LOGINหยู่เยียนมองซ้ายขวาไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นแม้แต่นายทหารหรือพ่อบ้าน นางจึงจุดประกายความคิดขึ้นบางอย่างในใจ ด้วยความใคร่รู้ทำให้นางตัดสินใจเดินผ่านสวนดอกไม้ที่ตั้งใจจะมาเก็บดอกไม้ไปให้หัวหน้าแม่ครัว และตรงไปยังหอเหมยฟ้า ที่นั่นไม่มีใครเลย ปราศจากทหารหรือคนเฝ้าเวรยาม นางเองอยากรู้เสียนักว่าเหตุใดหลีเหว่ยถึงไม่ใคร่อนุญาตให้ใครเข้ามาในอาณาบริเวณนี้ หรือว่าเขาต้องการเก็บรักษาของส่วนตัวไว้ภายในหอเหมยฟ้ากระมัง
ร่างบอบบางของสาวใช้ก้าวผ่านประตูโค้งสลักลายดอกไม้เข้าไป ทางเข้าเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานา กลิ่นดอกไม้กำจายอวลไอในยามต้องแดดและทำให้หยู่เยียนเริ่มหลงใหลอยากเข้าไปข้างใน อยากรู้นักว่ามันจะงดงามขนาดไหน คงงามกว่าข้างนอกนี้แน่ นางก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบด้วยเกรงว่าถ้ามีใครอยู่ที่นี่และเกิดรู้ว่ามีคนเข้ามาอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ และเมื่อก้าวเท้าเข้าไปใกล้แนวต้นไม้ที่มีดอกไม้บานและได้รับการจัดแต่งอย่างดีหยู่เยียนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงดังเหมือนคนกำลังคุยกัน นางนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ มีคนอยู่ที่นี่ หรือว่าอาจเป็นแม่ทัพใหญ่ของจวนแก่งนี้ ยิ่งเข้าไปใกล้นางก็ได้ยินเสียงชัดเจนมากขึ้นทุกที
“อาส์...ซี๊ดดดด...อาส์...ท่านแม่ทัพ...อ่าส์...”
มันเป็นเสียงอันแปลกประหลาดที่สาวบ้านนอกเช่นนางไม่เคยได้ยิน หยู่เยียนนึกเอะใจสงสัยและด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนางทำให้เดินย่องเข้าไปหยุดที่หลังพุ่มไม้ซึ่งมีดอกบานแน่นขนัด นางโผล่หน้ามองเข้าไปก้ต้องชะงักงันและก้มหลบแทบไม่ทันเมื่อได้เห็นภาพซึ่งทำให้สาวบ้านนอกอย่างหยู่เยียนหัวใจแทบหยุดเต้น
ที่ซึ่งนางมองเข้าไปนั้นเป็นสระน้ำเล็ก น้ำในสระเป็นสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋ว หากทว่าสระนั้นมิใช่สิ่งสะกดสายตาของหยู่เยียนไม่ ภาพที่ทำให้สาวชาวบ้านอย่างนางสะดุดลมหายใจตัวเองคือร่างของแม่ทัพใหญ่ในสภาพเปลือยเปล่า ปราศจากอาภรณ์หรือชุดเกราะอย่างที่นางเคยเห็นตอนเขาอยู่ในจวนยืนอวดผิวสีน้ำผึ้งเข้มอาบประกายแดด อวดความแข็งแกร่งของเรือนกาย ทั้งกล้ามแขน กล้ามหน้าอกและท่อนขาแข็งแรง และสิ่งที่ดึงดูดสายตาของสาวใช้อย่างยิ่งคือแก่นความเป็นชายของแม่ทัพใหญ่ที่กำลังผงาดง้ำ แข็งโด่ยื่นเหยียดยาวออกมาจากกลางลำตัว
และใช่มีแต่แม่ทัพหลีเหว่ยเท่านั้นที่ยืนเปลือยกายริมสระน้ำ ตรงหน้าของเขาคือนางรับใช้สาวแสนสวย
บทที่ 4
“ผิงอัน...ว๊าย!”
หยู่เยียนเกือบส่งเสียงร้องออกมาดีว่าเอามืออุดปากไว้ทัน เพราะนางรับใช้สาวแสนงามผู้นั้นคือผิงอัน ผู้ซึ่งบอกกับหยู่เยียนว่าหอเหมยฟ้าคือสถานที่ต้องห้ามแต่นางกลับมาอยู่ที่นี่เสียเอง นางนั่งเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าแม่ทัพใหญ่ เรือนร่างของผิงอันงดงามราวกับนางสรวงสวรรค์ ผิวงามหมดงดราวกับหยกเกลี้ยงลื่น เสื้อผ้าของทั้งสองกองรวมกันอยู่อีกมุมหนึ่ง หยู่เยียนหัวใจแทบหยุดเต้น นางอ้าปากค้างเพราะไม่นึกว่าจะได้มาเห็นภาพที่ตลอดชีวิตสาวชาวบ้านอย่างนางไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือชายหญิงที่ปราศจากอาภรณ์ เปล่าเปลือยอย่างหมดจด
แม่ทัพหลีเหว่ยนั้นรูปร่างสูงใหญ่กำยำอยู่แล้ว ผิวสีเข้มขับความเป็นชายชาตรีที่ทำให้หยู่เยียนแอบใจระทึกอยู่ลึก ๆ เพราะนางชอบแอบมองเขานับแต่วันแรกที่เห็นหน้า กายแกร่งนั้นนูนแน่นด้วยมัดกล้าม ที่กลางลำตัวเจ้ามังกรพันธุ์ยักษ์ผงาดขึ้นจนตั้งลำ หัวส่ายไปมาฟืดฟาดราวกับว่ามันพร้อมรบนั่นแล้ว
และสำหรับผิงอัน ดูภายนอกนางรูปร่างสะโอดสะองบอบบางแต่ที่ไหนได้ พอไม่มีอาภรณ์ปกปิดเรือนกายเนื้อตัวนางนั้นช่างอวบอิ่ม สองเต้าของนางอวบใหญ่ขาวสล้างท้าแดด มันส่ายไหวไปมาและที่หัวนมของนางเป็นสีแดงเปล่งปลั่ง เอวของผิงอันคอดกิ่ว สะโพกผาย ช่างงดงามยิ่งนักและความอวบของนางคงยิ่งช่วยปลุกกำหนัดความหื่นกระหายของแม่ทัพมากเป็นทวีคูณ
ผิงอันนั่งคุกเข่าตรงหน้าแม่ทัพใหญ่ นางใช้มือทั้งสองกอบกำความเป็นชายที่กำลังพุ่งผงาด หยู่เยียนเพ่งมองดุ้นเนื้อยาวอวบใหญ่ที่มันพองตัวตุบ ๆ ในมือของสาวใช้แสนสวย ท่อนเนื้อร้อนที่ส่วนปลายบานเบ่งราวกับดอกเห็ดยักษ์ มันบานแดงร่าในมือน้อยของสาวใช้ และเพราะความเป็นสาวชาวบ้านที่ไม่เคยมีประสปการณ์เช่นนี้ทำให้หยู่เยียนนึกไม่ออกเลยว่าผิงอันจะทำอะไร เพราะเห็นว่านางกอบกำอาวุธประจำกายของแม่ทัพใหญ่ที่ยืนสูดลมหายใจและหอบหายใจหนักเสียงดัง รอยยิ้มหยัดบนมุมปากของหลีเหว่ย ดูเขาพึงพอใจเมื่อนางสาวใช้ค่อยรูดมือทั้งสองที่กอบกำลำใหญ่ไว้มั่นเข้า ๆ ออกๆ
“อะไรกันนี่ ห้าวเฉินกลับมาได้เช่นนั้นหรือ นี่แสดงว่าที่มันหายไปอาจจะมีใครช่วยเหลือให้มันอยู่ในป่านั่น ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ แม่หรือก็ดีใจนึกว่ามันน่ะตายไปซะแล้ว ขวากหนามในชีวิตของเจ้าจะได้หมดสิ้นไปเสียที”“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลยดีกว่าครับท่านแม่ ข้าว่าเรารีบไปที่บ้านของท่านพ่อจะดีกว่า ข้าเองก็อยากรู้ว่าห้าวเฉินกลับออกมาจากป่านั่นแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง”เหมยกุ้ยพยักหน้าก่อนเดินตามลูกชายไปยังบ้านหลังใหญ่ของสกุลหวง และเมื่อทั้งสองแม่ลูกไปถึงบ้านหลังใหญ่ เหมยกุ้ยและจุ้นเฉียงก็ต้องพบกับความประหลาดใจอย่างที่คาดไม่ถึงนั่นก็คือห้าวเฉินนั่งอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านสกุลหวงโดยมีห่าวชวนและเจียอี บิดามารดาของเขานั่งอยู่ภายในห้องนั้นด้วยรวมถึงมีบริวารและคนรับใช้รวมทั้งพ่อบ้านอีกเกือบ 10 คน ทุกคนมีสีหน้าและแววตาที่ต่างแสดงความยินดีกับการกลับมาของคุณชายรองซึ่งเป็นบุตรชายของภริยาเอกแห่งสกุลหวงและเมื่อก้าวเข้าไปในห้องนั้นจุ้นเฉียงจึงแสดงความเคารพต่อบิดาของเขา หวงห่าวชวนจึงกล่าวกับบุตรชายคนโตว่า“จุ้นเฉียง เจ้ามาก็ดีแล้ว รู้หรือไม่ว่าน้องชายของเจ้ากลับมาโดยปลอดภัย พ่อดีใจเหลือเกิน”“ขอรับท่านพ่อ...ห้
“แต่เจ้าก็ไม่ควรผลีผลามทำอะไรในตอนนี้ก่อนนะจุ้นเฉียงถึงแม้ว่าห้าวเฉินจะหายไปนานนับเดือนแต่ก็อย่าลืมนะว่าพ่อของเจ้าก็ยังคงส่งคนออกตามหา ท่านพี่ยังไม่ยอมเชื่อว่าลูกชายคนรองได้ตายจากไปแล้วส่วนแม่เชื่อเต็มหัวใจว่าห้าวเฉินคงจะตายไปแล้วในป่าไผ่พันปีที่พวกชาวบ้านไม่มีใครกล้าเข้าไปนั่น”“ข้าเพียงแสดงความเป็นห่วงใยต่อคู่หมั้นของน้องชายและท่าทางของนางก็ดูเหมือนจะพอใจในตัวข้าด้วยนะท่านแม่”“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เจ้าก็ไม่ควรเร่งร้อนทำให้คนอื่นเขาเห็นว่าเจ้ากับซูซินฮวาน่ะกำลังมีใจต่อกันและเจ้าก็อย่าได้แพร่งพรายเรื่องที่เราวางแผนให้ห้าวเฉินเข้าไปในป่านั้นและเจ้าเป็นผู้ที่ทิ้งน้องของเจ้าเอาไว้เพราะแผนนี้แม่เป็นคนคิดเองเพื่อที่จะกำจัดเสี้ยนหนาม เพราะถ้าหากห้าวเฉินยังอยู่เจ้าก็จะไม่ได้รับมรดกของพ่อเจ้า ทั้งทรัพย์สินบ้านหลังนี้และกิจการค้าขายที่พ่อเจ้าสร้างเอาไว้”เหมยกุ้ยกดน้ำเสียงให้ต่ำลงราวกับว่าต้องการปรามบุตรชายและไม่อยากให้ใครมาได้ยินสิ่งที่นางพูดกับลูกชายเพียงคนเดียวถึงแผนการที่วางเอาไว้ให้จุ้นเฉียงพาน้องชายต่างแม่เข้าไปหากระต่ายในป่า แท้แล้วก็เพื่อที่จุ้นเฉียงจะได้ทิ้งน้องชายเอาไว้แล้วออกมาจากป่า
“มันก็คงต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วลี่จูในเมื่อเจ้าจะต้องเป็นผู้พาข้าออกจากป่านี้ข้าก็ถือว่าเจ้าคือผู้มีบุญคุณต่อข้าและข้าเองก็จะต้องตอบแทนต่อเจ้าเพียงแต่ว่า...”“เพียงแต่ว่าอะไรหรือ...ดูหน้าตาของเจ้าก็ยังไม่ค่อยสบายใจอยู่อย่างนั้น”“มันอาจจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดสักหน่อยที่ข้าหายเข้ามาในป่าแล้วจู่ ๆ ข้ากลับออกไปก็มีเจ้าตามติดไปด้วย ว่าแต่นี่ข้าเพิ่งจะเข้ามาอยู่ที่นี่เพียงแค่ราตรีเดียวใช่หรือไม่”“หนึ่งราตรีของป่าไผ่พันปีเท่ากับเวลา 1 เดือนของโลกภายนอก”“ว่ายังไงนะ!” ห้าวเฉินมีสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเช่นนั้น“อะไรกันนี่...นี่แสดงว่าข้าหายออกมาจากบ้านนานนับเดือนแล้วฉันนั้นรึ”“ใช่...ถ้าหากว่าท่านยังอยู่ที่นี่ต่อไปเวลาก็จะยาวนานมากขึ้นและหากเป็นมนุษย์ผู้ซึ่งมิได้บำเพ็ญญาณท่านก็จะต้องแก่ลงภายในเวลาอันรวดเร็วเพราะ 1 ราตรีของที่นี่เท่ากับ 1 เดือนของโลกภายนอกท่านคิดดูเอาเองแล้วกันว่าถ้าหากว่าท่านอยู่ที่นี่สัก 1 ปีแล้วอายุของท่านจะเป็นเช่นไร”“โอ๊ย...ป่านนี้ท่านพ่อกับท่านแม่คงจะต้องร่ำไห้พวกเขาคงจะคิดว่าค่าได้ตายไปเสียแล้วเป็นแน่”“เช่นนั้นจะรออะไรอยู่เล่า อย่าให้พวกเขาต้องเป็นห่วงและกังวล”
คำตอบของพี่จูทำให้ห้าวเฉินถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ“ว่าเช่นไรนะ หากเจ้าไม่ไปกับข้า ข้าก็จะไม่สามารถออกไปจากป่านี้ได้เช่นนั้นน่ะหรือ”“ท่านจำได้หรือไม่ว่าตอนที่ท่านเข้ามาน่ะท่านน่ะสามารถที่จะกลับไปเองได้หรือไม่เช่นไร”“ตอนที่ข้าเข้ามาตามทางเดินทอดตัวเข้าสู่อุโมงค์ป่าไผ่ เมื่อข้าหันกลับไปมองอีกครั้งก็ไม่เห็นทางออกเสียแล้ว”“นี่แหละคือป่าไผ่พันปี มันเป็นอาณาเขตหวงห้ามสำหรับมนุษย์ธรรมดา หากว่าเจ้ามิได้มีพลังในการบำเพ็ญเพียรหรือฝึกญาณในตัวของเจ้านานมากพอเจ้าก็จะเป็นแค่เพียงสิ่งมีชีวิตที่ถูกกลืนหายเข้ามาอยู่ในป่าแห่งนี้และจะไม่สามารถหาทางกลับออกไปได้อีกมีทางเดียวเท่านั้นก็คือข้าจะต้องจับมือท่านออกไปและนี่เช่นไรคือเหตุผลที่ว่าทั้งข้าและท่านเราจะต้องพึ่งพากันและกัน ที่ข้าบอกท่านมันไม่ใช่เป็นความประสงค์ที่ข้าต้องการจะแลกเปลี่ยนกับการได้ออกไปจากป่าแห่งนี้หรอกนะแต่ถ้าหากว่าข้าไม่ช่วยท่าน ท่านจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่เลยตลอดชีวิต”“โธ่เอ๊ย!...ชีวิตของข้า ใยถึงต้องเป็นเช่นนี้เล่า”เขาถึงถึงกับทรุดลงและนั่งที่ริมลำธารในเวลานั้นลี่จู่มองเขาด้วยจิตที่นึกสงสาร นางนั่งลงข้าง ๆ ห้าวเฉินและจับมือของคุณ
“ท่านไม่ต้องขอบใจข้าหรอก การที่ข้าช่วยเหลือท่านเพราะเห็นว่าท่านน่ะไม่ได้นำภยันตรายใด ๆ มาสู่ป่าแห่งนี้ ข้าเองในฐานะของผู้ปกปักและดูแลป่าไผ่พันปีจึงรู้สึกว่าท่านคงจะเป็นคนดี และการที่ช่วยเหลือท่านไว้ก็เพราะว่าข้ามีข้อแลกเปลี่ยนที่จะเสนอต่อท่าน หากว่าท่านต้องการออกจากป่านี้ไป”“เจ้าต้องการอะไร หรือเจ้าต้องการชีวิตของข้า ในท้ายที่สุดมันเป็นอย่างนั้นใช่หรือไม่”“บอกแล้วอย่างไรว่าข้าจะไม่ทำร้ายท่านและถึงที่สุดแล้วข้าก็ถือศีลปฏิบัติตนตั้งปณิธานไว้แน่วแน่นับตั้งแต่บำเพ็ญเพียรจนข้ามีชีวิตยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้ ข้าไม่ต้องการที่จะได้มนุษย์มาเป็นอาหารหรือเป็นสิ่งที่จะทำให้ข้าได้พบกับความโอชะและรื่นรมย์ แต่สิ่งที่ข้าต้องการก็คือการได้กลับไปเรียนรู้การใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป”“ใช้ชีวิตเช่นมนุษย์เช่นนั้นรึ ในเมื่อเจ้าบำเพ็ญเพียรและถือศีลชนมีอายุยืนยาวถึง 3000 ปีเช่นนี้แล้วจะกลับไปเป็นมนุษย์ที่อายุนั้นสั้นนักด้วยเหตุผลอันใด”ลี่จูหันกลับมานางจ้องหน้าเขา ประกายตาของนางไม่ได้มีความซุกซนขี้เล่นดังเมื่อครู่ มันหม่นแสงลงและน้ำเสียงของนางก็จริงจังมากขึ้น“ห้าวเฉิน ถึงแม้ว่าข้าจะมีอายุยืนยาวมากกว่าส
ที่รีบบอกว่านางไม่กินเนื้อมนุษย์นั้นจะเชื่อถือได้หรือไม่ สักครู่เขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ห้าวเฉินเงี่ยหูฟังและเดินไปตามเสียงนั้นซึ่งภายในถ้ำเขาก็มองเห็นทางเดินเล็ก ๆ กระทั่งเขาเดินลึกเข้าไปและพบว่าภายในถ้ำขนาดใหญ่มีลำธารไหลผ่านจน เขาก้าวไปอยู่ที่ริมลำธารและก็พบภาพของหญิงสาวเรือนร่างงดงามนางไม่สวมใส่เสื้อผ้าแม้ซักชิ้นกำลังลงเล่นน้ำอยู่ในลำธารที่ไหลเอื่อย มันเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ที่ไม่มีความลึกและไม่น่าเชื่อเลยว่าภาพนั้นจะงดงามยิ่งนักเพราะสายน้ำในลำธารนั้นเป็นสีเขียวมรกตแต่แล้วหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างงดงามที่อาบด้วยแสงจากคบเพลิงภายในถ้ำค่อย ๆ หันกลับมามอง ห้าวเฉินตกใจ เขารีบหลบเข้าไปอยู่หลังโขดหินหากก็ได้ยินเสียงดังสะท้อนออกมาว่า“ห้าวเฉิน...นั่นท่านใช่ไหม ข้ารู้นะว่าเป็นท่าน ตื่นนานแล้วหรือ”“ข้าเพิ่งตื่น”ห้าวเฉินตอบด้วยน้ำเสียงกุกกัก เขาแทบไม่กล้าเยี่ยมหน้าออกไปยังคงยืนเอาหลังแนบแผ่นหินด้วยความรู้สึกกระดากและละอายแก่ใจ ไม่เคยเห็นภาพของผู้หญิงที่อาบน้ำโดยไม่สวมเสื้อผ้าตั้งแต่เล็กจนโตเป็นหนุ่มก็ยังไม่เคยเลยสักครั้ง“ห้าวเฉิน...ท่านมาแอบอยู่ตรงนี้ทำไมกัน”เสียงที่ดังอยู่ใกล้ ๆ ทำให้คุณชา







