Masuk
.....แสงอาทิตย์เช้าสาดผ่านหลังคาของบ้านไม้เก่าผุพัง หลังคาหลายแผ่นกร่อนจนเห็นแสงลอดเข้ามา เสียงลมพัดผ่านรอยรั่วในหน้าต่างไม้เก่า เสียงไก่ขันปะปนกับใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมเนินดิน ข้างหลังมีป่าลึกที่แม้จะรก แต่ยังมีความสดชื่นของพืชพรรณป่า เบื้องหลังภูเขาและป่าลึกนั้น… มีสมุนไพรแปลกตามากมาย
สำหรับเขาแล้วแม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรม แต่ทุกมุมเต็มไปด้วยความทรงจำ
....ความยากจนนี้เกิดขึ้นหลังจากไม่มีเสาหลักครอบครัวอย่างบิดา ท่านเป็นเพียงพลทหารที่เสียชีวิตในสงครามโดยที่ไม่มีผู้ใดจดจำนอกจากลูกเมีย
หลินเซียนจึงพยายามทำทุกอย่างแทนบิดาเพื่อท่านแม่และท่านย่าที่แก่ชรา
เช้าๆหลังตื่นนอนวันนี้เขาทำความสะอาดบ้านเป็นสิ่งแรกสุดอย่างตั้งอกตั้งใจ
หลังนั้นก็ออกไปเก็บผักจากแปลงหน้าบ้าน ผักที่ปลูกเล้กไม่สวยงามเพราะดินขาดแคลนสารอาหารแถมยังโตช้าอีกด้วย
หลินเซียนถือกระบุงค่อยๆเก็บผักที่รับประทานได้ เมื่อเขากลับเข้ามาในบ้านก็เห็นท่านแม่และย่ารออยู่บนพื้นไม้เก่าที่มีรอยแตกเต็มไปหมด
ท่านแม่มองลูกชายด้วยสายตากังวล
“เซียนเออร์… เจ้าทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว เหนื่อยก็พักบ้างนะลูก”
หลินเซียนยิ้มบาง ๆ
“ข้ายังไหวขอครับท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวล”
ท่านย่าซึ่งเป็นหญิงชราค่อยๆ เดินมาจับแขนหลินเซียน มือสั่นเล็กน้อย
“ย่าภูมิใจในตัวเจ้า ถ้าพ่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงภูมิใจมากที่มีลูกกตัญญูเช่นเจ้า ตระกูลหลินโชคดีที่มีเจ้า หลานรัก”
หลินเซียนก้มหน้าเล็กน้อย แฝงรอยยิ้มเศร้า
“ขอครับท่านย่า…ท่านพักผ่อนเถอะขอรับ หลานจะทำทุกอย่างแทนท่านพ่อเอง ข้าจะไม่ปล่อยให้แม่และท่านย่าต้องทนลำบาก"
แล้วหลินเซียนก้พูดข่าวดีให้แม่และย่าเขาฟัง
"… ท่านแม่,ท่านย่าขอรับ โชคดีมาถึงข้าแล้ว วันก่อนข้าได้ท่านเซียนช่วยสำรวจให้แล้วว่าข้ามีรากเซียน สามารถฝึกเป็นเซียนได้""หากเข้าสำนักเซียนได้ก็จะมีเงินส่งให้ท่านแม่และท่านย่าใช้สุขสบายเสียที” หลินเซียนยิ้มแววตามีความหวัง
หลังพูดจบ เขาก็เดินไปก่อไฟต้มน้ำในหม้อเก่า รอจนเดือด แล้วค่อยๆ ยกหม้อใส่น้ำร้อนผสมน้ำเย็นมาที่ท่านแม่
“ท่านแม่… ข้าล้างเท้าให้ขอรับ เท้าท่านเย็นจนแตกไปหมดแล้ว”
แม่มองลูกชายสายตาเต็มไปด้วยความรัก
“เซียนเออร์… ไม่เป็นไรลูก เจ้าเหนื่อยแล้ว”
หลินเซียนยิ้มบาง ๆ มองตาแม่
“ไม่เป็นไรขอครับ แค่ได้ทำให้แม่สบาย ลูกก็พอใจแล้ว”
เขาคุกเข่าลงช้าๆ ปล่อยน้ำอุ่นลงบนเท้าแม่ มือเรียวบางนั่นเล็กแต่แน่นอน หลินเซียนล้างนิ้วเท้าแม่ทีละนิ้ว ใบหน้าเรียวสวยของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจ
ท่านแม่แอบลูบหัวเขาเบาๆ ด้วยความซาบซึ้ง ท่านย่ายืนมองอยู่ใกล้ๆอย่างมีความสุข
“หลินเซียน… เท่านี้แม่และย่าก็ภูมิใจแล้ว ถ้าทดสอบไม่ผ่านก็ไม่เป็นไรนะลูก”
แล้ว.....เสียงหัวเราะของเด็กคนอื่นจากหมู่บ้านดังเข้ามา
“ขยะไร้ค่าอย่างหลินเซียน จะฝึกเซียนได้เหรอ ฮ่า ๆ”
หลินเซียนใบหน้านิ่งก้มหน้าหลงปิดบังความเศร้าใจ เขาพยายามไม่สนใจเสียงเยาะเย้ย
"พรุ่งนี้ข้าจะไปทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนักเซียน และจะำให้สำเร็จ!"
....สายๆ แสงแดดเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย มีหญิงสาวอายุ 14 ปีแต่งกายดี เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านน้ำชาในหมู่บ้าน มีหญิงรับช้ช่วยถือตะกร้าอาหารมาที่บ้านหลินเซียน
“พี่เซียน… ข้านำอาหารมาให้” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลินเซียนเดินออกมาจากประตูบ้าน เขาก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อมองเห็นใบหน้าหญิงสาวดวงตาใสแจ๋ว
“ขอบคุณขอครับคุณหนู… ข้าเกรงใจท่านมาก เอามาให้ข้าบ่อยๆ”
คุณหนูร้านน้ำชาเธออดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าขาวเนียนเรียวสวยของเขา ช่างหล่อราวกับเซียนจากสวรรค์ก็ไม่ปาน น่าหลงไหลมาก นี่เองที่ทำให้เธอหลงรักข้างเดียวมาแสนนาน
คนใช้ยกตะกร้าใส่อาหารลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง
“อย่าลืมล้างมือก่อนกินนะเจ้าหนู”
หลินเซียนพยักหน้าแล้วล้างมืออย่างเรียบร้อย
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางสังเกตการกระทำสุภาพของเขา
“เจ้าเด็กนี่พ่อแม่สอนมาดีจริงๆ”
หลินเซียนอายเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้ม
เธอวางอาหารไว้บนโต๊ะไม้เก่า มองเขาด้วยดวงตาแวววาว
“ถ้าเจ้าอยากอะไรอีก บอกพวกเราได้นะ เดี๋ยวข้าจะเอามาให้”
หลินเซียนโค้งเล็ก ๆ
“ขอบคุณขอครับ… ข้าไม่เคยลืมความช่วยเหลือของท่านเลยคุณหนู”
“เซียน… ข้าขอร้อง พรุ่งนี้พี่อย่าไปทดสอบเข้าสำนักเซียนเลยนะ มันอันตรายเกินไป”
"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะทำอย่างไร?”
คุณหนูโผเข้าไปซบอกและกอดหลินเซียนแล้วกลั้นน้ำตาร้องไห้ไม่อยู่ ทำเอาสาวใช้ที่ตามมาด้วยตกใจ
หลินเซียนตกใจเล้กน้อยแต่ก็ยิ้มบางๆ เขาเอามือข้างหนึ่งเช็ดน้ำตาที่ขอบตาให้คุณหนู
"ข้ายังเชื่อว่าพรแสวงนั้นทำให้สำเร็จได้ไม่ต่างจากพรสวรรค์"
.
.
.
(ท้ายบท)
วันทดสอบรากวิญญาณในหมู่บ้าน เด็กหลายคนที่มีรากเซียนได้ผลลัพธ์เป็นสีสว่างงดงาม แต่ของหลินเซียนรากเซียนกลับเป็น “แสงขุ่นคล้ำเหมือนน้ำเน่า”
ทุกคนแม้แต่ท่านเซียนที่มาตรวจให้หัวเราะ บอกว่าเขาเป็นเศษสวะไร้ค่า(จักรวาลดับสูญในร่างหลินเซียน)....ณ ดวงดาวที่กลุ่มสีเทา(กลุ่มศิษย์ลับของหลินเซียน)อาศัยอยู่ หลินเซียนพาหลี่ม่อเหาะเข้ามายังดวงดาวเพื่อแนะนำตัว“ทุกคน นี่คือหลี่ม่อ ตั้งแต่วันนี้เขาจะมาอยู่กับพวกเจ้าที่นี่”ทุกคนใบหน้ายิ้มแย้มเข้าไปรับหลี่ม่อๆหันหลังมองหลินเซียนที่ยิ้มบางๆให้“เจ้าคงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน จนกว่าอาจารย์จะหาวิธีนำเจ้าและทุกคนออกไปนะ”“อาจารย์ ท่านไม่ถามหน่อยหรือว่าทำไมข้าถึงทำเรื่องเหล่านั้น?”“ไม่ล่ะ เพราะข้าเชื่อว่าทุกสิ่งที่ทำนั้นเจ้าไตร่ตรองดีแล้ว และที่สำคัญข้ามั่นใจว่าเจ้าหวังดีกับข้า”หลี่ม่อมองหลินเซียนมีน้ำตาซึมนิดๆ หลินเซียนตบที่ไหล่เขา“อยู่ที่นี่ฝึกไปก่อน สักวันข้าจะพาเจ้าออกไปให้ได้ ข้าสัญญา”คืนนั้นหลินเซียนอยู่ร่วมทานอาหารกับทุกคน พวกเขาล้วนเป็นเซียนขั้นสูงระดับ 9 – 11 กันทุกคน เขาจัดทำทิวทัศน์ใหม่รอบๆที่พักอาศัยทั้งภูเขา บึงน้ำ ลำธาร เหลือแค่ให้หลินเซียนมาเสกต้นไม้ ดอกไม้ สมุนไพร ทุ่งหญ้า สัตว์บกสัตว์น้ำให้เท่านั้น ซึ่งวันรุ่งขึ้นหลินเซียนก็ใช้ลูกแก้วเขียวเสกให้ตามต้องการหลินเซียนนั่งใต้ต้นไม้ตรงบึงน้ำหยิบตำราที่ชายชอบนอนให้มา“เต๋า?”เขาค่อยๆนั่งอ่านทีละ
...ก่อนไปดาวสำนักซากศพ หลินเซียน เหาะไปถล่มพระราชวังปีศาจแดนเหนือด้วยฝ่ามือเดียว บรรพาจารย์ปีศาจที่เหลืออีก 2 คนตายคาฝ่ามือนั้น(หลินเซียนหาข้อมูลมาแล้วว่ามันทั้ง 2 ตัวชั่วจัดฆ่าคนเป็นว่าเล่น) และริบปลาไท่จื่อสีดำไปปล่อยไว้ใต้วังปีศาจแดนใต้แทนด้วยส่วนราชาปีศาจหลินเซียนบังคับให้สละราชสมบัติและสั่งให้ยุบแดนปีศาจเหนือรวมเข้ากับแดนปีศาจใต้ โดยให้จักรพรรดินีปีศาจศิษย์ของเขาปกครองเผ่าปีศาจทั้งหมดแทนตอนแรกมีคนเก่าแก่หลายคนไม่พอใจ แต่หลินเซียนไปเรียนเชิญอดีตบรรพาจารย์งูดำพันลี้ยู้, วานรโลหิตบรรพกาล และบรรพาจารย์อสูรเสือกลืนดวงดาวด้วยตัวเอง ถึงขั้นคุกเข่าขอร้องให้กลับมาเป็นบรรพาจารย์เผ่าปีศาจอีกครั้ง และแม่ทัพอิงเหรินก็ใช้เส้นสายแต่เก่าก่อนช่วยเกลี้ยกล่อมเจรจา การรวมแผ่นดินปีศาจจึงผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเสียเลือดเนื้อวันประชุมเผ่าปีศาจครั้งแรก ราชินีจิ้งจอก 9 หาง(ปีศาจระดับ 11)ก็มาด้วย แว้บแรกที่เธอเห็นหลินเซียนออกมา แม้แต่จักรพรรดินีและบรรพาจารย์ยังคุกเข่าคำนับ เธอตกใจสั่นกลัวมาก ยิ่งหลังเลิกประชุมหลินเซียนเดินปรี่ไปถามเธอ“ลูกชายเจ้าและผู้หญิงของข้ายังสบายดีไหม?”“ด่ะ...ดี...ดีเจ้าค่ะ!”(ร
(ขอบจักรวาลทิศตะวันออก)มือขนาดใหญ่ทะลุออกจากดวงอาทิตย์สีขาวที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของโลกถึง 1 ล้านเท่า แล้วมือนั้นค่อยๆหดตัวลงกลายร่างเป็นเซียนร่างแสงคนหนึ่งวัยราวๆ 30 ปี ชุดของเขาเป็นสีแดงขอบขาว เขาโยกคอจนกระดูกลั่นกร๊อบๆแล้วเหาะไปด้วยความเร็วเหนือแสง(ขอบจักรวาลทิศใต้)เศษอุกาบาตและสสารต่างๆมากมายเป็นอนันต์รวมกันจนเป็นร่างเหลว และค่อยๆหดตัวลงกลายร่างเป็นเซียนร่างวารีคนหนึ่งวัยราวๆ 70 ปี ชุดของเขาเป็นสีน้ำเงินขอบขาว เขาเอามือทุบหลังตุบๆแล้วหายวับไป(ขอบจักรวาลทิศตะวันตก)หลุมดำจู่ๆหมุนด้วยความเร็วสูงผิดปกติก่อนที่จะมีร่างๆหนึ่งยืนกลางหลุมดำ เป็นเซียนชุดสีดำขอบขาวใส่หน้ากากเหล็กสีดำไว้ไม่เห็นใบหน้า ผิวก็เป็นอวกาศสีดำสนิท จึงไม่รู้อายุ เขาหยิบผลึกธาตุมืดเข้มมา เปิดรอยแยกมิติ แล้วค่อยๆย่างเท้าเข้าไปอย่างสุขุม(ขอบจักรวาลทางทิศเหนือ)ชายจ้าวดวงดาวอายุหลายล้านปีเซียนระดับ 1 รวมปราณที่หลินเซียนเคยไปหา ตื่นขึ้นมามองฟ้า เขาเข้าไปหยิบภาพเซียนหญิงที่เขานับถือออกมาแล้วคุกเข่าก้มศรีษะคำนับฟ้าแล้วเขาก็กำผลึกอะไรสักอย่างบีบอัดอย่างแรง“ว่ะ..ว๊าก!”ชายชอบนอนตกใจมาก ร่างลอยออกนอกดวงดาวและพุ่งไปด้วยค
...ทุกคนมองบนท้องฟ้า หลินเซียนร่างดาราดับสูญ ระดับ 11 สัมผัสดาราขั้นต้นสูงสุด ใช้กระบี่วารีสีดำเหลวนับล้านเล่มโจมตีหลี่ม่อ เซียนระดับ 9 เทียนเว่ยขั้นกลางสูงสุดที่ใช้กระบี่วารีสีฟ้านับล้านเล่มเข้าปะทะกันการต่อสู้ของผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 มันเกินกว่าจะจินตนาการ พลังปราณมหาศาลนั่นเขย่าโลกทั้งใบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งหลี่ม่อได้เปรียบกว่านิดหน่อยเพราะเขาสามารถควบคุมกระบี่แยกเป็นชุดๆละ 10 เล่มได้เป็นอิสระต่อกัน ต่างจากหลินเซียนที่กระบี่ทั้งหมดยังคงพุ่งไปในทิศทางเดียวกันส่วนหลิวเซี่ยง(ในร่างมังกรมาร)และซีหมิงก็ทุ่มสุดแรงต้านทานมังกรเหลวยักษ์อยู่นอกโลก ทั้งคู่เหนื่อยหอบและมีแผลตามร่างกาย“ไม่..ไม่ไหว!”“มังกรเหลวนี่มันไม่มีชีวิตด้วยซ้ำ ราวกับมันคือผีตัวใหญ่”“เราฆ่าผีให้ตายซ้ำไม่ได้”ซีหมิงเช็ดคราบเลือดที่ปากและหันหน้าบอกหลิวเซี่ยง“แต่ข้างหลังเราคือโลก ดาวสีฟ้าที่พวกเราเกิด”“และเป็นดาวที่น้องชายข้า...อาจารย์เจ้ารักมากด้วย”“อย่าให้เขาต้องเสียใจเมื่อได้สติเลยนะ หยุดมันให้ได้!”หลิวเซี่ยงและซีหมิงรวมพลังกันเข้าไปสู้ต่อ ส่วนเหล่าเทพบรรพกาลต่างตรึงมหาค่ายกลไม้ให้มังกรดำเหลวทำร้ายโลกได้หลี่ม่อม
...ณ แผ่นดินแห้งแล้ง ชายแดนฉินและจ้าว กองทัพใหญ่หลายแสนนายกำลังจัดทัพเตรียมปะทะกันเสียงเกือกม้า ดาบเหล็กเคาะโล่ หรือแม้แต่เสียงย่ำเท้า ฝุ่นที่ฟุ้ง เสียงที่ดินอื้ออึง ราวกับพลังเทพเซียนสวรรค์ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนเหล่าแม่ทัพใหญ่ทั้ง 2 แคว้นนั่งบนหลังม้าแยกกันควบคุมพลทหารกว่าหมื่นนาย เหล่าเซียนอาวุโสตั้งแต่ระดับ 3 แกนปราณ ไปจนถึงระดับ 5 หลิงเฉิงต้นมากมาย ลอยเหนือกองทัพทุกคนมีอาวุธเซียนในมือเหนือบัลลังก์ที่ประทับฮ่องเต้ คือบรรพาจารย์ฉินผิง และแคว้นจ้าวคืออดีตองค์ชายที่หลินเซียนรับไปฝึกดาววารีนิรันดร์ แต่ไม่มีจ้าวหานเฟิงอยู่“ศิษย์พี่! เจ้าผิดต่อคำพูดท่านอาจารย์แล้ว!”“ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์! เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้รึว่าเจ้าวางแผนสิ่งใด!”ทั้ง 2 คนเป็นระดับ 7 เจินเสิน(เทวะแท้จริง) กลายร่างเซียนทั้งคู่เพื่อเรียกขวัญกำลังใจองค์ชายแคว้นจ้าวกลายร่างเป็นเซียนวารีผู้มีกระแสน้ำ 9 ชนิดไหลวนรอบร่างกายส่วนฉิงผิงกลายร่างเป็นปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งแคว้นฉินที่ชาวฉินนับถือบูชา มือซ้ายถือตำรา มือขวาถือดาบ เป็นสัญลักษณ์แห่งบู๊และบุ๋น“ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ฉินจักไม่มีวันล่มสลาย!”เสียงทหารฉินเฮลั่น“เพื่อ
...หลินเซียนยังอยู่ในพระราชวังกับฉินผิงๆก็เข้าใจ จึงให้หลินเซียนอยู่วังต่อและเป็นเพื่อนคุยจนกว่าจะหายช็อค“เจ้าว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?”“เขามีประวัติมาอย่างไร?”“ข้าก็ไม่รู้ ข้าเจอเขาอยู่คนเดียวย่างปลาขายในตลาดก่อนถึงเมืองหลวงจ้าว”“หลายพันปีนี้ท่านเคยถามเขาไหม? ว่าพ่อแม่เขาเป็นใคร? มีที่มายังไง?”“เอ่อ....ข้าไม่เคยถาม แหะๆ”ฉินผิงส่ายหน้า“แล้วไง? คือรับมาเป็นศิษย์เลยเพียงเพราะถูกใจเนี่ยนะ!”หลินเซียนก้มหน้าสำนักผิด ฉินผิงถึงกับถอนหายใจยาว“เห้อ! ท่านนี่นะ ดีแล้วที่ไม่เกิดในราชวงศ์ข้า มิเช่นนั้นตายก่อนขนหน้าแข้งจะขึ้นแน่ๆ”หลินเซียนแบมือข้างหนึ่งให้ฉินผิง และฉินผิงก็ตีมือนั้นเบาๆเพื่อลงโทษ“เหมือนสวรรค์แกล้งข้าเลย เกิดมาสุขภาพแย่อายุไม่ยืน”“แต่พออายุยืนได้ ก็เจอวิบากกรรมต้องมาปวดหัวเพราะอาจารย์เช่นท่าน”“ไม่น่าอายุยืนเลยๆ เห้อ”“โอ๋ๆ”หลินเซียนบีบนวดไหล่ให้เอาใจ แล้วทั้งคู่ก็ย้ายไปนั่งริมสระ“หลายพันปีนี้เขาสนิทกับท่านมากที่สุด เขาเคยเผลอแสดงอารมณ์แปลกๆบ้างไหม?”“ไม่เคยเลยนะ”“แม้แต่....ตอนที่เขาเข้าไปช่วยข้าคิดอยู่ในมิติมายานั่น เขาก็จริงใจกับข้ามาก กอดและร้องไห้โฮ”ฉินผิงยิ
....หลินเซียนขึ้นมาถึงผิวน้ำแข็ง เขาตกใจมีเซียนมากมายหลายพันคนยืนรอบทะเลสาป มองไปมุมหนึ่งเห็นชายชราสวมชุดมังกรสีทองและมีกองทหารจำนวนมากคุ้มครองเขา ไม่ผิดแน่เขาคือฮ่องเต้แคว้นจูนี่เองพอเขาขึ้นมาเสียงก็ดังกระหึ่ม "คาราวะท่านบรรพาจารย์!!"หลินเซียนงง แล้วก็มีชายผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา เป็นชายผม
....ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านยอดไม้ หลินเซียนนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้เซียนอีกครั้ง คราวนี้มิใช่ด้วยความกังวลหรือฝืนใจ หากเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง คล้ายทะเลไร้คลื่น ส่วนเจ้าแนด้าน้อยยมันยังคงนอนเฝ้านายของมันอยู่ข้างๆด้วยความห่วงใยหลินเซียนหลับตาเบา ๆ ลมหายใจยาวและมั่นคง ปราณที่เคยสับสนปั่นป่วนกลับค่อย ๆ
......หลินเซียนอยู่สำนักฮั่วน่วนในนครไร้แสงต่อ โดยบรรพาจารย์แนะว่าให้ท่านอัพพลังขึ้นมาหน่อยเป็นสักแกนปราณสิ เพื่อจะได้ช่วยสอนหนังสือเด็กๆ งานถนัดของท่านไง จะได้ไม่เบื่อ หลินเซียนก็ตกลงแก้พลังหลอกขึ้นมาเป็นแกนปราณขั้นต้น แล้วอยู่สอนหนังสือในสำนัก ซึ่งก็ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี เพราะหลินเซียนมีความ
(1 เดือนผ่านไป)....วันนี้หลินเซียนจะออกเดินทางไปทะเลตะวันออกตามคำแนะนำชายผู้ลอยลงมาจากฟ้านั้น บรรพาจารย์จื่ออิงและซีหมิงมายืนส่งเขาซีหมิง : "น้องข้า เจ้าต้องกับมาหาพี่นะ"หลินเซียน : "ขอสัญญาจะกลับมา แต่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนนะพี่ข้า บางที 400 หรือ 1,000 ปี ข้าไม่มั่นใจ"บรรพาจารย์จื่ออิง : "ท่านหลิน







