Beranda / แฟนตาซี / เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path) / การทดสอบเข้าสำนักเซียน

Share

การทดสอบเข้าสำนักเซียน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-25 12:13:44

...สำนักเซียนอวิ๋นเจิ้งตั้งตระหง่านบนยอดเขา สูงเสียดฟ้า หลังคาและเสาสีเงินแวววาวสะท้อนแสงแดด ลมพัดผ่านสวนหินและน้ำตกใสสะท้อนรุ้ง แผ่ความสงบและศักดิ์สิทธิ์

หลินเซียนเดินขึ้นเขาสูงมาจนถึงลานทดสอบกว้างใหญ่ด้านในสำนัก 

ทันทีเหล่าคุณชายผู้สมัครคนอื่นเห็นหลินเซียนในชุดชาวบ้านเก่าๆขาดๆก็ถูกดูถูกทันที

“ไอ้ขยะบ้านนอกมาจากไหนนี่?… ไปๆ ชิ่วๆ อย่ามาเกะกะที่นี่!”

“แต่ดูใบหน้าหวานๆนั่นสิ หรือเขาจะใช่โสเภณีชายจากหอนางโลมหรือเปล่านะ … ถ้าใช่หนูจะอุดหนุนสักคืน ฮิฮิ”

โดยไม่ทันระวังตัวหลินเซียนก็ถูกผู้เข้าสมัครคนหนึ่งแอบผลักเขาล้มลงฝุ่นดินฟุ้งเปื้อนเสื้อผ้าเขา แต่ก็มีเสียงหัวเราะดังไปทั่ว

“ฮ่าๆๆ ล้มแล้วหรือ สกปรกแบบนี้แหละ ขยะ!”

เซียนผู้คุมสอบยืนมองด้วยสายตาเย็นชา และไม่ได้สนใจจะตำหนิผู้ใด

“เจ้าเด็กสกปรก… รากเซียนก็หยาบต่ำมาก ยังจะกล้ามาอีก!”

คุณชายด้านหลังโยนหินเล็กๆ ใส่หลังศรีษะหลินเซียน เมื่อเขาหันไปมามอง

“ไอ้ขยะ มองหน้ามีปัญหาเหรอวะ!”

แล้วเสียงเยาะเย้ยและคำหยาบดังปะปนจากหลายๆคน

“เจ้าขยะ อย่าคิดว่าตัวเองจะรอด!”

“เจ้าจะเป็นแค่ขยะ เดี๋ยวเข้าป่าข้าจะเล่นเจ้าให้สนุกๆ!”

“เก็บหน้าสวยๆของเจ้าไว้ปรนเปรอกามให้นายหญิงแก่ๆร่านราคะเถอะ ฮ่าๆๆ”

หลินเซียนพยายามรวบรวมสติ ดวงตาใสแจ๋วแต่แฝงความมุ่งมั่น

“ขอโทษทุกท่านด้วยขอรับ ที่ข้าเป็นขยะไม่มีค่า…"

"แต่...ข้าจะยังมีมือมีเท้าเท่ากับพวกท่าน และการสอบครั้งนี้ข้าจะทำให้สำเร็จให้ได้!”

พอได้ยินแบบนี้ เด็กรากเซียนสูงหลายคน ยัดสิ่งสกปรกลงบนตัวเขา ทำให้เขาเปื้อนโคลนและมีกลิ่นเหม็นเน่า

ทั้งเซียนและผู้เข้าสอบคนอื่นๆหลายคนหัวเราะเยาะ

“ฮ่าๆ ขยะนั่น… สกปรก เหม็นเหมือนแมลงสาป ฮ่าๆ”

แต่ก็มีคุณชายคนหนึ่งหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ "เจ้า…. เช็ดให้สะอาด"

หลินเซียนรับผ้าผืนนั้นพลางกล่าว "ขอบคุณท่านชายมากขอรับ"

ผ้าผืนนั้นเป็นผ้าชั้นดีราคาแพง ด้านล่างสลัดคำว่า "เจี้ยง" ไว้ด้วย คงเป็นตระกูลของคุณชายท่านนี้

ท่านชายมองหลินเซียนแล้วยิ้มด้วยความเป้นมิตร ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับที่เดิม

หลังจากนั้นเซียนผู้ควบคุมการสอบสั่งทุกคนมารวมตัวกันเพื่อเริ่มการทดสอบ กรรมการผู้คุมสอบเป็นชายเคราดำ 

เสียงเซียนเคราดำผู้ควบคุมการสอบดังก้อง

“นี่คือด่านประลองใจและจิตวิญญาณ… ใครยอมแพ้หรือสติแตก ถือว่าตกรอบทันที”

….ทันทีที่ท่านเซียนเคราดำผู้คุมสอบสะบัดแขน ปราณมหาศาลพลันปะทุออกมาจนหมอกสีขาวขุ่นแผ่คลุมทั่วลานทดสอบ

หมอกนั้นหนาทึบจนไม่อาจมองเห็นแม้แต่เงาของผู้เข้าแข่งขันที่ยืนห่างเพียงไม่กี่ก้าว

ในความเงียบงัน ภาพลวงตาค่อยๆ ปรากฏแก่แต่ละคน ไม่เหมือนกันแม้แต่รายเดียว

บางคนเห็นคนที่ตนรักล้มตายต่อหน้า น้ำตาไหลพรากโดยไร้ทางช่วยเหลือ

บางคนได้ยินเสียงก่นด่าของผู้เป็นบิดามารดา ดั่งตราบาปที่ฝังลึกไม่อาจลบเลือน

บางคนเห็นความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ที่ตนหวาดกลัวที่สุดวนเวียนไม่สิ้นสุด

หมอกควันกลายเป็นประหนึ่งขุมนรกที่สะท้อนความเศร้า หวาดหวั่น และบาดแผลในใจของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนอย่างโหดร้าย

หลินเซียนก้มหน้า ยืนตัวตรง แม้หัวใจเต้นแรง แต่ประกายฝืนฟ้าในดวงตาไม่จาง

ทันใดนั้น ภาพหลอนและเสียงล่อลวงจิตใจ ปรากฏรอบตัว

ตรงหน้าเขา ปรากฏ ศพพ่อที่ถูกฆ่ากลางสนามรบ  ท่านพ่อ...ไม่! ภาพแร้งจิกกินศพพ่อ มันโหดร้ายมาก 

“เซียนเออร์...ลูกพ่อ ....ช่วยพ่อด้วย”

แต่ไม่พอ… ภาพหลอนต่อเนื่อง

ท่านย่าถูกมัดไว้กับเสาไม้ ถูกลากผ่านโคลนและถูกตบตีอย่างรุนแรง ในบ่อโคลนนั้นมีแต่จระเข้มากมายรอขย้ำเนื้อท่านย่า

ส่วนท่านแม่นอนล้มอยู่หน้าบ้านมีเลือดออกผิวหนังไม้บางส่วน บ้านของหลินเซียนเกิดไฟไหม้ใหญ่ ทุกสิ่งวอดวายไปในกองเพลิง

เสียงกรีดร้องและร้องไห้ดังจนหัวใจของหลินเซียนแทบแตกสลาย

มีแว่วๆเสียงหัวเราะเยาะ “ขยะบ้านนอก… พ่อเจ้า แม่เจ้า ย่าเจ้ากำลังเจ็บปวด แต่เจ้า! เจ้าช่วยอะไรเขาไม่ได้?”

“แค่หน้าหล่อๆใสๆของเจ้านี่มันช่วยอะไรไม่ได้หรอก ฮ่า ๆ”

"ไอ้ขยะ ไปเป็นโสเภณีซะ!"

ปรากฏหญิงแก่อ้วนน่าเกลียดหน้าตาโหดร้ายจับเขาเปลือยมัดเชือดแล้วเอาเชือกผูกม้าฟาดรุนแรงจนเลือดออกเต็มหลัง ผิวหนังที่ขาวเนียนของเขาฉีกขาดมีแต่แผลเหวอะหวะ แล้วเอาลิ้นสกปรกมาเลียใบหน้าขาวสะอาดของเขา

"อย่า! อย่าทำข้า! ข้ากลัวแล้ว!"

หลินเซียนเสียงสั่นเทา ร่างกายเกือบทรุด มือเท้าเย็นชา

ภาพหลอนซ้อนทับเสียงเยาะเย้ย ลมพัดแรงจนแทบล้ม

หัวใจแทบแตก และสติใกล้หลุด

แต่ทันใดนั้นหลินเซียนก็รวบรวมสติสุดท้าย "ข้ามาที่นี่เพื่อฝืนฟ้า!" เขากัดฟันกรอดจนเลือดซึมออกริมฝีปาก

แม้จะเกือบทนไม่ไหว แต่ เขาไม่ยอมให้โลกโหดร้ายทำลายใจ

ในมุมเล็กๆเสี้ยวแห่งจิตใจนั้น แรงใจจากความรักของแม่และท่านย่า และความทรงจำกับพ่อ ถูกปลดปล่อย

เด็กน้อยหลินเซียนขึ้นขี่คอพ่อของเขาในชุดทหารหัวเราะมีความสุขทั้งพ่อและลูก

"เซียนเออร์ลูกพ่อๆรักเจ้า"

รากวิญญาณที่แทบจะดับมอดถูกกระตุ้น

ภาพหลอนเริ่มสั่นไหว เสียงเยาะเย้ยค่อยๆ จาง

ผู้เข้าสมัครคนอื่นอ้าปากค้าง บางคนนุ่งร้องไห้ไม่หยุด บางคนถึงกับคลั่งจากความรุนแรงของภาพหลอน

หลินเซียนยืนตัวตรง แม้เลือดไหลที่ปาก มือสั่น หัวใจแทบขาด

แต่เขา...ขยะอย่างเขา....ก็ทำได้สำเร็จ

หมอกค่อยๆ จาง แต่ยังคงเหลือ ความโหดร้าย ความเจ็บปวด และแรงกดดัน

เซียนผู้สอบสบตาเด็กชายด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย

“โห่! เด็กขยะอย่างเจ้าไม่คิดว่าจะยืนหยัดผ่านได้”

ชายเคราดำผู้คุมสอบมองที่หลินเซียนแล้วหัวเราะเบาๆ

"หึหึ แต่....นี่ยังแค่ด่านทดสอบแรก...."

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   รอบชิง

    ก๊อกๆ"ศิษย์พี่ ข้าเอง หลินเซียน ข้าเข้าไปได้ไหม?"ไม่มีเสียงตอบ หลินเซียนเลยเปิดเข้าไป เขาเห็นซีหมิงนั่งชันเขาขดตัวอยู่มุมห้อง มีแค่ตะเกียงไฟสลัวๆดวงเดียวพอให้เห็นหน้า เปลวไฟในตะเกียงแกว่งไปมาอย่างน่าประหลาดทั้งๆที่ไม่มีลมในห้องนี้"ท่านเป็นอะไรมากไหม? อย่าทำแบบนี้สิ ข้าเป็นห่วง""หลินเซียน....ข้า.....ข้า...."หลินเซียนเข้าไปใกล้ๆ "แบร่!"ซีหมิงหันหน้ามีแล่บลิ้นให้ตุ๊งแช่ หลินเซียนตกใจจนผงะ"ฮ่าๆ สำเร็จๆ ไอ้หล่อกลัวแล้วๆ""เล่นบ้าอะไรเนี่ยศิษย์พี่! ข้าหลงเป็นห่วงอุตส่าห์รีบมาดู"โทษที ข้าแค่ปวดหัวนิดหน่อยเลยกลับมาก่อนน่ะ ว่าแต่....ผลการแข่งขันเป็นยังไงบ้าง?"หลินเซียนยกแขนชูกล้ามเล็กๆ "ชนะสิ ไม่ขายหน้าท่านอยู่แล้ว"ซีหมิงยิ้มดีใจ "ว้าว! เจ้าเข้า 10 อันดับแรกจนได้ เก่งโคตรๆ ใครจะไปคิดว่าแค่ระดับพื้นฐานปราณขั้นต้นจะมาได้ไกลขนาดนี้""ใช่! เหลืออีกแค่รอบเดียวข้าก็จะติด 1 ใน 5 ได้พบบรรพาจารย์จื่ออิงได้แล้ว!""สู้ๆนะ ขอให้เจ้าสมหวัง""แต่...ถ้าชนะอีกรอบได้แล้ว รอบหลังจากนั้นเจ้ายอมแพ้เถอะนะ สู้ไม่ไหวหรอก 5 คนที่เหลือนั่นปราณไฟโหดๆทั้งนั้น เกราะข้าป้องกันไม่ได้แล้ว""ข้าก็คิดเหมือนท่านศิษย

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   งานประลอง

    ....คืนนี้ศิษย์พี่ซีหมิงมาหาหลินเซียนเพื่อช่วยวางแผนสำหรับการต่อสู้รอบที่ 2"พรุ่งนี้เจ้าต้องสู้กับไอ้อ้วนซือหม่า พุงใหญ่ๆนั่นทำให้มันขี้เกียจเคลื่อนไหว""แต่มันสามารถสร้างลูกไฟลอยบนฟ้าพุ่งใส่เข้าได้หลายสิบลูกจากทุกมุม ในขณะที่มันนั่งแคะขี้มูกอยู่""ประมาทไม่ได้" ซีหมิงสอนหลินเซียน"งั้นใช้โล่ท่านบังไหวไหมล่ะ?""นั่นแหละๆ ข้ากำลังจะบอกเจ้าว่าให้ใช้โล่ป้องกันไฟ ตีฝ่าเข้าไปประชิดตัวมัน ทีนี้ก็เผด็จศึกได้ง่ายๆเลย""นี่ศิษย์พี่...""หือ? มีอะไร?""คือ....ข้าสงสัย ที่นี่เป็นนครไร้แสงอาทิตย์ ทำไมสำนักนี้....ไม่สิ! ทั้งเมืองนี้ถึงไม่บูชาราตรีนิรันดร์(จอมมารมู่เยี่ย)?"ซีหมิงทำหน้าครุ่นคิด แล้วจึงตอบ"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ที่นี่มีพวกมาร ลูกครึ่งมาร อยู่ร่วมกับมนุษย์ก็จริง แต่ไม่เห็นจะมีใครบูชาจอมมารมู่เยี่ยนั่นเลยนะ"หลินเซียนทำหน้าครุ่นคิดบ้าง เพราะตอนแรกเขาคิดว่านครไร้แสงนี้จะคล้ายๆเมืองมารใต้ดินที่เขาเคยไปซะอีก แต่ที่ไหนได้เป็นแคว้นธรรมดาๆที่แค่ไม่มีแสงอาทิตย์ก็เท่านั้นเองซีหมิงเห็นหลินเซียนทำหน้าเครียดเขาเลยเข้ามาตบไหล่หลินเซียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ฮ่าๆ คิดมากเดี๋ยวหน้าหล่อๆจะมีตีนกานะ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ระดับของปราณไฟเผ่ามนุษย์

    ....หายไป 3 วันแล้วรุ่นพี่ซีหมิงก็มาหาหลินเซียนตั้งแต่ไก่โห่"ตื่นเร็วๆไอ้หน้าหล่อ จะนอนขี้เกียจไปอีกนานแค่ไหนกัน!""ศิษย์พี่.....โห.....นี่มันเช้ามากเลยนะ! ข้าไม่ได้ขี้เกียจสักหน่อย" หลินเซียนตอบแบบงัวเงียแล้วศิษย์พี่ซีหมิงก็โชวอาวุธเซียน"เอ้านี้! โล่กันไฟ!"หลินเซียนมองที่โล่เก่าๆอันนั้น มันทำมาจากไม้บางๆผุๆ ซึ่งซีหมิงเห็นหลินเซียนมองแบบดูแคลน เขาก็ฉุนแล้วพูดว่า"เห้ยๆ อย่าดูถูกโล่นี้เชียวนะ เนี่ยอ่ะ! สมบัติสุดหวงของข้าเลย เห็นแบบนี้มันป้องกันได้ถึงไฟระดับ 57 เลยนะเว้ย""ระดับ 57?" หลินเซียนทำหน้างง"อ้อๆ ข้าลืมไปว่าเจ้าเป็นปราณธาตุน้ำ" แล้วซีหมิงก็อธิบายให้ฟัง สรุปได้ว่า "ไฟ" เผ่ามนุษย์นั้นมีการกำหนดระดับความร้อนและความรุนแรงไว้ระดับ 1 - 100 โดยปกติแล้วเซียนระดับ 1 รวมปราณจะได้ไฟระดับ 1 - 6 ได้ส่วนระดับ 2 พื้นฐานปราณจะใช้ไฟระดับ 7 - 33 ได้ระดับ 3 แกนปราณจะใช้ไฟระดับ 34 - 60 ระดับ 4 หยวนอิง(วิญญาณแรกกำเนิด)จะใช้ไฟระดับ 61 - 87 ได้ระดับ 5 หลิงเฉิง(วิญญาณสมบูรณ์) จะใช้ไฟระดับ 88 - 96 ได้ระดับ 6 เสินหุ่น(วิญญาณเทวะ)จะใช้ไฟระดับ 97 - 99 ได้ระดับ 7 เจินเสิน(เทวะแท้จริง) ที่ไม่ม

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   นินทา

    ....วันนี้เป็นเวรของหลินเซียนไปจุดปราณไฟให้ห้องอาบน้ำสาธารณะในเมือง ศิษย์พี่ซีหมิงก็ตามมาด้วย ด้านในอาคารบ่อน้ำร้อนสาธารณะนี้ดูเก่าแก่และมีหิมะเกาะเต็มผนังและพื้นห้อง ตรงกลางห้องเป็นบ่อน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ขอบบ่อสร้างจากหินแข็ง น้ำในบ่อกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดหลินเซียนนั่งสมาธิข้างบ่อ เขารวบรวมสมาธิเรียกปราณไฟออกมา แต่ก็เป็นได้เพียงไฟลูกเล็กๆ หลินเซียนมีใบหน้าเคร่งเครียดทั้งๆที่หลับตาอยู่ซีหมิงเลยเข้าไปด้านหลังใช้ฝ่ามือดันหลังหลินเซียนส่งพลังปราณไฟบางส่วนของเขาไปช่วยหลินเซียน นั่นจึงทำให้ลูกบอลไฟใหญ่และสว่างขึ้นได้ แต่มันก็ยังคงไม่เสถียร มีบางช่วงก็ไฟอ่อนลงบ้าง ติดๆดับๆ"ใจเย็นๆ ค่อยๆ ช้าๆ" ซีหมิงสอนหลินเซียนลูกบอลไฟค่อยๆลอยขึ้นไปเหนือบ่อน้ำ สูงขึ้นเกือบติดเพดาน น้ำแข็งผิวน้ำมีละลายลงเล็กน้อยซีหมิงเดินวนรอบบ่อ เขาขีดวาดวงค่ายกลบางอย่างจนครบรอบบ่อ"เอาล่ะ! ค่อยๆส่งพลังธาตุไฟจากลูกไฟลงค่ายกล"หลินเซียนลืมตา เขาใช้นิ้วชี้ไปที่ลูกบอลไฟที่เขาสร้าง หลินเซียนใช้ความพยายามมากจนเหงื่อแตก ส่วนซีหมิงยืนให้กำลังใจข้างๆผ่านไป 1 ชั่วยามก็ค่อยๆมีเปลวไฟเป็นเส้นไหลลงมาตามจุดต่างๆของอักขระค่ายกล แ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   นครไร้แสง

    .....แผ่นดิน ณ ขั้วโลก สถานที่ๆไม่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต มีแคว้นอันฮั่นโจว(มืดและหนาว)อยู่อย่างโดดเดี่ยว ถึงจะเรียกว่าแคว้น แต่จริงๆมีประชากรอาศัยอยู่แค่ไม่กี่พันคนเท่านั้น ไม่ต่างจากเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง อาหารส่วนมากก็จะเป็นปลาที่พอมีอยู่บ้างใต้ทะเลสาปน้ำแข็ง และสัตว์ทนหนาวได้ไม่กี่ชนิด บ้านเรือนก็สร้างจากต้นไม้ที่ทนหนาวได้เช่นกัน พระราชวังที่นี่จึงสร้างจากหินและไม้ ไม่สวยงามมากนักเหมือนวังแคว้นอื่นๆ กลางเมืองมีหลุมหินละลายหลุมใหญ่มากหลุมหนึ่ง แม้ไม่ลึกมากนัก แต่หินและแร่รอบๆขอบบหลุมนั้นบ่งว่าโดนไฟที่ร้อนมากๆละลายมัน ซึ่งมีน้ำแข็งอยู่ด้านล่างจนกลางเป็นลานน้ำแข็งเล้กๆให้เด็กๆในเมืองเล่นสกีน้ำแข็งกันจริงๆแล้วนครที่ฟ้าไม่ยอมส่องแสงนี้ก็ไม่แย่เสียทีเดียวในทุกๆ 1 ปีจะมีอยู่ราวๆ 14 - 16 วันเท่านั้นที่แสงอาทิตย์จะโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้า ช่วงนี้ของทุกๆปีชาวเมืองก็จะออกมาจัดงานรื่นเริง สำนักเซียนมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือสำนักฮั่วน่วน(ไฟที่อบอุ่น) แต่บรรพจารย์สำนักนี้ไม่ธรรมดาเป็นถึงระดับ 5 หลิงเฉิงขั้นต้น เขามีอายุมาเกินหมื่นปี เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองและเซียนทุกคนในเมืองอย่างมาก บ้างเล่ากัน

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   สวรรค์ชั้นที่ 9

    .....รุ่งเช้าอีกวันหลินเซียนเห็นชายถือตำรากำลังปลูกผักอยู่ จึงเข้าไปช่วย"เมื่อวานขอบคุณท่านมากเลยนะขอรับ""ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ เรื่องเล็กน้อย""อีกอย่าง .....เพราะเจ้าเหมือนพี่ของข้ามาก""พี่? ตอนนี้เขาไปอยู่ไหนแล้วขอรับ"ชายถือตำราหยุดนิ่งสักครู่ก่อนที่จะกลับมายิ้มอีกครั้ง"มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว""ข้าเสียใจด้วยนะขอรับ""ฮ่าๆ เขาไม่ได้ตาย" ชายถือตำรามองมาที่หลินเซียนแล้วยิ้มบางๆ ด้วยแววตาที่เหมือนรำลึกถึงอดีตบางอย่าง"แล้ว....เอ่อ....ท่านไปรู้จักกับมหาราชาปีศาจมังกรดำได้ยังไงขอรับ""ฮ่าๆ ไม่ต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นหรอก ตาลุงนี่เขาไม่มีอะไรหรอก เขาก็แค่เคยมานั่งเรียนกับข้าเหมือนเจ้านี่ไง ฮ่าๆ""เขามาเรียนอะไร?"แล้วลุงมังกรดำก็เข้ามาตอนไหนไม่รู้ เอาน้ำราดผักที่เพิ่งปลูกให้"เพราะข้าบรรลุระดับ 16 ไม่ได้ไงล่ะ เจ้านี่มันบอกว่าเป็นเพราะใจข้าไม่สงบ เลยให้ข้าเรียนเต๋ากับมัน"หลินเซียนกลืนน้ำลายดังอึ่ก สมกับเป็นปีศาจระดับ 15 ประชิดตัวข้าได้โดยที่ข้าสัมผัสไม่ได้เลย"ข้าอยู่ที่นี่มา 1,600ปี แล้ว พอใจว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยเอาวิชากระบี่ที่เคยเจอตามที่ต่างๆมาฝึกฝนไปเรื่อยๆแก้เบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status