Masuk
.....แสงอาทิตย์เช้าสาดผ่านหลังคาของบ้านไม้เก่าผุพัง หลังคาหลายแผ่นกร่อนจนเห็นแสงลอดเข้ามา เสียงลมพัดผ่านรอยรั่วในหน้าต่างไม้เก่า เสียงไก่ขันปะปนกับใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมเนินดิน ข้างหลังมีป่าลึกที่แม้จะรก แต่ยังมีความสดชื่นของพืชพรรณป่า เบื้องหลังภูเขาและป่าลึกนั้น… มีสมุนไพรแปลกตามากมาย
สำหรับเขาแล้วแม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรม แต่ทุกมุมเต็มไปด้วยความทรงจำ
....ความยากจนนี้เกิดขึ้นหลังจากไม่มีเสาหลักครอบครัวอย่างบิดา ท่านเป็นเพียงพลทหารที่เสียชีวิตในสงครามโดยที่ไม่มีผู้ใดจดจำนอกจากลูกเมีย
หลินเซียนจึงพยายามทำทุกอย่างแทนบิดาเพื่อท่านแม่และท่านย่าที่แก่ชรา
เช้าๆหลังตื่นนอนวันนี้เขาทำความสะอาดบ้านเป็นสิ่งแรกสุดอย่างตั้งอกตั้งใจ
หลังนั้นก็ออกไปเก็บผักจากแปลงหน้าบ้าน ผักที่ปลูกเล้กไม่สวยงามเพราะดินขาดแคลนสารอาหารแถมยังโตช้าอีกด้วย
หลินเซียนถือกระบุงค่อยๆเก็บผักที่รับประทานได้ เมื่อเขากลับเข้ามาในบ้านก็เห็นท่านแม่และย่ารออยู่บนพื้นไม้เก่าที่มีรอยแตกเต็มไปหมด
ท่านแม่มองลูกชายด้วยสายตากังวล
“เซียนเออร์… เจ้าทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว เหนื่อยก็พักบ้างนะลูก”
หลินเซียนยิ้มบาง ๆ
“ข้ายังไหวขอครับท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวล”
ท่านย่าซึ่งเป็นหญิงชราค่อยๆ เดินมาจับแขนหลินเซียน มือสั่นเล็กน้อย
“ย่าภูมิใจในตัวเจ้า ถ้าพ่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงภูมิใจมากที่มีลูกกตัญญูเช่นเจ้า ตระกูลหลินโชคดีที่มีเจ้า หลานรัก”
หลินเซียนก้มหน้าเล็กน้อย แฝงรอยยิ้มเศร้า
“ขอครับท่านย่า…ท่านพักผ่อนเถอะขอรับ หลานจะทำทุกอย่างแทนท่านพ่อเอง ข้าจะไม่ปล่อยให้แม่และท่านย่าต้องทนลำบาก"
แล้วหลินเซียนก้พูดข่าวดีให้แม่และย่าเขาฟัง
"… ท่านแม่,ท่านย่าขอรับ โชคดีมาถึงข้าแล้ว วันก่อนข้าได้ท่านเซียนช่วยสำรวจให้แล้วว่าข้ามีรากเซียน สามารถฝึกเป็นเซียนได้""หากเข้าสำนักเซียนได้ก็จะมีเงินส่งให้ท่านแม่และท่านย่าใช้สุขสบายเสียที” หลินเซียนยิ้มแววตามีความหวัง
หลังพูดจบ เขาก็เดินไปก่อไฟต้มน้ำในหม้อเก่า รอจนเดือด แล้วค่อยๆ ยกหม้อใส่น้ำร้อนผสมน้ำเย็นมาที่ท่านแม่
“ท่านแม่… ข้าล้างเท้าให้ขอรับ เท้าท่านเย็นจนแตกไปหมดแล้ว”
แม่มองลูกชายสายตาเต็มไปด้วยความรัก
“เซียนเออร์… ไม่เป็นไรลูก เจ้าเหนื่อยแล้ว”
หลินเซียนยิ้มบาง ๆ มองตาแม่
“ไม่เป็นไรขอครับ แค่ได้ทำให้แม่สบาย ลูกก็พอใจแล้ว”
เขาคุกเข่าลงช้าๆ ปล่อยน้ำอุ่นลงบนเท้าแม่ มือเรียวบางนั่นเล็กแต่แน่นอน หลินเซียนล้างนิ้วเท้าแม่ทีละนิ้ว ใบหน้าเรียวสวยของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจ
ท่านแม่แอบลูบหัวเขาเบาๆ ด้วยความซาบซึ้ง ท่านย่ายืนมองอยู่ใกล้ๆอย่างมีความสุข
“หลินเซียน… เท่านี้แม่และย่าก็ภูมิใจแล้ว ถ้าทดสอบไม่ผ่านก็ไม่เป็นไรนะลูก”
แล้ว.....เสียงหัวเราะของเด็กคนอื่นจากหมู่บ้านดังเข้ามา
“ขยะไร้ค่าอย่างหลินเซียน จะฝึกเซียนได้เหรอ ฮ่า ๆ”
หลินเซียนใบหน้านิ่งก้มหน้าหลงปิดบังความเศร้าใจ เขาพยายามไม่สนใจเสียงเยาะเย้ย
"พรุ่งนี้ข้าจะไปทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนักเซียน และจะำให้สำเร็จ!"
....สายๆ แสงแดดเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย มีหญิงสาวอายุ 14 ปีแต่งกายดี เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านน้ำชาในหมู่บ้าน มีหญิงรับช้ช่วยถือตะกร้าอาหารมาที่บ้านหลินเซียน
“พี่เซียน… ข้านำอาหารมาให้” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลินเซียนเดินออกมาจากประตูบ้าน เขาก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อมองเห็นใบหน้าหญิงสาวดวงตาใสแจ๋ว
“ขอบคุณขอครับคุณหนู… ข้าเกรงใจท่านมาก เอามาให้ข้าบ่อยๆ”
คุณหนูร้านน้ำชาเธออดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าขาวเนียนเรียวสวยของเขา ช่างหล่อราวกับเซียนจากสวรรค์ก็ไม่ปาน น่าหลงไหลมาก นี่เองที่ทำให้เธอหลงรักข้างเดียวมาแสนนาน
คนใช้ยกตะกร้าใส่อาหารลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง
“อย่าลืมล้างมือก่อนกินนะเจ้าหนู”
หลินเซียนพยักหน้าแล้วล้างมืออย่างเรียบร้อย
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางสังเกตการกระทำสุภาพของเขา
“เจ้าเด็กนี่พ่อแม่สอนมาดีจริงๆ”
หลินเซียนอายเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้ม
เธอวางอาหารไว้บนโต๊ะไม้เก่า มองเขาด้วยดวงตาแวววาว
“ถ้าเจ้าอยากอะไรอีก บอกพวกเราได้นะ เดี๋ยวข้าจะเอามาให้”
หลินเซียนโค้งเล็ก ๆ
“ขอบคุณขอครับ… ข้าไม่เคยลืมความช่วยเหลือของท่านเลยคุณหนู”
“เซียน… ข้าขอร้อง พรุ่งนี้พี่อย่าไปทดสอบเข้าสำนักเซียนเลยนะ มันอันตรายเกินไป”
"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะทำอย่างไร?”
คุณหนูโผเข้าไปซบอกและกอดหลินเซียนแล้วกลั้นน้ำตาร้องไห้ไม่อยู่ ทำเอาสาวใช้ที่ตามมาด้วยตกใจ
หลินเซียนตกใจเล้กน้อยแต่ก็ยิ้มบางๆ เขาเอามือข้างหนึ่งเช็ดน้ำตาที่ขอบตาให้คุณหนู
"ข้ายังเชื่อว่าพรแสวงนั้นทำให้สำเร็จได้ไม่ต่างจากพรสวรรค์"
.
.
.
(ท้ายบท)
วันทดสอบรากวิญญาณในหมู่บ้าน เด็กหลายคนที่มีรากเซียนได้ผลลัพธ์เป็นสีสว่างงดงาม แต่ของหลินเซียนรากเซียนกลับเป็น “แสงขุ่นคล้ำเหมือนน้ำเน่า”
ทุกคนแม้แต่ท่านเซียนที่มาตรวจให้หัวเราะ บอกว่าเขาเป็นเศษสวะไร้ค่าหน้าหลุมศพอาจารย์เฉิงเสิน ทั้งสองนั่งมองต้นไผ่ลู่ลม เสียงนก และเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า..."เออ! นี่เจี้ยงเซิ่ง""หือ?""คือ....ข้าเห็นหอตำราสำนักเก่ามากแล้ว ข้าอยากซ่อมมันใหม่ เจ้าช่วยออกหน้าแทนข้าได้ไหม?""เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์จื่อหยงนั้นไม่ชอบข้าๆไม่อยากให้ความตั้งใจบริสุทธิ์นี้แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น"เจี้ยงเซิ่งตบหลังหลินเซียนเบาๆ"ผู้ทำความดี ไม่หวาดหวั่นต่อโลก เจ้าไปกับข้าๆคุยให้เอง""แต่....""เอาน่า! ท่านบรรพาจารย์แคว้น แก่กันปูนนี้แล้ว อย่าใจปลาซิวเหมือนหน้าเด็กน้อยของเจ้าหน่อยเลย ฮ่าๆ" เจี้ยงเซิ่งหัวเราะ (เจี้ยงเซิ่งเองก็แก่หงั่กแล้ว)แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปในสำนัก อาจารย์ผู้เฒ่าชราท่านหนึ่งก็ออกมาตอนรับ"ที่แท้ท่านเจ้าสำนักเจี้ยงเซิ่งแห่งสำนักเซียนหลิงอู่ซานนี่เอง"แล้วผู้เฒ่าชราก็เหลือบไปเห็นชายเสื้อผ้าเก่าชุดเปื้อนดินอีกคนที่หลบอยู่ด้านหลังเจี้ยงเซิ่ง เห็นแต่ผมขาวๆยาวปลิวไปมาผู้เฒ่าพยายามจะเพ่งมอง จนเจี้ยงเซิ่งเห็น เขาเลยจับหลินเซียนดึงออกมาด้านหน้า"ทะ...ท่านอาจารย์ สบายดีนะขอรับ แหะๆ" หลินเซียนหัวเราะแก้เขินแล้วยิ้มเหมือนเด็กๆ ชายชราสายตาฝ้าฟาง เขาจึงเดินไปใกล้ๆ พอเห็นหน้าชัดๆเท
.....เวลาผ่านมา 7 วัน หลินเซียนกลับมาที่เผ่าเสือ เขาตกใจว่าทำไมที่นี่เวลาผ่านไปเพียง 7 วันเท่านั้น เพราะเขาอยู่ในแดนอเวจีนั้นยาวนานถึง 588 วัน(ราวๆ 1 ปี 7 เดือนกว่าๆ) ทำให้รู้ว่าเวลาในแดนอเวจีนั้นรวดเร็วกว่าเวลาบนโลกมนุษย์มากจอมปีศาจเสือขาวจึงสำทับเสริมเข้าไปอีกว่าแดนสวรรค์ก็เช่นกันแค่ 1 วันของที่นั่นจะเท่ากับเวลาบนโลกถึง 84 วันทีเดียว หลินเซียนก็ได้เปิดหูเปิดตาได้ความรู้ใหม่ว่า 3 พิภพนี้มีมิติเวลาที่ต่างกันเด็กปีศาจถามถึงน้องสาวเขา หลินเซียนบอกว่าตอนนี้เธอไม่เป็นไรแล้ว เขาพาเธอไปเข้าฌานอยู่น้ำพุที่ 2 ของแดนยมโลกซึ่งอยู่ใต้แม่น้ำหวังชวน(แม่น้ำแห่งการลืมเลือน) หลินเซียนบอกว่าเธอไม่เป็นไร พลังน้ำยมโลกที่เขาเคยมอบให้สอดประสานต้อนรับเธอเป็นอย่างดีหลิวเซี่ยงถามว่า "พวกท่านไม่ถูกให้ดื่มน้ำแกงลืมอดีตหรือ?"หลินเซียนตอบว่า "ที่นั่นไม่มียมฑูต ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย มีเพียงวิญญาณมนุษย์เดินตามเส้นทางแห่งความตายข้ามแม่น้ำไปเท่านั้น""แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าปลายทางนั้นจะไปที่แห่งใดหรอกนะ...." หลินเซียนกล่าว “แม่น้ำหวังชวนไร้ฝั่ง มีเพียงใจเท่านั้นที่เป็นเรือข้าม” “ชีวิตและความตายต่างเพียงหนึ่งลมหาย
(1 ปีต่อมา).....ณ ชายขอบแคว้นจ้าว มีกระท่อมเล็กๆอยู่ท่ามกลางภูเขาธรรมชาติร่มรื่น หน้าบ้านมีเด็กชายและเด็กหญิงวิ่งเล่นกัน เด็กหญิงมีหูและหางด้วย กระท่อมนี้เป็นที่อยู่ของหลิวเซี่ยงและสามีของนางนั่นเองในขณะที่นางกำลังตากผ้าที่ซัก นางก็เห็นบุรุษชุดขาวคนหนึ่งเดินมา ผมเขาเป็นสีขาวโพลน ชุดก็ขาว ผิวก็ขาว ใบหน้าก็อ่อนเยาว์ ดูราวกับเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ มีชายหญิงอีก 2 คนอายุไล่เลี่ยกันเดินตามหลังมาด้วย ผู้หญิงมี 2 เขาและ 4 ปีกดูน่ากลัวลูกชายเธอเห็นปีศาจสาวก็กลัว ร้องลั่นวิ่งเข้าบ้านหาพ่อ แต่ลูกสาวยังคงยืนจ้องมองปีกสีดำนั้นอย่างตั้งใจแสงแดดส่องมาทางชายชุดขาวนั้นพอดีทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่เมื่อพวกเขามายืนอยู่หน้าบ้านก็ทำให้รู้ว่าเขาคือหลินเซียนอาจารย์ของเธอนั่นเองเธอรีบวางตระกร้าผ้าแล้วเดินเข้ามาต้อนรับ ในขณะที่ลูกชายก็ตามพ่อซึ่งเป็นปีศาจเสือหนุ่มออกมาเมื่อทั้งหมดเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน หลินเซียนขอให้สามีนางช่วยพาไปพบพ่อของเขา(จอมปีศาจเสือขาว)เพื่อจะฝากเด็กปีศาจทั้งสองไว้ แต่ปีศาจเสือหนุ่มก็ส่ายหน้าไม่อยากยุ่งเขาบอกว่าเด็กหญิงที่ท่านพามานี้มีถึง 4 ปีก บ่งว่าเป็นปีศาจชั้นสูงมาก ระดับเดียวกับ
.....หลินเซียนซึมซับไอสีดำที่ออกมาจากผนังห้องนั้นอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น และเดินออกมานอกห้องลับนั้น เห็นเด็กๆนั่งชันเข่าหิวข้าวและมองหน้าหลินเซียนแบบงอนๆ หลินเซียนหัวเราะแหะๆ เขาจึงทำอาหารให้เด็กๆกินกันวันต่อมาหลินเซียนเริ่มสอนหนังสือให้เด็กๆ ทั้งทำอาหารให้เด็กๆกิน และเข้าไปในห้องนั้นเพื่อซึมซับเต๋าแห่งปีศาจ เขาทำเช่นนี้ทุกวันๆ เป็นระยะเวลา 40 ปี จนเด็กๆเริ่มโตขึ้นบัดนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปกลายเป็นวัยรุ่นแล้ว เด็กชายรูปร่างและหน้าตาราวๆวัยรุ่นอายุ 20-21 ปีแล้ว ส่วนเด็กหญิงปีศาจก็ดูอายุราวๆเด็ก 17-18 ปีเท่าๆหลินเซียน และพวกเขาบรรลุเป็นปีศาจระดับ 7 (เทียบเท่าเซียนขั้นแกนปราณขั้นต้น-กลาง)ได้แล้วทั้งคู่ด้วย เหตุเพราะหลินเซียนให้เขาสัมผัสปราณของหยดน้ำวิญญาณคร่ำครวญบรรพกาลทุกวัน และยังสอนปรัชญาความรู้เต๋าต่างๆให้มากมายด้วยหลินเซียนจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณและอาจารย์เด็กปีศาจทั้ง 2 คนนี้ ซึ่งทั้งคู่ก็พร้อมใจกันยกชามาคาราวะหลินเซียนเป็นอาจารย์ด้วยความสมัครใจ ซึ่งหลินเซียนก็รับไว้ด้วยใบหน้ามีความสุขที่น่าแปลกคือจิตเต๋าปีศาจที่ซึมซับทุกวันนั้นทำให้ร่างกายทารกวิญญาณปีศาจในจ
.........ท้องฟ้ามืดมัว ก้อนเมฆดำทมิฬของพายุใหญ่ เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องในหมู่เมฆเป็นระยะๆ ฟ้าแล่บในก้อนเมฆ ปราฏว่ามีเซียนหยวนอิง 1 คนก็กำลังเหาะหนีเซียนหยวนอิงอีก 2 คนที่กำลังไล่ล่า สภาพเขามีบาดแผลเต็มตัวและอ่อนแรงเปลวไฟชีวิตใกล้จะดับมอด"ฮ่าๆ เจ้าไม่รอดแน่ รีบส่งสิ่งๆนั้นมาให้พวกข้า!"ผู้หนีกัดฟันกร่อด แต่เขาจะไม่ไหวแล้ว มือของเขากุมกุญแจโบราณบางอย่างไว้แน่น เขามองไปยังแกนกลางพายุใหญ่และพุ่งฝ่าก้อนเมฆดำทมิฬนั้น สายฝนจนร่างกายเปียกปน โดนฟ้าผ่า 1 ครั้ง พยายามใช้สติเท่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลบเลี่ยงสายฟ้าไปมา ส่วนผู้ไล่ล่าทั้งคู่นั้นเหมือนจะมีสมบัติวิเศษบางอย่าง เพราะนอกจากเสื้อเปียกแล้ว สายฟ้าไม่ฟาดใส่ตัวเขาเลยเมื่อมาถึงแกนกลางพายุ ผู้ไล่ล่าก็ไล่มาจนทันและทั้งคู่ดักหน้าและหลังเหยื่อ"ฮ่าๆ หนีไม่รอดแล้ว"ชายผู้เป็นเหยื่อจำใจต้องต่อสู้ เขาปลดปล่อย ทารก วิญญาณของตนเองออกมา เป็นเด็กปีศาจมี 1 เขากับปีก 1 คู่ ร่างกายเป็นสีเขียว พ่นควันพิษสีเขียวไปหาผู้ไล่ล่าเซียนหยวนอิงผู้ไล่ล่าทั้งสองก็ปลดปล่อยทารกวิญญาณของตนออกมา เป็นเด็กชายผมสีดำคนหนึ่งมือมีไฟลุก อีกคนหนึ่งมือมีน้ำไหล วน ทารกทั้ง 2 ไฟและน้ำ ร
(1 ปีผ่านไป)....หลินเซียนยังอยู่ ณ ลำธารแห่งนี้ไม่ได้ไปไหน เขาได้ถกความรู้เต๋ากับเด็กหญิงปีศาจดอกบัวเสมอๆวันนี้ก็เช่นกันหมอกยามเช้าลอยต่ำลงบนลำธาร หยดน้ำค้างสะท้อนแสงจันทร์ที่ยังคงส่องอ่อนอยู่บนผิวน้ำหลินเซียนหลับตานั่งสมาธิอยู่ริมฝั่ง ใบหน้าของเขาเรียบสงบ ดวงตาปล่อยว่างเปล่าเหมือนกระจกสะท้อนฟ้าสายน้ำใสไหลเอื่อย เหมือนจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบแต่มั่นคง ดอกบัวน้อยค่อยๆ แง้มกลีบออกมาจากผืนน้ำ สีชมพูอ่อนเรืองแสงอ่อนปีศาจดอกบัวในร่างเด็กหญิงตัวน้อยเธอนั่งอยู่บนดอกบัวที่ลำธารเบื้องหน้าหลินเซียนมือเล็กๆของเธอยกถ้วยน้ำชา กลิ่นหอมชาอบอวลไปทั่ว เข้ากับกลิ่นหญ้าและฝนเมื่อคืน หลินเซียนลืมตา เขามองร่างเด็กหญิงตัวน้อยที่ถือถ้วยน้ำชาเธอเห็นหลินเซียนลืมตา เธอก็พูดด้วยเสียงที่คล้ายกับสายลม นุ่ม และแผ่วเบา “เซียน… ”เสียงนั้นเหมือนเสียงลำธารอีกสายเล็กๆ ไหลเข้ามาในจิตใจ หลินเซียนพยักหน้าเบาๆเขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่สายตาที่พวกเขามองกันและกันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดีแก่กันสายลมพัดผ่านผิวน้ำ ดอกบัวน้อยโอนอ่อนตามแรงลม ราวกับโยกไปตามจังหวะของธรรมชาติหลินเซียนค่อยๆ ยื่นมือ แตะผิวน้ำเบาๆ น้ำเย็นชุ







