Masuk
.....แสงอาทิตย์เช้าสาดผ่านหลังคาของบ้านไม้เก่าผุพัง หลังคาหลายแผ่นกร่อนจนเห็นแสงลอดเข้ามา เสียงลมพัดผ่านรอยรั่วในหน้าต่างไม้เก่า เสียงไก่ขันปะปนกับใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมเนินดิน ข้างหลังมีป่าลึกที่แม้จะรก แต่ยังมีความสดชื่นของพืชพรรณป่า เบื้องหลังภูเขาและป่าลึกนั้น… มีสมุนไพรแปลกตามากมาย
สำหรับเขาแล้วแม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรม แต่ทุกมุมเต็มไปด้วยความทรงจำ
....ความยากจนนี้เกิดขึ้นหลังจากไม่มีเสาหลักครอบครัวอย่างบิดา ท่านเป็นเพียงพลทหารที่เสียชีวิตในสงครามโดยที่ไม่มีผู้ใดจดจำนอกจากลูกเมีย
หลินเซียนจึงพยายามทำทุกอย่างแทนบิดาเพื่อท่านแม่และท่านย่าที่แก่ชรา
เช้าๆหลังตื่นนอนวันนี้เขาทำความสะอาดบ้านเป็นสิ่งแรกสุดอย่างตั้งอกตั้งใจ
หลังนั้นก็ออกไปเก็บผักจากแปลงหน้าบ้าน ผักที่ปลูกเล้กไม่สวยงามเพราะดินขาดแคลนสารอาหารแถมยังโตช้าอีกด้วย
หลินเซียนถือกระบุงค่อยๆเก็บผักที่รับประทานได้ เมื่อเขากลับเข้ามาในบ้านก็เห็นท่านแม่และย่ารออยู่บนพื้นไม้เก่าที่มีรอยแตกเต็มไปหมด
ท่านแม่มองลูกชายด้วยสายตากังวล
“เซียนเออร์… เจ้าทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว เหนื่อยก็พักบ้างนะลูก”
หลินเซียนยิ้มบาง ๆ
“ข้ายังไหวขอครับท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวล”
ท่านย่าซึ่งเป็นหญิงชราค่อยๆ เดินมาจับแขนหลินเซียน มือสั่นเล็กน้อย
“ย่าภูมิใจในตัวเจ้า ถ้าพ่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงภูมิใจมากที่มีลูกกตัญญูเช่นเจ้า ตระกูลหลินโชคดีที่มีเจ้า หลานรัก”
หลินเซียนก้มหน้าเล็กน้อย แฝงรอยยิ้มเศร้า
“ขอครับท่านย่า…ท่านพักผ่อนเถอะขอรับ หลานจะทำทุกอย่างแทนท่านพ่อเอง ข้าจะไม่ปล่อยให้แม่และท่านย่าต้องทนลำบาก"
แล้วหลินเซียนก้พูดข่าวดีให้แม่และย่าเขาฟัง
"… ท่านแม่,ท่านย่าขอรับ โชคดีมาถึงข้าแล้ว วันก่อนข้าได้ท่านเซียนช่วยสำรวจให้แล้วว่าข้ามีรากเซียน สามารถฝึกเป็นเซียนได้""หากเข้าสำนักเซียนได้ก็จะมีเงินส่งให้ท่านแม่และท่านย่าใช้สุขสบายเสียที” หลินเซียนยิ้มแววตามีความหวัง
หลังพูดจบ เขาก็เดินไปก่อไฟต้มน้ำในหม้อเก่า รอจนเดือด แล้วค่อยๆ ยกหม้อใส่น้ำร้อนผสมน้ำเย็นมาที่ท่านแม่
“ท่านแม่… ข้าล้างเท้าให้ขอรับ เท้าท่านเย็นจนแตกไปหมดแล้ว”
แม่มองลูกชายสายตาเต็มไปด้วยความรัก
“เซียนเออร์… ไม่เป็นไรลูก เจ้าเหนื่อยแล้ว”
หลินเซียนยิ้มบาง ๆ มองตาแม่
“ไม่เป็นไรขอครับ แค่ได้ทำให้แม่สบาย ลูกก็พอใจแล้ว”
เขาคุกเข่าลงช้าๆ ปล่อยน้ำอุ่นลงบนเท้าแม่ มือเรียวบางนั่นเล็กแต่แน่นอน หลินเซียนล้างนิ้วเท้าแม่ทีละนิ้ว ใบหน้าเรียวสวยของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจ
ท่านแม่แอบลูบหัวเขาเบาๆ ด้วยความซาบซึ้ง ท่านย่ายืนมองอยู่ใกล้ๆอย่างมีความสุข
“หลินเซียน… เท่านี้แม่และย่าก็ภูมิใจแล้ว ถ้าทดสอบไม่ผ่านก็ไม่เป็นไรนะลูก”
แล้ว.....เสียงหัวเราะของเด็กคนอื่นจากหมู่บ้านดังเข้ามา
“ขยะไร้ค่าอย่างหลินเซียน จะฝึกเซียนได้เหรอ ฮ่า ๆ”
หลินเซียนใบหน้านิ่งก้มหน้าหลงปิดบังความเศร้าใจ เขาพยายามไม่สนใจเสียงเยาะเย้ย
"พรุ่งนี้ข้าจะไปทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนักเซียน และจะำให้สำเร็จ!"
....สายๆ แสงแดดเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย มีหญิงสาวอายุ 14 ปีแต่งกายดี เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านน้ำชาในหมู่บ้าน มีหญิงรับช้ช่วยถือตะกร้าอาหารมาที่บ้านหลินเซียน
“พี่เซียน… ข้านำอาหารมาให้” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลินเซียนเดินออกมาจากประตูบ้าน เขาก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อมองเห็นใบหน้าหญิงสาวดวงตาใสแจ๋ว
“ขอบคุณขอครับคุณหนู… ข้าเกรงใจท่านมาก เอามาให้ข้าบ่อยๆ”
คุณหนูร้านน้ำชาเธออดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าขาวเนียนเรียวสวยของเขา ช่างหล่อราวกับเซียนจากสวรรค์ก็ไม่ปาน น่าหลงไหลมาก นี่เองที่ทำให้เธอหลงรักข้างเดียวมาแสนนาน
คนใช้ยกตะกร้าใส่อาหารลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง
“อย่าลืมล้างมือก่อนกินนะเจ้าหนู”
หลินเซียนพยักหน้าแล้วล้างมืออย่างเรียบร้อย
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางสังเกตการกระทำสุภาพของเขา
“เจ้าเด็กนี่พ่อแม่สอนมาดีจริงๆ”
หลินเซียนอายเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้ม
เธอวางอาหารไว้บนโต๊ะไม้เก่า มองเขาด้วยดวงตาแวววาว
“ถ้าเจ้าอยากอะไรอีก บอกพวกเราได้นะ เดี๋ยวข้าจะเอามาให้”
หลินเซียนโค้งเล็ก ๆ
“ขอบคุณขอครับ… ข้าไม่เคยลืมความช่วยเหลือของท่านเลยคุณหนู”
“เซียน… ข้าขอร้อง พรุ่งนี้พี่อย่าไปทดสอบเข้าสำนักเซียนเลยนะ มันอันตรายเกินไป”
"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะทำอย่างไร?”
คุณหนูโผเข้าไปซบอกและกอดหลินเซียนแล้วกลั้นน้ำตาร้องไห้ไม่อยู่ ทำเอาสาวใช้ที่ตามมาด้วยตกใจ
หลินเซียนตกใจเล้กน้อยแต่ก็ยิ้มบางๆ เขาเอามือข้างหนึ่งเช็ดน้ำตาที่ขอบตาให้คุณหนู
"ข้ายังเชื่อว่าพรแสวงนั้นทำให้สำเร็จได้ไม่ต่างจากพรสวรรค์"
.
.
.
(ท้ายบท)
วันทดสอบรากวิญญาณในหมู่บ้าน เด็กหลายคนที่มีรากเซียนได้ผลลัพธ์เป็นสีสว่างงดงาม แต่ของหลินเซียนรากเซียนกลับเป็น “แสงขุ่นคล้ำเหมือนน้ำเน่า”
ทุกคนแม้แต่ท่านเซียนที่มาตรวจให้หัวเราะ บอกว่าเขาเป็นเศษสวะไร้ค่า...เด็กชายตกปลานั่งบนก้อนหินใหญ่ แววตาเย็นชา เขาล้วงกระเป๋าเอาลูกแก้วสีทองและเขียวออกมา แล้วโยนออกไปกลายร่างเป็นสัจจเทพธาตุทอง(ชายวาดรูป)และสัจจเทพธาตุไม้(ชายถือตำรา)ทั้ง 2 คนโค้งศรีษะขอบคุณเด็กชาย“ขอบคุณท่านพ่อที่อภัยโทษขอรับ”เด็กชายไม่ตอบ เขาหันไปมองด้านหน้าไกลๆที่การต่อสู้ ซึ่งสัจจเทพทั้ง 3 รู้ความหมายดี จึงเหาะไปด้านหน้าเพื่อช่วยทัพพันธมิตรต่อสู้(สัจจเทพธาตุดิน, ไม้, ทอง เป็นเซียนระดับ 11 สัมผัสดาราทุกคน)เมื่อทุกคนไปแล้ว เด็กชายล้วงกระเป๋าหยิบลูกแก้วสีน้ำเงินออกมา มันมีละอองน้ำวนรอบๆและมีรอยร้าว เขาจ้องมองด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง ก่อนที่จะชูมือข้างหนึ่งขึ้นเหนือฟ้าตึง ตึง ตึงเสียงดังจากท้องฟ้าเบื้องบนสูงมากๆค่อยดังขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาทุกคนเงยหน้ามองว่าคืออะไร?แท่งผลึกต้นกำเนิดสรรพสิ่งซึ่งเป็นผลึกขนาดยักษ์ลอยลงมาจากสวรรค์ชั้นที่ 9 จิ่วฉงเทียน(สวรรค์ชั้นสูงสุด) ทุกคนตกใจมาก และที่น่าแปลกใจคือหุ่นเชิดทั้งหมดมาอาการรวนๆจนสู้ต่อไม่ค่อยได้มังกรทองตาเบิกโพลง“นั่นมันอะไร?”ซีหมิงกลายร่างเป็นมนุษย์และมายืนคู่กับพี่น้องสัจจเทพทั้ง 4(ไฟ ดิน ไม้ ทอง)“เจ้าผิดแล้วมังกรทองเอ๋ย...”สัจจเทพธาตุท
ระเบิดแสงเทียบเท่าเซียนธาตุแสงระดับ 10 ถึง 2 คนรุนแรงมาก พระราชวัง อาคารบ้านเรือน และทุกชีวิตไหม้ตายกลายเป็นเถ้าในพริบตาจริงๆมันสามารถทำให้แคว้นจ้าวทั้งแคว้นหายไปได้เลย แต่กลายเป็นหุ่นเชิดเทียบเท่าเซียนระดับ 8 พวกนี้กลับช่วยสร้างม่านกำบังให้มันพินาศแค่เมืองหลวงเท่านั้น“ฮ่าๆ ตายซะ! เทพวารี!”มังกรทองจินหลงหัวเราะลั่น ในขณะที่องค์ชายยังจ้องมองไปข้างหน้าด้วยแววตาเย็นชา เมื่อสิ้นแรงระเบิดแสงแล้วมองไม่เห็นอะไรเหลืออยู่เบื้องหน้า องค์ชายถึงโล่งใจจินหลงก้มมองปลาดาวของเล่นในมือ“ฮ่าๆ ข้าข้ามมิติได้แล้ว ฮ่าๆ”“ยินดีกับท่านพ่อด้วยขอรับ”จินหลงยิ้มตบบ่าองค์ชาย“เจ้าทำดีมากลูกชายสุดที่รักของพ่อ แผนของเจ้ายอดเยี่ยมมาก ที่แฝงตัวเข้าไปล้วงข้อมูลต่างๆของมันมา”เขาชี้ไปที่หุ่นเชิดหลายล้านตัว“ดูนั่นสิ ระดับ 8 อวี๋เทียนทุกตัว แดนปีศาจ แดนมาร แดนสวรรค์ ยึดได้หมดแน่ ฮ่า”เขาตบบ่าองค์ชาย“เจ้าก็จะได้เป็นผู้ปกครองดาวโลกนี้ในขณะที่พ่อยังไม่กลับมา พ่อไว้ใจเจ้า ลูกรัก”“ขอรับ”องค์ชายไม่ถามว่าจินหลงทำไมถึงอยากข้ามมิติมากขนาดนี้ เพราะเขารู้ว่าหากรู้ความลับอะไรของจินหลงมากเท่าใด เขาจะยิ่งไม่ปลอดภัย“ป่ะ! ไปถ
...หลินเซียนเหาะมาที่แคว้นจ้าวตามลำพัง เขาไม่ยอมให้หลิวเซี่ยงมาด้วยเพื่อให้เธออยู่ปกป้องศูนย์และชีวิตแพทย์หลายแสนชีวิตนั้น โดยเขาบอกด้วยแววตาเศร้าสร้อยว่าหากค่ายกลแตก ผีดิบบุกเข้ามา ขอให้เจ้าจัดการตามความเหมาะสมเถิดณ ชายแดนแคว้นจ้าว ซึ่งเป็นแคว้นเดียวตอนนี้ที่ไม่มีโรคผีดิบระบาดเลย คนทั้งแคว้นต่างยกย่องชื่นชมว่าเป็นเพราะวารีของบรรพาจารย์คนใหม่ ปราณวารีทั้ง 9 สายของเขาปกป้องคุ้มครองทั้งแคว้นไว้จะเห็นเป็นเส้นสายวารีอยู่เขตแดนหลินเซียนไม่ได้ปลอมแปลงใบหน้าแต่ประการใด เพราะผู้คนจดจำใบหน้ารูปปั้นตาแก่เครายาวถือไม้เท้าเมื่อถึงด่านประตูเมืองชายแดน เขาก็ถูกสอบถามและตรวจค้นร่างกาย แต่เนื่องจากหลินเซียนมีรากวิญญาณเซียนก็จะมีเซียนระดับ 3 แกนปราณตรวจสอบเขาอีกที“โห่ ปราณวารีหรือนี่ เหมือนท่านบรรพาจารย์ของเราเลย”“ท่านหลินเซียนหรือขอรับ?”ผู้ตรวจโกรธทันที“อย่าพูดชื่อเสนียดนั่น! เพราะมันท่านจ้าวหานเฟิงอาจารย์ของท่านบรรพาจารย์ต้องตาย!”“มันทรยศชาติไปเข้ากับแคว้นฉิน ไอ้เนรคุณนั่น!”เจ้าหน้าที่อีกคนก็กล่าวเสริมด้วยความโมโห“สมแล้วที่มันเป็นลูกไพร่ชาวนาสถุลชั้นต่ำ ไม่เหมือนท่านบรรพาจารย์ที่เกิดในตระก
...หลินเซียนและหลิวเซี่ยงเหาะมาที่เฟิงหลิวชุน พูดคุยกับอาจารย์ปีศาจมังกรเขียว พบว่าเขาเองก็มีคนในเผ่ามาขอร้องให้ช่วยและพยายามค้นคว้ามาตลอด แต่ยังหาทางรักษาไม่ได้เช่นกัน (อย่างไรก็ดีหลินเซียนได้เอกสารข้อมูลการรักษากลับมาเพียบ)หลิวเซี่ยงเสนอว่าให้หลินเซียนใช้เส้นสายและชื่อเสียงตนเองเรียกประชุมแพทย์ทุกเผ่ามาระดมสมองหาวิธีรักษาร่วมกันเลยดีกว่า ซึ่งหลินเซียนก็เห็นด้วย ก่อนกลับหลินเซียนแวะไปทำปลาย่างและนั่งกินข้าวกับเด็กชายตกปลาเช่นเดิม ส่วนหลิวเซี่ยงเดินไปนั่งฟังนิทานจากชายแก่ร่างอ้วนกับเด็กๆที่กลางหมู่บ้านเมื่อหลินเซียนเดินมาเรียกพวกเขาก็เหาะไปด้วยกันไปหาจอมมาร, จักรพรรดินีปีศาจ และเทพโอสถบนสวรรค์(หลินเซียนรู้จักเป็นการส่วนตัว) ซึ่งทุกคนเห็นด้วย“ติดที่เผ่ามนุษย์นี่แหละ พวกเขาไม่มีผู้นำ”หลิวเซี่ยงเอานิ้วจิ้มอกหลินเซียน“ท่านอาจารย์ไงเจ้าค่ะ! ศูนย์รวมจิตใจของเผ่ามนุษย์”หลินเซียนยิ้ม เขาเรียกวารีจากแม่น้ำ,บึง,ทะเลสาป ฯลฯ ของแต่ละแคว้นกลายเป็นร่างเขาขนาดใหญ่มากที่เมืองหลวงและเมืองใหญ่ต่างๆ (แต่แคว้นจ้าว ไม่มีร่างหลินเซียนยักษ์ออกมา มีไปโผล่ลำธารเส้นแบ่งอาณาเขตข้างๆแคว้นจ้าวให้พอมองเห็นไก
...กลางเทือกเขาซับซ้อนและกันดาร ห่างไกลแม้แต่หมู่บ้านเล็กๆ อารามสูงใหญ่เก่ามากตั้งกลางป่าทึบ หลินเซียนเหาะมาถึงก็แปลกใจ ไม่มีใครอยู่ปรนนิบัติรับใช้เลย นักบวชก็ไม่มี นี่เขาอยู่คนเดียวในสถานที่แบบนี้หรือ?ยิ่งพอเปิดประตูใหญ่ทางเข้าก็ยิ่งแปลกใจคราบและความฝืดนี้บ่งชี้ว่าประตูไม่ได้ถูกเปิดมานานมากแล้ว แถมด้านในมีกลิ่นอับเก่าเต็มไปหมด“ฉินผิง!”เงียบไม่มีเสียงตอบ“เจ้าคนแซ่ฉิน!”ก็ยังเงียบไร้เสียงตอบ หลินเซียนแปลกใจมาก เขาสร้างลูกไฟเล็กๆลอยบนมือพอให้แสงสว่าง(ซีหมิงสอนให้)แล้วเดินหาฉินผิงไปทั่วก็ไม่เจอ“เขาไปไหน?”หลินเซียนจึงเพ่งจิตตรวจหาปราณฉินผิงพบว่าอยู่ด้านใน แต่เมื่อเดินเข้าไปกลับพบเป็นกำแพง เขาจึงเปลี่ยนเป็นร่างเทพวารีเดินทะลุกำแพงเข้าไปด้านใน แล้วภาพที่สะเทือนใจก็ทำให้หลินเซียนน้ำตาไหลฉินผิงกลายสภาพเป็นผีดิบ มีโซ่เซียนมากมายล่ามเขาไว้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงเซียนระดับ 7 เจินเสิน(เทวะแท้จริง)ซึ่งมีพลังมาก ผีดิบฉินผิงมองอาจารย์ตัวเองแต่จำไม่ได้มันส่งเสียงแสดงความหิวโซอยากกินเนื้อมนุษย์“ทำไมกลายเป็นเช่นนี้?”หลินเซียนเหลือบไปเห็นข้อความที่เขียนด้วยเลือดจนแห้ง“ท่านอาจารย์ ข้ารู้ว่
...หลินเซียนออกมาจากจักรวาลดับสูญ ทันทีที่เขาเปิดประตูกระท่อมออกมา ก็ตกใจ เพราะศิษย์ทั้ง 10 ล้านคน, คนจากสมาพันธ์เซียน, เซียนดวงดาวใกล้เคียงต่างๆ มารอคำนับอยู่มากมายจนล้นออกไปนอกดวงดาว(อยู่บนเรือ,พาหนะเซียน)“พ่ะ...พวกท่านมีอะไรกัน?”หลินเซียนประหม่าเขินมากเป็นเจ้าสำนักวารีนิรันดร์(อดีตฮ่องเต้)เข้ามา“ท่านนักบุญบรรลุระดับ 12 รับดาราแล้ว ศิษย์และเซียนทุกท่านต่างมาร่วมแสดงความยินดีครับ”ผู้นำสมาพันธ์ดาราจักรและเซียนหญิงชราระดับ 12 ขั้นกลางลอยเข้ามาหา“ท่านหลินเซียนท่านรับพลังดาราอะไรมา? ทำไมพวกข้าถึงไม่รู้สึกคุ้นเคยกับพลังปราณในกายท่านเลย”แล้วก็มีเสียงเชียร์ดังกระหึ่มให้หลินเซียนโชว์พลังปราณ ตอนแรกหลินเซียนจะปฏิเสธแต่คุณหนูน้องสาวเข้ามากระซิบว่าท่านพี่สร้างบารมีสักหน่อยเถอะ เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจเพราะบางคนเขามาไกลมากและรอท่านมาหลายปีแล้วด้วยหลินเซียนนิ่งสักครู่ เขาก็สร้างค่ายกลเล็กๆครอบร่างตนเองแล้วจึงค่อยๆกลายร่างเป็นร่างดาราดับสูญ เหล่าศิษย์ที่อยู่ตกใจมากบางคนกำลังจะวิ่งหนีเพราะยังขยาดครั้งที่แล้วไม่หาย แต่หลิงเอ๋อกลับยืนมองใกล้ๆอย่างไม่หวาดกลัว“ทุกคนไม่ต้องกลัว ข้ายังมีสติอยู่!”เป
....หลินเซียนขึ้นมาถึงผิวน้ำแข็ง เขาตกใจมีเซียนมากมายหลายพันคนยืนรอบทะเลสาป มองไปมุมหนึ่งเห็นชายชราสวมชุดมังกรสีทองและมีกองทหารจำนวนมากคุ้มครองเขา ไม่ผิดแน่เขาคือฮ่องเต้แคว้นจูนี่เองพอเขาขึ้นมาเสียงก็ดังกระหึ่ม "คาราวะท่านบรรพาจารย์!!"หลินเซียนงง แล้วก็มีชายผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา เป็นชายผม
....ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านยอดไม้ หลินเซียนนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้เซียนอีกครั้ง คราวนี้มิใช่ด้วยความกังวลหรือฝืนใจ หากเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง คล้ายทะเลไร้คลื่น ส่วนเจ้าแนด้าน้อยยมันยังคงนอนเฝ้านายของมันอยู่ข้างๆด้วยความห่วงใยหลินเซียนหลับตาเบา ๆ ลมหายใจยาวและมั่นคง ปราณที่เคยสับสนปั่นป่วนกลับค่อย ๆ
......หลินเซียนอยู่สำนักฮั่วน่วนในนครไร้แสงต่อ โดยบรรพาจารย์แนะว่าให้ท่านอัพพลังขึ้นมาหน่อยเป็นสักแกนปราณสิ เพื่อจะได้ช่วยสอนหนังสือเด็กๆ งานถนัดของท่านไง จะได้ไม่เบื่อ หลินเซียนก็ตกลงแก้พลังหลอกขึ้นมาเป็นแกนปราณขั้นต้น แล้วอยู่สอนหนังสือในสำนัก ซึ่งก็ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี เพราะหลินเซียนมีความ
(1 เดือนผ่านไป)....วันนี้หลินเซียนจะออกเดินทางไปทะเลตะวันออกตามคำแนะนำชายผู้ลอยลงมาจากฟ้านั้น บรรพาจารย์จื่ออิงและซีหมิงมายืนส่งเขาซีหมิง : "น้องข้า เจ้าต้องกับมาหาพี่นะ"หลินเซียน : "ขอสัญญาจะกลับมา แต่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนนะพี่ข้า บางที 400 หรือ 1,000 ปี ข้าไม่มั่นใจ"บรรพาจารย์จื่ออิง : "ท่านหลิน







