Masukรวมนิยายอีโรติกจีนโบราณขนาดสั้น หลากหลายเรื่องราว นิยายชวนหวาม สำหรับผู้มีไฟรักในหัวใจ
Lihat lebih banyakจินลี่ เป็นอีกนามปากกาของ วานิลลา
นิยายจีน นามปากกา จินลี่ เป็นนิยายขนาดสั้น เน้นความซาบซ่านในอารมณ์ ไม่มีสาระและเนื้อหาหนักหน่วง มีแต่ความรันจวนวาบหวามเท่านั้นค่ะ
*******************
เรื่องราวของ หยู่เยียน สาวน้อยที่ยอมมาเป็นสาวใช้ในจวนของแม่ทัพหนุ่ม หลีเหว่ย นางถูกยุยั่วจากเพื่อนคนใช้ว่าในจวนแห่งนี้มีหอกาลกินี ไว้ทำโทษคนที่แม่ทัพไม่ชอบใจ
แล้ววันหนึ่งหยู่เยียนก็ได้พบคำตอบ ว่าที่ หอเหมยฟ้า แท้จริงคือ หอรักเร้นสวาท ที่มีไว้เพื่อลงทัณฑ์หญิงสาวด้วยความซาบซ่านวาบหวามอารมณ์
จื่อรั่วเยี่ยมหน้าเข้าไปในห้องโถงใหญ่ภายในจวนอันกว้างขวางของแม่ทัพ หลีเหว่ย เห็นว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นนางจึงรีบกวักมือหญิงสาวร่างเล็กบอบบางในชุดสาวชาวบ้านเข้ามา
“หยู่เยียน...เจ้ามัวยืนรออันใดอยู่เล่า รีบเข้ามานี่เถิด วันนี้ทางสะดวก มิเห็นมีผู้ใดในจวนของแม่ทัพใหญ่เลยสักคน แบบนี้ข้าจะได้คุยกับท่านแม่ทัพได้สะดวกหน่อย”
“ท่านป้า...นี่หรือคือจวนของท่าแม่ทัพ ทำไมมันใหญ่เหมือนวังอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”
“ข้าจะบอกอะไรให้นะว่าจวนแห่งนี้เป็นหนึ่งในจวนที่ใหญ่มาก สร้างไว้สำหรับแม่ทัพผู้เก่งกาจอย่างหลีเหว่ย ชื่อเสียงของแม่ทัพผู้นี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเขาน่ะมีความสามารถและน่าเกรงขามขนาดไหน แถมยังหนุ่มแน่นและหน้าตาดีอีกด้วย”
จื่อรั่วบอกแก่หลานสาวคนเดียวที่นางตั้งใจพามาฝากฝังไว้กับแม่ทัพใหญ่ของฮ่องเต้ในยุคราชวงศ์ซ่งที่เจริญทั้งการค้าขายและการขยายบ้านเมือง หญิงวัยกลางคนรู้จักแม่ทัพหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างดีเพราะเขาเคยให้ความช่วยเหลือสามีของนางที่เคยมาทำงานเป็นคนรับใช้นับแต่สมัยบิดาของหลีเหว่ย หลังจากนั้นนางและสามีก็กลับไปอยู่บ้านนอก ทำไร่ทำนา กระทั่งต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งในวันนี้พร้อม หยู่เยียน หลานสาวเพียงคนเดียวที่พ่อแม่ของนางเพิ่งเสียชีวิตอย่างกระทัน นางหันไปบอกหลานสาวที่กำลังทำสีหน้าตื่นตะลึงต่อภาพความอลังการของจวนนายทหารอันใหญ่โต
“เจ้ามิต้องกลัวหรอกนะหยู่เยียน เจ้าจะอยู่ที่นี่อย่างสบายหากรู้จักทำตัวดีให้ท่านแม่ทัพเอ็นดู”
“ท่านป้า...แล้วเดี๋ยวเราต้องเจอกับฮูหยินของท่านแม่ทัพด้วยหรือเปล่า”
“เอ...ข้าได้ยินว่าท่านแม่ทัพยังไม่มีฮูหยิน ออกแต่ศึก กรำดาบกรำทวนอยู่แต่ในสนามรบ ช่างเถิดน่า...เจ้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะคนรับใช้ อย่าใส่ใจเรื่อส่วนตัวของเจ้านายจะดีกว่า”
“นั่นใครมาน่ะ?”
เสียงห้าวและทรงพลังที่ดังขึ้นทำให้สองป้าหลานหันกลับไปมองพร้อมกันเมื่อบุรุษร่างสูงใหญ๋กำยำในบชุดยาวกรอมเท้าก้าวออกมาจากประตูห้องอีกด้าน เมื่อเห็นว่าเป็นใครจื่อรั่วรีบเข้าไปค้อมตัวคำนับ
“ท่านแม่ทัพ...ท่านจำข้าได้หรือไม่...ข้าจื่อรั่วอย่างไรเล่า”
“จำได้ซี ความจำของข้ายังดีอยู่ เมื่อครู่คนของข้ารายงานให้ข้ารู้แล้ว แล้วนี่เจ้ามาหาข้ามีธุระอันใด”
“ท่านแม่ทัพเคยมีบุญคุณกับข้าและสามีของข้าเป็นอย่างมาก ส่วนธุระที่ข้ามาหาท่านในวันนี้นั้นข้าอยากรบกวนท่านช่วยรับหลานสาวของข้าไว้ช่วยงานที่จวนของท่านสักคนจะได้หรือไม่เจ้าคะท่านแม่ทัพ”
พูดจบก็กวักมือเรียกหลานสาวคนเดียว หยู่เยียนรีบเดินเข้ามาหา
“ทำความเคารพท่านแม่ทัพหลีเหว่ยซะสิ...ท่านแม่ทัพเจ้าคะ นี่คือหยู่เยียน หลานสาวของข้า นางอายุแค่สิบเจ็ด แต่ทำงานบ้านการเรือนได้สารพัด ขอความกรุณาท่านแม่ทัพช่วยรับนางไว้คอยช่วยงานด้วยนะเจ้าคะ”
หลีเหว่ยจ้องมองหลานสาวของจื่อรั่วพลางหรี่นัยน์ตาคมดุจพญาเหยี่ยวลง หยู่เยียนก้มหน้าโดยไม่กล้าสบนัยน์ตาเข้มคู่นั้น เด็กสาววัยสิบเจ็ดแม้อยู่ในชุดสาวชาวบ้านหากผิวกายอันผุดผ่องนวลงามราวหยกนั้นขับความสวยสะพรั่งของเด็กสาวจนทำให้หลีเหว่ยอดนึกในใจมิได้เลยว่าหากนำแม่หญิงผู้นี้ไปขัดสีฉวีวรรณก้๕งงดงามไม่ต่างจากสนมนางใน
“ข้าก็อยากจะรับหลานของเจ้าไว้นะจื่อรั่ว”
หลีเหว่ยเอ่ยเสียงเนิบขณะเดินไปนั่งบนตั่งภายในห้องโถง สายตาคมยังจับจ้องที่ร่างระหงของเด็กสาววันสิบเจ็ดไม่วาง
“แต่ว่า...นางจะอยู่ที่นี่ได้หรือ นี่คือจวนของแม่ทัพ มิใช่ไร่นาที่นางเคยอยู่ มีกฎข้อบังคับมากมายที่นี่แล้วเด็ก...เอ้อ...เด็กสาวอย่างนางจะใช้ชีวิตได้หรือ”
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ”
ครานี้หยู่เยียนเป็นผู้ตอบ นางยอบกายลงแสดงความยำเกรงต่อนายทหารผู้เก่งกล้าและที่สำคัญเมื่อเงยหน้ามองชัด ๆ ก็ยิ่งเห็นว่าหลีเหว่ยนั้นหล่อเหลาไม่เบา รูปร่างของเขากำยำสูงใหญ่ อกผายไหล่ผึ่งและดวงตาคมกริบนั้นแอบซ่อนเสน่ห์ที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวหวั่นไหว
“อะไรกันนี่ ห้าวเฉินกลับมาได้เช่นนั้นหรือ นี่แสดงว่าที่มันหายไปอาจจะมีใครช่วยเหลือให้มันอยู่ในป่านั่น ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ แม่หรือก็ดีใจนึกว่ามันน่ะตายไปซะแล้ว ขวากหนามในชีวิตของเจ้าจะได้หมดสิ้นไปเสียที”“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลยดีกว่าครับท่านแม่ ข้าว่าเรารีบไปที่บ้านของท่านพ่อจะดีกว่า ข้าเองก็อยากรู้ว่าห้าวเฉินกลับออกมาจากป่านั่นแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง”เหมยกุ้ยพยักหน้าก่อนเดินตามลูกชายไปยังบ้านหลังใหญ่ของสกุลหวง และเมื่อทั้งสองแม่ลูกไปถึงบ้านหลังใหญ่ เหมยกุ้ยและจุ้นเฉียงก็ต้องพบกับความประหลาดใจอย่างที่คาดไม่ถึงนั่นก็คือห้าวเฉินนั่งอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านสกุลหวงโดยมีห่าวชวนและเจียอี บิดามารดาของเขานั่งอยู่ภายในห้องนั้นด้วยรวมถึงมีบริวารและคนรับใช้รวมทั้งพ่อบ้านอีกเกือบ 10 คน ทุกคนมีสีหน้าและแววตาที่ต่างแสดงความยินดีกับการกลับมาของคุณชายรองซึ่งเป็นบุตรชายของภริยาเอกแห่งสกุลหวงและเมื่อก้าวเข้าไปในห้องนั้นจุ้นเฉียงจึงแสดงความเคารพต่อบิดาของเขา หวงห่าวชวนจึงกล่าวกับบุตรชายคนโตว่า“จุ้นเฉียง เจ้ามาก็ดีแล้ว รู้หรือไม่ว่าน้องชายของเจ้ากลับมาโดยปลอดภัย พ่อดีใจเหลือเกิน”“ขอรับท่านพ่อ...ห้
“แต่เจ้าก็ไม่ควรผลีผลามทำอะไรในตอนนี้ก่อนนะจุ้นเฉียงถึงแม้ว่าห้าวเฉินจะหายไปนานนับเดือนแต่ก็อย่าลืมนะว่าพ่อของเจ้าก็ยังคงส่งคนออกตามหา ท่านพี่ยังไม่ยอมเชื่อว่าลูกชายคนรองได้ตายจากไปแล้วส่วนแม่เชื่อเต็มหัวใจว่าห้าวเฉินคงจะตายไปแล้วในป่าไผ่พันปีที่พวกชาวบ้านไม่มีใครกล้าเข้าไปนั่น”“ข้าเพียงแสดงความเป็นห่วงใยต่อคู่หมั้นของน้องชายและท่าทางของนางก็ดูเหมือนจะพอใจในตัวข้าด้วยนะท่านแม่”“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เจ้าก็ไม่ควรเร่งร้อนทำให้คนอื่นเขาเห็นว่าเจ้ากับซูซินฮวาน่ะกำลังมีใจต่อกันและเจ้าก็อย่าได้แพร่งพรายเรื่องที่เราวางแผนให้ห้าวเฉินเข้าไปในป่านั้นและเจ้าเป็นผู้ที่ทิ้งน้องของเจ้าเอาไว้เพราะแผนนี้แม่เป็นคนคิดเองเพื่อที่จะกำจัดเสี้ยนหนาม เพราะถ้าหากห้าวเฉินยังอยู่เจ้าก็จะไม่ได้รับมรดกของพ่อเจ้า ทั้งทรัพย์สินบ้านหลังนี้และกิจการค้าขายที่พ่อเจ้าสร้างเอาไว้”เหมยกุ้ยกดน้ำเสียงให้ต่ำลงราวกับว่าต้องการปรามบุตรชายและไม่อยากให้ใครมาได้ยินสิ่งที่นางพูดกับลูกชายเพียงคนเดียวถึงแผนการที่วางเอาไว้ให้จุ้นเฉียงพาน้องชายต่างแม่เข้าไปหากระต่ายในป่า แท้แล้วก็เพื่อที่จุ้นเฉียงจะได้ทิ้งน้องชายเอาไว้แล้วออกมาจากป่า
“มันก็คงต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วลี่จูในเมื่อเจ้าจะต้องเป็นผู้พาข้าออกจากป่านี้ข้าก็ถือว่าเจ้าคือผู้มีบุญคุณต่อข้าและข้าเองก็จะต้องตอบแทนต่อเจ้าเพียงแต่ว่า...”“เพียงแต่ว่าอะไรหรือ...ดูหน้าตาของเจ้าก็ยังไม่ค่อยสบายใจอยู่อย่างนั้น”“มันอาจจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดสักหน่อยที่ข้าหายเข้ามาในป่าแล้วจู่ ๆ ข้ากลับออกไปก็มีเจ้าตามติดไปด้วย ว่าแต่นี่ข้าเพิ่งจะเข้ามาอยู่ที่นี่เพียงแค่ราตรีเดียวใช่หรือไม่”“หนึ่งราตรีของป่าไผ่พันปีเท่ากับเวลา 1 เดือนของโลกภายนอก”“ว่ายังไงนะ!” ห้าวเฉินมีสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเช่นนั้น“อะไรกันนี่...นี่แสดงว่าข้าหายออกมาจากบ้านนานนับเดือนแล้วฉันนั้นรึ”“ใช่...ถ้าหากว่าท่านยังอยู่ที่นี่ต่อไปเวลาก็จะยาวนานมากขึ้นและหากเป็นมนุษย์ผู้ซึ่งมิได้บำเพ็ญญาณท่านก็จะต้องแก่ลงภายในเวลาอันรวดเร็วเพราะ 1 ราตรีของที่นี่เท่ากับ 1 เดือนของโลกภายนอกท่านคิดดูเอาเองแล้วกันว่าถ้าหากว่าท่านอยู่ที่นี่สัก 1 ปีแล้วอายุของท่านจะเป็นเช่นไร”“โอ๊ย...ป่านนี้ท่านพ่อกับท่านแม่คงจะต้องร่ำไห้พวกเขาคงจะคิดว่าค่าได้ตายไปเสียแล้วเป็นแน่”“เช่นนั้นจะรออะไรอยู่เล่า อย่าให้พวกเขาต้องเป็นห่วงและกังวล”
คำตอบของพี่จูทำให้ห้าวเฉินถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ“ว่าเช่นไรนะ หากเจ้าไม่ไปกับข้า ข้าก็จะไม่สามารถออกไปจากป่านี้ได้เช่นนั้นน่ะหรือ”“ท่านจำได้หรือไม่ว่าตอนที่ท่านเข้ามาน่ะท่านน่ะสามารถที่จะกลับไปเองได้หรือไม่เช่นไร”“ตอนที่ข้าเข้ามาตามทางเดินทอดตัวเข้าสู่อุโมงค์ป่าไผ่ เมื่อข้าหันกลับไปมองอีกครั้งก็ไม่เห็นทางออกเสียแล้ว”“นี่แหละคือป่าไผ่พันปี มันเป็นอาณาเขตหวงห้ามสำหรับมนุษย์ธรรมดา หากว่าเจ้ามิได้มีพลังในการบำเพ็ญเพียรหรือฝึกญาณในตัวของเจ้านานมากพอเจ้าก็จะเป็นแค่เพียงสิ่งมีชีวิตที่ถูกกลืนหายเข้ามาอยู่ในป่าแห่งนี้และจะไม่สามารถหาทางกลับออกไปได้อีกมีทางเดียวเท่านั้นก็คือข้าจะต้องจับมือท่านออกไปและนี่เช่นไรคือเหตุผลที่ว่าทั้งข้าและท่านเราจะต้องพึ่งพากันและกัน ที่ข้าบอกท่านมันไม่ใช่เป็นความประสงค์ที่ข้าต้องการจะแลกเปลี่ยนกับการได้ออกไปจากป่าแห่งนี้หรอกนะแต่ถ้าหากว่าข้าไม่ช่วยท่าน ท่านจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่เลยตลอดชีวิต”“โธ่เอ๊ย!...ชีวิตของข้า ใยถึงต้องเป็นเช่นนี้เล่า”เขาถึงถึงกับทรุดลงและนั่งที่ริมลำธารในเวลานั้นลี่จู่มองเขาด้วยจิตที่นึกสงสาร นางนั่งลงข้าง ๆ ห้าวเฉินและจับมือของคุณ











