Masukไอแซกและดาริโอกลับมาที่ปราสาท ตลอดทาง ดาริโอ แซวเขาเรื่องฉายาใหม่ เกือบตลอดทาง และพอถึงที่บ้าน อาหารวันนี้ก็ดันเป็นผัดมะเขือม่วงอีก
“ขืนแกพูดอีกชื่อนั้นอีกครั้งเดียว ชั้นจะเอาหน้ากระแทกโต๊ะซะ !” ไอแซกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดาริโอเห็นเบอร์โชว์ก็รู้เลยว่าใคร
“ซีโอ คุณเจ้าขา”
“เปิดลำโพง” ไอแซกสั่ง ดาริโอพยักหน้าเปิดลำโพงของโทรศัพท์
“สวัสดีคะ คานโลทั้งสอง นี่เจ้าขานะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นพวกเราทำลายร่องรอยให้หมดแล้ว และต่อจากนี้เจ้าขาจะเป็นติดต่อพวกคุณนะคะ”
“รับทราบครับ” ทั้งสองตอบรับราวกับนัดกันไว้
ทางด้านวงแคนดี้ เลโอพาส ก็กำลังกินอาหารเย็นกันอยู่ ยังดีว่า เทปที่ถ่ายวันนี้ไม่ได้รับความเสียหายอะไร เลยไม่มีการถ่ายซ่อมอะไร และก็เหมือนเคยพวกเธอไม่ได้ถูกสอบสวนอะไรเลย แต่ฮารุกลับถูกเพื่อนทั้งสอง สอบสวนอย่างหนัก
“ตกลง เธอจะบอกว่าเธอ ร่วมสู้กับนายชุดม่วงนั่นเหรอ” จอยยาถามเพื่อความแน่ใจ
“ช่าย !” ฮารุพูดพลางกินราเม็งเสียงดัง
“แล้วรู้สึกถึงอะไรได้บ้างมั้ย” ราโมน่าถาม
“ที่แน่ ๆ มีดมาเซเต้ที่เขาใช้ไม่ใช่อาวุธธรรมดา มันมีพลังปีศาจอยู่ในนั้น และเขาหล่อดีนะฉันว่า แล้วพวกเธอ เจอนายโยว่จังแล้วเป็นไง” ฮารุพูดหน้าตาเฉย
“โยว่จัง อะไรคือโยว่จัง” จอยยาขมวดคิ้ว
“ก็เห็นเขาพูด โยว่เฮ้ยตลอดไงเลยเป็นโยว่จัง” ฮารุพูดหน้าตาเฉย
“ไม่ได้เห็นตอนเขาต่อสู้เต็ม ๆ แต่สิ่งที่มั่นใจคือ เขามีพลังปีศาจแน่นอน จริง อีกข้อนะ เขาพูดติดสำเนียงอังกฤษ” ราโมน่าพูดอย่างมั่นใจ
“ข้อมูลได้ไม่น้อยเลยนะนั่น แต่ว่าพวกเขามีใครใช้กรงจักรเป็นอาวุธมั้ย” จอยยาพูดขึ้นมา
“ไม่เห็นนะ มีอะไร” ฮารุทำหน้าสงสัย
“มีกรงจักรลอยมาตัดหัวของมัน เลยคิดว่าอาจเป็นอาวุธของหนึ่งในสองคนนั่น” จอยยาพูดขึ้นมา แปลว่ามี นักล่าอีกคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยยังงั้นสิ
ที่บ้านของธนัสคอนเนอร์ บ้านหลังใหญ่กลางเมือง ทำเลทองเป็นย่านที่คนดังนิยมมาอยู่ ธนัส คอนเนอร์กำลังออกกำลังกายอย่างหนัก สำหรับดารานักแสดงอย่างเขาแล้วรูปร่างหน้าตาต้องดูดีที่สุด ตามเขาเคยพูดออกสื่อเสมอว่า
“เค้าคือร่างอวตารของความหล่อในโลกนี้”
ขณะที่กำลังออกกำลังกายผู้จัดการส่วนตัวของเขาก็เข้ามา ผู้จัดการส่วนตัวของธนัสเป็น ทอมบอย และญาติกับเขา เธอจะชอบให้ทุกคนเรียกเธอว่า แจ้คกี้ แต่ชื่อจริง ๆ ของเธอ เจนจิรา ซึ่งแจ้คกี้เป็นดูแลทั้งคิวงานของเขา ซึ่งธนัสไม่ได้มีแค่ความหล่ออย่างเดียว เขาเป็นคนที่เล่นได้ทุกบทบาท ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้จัดหลายคน
“ธนัส” แจ้คกี้เดินมาเขาด้วยท่าทาง อึดอัด ธนัสเลยถามไปว่า
“บริษัท บลัดโรส ติดต่อมาอีกแล้วเหรอ ก็บอกแล้วไงผมไม่ร่วมงานกับค่ายนี้หรอก”
“แต่ว่าพวกเขา เสนอเงินมากเลย ไป ๆ มา ๆ จะมากกว่าค่าตัวเธอแล้วนะ” แจ้คกี้พูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดาย
“แจ้คกี้ เธอน่าจะรู้นะว่าทำไมผมถึงไม่ยอมร่วมงานกับที่นี่ ผมหล่อเกินไปที่จะร่วมงานกับพวกทำหนังผู้ใหญ่นะ” ธนัสพูด บลัดโรส บริษัทหนังผู้ใหญ่ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ มันเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ในประเทศนี้ และค่ายรังกระต่ายเป็นเจ้าใหญ่ที่สุด ความพิเศษของค่ายนี้คือ สามารถดึงดาราดัง ๆ มาแสดงได้หลายคนแล้ว หรือหลายคนก็ได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงจากค่ายก็มีเหมือนกัน
“แต่ว่า...มันไม่ใช่การถ่ายหนังอะไรนะ แค่ให้เธอร่วมปาร์ตี้กับเจ้าของบริษัทเท่านั้น” ธนัสยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม
“พอเถอะ ไอ้มุขเดิม ๆ แบบนี้มันหลอกผมไม่ได้หรอก ให้ไปร่วมปาร์ตี้แต่จ่ายหนักขนาดนี้ ผมได้มีได้มีแค่ความหล่อนะ ผมมีสมอง ผมอาจโดนวางยาและยัดเยียดให้เป็นพระเอกหนังผู้ใหญ่ก็ได้นี่ เหมือนกับดาราบางคน ผมน่ะเข้าวงการมาได้ จากการเล่นหนังเกรดบี ก็จริงนะ แจ้คกี้ แต่ผมไม่เคยเล่นหนังผู้ใหญ่นะ และผมก็ไม่ร้อนเงินขนาดนั้น หรือว่าอย่าบอกนะว่า...” ธนัสเงียบไปครู่หนึ่ง จริงอยู่ธนัสเข้าวงการด้วยหนังเกรดบี แต่เพราะมันทำเงินจนตอนนี้ค่ายหนังค่ายกลายเป็นค่ายหนังขนาดใหญ่เบอร์ต้น ๆ ไปแล้ว เพราะหน้าตาและความสามารถของธนัสล้วน ๆ แจ้คกี้พูดไม่ออก
“เอาอีกแล้วสินะ ผมบอกแล้วไงอย่าไปหาเล่นการพนันแล้วเป็นไงล่ะ เงินไม่พอใช้อีกล่ะสิ”
ธนัสบ่น
“แค่รับงานนี้ ฉันก็หมดหนี้แล้วนะ ช่วยฉันหน่อยเถอะ” แจ้คกี้รีบพูดขอร้อง
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวผมจะเจรจากับเจ้าหนี้ให้แล้วกัน ผมเชื่อว่าความหล่อของผม คงจะทำให้เจ้าหนี้ ของเธอใจอ่อนได้บ้างล่ะนะ” ธนัสพูดขึ้นมา มันอาจเหมือคำพูดเล่น ๆ แต่ว่า ธนัสเองนี่ล่ะที่ให้เธอรอดจากเจ้าหนี้มาได้หลายครั้งแล้ว แจ้คกี้กัดฟันด้วยความไม่พอใจ
ณ บริษัทบลัดดี้โรส นี่น่าจะเรียกว่าเป็นเมืองย่อย ๆ เลยก็ว่าได้นอกกองถ่ายหนังผู้ใหญ่ ที่ดูจะลงทุนราวกับเป็นระดับบ็อกบลาสเตอร์ แถมภายในยังมีแหล่งบันเทิงมากมาย ส่วนมากก็จะเป็นบาร์ระบำเปลื้องผ้า โรงหนังที่ฉากในผู้ใหญ่ โรงแรม เรียกได้เป็นแหล่งรวมเรื่อง คาว ๆ มีทั้งเป็ดมีทั้งไก่ให้เลือก แจ้คกี้เดินเข้ามาในตึกกดไปที่ชั้น 13 ประตูลิตฟ์พาเข้าไปที่ห้องหนึ่ง กำลังจัดปาร์ตี้ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ เธอเป็นผู้หญิงสวยมาก จนดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ รูปร่างอวบอัดยั่วใจชาย หากชายใดเห็นก็ต้องมีหวั่นไหว หากผู้หญิงเห็นอาจรู้สึกหมั่นไส้เพราะความสวยที่เกินหน้าเกินตา เธอยู่ในชุดผ้าบางเบาสีฟ้า เผยให้ชุดชั้นในสีดำยิ่งทำให้ดูเย้ายวนเข้าไปอีก แจ้คกี้ถึงกับกลืนน้ำลาย แต่ก็หวาดกลัวเพราะ มีผู้ชายห้าคน ล้อมเธอยู่ทุกคนมีกุหลาบสีแดงติดที่เสื้อผ้า และสายตาที่มองมา ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มันทำให้เธอขนลุก เธอคือ มีอา เจ้าของบลัดดี้โรสและผู้ชายทั้งห้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ คือ แฟนหนุ่มของเธอ แจ้คกี้กลัวจนต้องก้มหน้า
“มีข่าวดีหรือเปล่าแจ้คกี้” มีอาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
“คือ...ธนัส...ไม่ตกลงค่ะ” แจ้คกี้พูดด้วยน้ำเสียงอึดอัด ชายหนี่งในห้าคนลุกขึ้นมา เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่หัวโล้น หน้าตาดุร้ายและเมื่อเทียบกับอีกสี่คนแล้วเขาดูจะหน้าตาดีน้อยกว่า เพราะที่เหลืออีกสี่คนราวพระเอกหนังทำเงินเลยทีเดียว
“เฮ้ย ! อะไรกันมันเป็นใครถึงได้กล้าปฎิเสธมีอาวะ”
“ใจเย็นก่อน มาร์ตัน ฉันว่าแจ้คกี้ต้องมีคำอธิบาย” มีอาพูดขึ้นมา แจ้คกี้อั้มอึ้ง จนมาร์ตันตะโกนใส่หน้า
“มีอะไรก็พูดมาสิโวย”
“คือว่า..เขาบอกว่า...เขาหล่อเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้” แจ้คกี้พูดออกมาจนได้ มาร์ตันกันฟัน เกิดประกายไฟขึ้นมาจากร่างกายของเขาทำให้ไฟติด ๆ ดับ ๆ ผู้ชายอีกสี่คนก็แสดงอาการไม่ค่อยพอใจนัก
“หมั่นไส้โวย !” ไคยิโมะพูดเสียงและฟาดฟันดาบมา ธนัสรับมือเพลงดาบ ได้ด้วยอย่างรวดเร็วแต่กระนั้นปลายดาบก็เฉียดเขาไปนิดเดียว ธนัสเลยเข้าโจมตี แทนแต่กลายเป็นไคยิโมะก้าวขาหลบได้ ทำให้ธนัสฟันอากาศเสียหลักไปแล้ว เป็นโอกาส ให้มันฟันดาบมา แต่ธนัสไวพอเลยได้แค่รอยขาดที่เสื้อ “งั้นดูสิว่าจะหลบดาบนี้ได้ยังไงกันหา” ไดยิโมะฟาดฟันดาบอย่างบ้าคลั่ง แต่ธนัสก็ยังหลบได้อีก “ไม่แกไวนะวะเนี่ย” ไดยิโมะเริ่มหงุดหงิดแล้ว “ก็เพราะว่า ข้าหล่อไงล่ะ” ธนัสพูดขึ้นมา “ไอ้หลงตัวเอง” ไดยิโมะฟาดอีกครั้งหนึ่ง ธนัสเลยพูดเย้ยว่า “คงเคยจะเล่นงานคนที่ไม่ทางสู้สินะ เจอของจริงเข้าไปหน่อย ก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสินะ แกมันก็กบในกะลาเท่านั้นล่ะ” ธนัสพูด ไดยิโมะนั้นเป็นคนที่อารมณ์ร้อนอยู่แล้ว เจอกวนโมโหไม่เลิกแบบนี้ ก็ฟิวขาดโจมตีรุนแรงขึ้น แต่กระบวนท่านั้นแทบจะไม่ได้เรื่องเลย ธนัสเลยปิดเกมหาจังหวะฟันสวนไปได้ ทันทีคมดาบของธนัสดับลมหายใจของอีกฝ่ายได้ในพริบตา “ฉันไม่เคยแพ้ใครว่ะ เพราะว่า ฉันหล่อ” ดาริโอปะทะกับเมสัน แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า แม้ว่า
“ผมหล่อแค่ไหนความสามารถในการแสดงก็มี ขนาดนั้นล่ะ” ธนัสตอบหน้าตาเฉย “แล้วนายต้องใช้เวลาศึกษาบทบาทแค่ไหนกัน” จอยยาถามต่ออีก ธนัสเลยตอบว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะให้รับบทประเภทไหนนั่นล่ะครับ” “นายทำหน้ากากปลอมตัวได้ใช่มั้ย” “ก็ทำได้อยู่หรอก คิดจะทำอะไรกัน” ไอแซกถามขึ้นมา “มีคนเดียวเท่านั้นล่ะ ที่เข้าออกที่นี่ได้แน่ ๆ และไม่มีใครกล้าตรวจด้วย” จอยพูดจบก็ทำเหมือนจะเอาหัวโขกพื้น ใช่แล้วคนคนนั้นคือ ลาซารัส ไอแซกเลยพูดว่า “ไอเดียนี่บ้ามากเลยนะนั่น” “ก็ถึงได้ถามไงว่า ธนัสจะแสดงได้หรือเปล่า” “มีคลิปวีดีโออะไรของหมอนั่นให้ดูคลิปแบบไหนก็ได้”คลิปของลาซารัสหาได้ไม่ยากนัก ธนัสใช้เวลาราว ๆ สองชั่วโมง เขาก็เลียนแบบท่ากราบของลาซารัสได้เหมือนมาก จนเหมือนเจ้าตัวมาเอง แถมการพูดการจาก็เหมือนลาซารัสอีกแค่หน้าไม่เหมือนเท่านั้น “งานนี้แกน่าจะได้ ออร์ก้า[1]เลยมั้งเนี่ย” ไอแซกพูดขึ้นมา เขาหันมาทางสามสาวแล้วพูดว่า “ถ้าผมไม่ได้กลับมา ผมขออะไรพวกคุณได้มั้ย” “อะไรเหรอ” ราโมน่าถ
เดอะ เนฟีลิม The Nephilim ตอนที่ 30 กู้ชีพ โกดะตอนนี้บาดเจ็บเลือดไหลอาบก็หัวเสียงดังลั่นก่อนจะพูดว่า “ไม่ได้ทำแบบนี้มานานแล้วนะ” ร่างของโกดะกลายเป็นสีดำ และใหญ่ขึ้นมีเขี้ยวงอกออกมา และมีเขางอกออกมา คราวนี้มันไม่ได้สู้ด้วยกระบองแล้วเป็นสู้ด้วยเขี้ยวและเล็บแทน ซึ่งมันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ยังดีที่ตอนนี้ โกดะมีความเร็วสูงจนมองแทบไม่ทัน หมัดที่ชกมานั้นขนาดว่าไม่โดนแต่แรงลมจากหมัดนั้นก็แรงพอที่จะทำให้ ธนัสเสียการทรงตัวได้ การต่อสู้ครั้งนี้เลยเหมือนการเล่นไล่จับซะมากกว่า ทางด้านจอยยา คู่ต่อสู้ของเมลเดเลอร์ ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่เข้ากันสุด ๆ แล้วเพราะพลังของมันคือไฟฟ้าและอาวุธของจอยยาคือดาบ ซึ่งเวลาที่เธอประชิดตัวของมันได้มันก็เปลี่ยนร่างไฟฟ้า ทำให้ดาบไม่สามารถระคายผิวของมัน แถมมันปล่อยไฟฟ้าซ้ำอีกครั้งหนึ่งดาบของจอยยากลายเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นดี “นี่เหรอ เนฟิลิมสายเทพ ก็ไม่เท่าไหร่นี่” เมลเดเลอร์พูดพลางหัวเราะเยาะเมื่อยินเช่นนี้จอยยาเลย นึกถึงสิ่งที่ธนัสเคยบอกเธอเอาไว้ “คุณต้องคิดว่าพ
หลายคนอาจมีเงินเช่าห้องแบบนี้ แต่จะได้นอนหรือเปล่ามันอีกเรื่อง เพราะหลายครั้งมีการแย่งห้องขังกันก็มี ส่วนอาหารต้องใช้เงินซื้อเอา ไม่ก็จะกินอาหารของนักโทษซึ่งมักจะเป็น เศษอาหารต้ม ๆ รวมกันนั่นล่ะ ซึ่งบอกเลยว่าการไม่มีผู้คุมนี่ล่ะทำให้ที่นี่อันตราย ดาริโอถอนใจและลองเอานาฬิกาไปขายที่จุดที่เรียกว่าจุดขายของซึ่งทำให้ได้เงินสดมาพอสมควร และยังเห็นว่าร้านนี้ มีบริการหลายอย่างแต่ต้องใช้เงิน หนึ่งในบริการนั้นคือ การติดต่อคนภายนอก “ทำได้ด้วยเหรอ” “ได้แต่ต้องใช้เงินมากเลยล่ะนะ ที่แกขายนาฬิกาน่ะไม่พอหรอกนะ” เจ้าหน้าที่พูดขึ้นมา ดาริโอหยักไหล่ เขาได้เลือกสีสเปย์มากระป๋องหนึ่งด้วย หามุมว่างพ่นสัญลักษ์ประจำตัว นักโทษหลายคนมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แต่เหมือนดาริโอจะไม่ได้สนใจอะไร ดาริโอกำลังจะเดินกลับไปที่ห้องขัง มีชายคนเดินเข้ามาหาเขา เขาเป็นชายร่างผอม ดูมอมแมมเป็นพวกคนไร้บ้าน และดูจากอายุแล้วน่าจะติดมานานแล้วด้วย “มีอะไร” “ฮ่ะ ๆ ผมมาฝากตัวกับลูกพี่น่ะครับ” ดาริโมมองมันอย่างสงสัย “ลูกพี่เป็นคนแรกเลยนะครับเนี่ย ที่ออกจากห้องรับน้อ
เดอะ เนฟีลิม The Nephilim ตอนที่ 29 คุกนรก 2 “ยินดีต้อนรับนะทุกคน ผม ตารดอร์ เป็นผู้ดูแลอีกคนที่นี่ พวกคุณคงจะรู้นว่ามานี่ทำไม” ตารดอร์ชายไว้หนวดพูดน้ำเสียงสุภาพ แต่เนื่องจากเห็นนักโทษด้วยกันโดนกระทืบและโดนฆ่าไปต่อหน้าต่อแล้ว ทำให้นักโทษแทบจะไม่อยากพูดอะไรอีก “นี่ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายนะ อยากได้ห้องขังก็ตามราคานี้เลยนะครับ เป็นเงินนะครับ ไม่ใช่บุหรี่ ไม่ใช่ขนม ที่นี่คือใช้เงินเท่านั้นนะครับ เงินอย่างเดียว” ตารดอร์พูดลางส่งรายการให้ ทุกคนที่เห็นตกใจ ค่าห้องถูกสุดคือ 5,000 บาท ต่อเดือน แพงสุดก็ 30,000 บาท นี่มันการรัดเลือดกับปู[1]ชัด ๆ นักโทษบางคนก็ดูจะไม่ตกใจมากนัก เพราะเขาอาจจะมีญาติข้างนอกค่อยส่งเสีย แต่คนที่ไม่มีล่ะจะทำไง “คนไม่จะให้ทำไงล่ะ พวกเราเป็นนักโทษนะ” ดาริโอพูดขึ้น ไดยิเมะกำลังจะเดินมาเอาเรื่อง แต่ตารดอร์ยกมือขึ้นห้ามไว้ “มีห้องรวมสำหรับคนทำงาน ทำงานแลกห้องนอน แลกอาหารครับ ถ้าไม่ทำก็ไปนอนตามข้างทางก็ได้มีให้นอนเพียบเลย” ตารทอร์พูดหน้าตาเฉย “บะ...แบบ...นี้มัน ไม่ผิดหลั
ราโมน่าใช้หอกอย่างชำนาญ จัดการพวกหุ่นลองเสื้อได้ แต่ทุกครั้งที่มันถูกทำลาย ควีนนี่จะร่ายมนตร์ให้มันมารวมกัน แม้ว่าจะไม่ใช้การรวมที่ออกมาเหมือนเดิม อย่างบ้างตัวแขนขาอยู่ผิดตำแหน่ง ทำให้ดูแล้วขนลุกแปลก ๆ แต่ราโมน่านั้นยังคงต่อสู้ต่อไปเรื่อย ๆ “อะไรกันไม่ได้มีพลังเทพหรือปีศาจนี่ นี่เธอไม่ได้เป็นเนฟิลิมเหรอ เสียเวลาซะมัด” ควีนนี่ส่งสัญญาณเหล่าหุ่นโชว์เสื้อรีบจับตัวเธอไว้หอกหลุดจากมือ ราโมน่าพยายามดิ้นรน “เป็นแค่นักร้องจริง ๆ สินะ ทำไม ทำไม มาล่าปีศาจล่ะเนี่ย พลังอ่อนขนาดนี้”ควีนนี่พูดเย้ย ราโมน่าถอนใจแล้วพูดว่า “ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลยนะจริง ๆ” ราโมน่าพูดเธอออกแรง เหวี่ยงหุ่นโชว์เสื้อ และใช้หมัดเข้าโจมตี และออกมือออกเท้า พละกำลังของเธอมีมากอย่างไม่น่าเชื่อ หุ่นโดนหมัดของเธอเสียหาย มากกว่าตอนโดนหอกซะอีก “ความจริงพลังเทพของฉันมีน้อย แต่สิ่งที่ฉันมีจริง ๆ คือพลังกล้ามเนื้อนี่ล่ะ” ราโมน่าพูดและเข้าต่อสู้ทันที ควีนนี่ร่ายมนตร์ให้หุ่นลองเสื้อทั้งหมดรวมตัวกันเป็นตัวเดียว มันตบฝ่ามือหมายจะทุบราโมน่าให้แหลกแต่ราโมน่าต้านเอาไว้ได้ และกระชาก







