Masuk...หลินเซียนก้าวเข้าสู่ป่าลึกที่รกร้าง หมอกเต็มไปหมดทุกที่ พื้นปกคลุมด้วยโคลนเหนียวและรากไม้พันกันเป็นตาข่าย แสงแดดลอดผ่านยอดไม้สูงส่องลงเป็นลำแสงเล็กๆเฉพาะบนพื้น ทำให้เห็นเพียงเศษสมุนไพรแปลกประหลาดบางต้น
การแข่งรอบที่ 2 นี้ คือเก็บสมุนไพรในป่าแห่งนี้ ผู้ใดค้นหาสมุนไพรที่หายากที่สุดอันดับต้นๆ ก็จะสอบผ่านเข้าเป้นศิษย์สำนักได้
แต่...ป่านี้แฝงไปด้วยอันตราย มีสัตว์อสูรเพ่รพ่านเต็มไปหมด แถวยังมีต้นไม้,ดอกไม้พิษหลายต้นอีกด้วย แมลงพิษก็มีบินวน หน้าผาก็สูงเสียวสันหลัง
หลินเซียนค่อยๆ ก้าวด้วยความระมัดระวัง ใช้สายตาและสติเต็มที่เพื่อสังเกตทุกความเคลื่อนไหว บางครั้งสัตว์อสูรโจมตีแบบทันทีทันใด เขาต้องกระโดดหนี ใช้รากไม้โหนตัว หรือแม้กระทั่งกลิ้งลงโคลนเพื่อรอดชีวิต
ผู้แข่งขันแต่ละคนสารพัดจะใช้กลโกงใส่กัน มีคนหนึ่งแกล้งเขาหักกิ่งไม้ให้ตกต้นไม้ บางคนล่อแมลงพิษมาหา บางครั้งเก็บสมุนไพรได้แล้วแต่ถูกยาสลบแล้วโดนขโมยไปก็มี
หลินเซียนแม้รากวิญญาณเซียนต่ำที่สุดในบรรดาผู้เข้าสอบ แต่เขาก็พยายามใช้ไหวพริบและความระวังตัวอย่างเต็มที่
เขาพกสมุนไพรที่คุรหนูร้านน้ำชาหามาให้ช่วยป้องกันพิษได้บ้าง และเลี่ยงสัตว์อสูรด้วยการสังเกตพฤติกรรม หลินเซ๊ยนพยายามปีนขึ้นต้นไม้สูงเพื่อความปลอดภัยเสมอเมื่อเขาจะพักผ่อน
แต่....ก็เหน้ดเหนื่อย เหงื่อไหลทั้งตัว หลินเซียนโดนพิษอสูรมดกัดมาจึงมีความเจ็บปวดเล็กน้อย มือสั่นเทา เนื้อตัวมอมแมม แต่ดวงตายังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสุดชีวิต
แรงใจจากความรักของแม่และย่า ความหวังที่จะให้พวกท่านได้สุขสบายเมื่อเขาเข้าสำนักได้สำเร็จยังเป็นกำลังใจหลักของเขา
ผู้เข้าสมัครคนอื่นเริ่มหวาดกลัวและระวัง บางคนคลั่งเพราะแรงกดดันและพิษ บางคนเริ่มสังเกตึว่าขยะบ้านนอกอย่างหลินเซียนมันมีฝีมือไม่ธรรมดา
ใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดหลินเซียนก็เจอสมุนไพรไพรเซียนระดับ 2 "ใบมะรุมเงิน" ของหายากต้นหนึ่งได้สำเร็จ เขาบรรจงเก็บไว้ในถุงสะพายข้างเอว
แต่ทันใดนั้น ผู้แข่งขันคนหนึ่งที่แอบตามมาเงียบๆ ก็ลอบเข้ามาใกล้โดยมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ทันทีที่หลินเซียนหมุนตัวเก็บสมุนไพรอีกต้น ผู้แข่งขันเลวนั่น ใช้จังหวะนั้นฉวยโอกาสหยิบสมุนไพรของหลินเซียนไป
พอได้สมุนไพรเขาก็หัวเราะเยาะเย้ย
“ฮ่าๆ ขยะบ้านนอก… สมันไพีนี่เป็นของข้าแล้ว ฮ่าๆ!”
"เอาคืินมา!
หลินเซียนรีบตามไป แต่ผู้แข่งขันคนนั้นไม่ได้โง่ เขามีเพื่อนๆที่ซ่อนตัวอยู่แถวนั้นอีก 2 คน
แล้วทั้ง 3 คนก็ก้าวออกมาล้อมรอบหลินเซียน แววตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย พวกมันไม่คิดจะเก็บสมุนไพรอีกต่อไป แต่จ้องเพียงจะจัดการศัตรูตรงหน้า
“สมุนไพรชั้นสูงนี้ไม่คู่ควรกับเจ้า… ยกมาให้พวกเรานั่นแหละถูกแล้ว!”
หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงห้าว ก่อนจะพุ่งเข้ามาโจมตี
หลินเซียนที่บอบช้ำจากการปีนป่ายหาสมุนไพรตั้งแต่เช้าพยายามตั้งท่าป้องกัน ทว่าถูกอีกสองคนประสานกันบุกจากด้านข้าง หมัด เท้า และแรงผลักกระแทกใส่เขาไม่หยุด เสียงปะทะดังก้องกลางหน้าผาสูงชัน
“อั่ก!”
เลือดสดพุ่งจากมุมปาก หลินเซียนกัดฟันสู้แต่เรี่ยวแรงถดถอยลงทุกขณะ
ในจังหวะชุลมุน หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันเหวี่ยงขาเตะแรงเกินไปโดยไม่ทันคิด ร่างของหลินเซียนถูกซัดกระแทกไปที่ขอบหน้าผา ดินกรวดร่วงกราวลงเบื้องล่าง เสียงลมหวีดหวิวดังแทรกเข้ามา
“เฮ้ย! ระวังสิ!”
หนึ่งในพวกนั้นร้อง แต่สายไปแล้ว ลมพัดแรงมาก ร่างหลินเซีนร่วงลงจากหน้าผาสูงง
หลินเซียนพยายามคว้าหินขอบหน้าผา ทว่ามันเปราะเกินไป นิ้วมือที่เต็มไปด้วยเลือดและฝุ่นดินไม่อาจยึดเกาะได้มั่น ร่างของเขาโอนเอน แล้วพลัดตกจากหน้าผาสูงชันลงสู่ความมืดเบื้องล่าง!
หลินเซียนตกหน้าผา!
แทนที่เจ้า 3 คนนั้นจะสลด แต่ไม่เลย มันชะโงกมามองดูแล้วตะโกนลงไป
"ตายไปซะเจ้าขยะยาจก! อย่ามาทำให้การสอบอันทรงเกียรติ์นี้แปดเปื้อน!"
แล้วพวกมันก็หัวเราะ แล้วเดินจากไปพร้อมสมุนไพรของหลินเซียนอย่างไม่ใยดี
แต่…คนพวกนั้นไม่รู้เลยว่าใต้เหว หลินเซียนใช้สติและสัญชาตญาณกระชับรากไม้และเถาวัลย์เกาะไว้ได้หวุดหวิด
เขาพยายามปีนขึ้น ร่างสั่นมือเท้าเจ็บจากพิษและเลือดไหล แต่แววตายังคงมุ่งมั่น
“ข่ะ...ข้า… ไม่ยอม! กร่อด! ข้า…ต้องไม่ตาย ข้าต้องเป็นเซียนให้ได้! เพื่อแม่และย่าของข้า!”
หลินเซียนกัดฟันจนเลือดออกปากขยับตัวปีนหน้าผา เข้าใช้ความอดทน และกำลังใจ เพื่อเอาชนะความโหดร้ายตรงหน้านี้ให้ได้
....เช้าวันใหม่พระอาทิตย์ขึ้นอรุณรุ่ง หมอกค่อย ๆ จางและแสงแดดส่องลงบนสมุนไพรที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเก็บมาได้ พวกเขาออกมาจากป่ากันหมดแล้ว ยกเว้นหลินเซียน
"ข้าว่ามันคงตายไปในป่าแล้ว ขยะยากจนที่ไม่มีแม้แต่สมบัติเซียนสักชิ้นป้องกันตัว เหอะ!"
เซียนผู้คุมสอบดูเวลา ขณะที่กำลังจะแจ้งว่าหมดเวลา
"เดี๋ยว! รอเดี๋ยวก่อนขอรับ!"
ทุกคนหันไปมอง เป็นภาพเด็กหนุ่มแต่งตัวโทรมๆ เสื้อผ้าบางส่วนขาดวิ่น ตามร่างกายมีบาดแผลขีดข่วนมากมาย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนใสของร่างกายและกล้ามเนื้อที่ดูเย้ายวนใจ ราวกับเขาคือคุณชายชาติตระกูลสูงส่งผู้กินหรูอยู่สบาย
แม้มีแผลหลายจุด แต่ใบหน้าของหลินเซียนยิ้ม …เป็นรอยยิ้มที่นุ่มละมุนใครเห็นก็รู้สึกหลงไหล เขารีบวิ่งมายื่นดอกไม้สมุนไพรให้ท่านเซียนผู้คุมสอบ
ผู้คุมสอบตะลึง และตามองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
"ดอกบัวสีชมพูเรืองแสง....ดอกบัวหยกฟ้า! สมุนไพรเซียนระดับ 3! เจ้าเก็บมันมาได้ยังไง??"
"ข้าเจอมันอยู่ใต้หน้าผาขอรับ ข้าเลยปีนไปเก็บมาขอรับ"
ผู้คุมสอบมองหน้าหลินเซียน ใบหน้าของเขาแม้จะเหนื่อยอ่อนและบาดแผลทั้งร่างกาย แต่เขายิ้มแย้มมีความสุขมาก
“หึ! ไอ้เด็กพรสวรรค์ต่ำ เจ้าฝืนฟ้าได้แล้ว...
"สอบผ่าน!!”
หน้าหลุมศพอาจารย์เฉิงเสิน ทั้งสองนั่งมองต้นไผ่ลู่ลม เสียงนก และเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า..."เออ! นี่เจี้ยงเซิ่ง""หือ?""คือ....ข้าเห็นหอตำราสำนักเก่ามากแล้ว ข้าอยากซ่อมมันใหม่ เจ้าช่วยออกหน้าแทนข้าได้ไหม?""เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์จื่อหยงนั้นไม่ชอบข้าๆไม่อยากให้ความตั้งใจบริสุทธิ์นี้แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น"เจี้ยงเซิ่งตบหลังหลินเซียนเบาๆ"ผู้ทำความดี ไม่หวาดหวั่นต่อโลก เจ้าไปกับข้าๆคุยให้เอง""แต่....""เอาน่า! ท่านบรรพาจารย์แคว้น แก่กันปูนนี้แล้ว อย่าใจปลาซิวเหมือนหน้าเด็กน้อยของเจ้าหน่อยเลย ฮ่าๆ" เจี้ยงเซิ่งหัวเราะ (เจี้ยงเซิ่งเองก็แก่หงั่กแล้ว)แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปในสำนัก อาจารย์ผู้เฒ่าชราท่านหนึ่งก็ออกมาตอนรับ"ที่แท้ท่านเจ้าสำนักเจี้ยงเซิ่งแห่งสำนักเซียนหลิงอู่ซานนี่เอง"แล้วผู้เฒ่าชราก็เหลือบไปเห็นชายเสื้อผ้าเก่าชุดเปื้อนดินอีกคนที่หลบอยู่ด้านหลังเจี้ยงเซิ่ง เห็นแต่ผมขาวๆยาวปลิวไปมาผู้เฒ่าพยายามจะเพ่งมอง จนเจี้ยงเซิ่งเห็น เขาเลยจับหลินเซียนดึงออกมาด้านหน้า"ทะ...ท่านอาจารย์ สบายดีนะขอรับ แหะๆ" หลินเซียนหัวเราะแก้เขินแล้วยิ้มเหมือนเด็กๆ ชายชราสายตาฝ้าฟาง เขาจึงเดินไปใกล้ๆ พอเห็นหน้าชัดๆเท
.....เวลาผ่านมา 7 วัน หลินเซียนกลับมาที่เผ่าเสือ เขาตกใจว่าทำไมที่นี่เวลาผ่านไปเพียง 7 วันเท่านั้น เพราะเขาอยู่ในแดนอเวจีนั้นยาวนานถึง 588 วัน(ราวๆ 1 ปี 7 เดือนกว่าๆ) ทำให้รู้ว่าเวลาในแดนอเวจีนั้นรวดเร็วกว่าเวลาบนโลกมนุษย์มากจอมปีศาจเสือขาวจึงสำทับเสริมเข้าไปอีกว่าแดนสวรรค์ก็เช่นกันแค่ 1 วันของที่นั่นจะเท่ากับเวลาบนโลกถึง 84 วันทีเดียว หลินเซียนก็ได้เปิดหูเปิดตาได้ความรู้ใหม่ว่า 3 พิภพนี้มีมิติเวลาที่ต่างกันเด็กปีศาจถามถึงน้องสาวเขา หลินเซียนบอกว่าตอนนี้เธอไม่เป็นไรแล้ว เขาพาเธอไปเข้าฌานอยู่น้ำพุที่ 2 ของแดนยมโลกซึ่งอยู่ใต้แม่น้ำหวังชวน(แม่น้ำแห่งการลืมเลือน) หลินเซียนบอกว่าเธอไม่เป็นไร พลังน้ำยมโลกที่เขาเคยมอบให้สอดประสานต้อนรับเธอเป็นอย่างดีหลิวเซี่ยงถามว่า "พวกท่านไม่ถูกให้ดื่มน้ำแกงลืมอดีตหรือ?"หลินเซียนตอบว่า "ที่นั่นไม่มียมฑูต ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย มีเพียงวิญญาณมนุษย์เดินตามเส้นทางแห่งความตายข้ามแม่น้ำไปเท่านั้น""แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าปลายทางนั้นจะไปที่แห่งใดหรอกนะ...." หลินเซียนกล่าว “แม่น้ำหวังชวนไร้ฝั่ง มีเพียงใจเท่านั้นที่เป็นเรือข้าม” “ชีวิตและความตายต่างเพียงหนึ่งลมหาย
(1 ปีต่อมา).....ณ ชายขอบแคว้นจ้าว มีกระท่อมเล็กๆอยู่ท่ามกลางภูเขาธรรมชาติร่มรื่น หน้าบ้านมีเด็กชายและเด็กหญิงวิ่งเล่นกัน เด็กหญิงมีหูและหางด้วย กระท่อมนี้เป็นที่อยู่ของหลิวเซี่ยงและสามีของนางนั่นเองในขณะที่นางกำลังตากผ้าที่ซัก นางก็เห็นบุรุษชุดขาวคนหนึ่งเดินมา ผมเขาเป็นสีขาวโพลน ชุดก็ขาว ผิวก็ขาว ใบหน้าก็อ่อนเยาว์ ดูราวกับเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ มีชายหญิงอีก 2 คนอายุไล่เลี่ยกันเดินตามหลังมาด้วย ผู้หญิงมี 2 เขาและ 4 ปีกดูน่ากลัวลูกชายเธอเห็นปีศาจสาวก็กลัว ร้องลั่นวิ่งเข้าบ้านหาพ่อ แต่ลูกสาวยังคงยืนจ้องมองปีกสีดำนั้นอย่างตั้งใจแสงแดดส่องมาทางชายชุดขาวนั้นพอดีทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่เมื่อพวกเขามายืนอยู่หน้าบ้านก็ทำให้รู้ว่าเขาคือหลินเซียนอาจารย์ของเธอนั่นเองเธอรีบวางตระกร้าผ้าแล้วเดินเข้ามาต้อนรับ ในขณะที่ลูกชายก็ตามพ่อซึ่งเป็นปีศาจเสือหนุ่มออกมาเมื่อทั้งหมดเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน หลินเซียนขอให้สามีนางช่วยพาไปพบพ่อของเขา(จอมปีศาจเสือขาว)เพื่อจะฝากเด็กปีศาจทั้งสองไว้ แต่ปีศาจเสือหนุ่มก็ส่ายหน้าไม่อยากยุ่งเขาบอกว่าเด็กหญิงที่ท่านพามานี้มีถึง 4 ปีก บ่งว่าเป็นปีศาจชั้นสูงมาก ระดับเดียวกับ
.....หลินเซียนซึมซับไอสีดำที่ออกมาจากผนังห้องนั้นอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น และเดินออกมานอกห้องลับนั้น เห็นเด็กๆนั่งชันเข่าหิวข้าวและมองหน้าหลินเซียนแบบงอนๆ หลินเซียนหัวเราะแหะๆ เขาจึงทำอาหารให้เด็กๆกินกันวันต่อมาหลินเซียนเริ่มสอนหนังสือให้เด็กๆ ทั้งทำอาหารให้เด็กๆกิน และเข้าไปในห้องนั้นเพื่อซึมซับเต๋าแห่งปีศาจ เขาทำเช่นนี้ทุกวันๆ เป็นระยะเวลา 40 ปี จนเด็กๆเริ่มโตขึ้นบัดนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปกลายเป็นวัยรุ่นแล้ว เด็กชายรูปร่างและหน้าตาราวๆวัยรุ่นอายุ 20-21 ปีแล้ว ส่วนเด็กหญิงปีศาจก็ดูอายุราวๆเด็ก 17-18 ปีเท่าๆหลินเซียน และพวกเขาบรรลุเป็นปีศาจระดับ 7 (เทียบเท่าเซียนขั้นแกนปราณขั้นต้น-กลาง)ได้แล้วทั้งคู่ด้วย เหตุเพราะหลินเซียนให้เขาสัมผัสปราณของหยดน้ำวิญญาณคร่ำครวญบรรพกาลทุกวัน และยังสอนปรัชญาความรู้เต๋าต่างๆให้มากมายด้วยหลินเซียนจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณและอาจารย์เด็กปีศาจทั้ง 2 คนนี้ ซึ่งทั้งคู่ก็พร้อมใจกันยกชามาคาราวะหลินเซียนเป็นอาจารย์ด้วยความสมัครใจ ซึ่งหลินเซียนก็รับไว้ด้วยใบหน้ามีความสุขที่น่าแปลกคือจิตเต๋าปีศาจที่ซึมซับทุกวันนั้นทำให้ร่างกายทารกวิญญาณปีศาจในจ
.........ท้องฟ้ามืดมัว ก้อนเมฆดำทมิฬของพายุใหญ่ เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องในหมู่เมฆเป็นระยะๆ ฟ้าแล่บในก้อนเมฆ ปราฏว่ามีเซียนหยวนอิง 1 คนก็กำลังเหาะหนีเซียนหยวนอิงอีก 2 คนที่กำลังไล่ล่า สภาพเขามีบาดแผลเต็มตัวและอ่อนแรงเปลวไฟชีวิตใกล้จะดับมอด"ฮ่าๆ เจ้าไม่รอดแน่ รีบส่งสิ่งๆนั้นมาให้พวกข้า!"ผู้หนีกัดฟันกร่อด แต่เขาจะไม่ไหวแล้ว มือของเขากุมกุญแจโบราณบางอย่างไว้แน่น เขามองไปยังแกนกลางพายุใหญ่และพุ่งฝ่าก้อนเมฆดำทมิฬนั้น สายฝนจนร่างกายเปียกปน โดนฟ้าผ่า 1 ครั้ง พยายามใช้สติเท่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลบเลี่ยงสายฟ้าไปมา ส่วนผู้ไล่ล่าทั้งคู่นั้นเหมือนจะมีสมบัติวิเศษบางอย่าง เพราะนอกจากเสื้อเปียกแล้ว สายฟ้าไม่ฟาดใส่ตัวเขาเลยเมื่อมาถึงแกนกลางพายุ ผู้ไล่ล่าก็ไล่มาจนทันและทั้งคู่ดักหน้าและหลังเหยื่อ"ฮ่าๆ หนีไม่รอดแล้ว"ชายผู้เป็นเหยื่อจำใจต้องต่อสู้ เขาปลดปล่อย ทารก วิญญาณของตนเองออกมา เป็นเด็กปีศาจมี 1 เขากับปีก 1 คู่ ร่างกายเป็นสีเขียว พ่นควันพิษสีเขียวไปหาผู้ไล่ล่าเซียนหยวนอิงผู้ไล่ล่าทั้งสองก็ปลดปล่อยทารกวิญญาณของตนออกมา เป็นเด็กชายผมสีดำคนหนึ่งมือมีไฟลุก อีกคนหนึ่งมือมีน้ำไหล วน ทารกทั้ง 2 ไฟและน้ำ ร
(1 ปีผ่านไป)....หลินเซียนยังอยู่ ณ ลำธารแห่งนี้ไม่ได้ไปไหน เขาได้ถกความรู้เต๋ากับเด็กหญิงปีศาจดอกบัวเสมอๆวันนี้ก็เช่นกันหมอกยามเช้าลอยต่ำลงบนลำธาร หยดน้ำค้างสะท้อนแสงจันทร์ที่ยังคงส่องอ่อนอยู่บนผิวน้ำหลินเซียนหลับตานั่งสมาธิอยู่ริมฝั่ง ใบหน้าของเขาเรียบสงบ ดวงตาปล่อยว่างเปล่าเหมือนกระจกสะท้อนฟ้าสายน้ำใสไหลเอื่อย เหมือนจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบแต่มั่นคง ดอกบัวน้อยค่อยๆ แง้มกลีบออกมาจากผืนน้ำ สีชมพูอ่อนเรืองแสงอ่อนปีศาจดอกบัวในร่างเด็กหญิงตัวน้อยเธอนั่งอยู่บนดอกบัวที่ลำธารเบื้องหน้าหลินเซียนมือเล็กๆของเธอยกถ้วยน้ำชา กลิ่นหอมชาอบอวลไปทั่ว เข้ากับกลิ่นหญ้าและฝนเมื่อคืน หลินเซียนลืมตา เขามองร่างเด็กหญิงตัวน้อยที่ถือถ้วยน้ำชาเธอเห็นหลินเซียนลืมตา เธอก็พูดด้วยเสียงที่คล้ายกับสายลม นุ่ม และแผ่วเบา “เซียน… ”เสียงนั้นเหมือนเสียงลำธารอีกสายเล็กๆ ไหลเข้ามาในจิตใจ หลินเซียนพยักหน้าเบาๆเขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่สายตาที่พวกเขามองกันและกันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดีแก่กันสายลมพัดผ่านผิวน้ำ ดอกบัวน้อยโอนอ่อนตามแรงลม ราวกับโยกไปตามจังหวะของธรรมชาติหลินเซียนค่อยๆ ยื่นมือ แตะผิวน้ำเบาๆ น้ำเย็นชุ







