共有

บทที่ 5 เป็นเพื่อนกัน ไม่หนักหนา

last update 最終更新日: 2026-02-06 21:42:23

บทที่ 5 เป็นเพื่อนกัน ไม่หนักหนา

คำตอบของเซรอนทำเอาเขาค้างไปเช่นกัน “สวย” ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินใครชมเขาว่าสวยเลยสักครั้ง และเขาก็ห่างไกลจากคำนั้นโดยสิ้นเชิง

“เอ่อ”

เซรอนค้างไปกับภาพตรงหน้า ราวกับร่างเล็กของวิลเลียสถูกโอบล้อมไปด้วยเวทมนต์เฉพาะตัวบางอย่าง ที่ร่ายออกมาสะกดสายตาเขาไม่ให้ละไปจากแผ่นหลังที่มีเส้นผมเงินยาวหล่นละลาดไหล่เล็กเนียนละเอียด และเมื่อประกอบกับซีกหน้าอ่อนเยาว์ที่หันมา มันยิ่งทำให้ภาพจิตกรรมภาพนี้สมบูรณ์แบบจนเขาเผลอเอ่ยคำนั้นออกมา

“เอ่อ ฉันหมายถึง พิสทิลของนายงดงามมาก” เซรอนรีบแก้ต่างและซ่อนซีกแก้มที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างลืมตัว

“มีจริง ๆ สินะ”

“เป็นเช่นนั้น เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าสิ่งที่คิดนั้นเป็นจริงดังว่า”

“มีกระจกไหม?” วิลเลียสนึกอยากเห็นร่างของตัวเองบ้าง เซรอนจึงเดินไปหยิบกระจกออกมาจากลิ้นชักเก็บของมา เขาทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกบานกระจกนั้นขึ้นดู

ภาพใบหน้าที่ปรากฎขึ้นในกระจกทำเอาเขาตกใจไม่น้อยแต่ก็เก็บอาการนั้นเอาไว้จนมิด

ดูเด็กจัง

“นายคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่ ในกระจกนี่ฉันดูเด็กชะมัด”

“ถ้านับจากข่าวลือฉาว เราน่าจะอายุเท่ากัน” เซรอนทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

“เท่ากัน? แต่ทำไม...”

“เป็นลักษณะพิเศษของโอเมก้าน่ะ ร่างกายของโอเมก้าจะแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ อย่างชัดเจน มักจะตัวเล็กดูน่ารักและงดงามกว่าคนทั่วไป ถ้ามีโอกาสออกไปนอกเมืองนายอาจจะได้เจอโอเมก้าคนอื่น ๆ ...ทันทีที่ได้พบนายจะสามารถจำแนก ทั้งอัลฟ่า เบต้าและโอเมก้าได้ง่ายดายเชียวล่ะ เพียงแต่โอเมก้าชายเช่นนายหายากเกินกว่าจะเดินเจอได้ตามท้องถนน”

“โอเมก้าเพศชายจะดูเหมือนเด็กผู้หญิงแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก อาจมีเพียงนายที่งดงามขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเส้นผมและนัยน์ตาของนายที่ทำให้นายดู... น่าหลงใหลกว่าคนอื่น ๆ”

วิลเลียสฟังคำอธิบายจากเซรอนพลางพิจารณาใบหน้าของตัวเองไปด้วยใจที่แสนจะเหลือเชื่อ จากหนุ่มผิวเข้มร่างกายกำยำ บัดนี้กลับมาอยู่ในร่างที่มีแววตากลมโตสีม่วงอ่อน ประกายเงินทุกครั้งที่ต้องแสงแดด ริมฝีปากอิ่มบางได้รูป และเขาไม่แปลกใจแล้วที่เซรอนจะเผลอบอกว่าเขาสวย เพราะเขาเองยังเผลอหลงในใบหน้านี้อยู่ไม่น้อย

เกิดใหม่ได้สวยโคตร

ในขณะนั้นเอง เซรอนได้คว้าเข้าที่ชายเสื้อที่ขาดวิ่นขึ้นมา

“ใช่จริง ๆ นี่คือลายปักรูปเถาองุ่นทองคำ ตราประจำตะกูลฟรอส และมีเพียงคนในสายเลือดเท่านั้นที่จะสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่ปักลายพวกนี้” เซรอนกล่าวพลางมองวิลเลียสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล

“นาย... ถูกใครทำร้ายมากันแน่?”

วิลเลียสมองสบแววตานั้นก็พาเอาในอกสั่นไหวไปด้วยความกังวลอย่างไม่อาจห้าม ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นมาจากข้างใน เขาสัมผัสได้ว่าร่างนี้กำลังเสียใจ แต่เขาไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร

“ฉันมั่นใจว่านายจะต้องเป็น วิลเลียส ฟรอส บุตรชายคนโตในข่าวลือนั่นแน่ แต่ทำไมฟรอสจึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ ทั้งที่เก็บมันเป็นความลับมาได้ตั้งนานหลายสิบปี”

“ไม่รู้สิ” เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น ไม่รู้แม้กระทั่งสิ่งที่อีกฝ่ายฝากฝังไว้

ช่วยแก้ไขมันที’ วิลเลียส ฟรอส ... นายต้องการให้ฉันช่วยแก้ไขอะไรกันนะ

ในหัวของเขาตอนนี้เมไปด้วยความสงสัยมากมายว่าถ้าช่วยได้สำเร็จ ร่างนี้จะว่างเปล่าหรือถูกเอาคืนไป วิญญาณของเขาจะเป็นอย่างไรต่อ จะดับสลายไปแบบที่ใคร ๆ บอกว่าเป็นการไปสู่สุขติเลยหรือเปล่า

วิลเลียสติดอยู่ในภวังค์ที่ตัวเองสร้างขึ้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รูตัวอีกทีก็หันมาเจอสายตาประหลาดของเซรอนที่ใช้มองมา

“ทำไมจ้องฉันแบบนั้น?” เซรอนมีท่าทีลังเลใจไม่น้อย ก่อนจะตอบ

“ฉันรู้สึกคาใจบางอย่าง เพราะนายดันดูเหมือนใครบางคน”

“ใครบางคน?”

“อืม ใช่ นายดูเหมือนคนในหนังสือเล่มหนึ่ง”

“หือ?”

“ฉันจะพาไปดู แต่ก่อนอื่นเราจะต้องแต่งตัวให้นายใหม่ แบบนี้มันดูสะดุดตาผู้คนมากเกินไป ยิ่งวันนี้มีงานเปิดประตูโรงเรียนด้วยคนจะยิ่งเยอะ”

ว่าจบเซรอนก็จัดการนำเสื้อผ้าในตู้ออกมาให้เขาเปลี่ยน แต่เพราะสัดส่วนที่แตกต่าง เขาจำเป็นต้องพับทั้งแขนเสื้อและขากางเกงขึ้น ก่อนอีกฝ่าจะส่งหมวก ผ้าพันคอ และแว่นตาดำมาให้เขา โดยให้เหตุผลว่าทั้งสีผมและสีตาของเขามันเด่นเกินไป

“เซรอน... นี่คือไม่เด่นแล้วใช่ไหม?” เขาถามออกไปหลังจากสวมทุกอย่างลงตามที่เซรอนให้

“มันก็... เด่นนน้อยลงมานิด แต่ฉันว่าใช้ได้ อย่างน้อยเครื่องแบบนักเรียนนี้ก็ปกปิดกลิ่นโอเมก้าของนายได้บ้าง”

“นี่เหรอ?” เขาหยิบเสื้อที่อีกฝ่ายว่าขึ้นมาดม

“มันเป็นชิ้นที่มีเอาไว้ใส่ช่วงที่อัลฟ่าหรือโอเมก้าเข้าใกล้ช่วงพิเศษน่ะ” เซรอนตอบก่อนจะเดินนำออกจากห้องพักไป

ระหว่างทางทำให้วิลเลียสตระหนักแล้วว่าโรงเรียนสเตรย์บิลที่ว่า ยิ่งใหญ่สมกับเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดจริง ๆ

“ว่าแต่ นายไม่มีเรียนหรือไง?” เขาแอบเห็นว่าเซรอนชะงักไปนิดก่อนตอบออกมาเบา ๆ

“อันที่จริงก็มีเรียนนะ แต่เป็นแค่วิชาปรุงยา ฉันได้คะแนนเต็มมาตลอด ขาดแค่คาบเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอก”

“ปรุงยา? ไหนว่าเรียนเอกดาราศาสตร์?”

“เป็นวิชาเลือกน่ะ”

“อ๋อ เข้าใจแล้ว แล้วนี่เรากำลังจะไปไหนกัน” เซรอนหันมาก่อนจะมองเขาดุ ๆ

“เฮ้ บอกให้ใส่เอาไว้ไง” มือหนายื่นมาขยับผ้าพันคือขึ้นให้บดบังใบหน้าและขยับแว่นที่เขาเลื่อนขึ้นลงมาสวมให้เรียบร้อย

“มันหายใจลำบากนี่” วิลเลียสบ่น แต่ก็ยอมทำตาม

“อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้วอดทนหน่อย”

“สรุปพาไปที่ไหน?”

“หอสมุดกลาง ระวัง!” เซรอนรีบคว้าตัวเขาหลบคนที่เดินสวนจนไหล่เขากระแทกเข้ากับอกของอีกฝ่าย “บอกแล้วว่าวันนี้คนเยอะ นายเดินก็ต้องคอยระวังด้วย พัดหลงไปจะยุ่ง”

“เข้าใจแล้วน่า ปล่อยได้แล้ว” วิลเลียสตอบหน้ายุ่ง รู้สึกพิลึกนิดที่ถูกโอบโดยผู้ชายตัวสูงแบบนี้เป็นครั้งแรก

“ขอโทษ ฉันแค่ตกใจ”

“ไม่เป็นไร คนก็เยอะจริง ๆ นั่นแหละ ฉันขอจับนายไว้ก็แล้วกัน” วิลเลียสว่าพลางยื่นมือไปจับชายแขนเสื้อของเซรอนเอาไว้หมิ่น ๆ เซรอนยกยิ้มขึ้นก่อนจะคว้ามือเขาให้จับข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้แน่นแทน

“จับแค่นั้น เกิดโดนฝูงนักเรียนเบียดเข้าก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ จับแบบนี้จะได้ไม่หายไปไหน” เขาว่าพลางส่งยิ้มปนเสียงขำอย่างเอ็นดูไปให้ วิลเลียสจึงกระชับจับเอาไว้แน่นตามที่บอก ก่อนจะออกเดินไปตามแรงจูงของคนด้านหน้า มุมนี้ทำให้เขาเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายเต็มตา แผ่นหลังกว้างรับกับส่วนสูง ทำให้ร่างตรงหน้าดูสูงโปร่ง แม้นายตัวจะบอกว่าเบต้าเป็นเพียงคนธรรมดาไม่โดเด่นอย่างอัลฟ่าหรืองดงามแบบโอเมก้า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซรอนจัดว่าเป็นหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว ยิ่งยามที่ผมสั้นประบ่านั่นพริ้วไปตามลม บวกกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ประจำตัวยิ่งทำให้เซรอนเต็มไปด้วยมาดของชายอบอุ่น

เฮ้อ คิดถึงวิวตอนที่เขาสูงประมาณนั้นจัง

“นี่วิลเลียสเห็นทางนั้นไหม” เซรอนอหันมาชวนให้เขามองไปยังกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่สวมหมวกปีกกว้างแล้วมีชายผ้าทิ้งลงมาพาดบนไหล่

“นั่นเป็นนักเรียนจากรัฐโอวา บ้านเกิดฉันเอง”

“ชุดของพวกเขาดุดีมากเลยนะ”

“ใช่ เพราะเราชำนาญเรื่องเครื่องนุ่งห่ม และการตัดเย็บมาก ที่นั่นเต็มไปด้วยศิลปินมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นนะ ศิลปะด้านอื่น ๆ เองก็เก่งมาก”

“เครื่องแบบนั่น บ่งบอกตัวตนได้ดีเลยนะ” วิลเลียสว่า ก่อนจะถูกชวนให้ดูคนอื่น ๆ ต่อ

“ส่วนทางนั้นเป็นเด็กจากรัฐยูท่าห์ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ นายลองเดาดูสิว่ารัฐนี้เก่งเรื่องอะไร” คนตังสูงโยนคำถามมาให้ เขาจึงมองเครื่องแบบนักเรียนที่คล้ายกับชุดทหารราวกับเป้นองค์ชั้นสูง

“เป็นพวกรัฐทหารหรือเปล่า?” เซรอนหลุดขำออกมาก่อนตอบ “ชัดใช่ไหมล่ะ ถูกต้องพวกเขาเป็นรัฐทหาร และชำนาญเรื่องการขุดเหมืองหาแร่ เด็กทุกคนจึงถูกฝึกให้มีร่างกายแข็งแรงบึกบึนและทนทานต่อภูมิอากาศร้อนและแห่งแล้ง”

“พวกเขาดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่เลยนะ” วิลเลียสออกความเห็น

“ใช่ นั่นเป็นลักษณะเฉพาะของพลเมืองที่นั่น เพราะฉะนั้นพยายามอย่าไปยุ่งด้วยจะดีที่สุด”

“เข้าใจแล้ว แสดงว่าโรงเรียนนี้โด่งดังมากจริง ๆ ถึงได้มีนักเรียนจากหลายรัฐมาดูงานที่นี่มากขนาดนี้”

“ใช่ แคว้นเซเลสเทียน่ะ มีรัฐใต้ปกครองทั้งหมดสี่รัฐ  โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ในรัฐเดลา เมืองแห่งการศึกษา มีโรงเรียนมากมายที่นี่ ทุกที่ล้วนมีความชำนาญเฉพาะทาง  มีแลปของนักทดลองมากมายคอยคิดค้นสิ่งใหม่อยู่เสมอ ทั้งนักประดิษฐ์ นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์ แต่สเตรย์บิลคือยอดน้ำแข็งของการศึกษา”

“งั้นนายคงเรียนเก่งมากเลยถึงสอบติดที่นี่ได้”

“หึ ไม่หรอก แค่นักเรียนธรรมดาทั่ว ๆ ไปเท่านั้น อ้อจำที่บอกได้ไหม เรื่องของรัฐแคโรที่ปกครองโดยตระกูลฟรอส”

“อืม จำได้”

“ที่นั่นอยู่ไม่ไกลจากเมืองเดลา มีเพียงป่าสนและธารน้ำกั้น แต่ป่านั้นส่วนที่แคบที่สุดกว้างถึง 20กิโลเมตรเลยนะ พื้นที่รวม ๆ มีขนาด 150,000 ตารางกิโลเมตรเลยล่ะ”

ป่าสนที่ว่า คงเป็นป่านั้นสินะ

“ว่าแต่เมืองนั้นมีอะไร?”

“อ๋อ แคโรน่ะ นับได้ว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎของแคว้นเลย พื้นที่ทองคำเลยล่ะ ดินดี อากาศดี เพาะปลูกพืชผลอะไรก็งอกงาม แถมมีท่าเรือที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด แม้แต่น่านน้ำของรัฐโอวาที่เป็นเกาะยังเทียบไม่ได้เลย”

“แบบนั้นคงไม่แปลกที่ตระกูลนั้นจะเก็บซ่อมฉันเอาไว้”

“ใช่ เป็นตระกูลที่สูงส่ง และสืบสายเลือดอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์มาหลายช่วงอายุ”

“การมีโอเมก้าเกิดมาคงเป็นจุดด่างพร้อยจนไม่มีใครอาจพูดถึง”

“...ฉันเสียใจที่มันอาจเป็นเช่นนั้น แต่ไม่เป็นไร นับจากนี้นายคือเพื่อนฉัน และฉันก็ยินดีเป็นเพื่อนกับนาย นายไม่ต้องห่วงสิ่งใดฉันจะดูแลนายเอง”

“มั่นใจขนาดนั้นเลย” วิลเลียสแกล้งถามพลางมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ เซรอนหลุดขำออกมาพร้อมผลักศีรษะของเขาเบา ๆ

“อย่ามองฉันแบบนั้น ฉันพูดจริง ทุกวันนี้ฉันก็ไม่ได้มีเพื่อนมากนัก มีนายเพิ่มมา ไม่หนักหนาอะไรนักหรอก”

“อ๋อ เพื่อนไม่คบ” เขาแกล้งว่าลากเสียงยาวอย่างล้อเลียนออกมาอีก จนอีกฝ่ายรีบแย้งขึ้นมาทันควัน

“ใช่ที่ไหน! ฉันยินดีที่จะอยู่เงียบ ๆ ต่างหาก มากคน มากความ”

To be continued...............

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 14 เพื่อนร่วมทาง

    บทที่ 14 เพื่อนร่วมทางวิลเลียสตื่นขึ้นจากเสียงเคาะประตูของทอนซ์ หนุ่มน้อยวิ่งขึ้นมาตามพวกเขาให้ลงไปทานมื้อเช้าด้วยกันข้างล่างหลังจากที่ทั้งสองเตรียมตัวเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้วอาหารเช้าถูกจัดเตรรียมไว้ให้เรียบร้อย พร้อมเสบียงและน้ำดื่มเพิ่มเติมให้พวกเขาติดตัวสำหรับเดินทางต่ออีกด้วยวิลเลียสมองไปรอบ ๆ บ้าน บรรยากาศยังคงเงียบและเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็คลี่คลายลงจากเมื่อคืน เจ้าของบ้านเอ่ยลาพร้อมส่งรอยยิ้มเศร้ามาให้“เดินทางปลอดภัยนะ”รถที่นั่งต่อเข้าไปยังรัฐแคโร รอบนี้ไม่ต่างจากคันแรกนัก แต่จะกว้างกว่าและมีคนเดินทางไปด้วยเยอะกว่าเดิม ทำให้ต้องนั่งเบียดกัน จนเขาทั้งคู่ไม่อาจหลบเลี่ยงอัลฟ่าคนนั้นได้“ไง” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยทักทั้งรอยยิ้มกว้างเซรอนทีคอยกันวิลเลียสเอาไว้ส่งยิ้มตอบเมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทางเป็นมิตรและไม่ได้วางท่าข่มคนอื่นแม้แต่น้อย ติดจะขี้เล่นขี้คุยเสียด้วยซ้ำ เขาจึงผ่อนคลายลงกล่าทักทายอีกฝ่ายกลับ จนทราบว่าอัลฟ่าหนุ่มคนนี้ชื่อรีลิฟฟ์ เป็นอัลฟ่าที่มาทำงานในกรมการศึกษาระหว่างรัฐ และกำลังเดินทางกลับบ้านที่รัฐแคโร“ทั้งสองคนเรียนอยู่ที่โรงเรียนสเตรย์บิล อย่างนั้นเหรอ” อัลฟ่าที่

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 13 โรคทมิฬ 2

    บทที่ 13 โรคทมิฬ 2 “นี่แหละ...โรคทมิฬที่เคยบอก”วิลเลียสหันไปตามเสียง ก่อนจะหันกลับมาที่ร่างสีดำในห้องสลัว เขามีร่างกายที่ซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก ผิวหนังดำคล้ำแห้งเหี่ยว ร่างกายบิดผิดรูปจนเจ้าของร่างได้แต่อ้าปากค้างกว้างน้ำลายไหลเปรอะเปื้อน ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลนหลุดออกมา ร่างกายเกร็งจนคอแทบพับไปข้างหลังสองแม่ลูกนั่งกอดกันร้องไห้ระงมอยู่ข้างเตียง นี่เป็นภาพที่ทั้งหดหู่และสยดสยองที่สุดตราบที่เขามีชีวิตมาเลย“แจ้งทางการเถอะครับ ทิ้งไว้แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อใครเลย” เซรอนตัดสินใจพูดออกมา เพราะอาการป่วยของคนตรงหน้านั้น เกินกว่าจะยื้อเอาไว้แล้วคนเป็นแม่ได้แต่สะอึกสะอื้น สายตาห่วงหายังคงจับจ้องไปที่ร่างของลูกชายคนโต “ถ้าแจ้งไป ทางการก็จะมาพาตัวเขาไป แม้แต่ตอนตายก็คงไม่ได้บอกลากัน พวกเราทำใจไม่ได้หรอกค่ะ”“แต่ทิ้งไว้แบบนี้ คนในหมู่บ้านก็จะเสี่ยงไปด้วยนะครับ!” เซรอนพูดออกมาเสียงเครียด การพบผู้ติดเชื้อแต่ไม่ส่งให้ทางการนับเป็นความผิดทางกฎหมายขั้นร้ายแรง“เขาเป็นเด็กดี ขยัน แต่ทำไม… ทำไมต้องมาติดไอ้โรคบ้า ๆ นี้ด้วยล่ะ! เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย!” คนเป็นแม่โวยวายออกมาสุดเสียงแล้วร้องไห้จนตัวโยน “ฮือออ

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 12 โรคทมิฬ 1

    บทที่ 12 โรคทมิฬ 1หลังจากที่พวกเขาไปพบกับศาสตราจารย์ลีโอนีเมื่อวันก่อน เซรอนได้ปรึกษาพูดคุยกับอีกฝ่ายเรื่องการเดินทางและเรื่องที่ศาสตราจารย์จะช่วยออกหน้าให้อยู่พักใหญ่โดยแจ้งเรื่องขอหยุดเรียนช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อไปเป็นนักศึกษาอาสาลงพื้นที่ในภาควิชาปรุงยาของตน“เอาเอกสารนี้ติดตัวไป หากเกินเรื่องอะไรให้นำมันออกมายืนยันกับเจ้าหน้าที่”เซรอนกล่าวขอบคุณพร้อมรับปากว่ารากพิสทิลจะถูกส่งมาถึงมือศาสตราจารย์เพิ่มอีกในเช้าวันรุ่งขึ้นสองวันถัดมาหลังเตรียมของสำหรับเดินทางครบถ้วน พวกเขาก็มาพร้อมกันที่ท่ารถฉันมเมือง พวกเขาเลือกใช้การเดินทางโดยรถม้าแทนรถไฟเพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่รวมกับคนหมู่มากเป็นเวลานาน เขาไม่รู้ว่าช่วงฮีทของวิลเลียสจะมาช่วงไหน ดังนั้นจำกัดจำนวนคนที่เดินทางไปด้วยน่าจะดีกว่า“เราต้องเดินทางเข้าเมืองแคโร เพื่อผ่านทางหลวงไปยังเมืองฟอร์มิสทางตอนเหนือนะวิลเลียส แต่ที่ฉันกังวลคือคนที่เคยทำร้ายนาย” เซรอนว่าออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวลตามปากว่า“พวกมันคงคิดว่าฉันตายไปแล้วมากกว่า”“คิดเช่นนั้นหรือ? แต่อย่างไรเราก็ควรระวังตัวเอาไว้ก่อน”“เข้าใจแล้ว จะคอยระวังนะ" เซรอนพยักหน้ารับ “การเดินทางอาจล

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 11 ศาสตราจารย์

    บทที่ 11 ศาสตราจารย์“วิลเลียส วิลเลียส ตื่น” เซรอนที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินมาปลุกวิลเลียสที่ยังคงหลับอยู่ ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้คนตัวเล็กสะลึมสะลือลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย “หือ ใครอ่ะ?”“ฉันเอง” เซรอนตอบ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ย ความทรงจำของเมื่อวานก็ไหลเข้ามาในหัวทันที ไม่ใช่ความฝัน“ตื่นนานแล้วเหรอ?” เขาลูบหน้าตั้งสติแล้วถามอีกฝ่ายกลับ เมื่อเห็นว่าเพื่อนใหม่แต่งเครื่องแบบนักเรียนเช่นเดียวกันกับเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว“สักพักแล้วล่ะ นายควรเตรียมตัวได้แล้วนะ เดี๋ยวจะสายเอา”“ไปไหน?” วิลเลียสลุกไปหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพาดไหล่ หลังจากเก็บที่นอนเรียบร้อย “ไปหาคนที่จะช่วยเราได้ไง”เซรอนเดินนำวิลเลียสไปยังอาคารสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางปีกขวาของโรงเรียน พวกเขาเดินมาจนถึงห้องที่มีประตูไม้สีดำ เซรอนไม่รีรอเคาะประตูไม้สองสามครั้ง“เข้ามา” ไม่นานเสียงตอบรับจากข้างในก็เอ่ยอนุญาต บานประตูจึงถูกผลักเข้าไปเบา ๆทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก ก็ปรากฎห้องที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มีอุปกรณ์มากมายวางกองไว้ที่มุมห้อง โต๊ะขนาดใหญ่ถูกวางเด่นสะดุดตาอยู่กลางห้อง บนนั้นมีทั้งหนังสือที่เปิดค้า

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 10 เรียนรู้โลกใหม่

    บทที่ 10 เรียนรู้โลกใหม่ทางเดินคดเคี้ยวตามคำบอกของดาด้านั้นไม่เกินจริง พวกเขาเดินเบียดเสียดกับผู้คนที่แวะเวียนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ ผู้คนก็เริ่มบางตา ร้านส่วนใหญ่จะขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการศึกษา จำวพวกหนังสือและอุปกรณ์เฉพาะทางต่าง ๆ จากที่เขาสังเกตุดูเหมือนโลกนี้จะยังอยู่ในช่วงที่กับคล้ายยุคกลางของโลกเดิม ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก เท่าที่เห็นยังคงใช้รถม้าในการเดินทาง และมีรถรางทั้งเครื่องไอน้ำและเคเบิลอยู่ในช่วงกำลังเปลี่ยนผ่านสินะ“รอตรงนี้นะ ฉันเข้าไปไม่นาน”เซรอนขอให้เขารออยู่นอกร้านที่เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรทั้งแบบสดและตากแห้งแขวนอยู่เต็มไปหมด มีพืชหลายอย่างที่ดูแปลกตา และเนื่องจากขนาดร้านที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ พืชสมุนไพรหลายชิ้นจึงถูกวางสุมเป็นกองโตวิลเลียสยืนหลบอยู่ที่มุมหน้าร้าน มีลูกค้าเดินเข้าออก บางประปราย แต่ทุกคนล้วนออกมาพร้อมถุงหรือไม่ก็กระสอบใบใหญ่เซรอนเข้าไปไม่นานอย่างที่บอก เขาเดินออกมาพร้อมห่อกระดาษขนาดย่อม วิลเลียสไม่ได้สนใจถามว่าอีกฝ่ายเข้าไปซื้ออะไรจากร้านนั้น เพราะสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาตอนนี้คือรถรางไอน้ำที่ส่งเสียงหู

  • เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม   บทที่ 9 ไทม์สแคว์

    บทที่ 9 ไทม์สแคว์ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงตลาดในเมืองเดลาที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากหลายรัฐ มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ในไทม์สแควร์ นอกจากพ่อค้าแม่ค้าแล้วยังคับคั่งไปด้วยผู้คนท่าทางภูมิฐานดูมีความรู้ แต่ละคนมักจะถือสมุดหรือไม่ก็หนังสือเล่มหนาในมือ ซึ่งสมกับที่เป็นเมืองแห่งการศึกษาจริง ๆ“คนที่นี่ดูมีความรู้กันทั้งนั้นเลยนะ”“ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในเมืองนี้เป็นนักศึกษาหรือไม่ก็อาจารย์ที่เข้ามาศึกษาต่อจากรัฐอื่นน่ะ”เดินมาสักพักเซรอนก็พาเลี้ยวเข้าร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง มือหนาผลักเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคยกุ๊งกิ๊ง~“สวัสดีครับ ขอรบกวนหน่อยนะครับ” เซรอนเอ่ยทักทายคนในร้าน“ไงเซรอนวันนี้มีแบบเสื้อผ้าอะไรมาเสนอหรือจ๊ะ” เจ้าของร้านหนุ่มหน้าสวยเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง“ลืมบอกไป ฉันออกแบบเสื้อผ้าส่งให้กับทางร้านเป็นงานอดิเรกน่ะ” คนตัวสูงหันมากระซิบ ก่อนหันไปเอ่ยปฏิเสธเจ้าของร้านอย่างสุภาพ“วันนี้ไม่งานมาเสนอหรอกครับ แต่มีเพื่อนมาด้วย อยากให้ดาด้าช่วยหาชุดเหมาะ ๆ สักสองสามชุด สะดวกไหมครับ”“แฟน?” ดาด้ามองจับผิดเซรอนที่ยกมือบอกปัด “ไม่ใช่ นี่เพื่อนครับ”“แหม ๆ ก็เห็นพาหนุ่มน้อยโอเมก้ามาคิดว่าจะเป็นแฟนเสี

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status