาไม่ได้

เด็กหลายคนยังอายุไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำกระมัง แม้แคว้นฉินจะมีอิสตรีครองบัลลังก์ แต่เรื่องที่สตรีสามารถมีทั้งนายท่านและข้ารับใช้ทีละหลายๆ คน จะให้อย่างไรก็ทำใจให้ชินไม่ได้เสียที

ครุ่นคิดคนเดียวอยู่นาน กระทั่งเดินมาจนถึงทะเลสาบข้างตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เซียงป่ายเหอมองดูสะพานทอดยาวลงไปยังเก๋งหลังน้อย

ตำหนักกว้างใหญ่หรูหรา อีกทั้งทะเลสาบหน้าหนาวที่รอบด้านเต็มไปด้วยบุปผานานาพันธุ์ ดูไปแล้วไม่ว่าใครย่อมคิดว่าจักรพรรดินีให้ความสำคัญต่อปราชญ์หญิงยิ่งนัก

กระนั้นการที่เซียงป่ายเหอถูกวางยาพิษ ทั้งที่นางอยู่ในวังหลวง นี่นับเป็นสาเหตุที่หญิงสาวคล้อยตามที่หลิ่งจือพูดมากที่สุด

พิจารณาจากการกระทำของอิ่นเหยียน บวกกับสายตาที่เขามองเซียงป่ายเหอ หากนางไม่ได้คิดไปเองแล้ว นางย่อมมองออกว่าคนที่อิ่นเหยียนมีใจก็คือเซียงป่ายเหอ

หากแต่...เพราะอะไรเขาจึงแต่งเป็นนายท่านของจูเชวี่ยเล่า หรือเป็นเพราะประโยคที่ว่า ‘อยู่ใต้คนๆเดียว แต่อยู่เหนือคนนับหมื่น[1]’ ดังนั้นอิ่นเหยียนจึงยอมแต่งเป็นนายท่านของจักรพรรดินีจูเชวี่ย

คิดๆ ดูแล้วการที่เซียงป่ายเหอสนิทสนมกับอิ่นเหยียน แน่นอนจักรพรรดินีไหนเลยจะทรงปล่อยผ่าน แม้จะพูดกันตามเหตุผลแล้ว เซียงป่ายเหอนับว่ามีความชอบ

แต่ตอนนี้บัลลังก์ของจักรพรรดินีมั่นคงแล้ว ครั้งนี้จะทำอะไรก็ย่อมง่าย หากนางไม่หาทางออกจากวังหลวง เกรงว่านานวันเข้าคงไม่มีโอกาสแล้ว

หลิ่งจือบอกนางว่าทางเดียวที่นางจะออกจากวังหลวง นั่นก็คือนางต้องแต่งนายท่านแล้วย้ายออกไป หรือหากยังหาใครไม่ได้ การรับข้ารับใช้คอยอุ่นเตียง ก็อาจทำให้อิ่นเหยียนยอมตัดใจไปเอง

เพียงแต่...ก่อนหน้านี้เซียงป่ายเหอคิดอะไรอยู่ เหตุใดนางจึงยังอยู่ในวังหลวง อีกทั้งเพราะอะไรนางจึงยังไม่ยอมแต่งผู้ใดเข้าตำหนัก

“หรือว่านางกับอิ่นเหยียนวางแผนใดไว้” หญิงสาวพึมพำออกมาเสียงเบา

กว่าจะเงยหน้าขึ้นมองเพราะครุ่นคิดอย่างหนัก เซียงป่ายเหอก็พบว่าตัวนางเองได้เดินมาถึงเก๋งหลังน้อยกลางทะเลสาบ เสียงพูดคุยดังแว่วเข้ามา กลุ่มคนซึ่งกำลังเดินตรงมายังจุดที่นางยืนอยู่ ทำให้เซียงป่ายเหอลนลานเล็กน้อย

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ในยามที่คิดได้ว่าตำหนักฮุ่ยเจ๋อเป็นของนาง หากจะมีคนกล้าล่วงล้ำเข้ามา แน่นอนว่าย่อมได้รับพระราชโองการจากองค์จักรพรรดินี

กลุ่มคนเหล่านั้นมองเห็นนางแล้ว เซียงป่ายเหอยืดไหล่ขึ้น นางปรับสีหน้าให้เยือกเย็น มองตรงไปยังกลุ่มคนที่กำลังก้าวตรงเข้ามาหา อีกทั้งด้านหน้ายังมีขันทีผู้คอยนำทางวิ่งปราดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดขาว

“คารวะท่านปราชญ์ ข้าน้อยสมควรตายที่เข้ามารบกวน เพียงแต่ได้รับราชโองการให้พาตัวแทนจากแคว้นฉู่มาชมทิวทัศน์ของทะเลสาบแห่งปราชญ์ ดังนั้น...”

“ข้าหาได้ขุ่นเคือง ในเมื่อมาแล้วก็ทำหน้าที่ต่อไปเถิด”

[1] ประโยคของซุนฮกในสามก๊ก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 14

    หลินหยางมองหญิงสาวด้วยดวงตาพิจารณาอยู่นาน กระทั่งละสายตาไปมองเฟยอวี่ จากนั้นจึงมุ่นคิ้วเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติโดยรอบ มือใหญ่ยืนออกไปคว้าต้นแขนของเซียงป่ายเหอ ก่อนจะดึงนางให้หมุนตัวกลับมา“อย่าพูดอะไร เดินตามข้ามา”“ท่านจะทำอะไร”“เราถูกสะกดรอย” เขาสบตากับเฟยอวี่“ท่านพาท่านปราชญ์เข้าไปในตรอกข้างหน้า ฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนมีมากกว่าสิบคน”หลิ่งจือหรี่ดวงตามองคนทั้งสอง จากนั้นจึงรั้งร่างเซียงป่ายเหอเอาไว้ “ข้าจะพาท่านปราชญ์กลับ”“อย่าโง่ไปหน่อยเลย” เฟยอวี่กล่าว “เจ้าคิดว่ารับมือพวกเขาได้โดยง่ายหรือ” เอ่ยจบก็เงยหน้าขึ้นมองชั้นสอง “คิดว่าพวกเขารั้งอยู่ข้างบนโดยมีเพียงกระบี่หรือไร”หลิ่งจือขมวดคิ้ว ประสบการณ์ที่ผู้เป็นนายถูกลอบสังหารที่ตำหนักฮุ่ยเจ๋อทำให้นางลังเล “พวกเขาตามท่านมาหรือไร เหตุใดจึงรู้รายละเอียดมากมายถึงเพียงนี้”“เข้าใจผิดแล้ว” หลินหยางเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ากับเฟยอวี่หาใช่เป้าหมายไม่”เซียงป่ายเหอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มนิ่ง “คนเหล่านี้เป็นพวกเดียวกันกับพวกที่กล้าบุกเข้าไปในวังหลวงหรือ”“ไม่ต้องกังวล” หลินหยางกล่าว “ไม่ใช่เพราะวังหลวงป้องกันหละหลวม แต่เป็นเพราะมีคนให้ความช่วยเหลือ ค

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 13

    สวรรค์...เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของนางหรือไร!!!“ท่านมาทำอะไรที่นี่ มิใช่ว่าท่านกำลังถูกกักบริเวณหรือไร”“ข้าเพียงเข้าตำหนักฮุ่ยเจ๋อไม่ได้ มิใช่ว่าออกมานอกวังหลวงไม่ได้เสียหน่อย เจ้ามาทำอะไรนอกวังหลวงหรือ”เซียงป่ายเหอสบตากับหลิ่งจือ ความลับเรื่องที่นางกำลังหาทางออกมาจากวังหลวง เห็นทีคงจะปิดเอาไว้ได้ไม่นานเสียแล้ว ดังนั้นนางคงต้องชิงความได้เปรียบ รีบๆ ทำอะไรให้มันจบๆ ไปเสียทีเซียงป่ายเหอยิ้ม “หลายวันมานี้อุดอู้อยู่ในวังรู้สึกไม่เจริญอาหาร ดังนั้นจึงออกมาเดินเล่น”“อาหารข้างนอกอย่ากินเยอะ เจ้าเพิ่งหายป่วยอาจไม่สบายขึ้นมาได้”นางมองซ้ายขวา โชคดีที่เจ้าของแผงบะหมี่ไม่ได้ยินประโยคนี้ หาไม่คงโดนไล่ออกไปอย่างแน่นอน “ข้าอิ่มแล้ว สมควรกลับวังหลวงเสียที”“เช่นนั้นข้ากลับพร้อมเจ้า” เอ่ยจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้น“ท่านปราชญ์ ช่างบังเอิญยิ่งนัก”เซียงป่ายเหอแทบอยากจะร้องไห้ เสียงของเซี่ยซูทำให้นางรู้สึกจนใจ ไฉนนางจึงมีเจ้ากรรมนายเวรเยอะถึงเพียงนี้นะ แถมเมื่อหันกลับไปมอง ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ซีดเซียวของหลินหยางทำให้นางอดที่จะจ้องเขาเขม็งไม่ได้...บาดแผลของเขา หายดีแล้วหรือ“คุณชายหลิน ท่านสบายดีกระมัง” นางอยา

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 12

    นางกำนัลน้อยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ทำเอาทหารยามหน้าประตูวังหลวงหงุดหงิด หากไม่ติดตรงที่ว่าหลิ่งจือเป็นถึงองครักษ์ของท่านปราชญ์ที่ผู้คนแคว้นฉินต่างก็นับถือ เขาจะตวาดออกมาให้อีกฝ่ายเลิกทำท่าทางเช่นนี้เสียทีรู้ๆ อยู่ว่านางกำนัลในวังหลวงต่างก็อ่อนแอบอบบาง นานๆ ครั้งพวกนางจะได้รับอนุญาตให้ออกจากวังหลวงไปทำธุระให้ผู้เป็นนาย แต่ทุกครั้งจำเป็นต้องก้มหน้าก้มตาทำเหมือนหวาดกลัวหนักหนาเช่นนี้ด้วยหรือ“ข้าไปได้แล้วกระมัง” หลิ่งจือเอ่ยถามราวกำลังรำคาญ“เชิญ”หลิ่งจือปรายตามองนางกำนัลเบื้องหลัง จากนั้นก็ทั้งสองก็เดินออกจากประตูวังหลวง ตรงไปตามถนนเป้าจื่อซึ่งเป็นย่านที่คึกคักที่สุด ทั้งยังมีคฤหาสน์หลังงามที่กำลังประกาศขายฟังดูเถ้าแก่เนี้ยซึ่งเป็นคนกลางพูดพล่ามว่าคฤหาสน์หลังดังกล่าวดีอย่างนู้นอย่างนี้ เซียงป่ายเหอได้แต่ลอบถอนหายใจ นางโบกมือให้หลิ่งจือเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปดูด้านใน มอบอำนาจการตัดสินใจให้อีกฝ่ายเต็มที่ ส่วนนางที่ยังคงอยู่ในคราบของนางกำนัลกลับนั่งลงยังเก๋งแปดเหลี่ยมหลังเล็กในสวนมองดูต้นหลิวสองต้นซึ่งปลูกอยู่ริมสระจำลองขนาดเล็ก เซียงป่ายเหอได้แต่ครุ่นคิดด้วยความหนักใจ อิสระที่นางได้รับจะว

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 11

    “พรุ่งนี้ท่านมาอีกสิ แล้วข้าจะบอก”ดวงตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม ทำให้เซียงป่ายเหออดไม่ได้ที่จะถลึงตาเข้าใส่ “ฝันไปเถอะ ไม่บอกก็แล้วไป ข้ามีวิธีของข้า”“ท่านปราชญ์ ข้าขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดี อย่าได้ให้แม่นางหลิ่งจือไปสืบสาวโดยเด็ดขาด แต่ถ้าท่านไม่ต้องการชีวิตของนางก็แล้วไปเถิด”ยิ่งพูดเช่นนี้นางก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่นะสิ!!!มองดูเงาร่างอรชรเดินจากไป ดวงตาพราวระยับด้วยรอยขบขันพลันหายวับไปทันที หลินหยางมีท่าทีครุ่นคิดก่อนคิ้วเข้มจะมุ่นลง เมื่อมองไปยังเก้าอี้ที่หญิงสาวเพิ่งจะนั่งเมื่อครู่“นางใช่เซียงป่ายเหอจริงๆ หรือขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เงาร่างปราดเปรียวของเฟยอวี่จะก้าวเข้ามา“ใบหน้าและร่างกายนั้นดูเหมือนใช่” หลินหยางพึมพำเสียงเบา“ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ”“มือของนางยังคงมีแผลเป็นเดียวกับที่นางได้รับเมื่อตอนห้าขวบ” นั่นคือตอนที่นางหาเขาพบ ...ใช่ ถูกแล้ว นางเป็นคนหาเขาพบจริงๆ“แต่นางจำท่านไม่ได้”“อืม” หลินหยางพยักหน้า เขาเงียบไปนานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเฟยอวี่ “เรื่องคนที่วางยาพิษนางเล่า เจ้าสืบไปถึงไหนแล้ว”“ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น เป็นพิษจากแมงมุมดำทะ

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 10

    “ท่านไปเยี่ยมคุณชายหลินเช่นนี้ อาจยิ่งทำให้ข่าวลือ...” มองไปรอบๆ นางกำนัลและขันทีต่างก็หยุดชะงักมองมา ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยถึงหลินหยาง“ไสหัวไปให้หมด!” หลิ่งจือตวาดออกมาเสียงดัง แม้กระทั่งเซียงป่ายเหอยังสะดุ้งหญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะได้ผลดี เพราะทุกคนต่างก็หายตัวไปอย่างลนลาน ราวกับมีความตายกำลังไล่ล่า “หลิ่งจือ เจ้าเคยบอกข้าว่าสงสัยองค์จักรพรรดินี ข้าบอกเจ้าก็ได้วันนั้นที่เกิดเรื่อง ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือข้า ไม่ใช่คนแคว้นฉู่”“อะไรนะเจ้าคะ!”“เจ้าเบาเสียงหน่อย” เซียงป่ายเหอมองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ที่ข้าต้องไปเยี่ยมคุณชายหลินก็เพราะเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น”ใบหน้าของหลิ่งจือเกิดเค้าความยุ่งยากขึ้นมาในทันที นางมองสบตากับเซียงป่ายเหอ จากนั้นจึงเม้มปากด้วยความหนักใจ“แคว้นฉู่ภายใต้การนำของเซี่ยซู แคว้นฉินไหนเลยจะแข็งแกร่งได้ถึงครึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นช่างอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยิ่งนัก”“เจ้าจะพูดอะไร”“มาคิดๆ ดูแล้ว หรือนี่เป็นความตั้งใจของเซี่ยซูที่ต้องการให้ท่านกับองค์จักรพรรดินีขัดแย้งกัน แสร้งทำเป็นช่วยท่านเอาไว้เพื่อเอาชนะใจท่าน”ได้ยินดังนั้นหญิงสาว

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 9

    วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนางวันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟังเพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”“เพคะ”“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status