Chapter: คืนก่อนจากลาคืนนั้นเลี่ยหยางยืนชมจันทร์กับไป๋เยว่หลิง“หลิงหลิง ถ้าพรุ่งนี้ข้าตาย เจ้าจะยังคิดถึงข้าไหม?”เยว่หลิงจับมือเลี่ยงหยางแต่ไม่มองหน้า เขากลับชี้ไปข้างหน้า“ตรงนั้นมีน้ำตก ไปอาบน้ำกัน”...แสงจันทร์คืนนี้ช่องสวยงามและเงียบเหงา เสียงน้ำตกซู่ๆดังราวกับกำลังโกรธเคืองผู้ใด นกฮูกตัวหนึ่งเหนื่อยจากการบินหาอาหารมันจึงบินมาเกาะที่กิ่งไม้ข้างน้ำตกและมองไปทางน้ำที่ตกลงมานั้นใต้น้ำตกนั้นมีชาวร่างหุ่นดีและชายผิวขาวเนียนบอบบางพวกเขาเปลือยท่อนบน เลี่ยหยาวใส่ผ้าคาดเอวซึ่งเป็นผ้าผืนเดียวพันช่วงล่าง ส่วนไป๋เยว่หลิงเป็นผ้าฝ้ายบางๆพวกเขาหลับตาเอาลิ้นสอดใส่กระทุ้งแก้มของกันและกัน ในปากนั้นและลมหายใจอุ่นๆสัมผัสใบหน้ากันและกัน ช่วยลดความหนาวเย็นของน้ำที่ตกลงมาใส่ศีรษะพวกเขาทั้งคู่สองมือเลี่ยหยางกอดไป๋เยว่หลิงไว้แน่น กล้ามแขนเห็นชัดเจนเป็นก้อนๆ ส่วนมือเยว่หลิงจับที่ข้างเอวเขาและใช้นิ้วกรีดไปมาเบาๆสักพักเลี่ยหยางก็ถอนปากออก เขามองหน้าเยว่หลิงที่ยังหลับตาอยู่และจูบเบาๆไปทั่วทั้งใบหน้า เยว่หลิงยังอ้าปากนิดๆรอจูบต่ออยู่ เลี่ยหยางหายใจเข้าลึกๆแล้วประกอบปากใช้ลิ้นอุ่นๆเข้าไปพันกันเล่นในปากของเยวี่หลิงอีกครั้งควา
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-05-31
Chapter: (ภาคกว่างโจว) วิชาปราณกระบี่ของปู่และหลานณ สถานที่ลับสุดยอด มืดมิด เงียบเหงาวังเวง มีเสียงนกกลางคืนร้องอยู่ 1-2 ตัว มีชายวัย 50 ท่าทางไม่สมชายเดินมากับชายอีกคนหนึ่งที่องอาจผ่าเผยแขนลำสันเขามีดาบใหญ่มากพกติดตัวมาด้วย พวกเขาคือขันทีและแม่ทัพปลอมตัวมา"ท่ะ...ท่านแม่ทัพ ช่ะ...ใช่ที่นี่แน่หรือ?"แม่ทัพไม่พูดแต่มือข้างหนึ่งกำด้ามดาบไว้แน่น เพราะเขารู้สึกได้ถึงฝูงสัตว์ร้ายมากมายกำลังจ้องพวกเขาอยู่และแล้วคบไฟก็ลุกพรึ่บ แสงสลัวๆนั้นทำให้เห็นชายชุดดำซึ่งหลายร้อยคน ขันทีตกใจมาก คนพวกนี้มาตอนไหน? ทำไมถึงอยู่ใกล้ชิดพวกเราได้ขนาดนี้แม่ทัพยังไม่ชักดาบออกมา แต่เขามองด้วยแววตาหวั่นเกรงอยู่ 1 ส่วน จำนวนคนมากขนาดนี้หากตกลงกันไม่ได้ต้องตีฝ่าออกไป ต่อให้ใช้เจ้าขันทีโง่นี่เป็นเกราะกำบังก็ตาม ข้าคงเสียแขนและขาอย่างน้อย 1 ข้างเป็นแน่แล้วเขาก็สะดุ้งเฮือก เมื่อ บุคคล 6 คนโผล่มานั่งบนเสา, ต้นไม้, ลัง แม่ทัพสังเกตุว่า แม้แต่เหล่าชายชุดดำมองก็มอง 6 คนนี้ด้วยแววตาหวาดกลัวคนหนึ่งเอามือลูบคมมีดสั้นไปมาและเลียมันราวกับสัตว์เลียขนให้ลูกด้วยความรัก เขาก็คือเลี่ยเวินนั่นเอง และเขาพูดว่า"ไม่คุ้นเลยว่ะ ต้องทำงานร่วมกับพวกขุนนางแบบนี้""ทุกทีเคยแต่เชือดหมูสกป
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-05-28
Chapter: (ภาคกว่างโจว) องค์ชาย....วันนี้คือรอบชิง ศิษย์เยว่หลิงผ่านเข้ามาได้ทุกรอบ แม้ร่างกายเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาหรือแผลลึกอะไร กับเด็กขอทานที่ทั้งถูกซ้อม ทนแดดทนฝน นอนวัดร้าง ดื่มน้ำฝัน เจ็บแค่นี้มันแทบไม่กระทบอะไรกับเขาเลยคู่ต่อสู้เป็นศิษย์เอกสำนักดาบเลื่องชื่ออันดับ 1 ของกว่างโจว ไม่ใช่แค่หน้าตาดีพอประมาณแต่เป็นสุภาพบุรุษ ทุกครั้งที่เขาลงแข่งมักจบด้วยเสียงปรบมือและชื่นชมจากผู้ชมเสมอวันนี้คุณชายไป๋มองหน้าศิษย์โดยไม่พูดอะไร สายตาพวกเขาส่องสะท้อนถึงกันได้อย่างลงตัว พวกเขาเขจ้าใจกันโดยไม่ต้องใช้คำพูดคู่แข่งขึ้นลานประลองด้วยเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ในขณะที่เด็กขอทานขึ้นมาด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงด่า แววตาผู้ชมมองเขาด้วยความหวาดกลัว จากวีรกรรมที่เขาทำมาในรอบก่อนๆนั่นเองและแล้วทหารองครักษ์มากมายก็เข้ามา ทุกคนคุกเข่าลง (เหยว่หลิงไม่คุกเข่าแถมเงยหน้าจ้องมองด้วย แม้ว่าเลี่ยงหยางจะพยายามดึงแล้วก็ตาม)และแล้วผู้แทนพระองค์ก็เข้ามา เป็นองค์ชายอายุประมาณ 17 ปี ผิวขาวมาก สูงโปร่ง แก้มขาวอมชมพู ผุ้หญิงบางคนแอบเงยหน้ามองถึงกับเขิน ทำไมองค์ชายหล่อน่ารักขนาดนี้ ใบหน้านั่นสะกดทุกสายตาได้จริงๆเมื่ออค
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-05-10
Chapter: (ภาคกว่างโจว) ชี่เฟิง....ลานประลองยุทธใหญ่แห่งเมืองกว่างโจวปูด้วยศิลา รอยแตกร้าวจากการประลองนับสิบปีซ้อนทับกันราวบาดแผลเก่าวันนี้มันจะถูกจารึกด้วยเลือดใหม่เด็กขอทานผู้หนึ่งยืนอยู่กลางลาน ลมพัดผ่าน ชายเสื้อขาด ๆ ของเขาสะบัดเบา ๆ เผยให้เห็นข้อมือผอมบาง แต่มั่นคงราวเหล็กกล้าชี่เฟิงเขาไม่ยืนท่ากระบี่ ไม่ตั้งลมปราณ ไม่แม้แต่จะเผยพลัง เหมือนคนที่ไม่มีอะไรให้เสียฝั่งตรงข้าม หลี่ต้วนอิง ก้าวออกมา กระบี่เหล็กดำในมือสะท้อนแสงอาทิตย์ ลมปราณพวยพุ่งออกจากฝ่าเท้า ทำให้ฝุ่นรอบตัวลอยขึ้นเป็นวง"หึ! เสนียดข้าเหลือเกิน!"หลี่ต้วนอิงเอ่ยเสียงเรียบ“ไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของขอทาน!”เสียงฆ้องเริ่มต้นดังขึ้นก้อง!หลี่ต้วนอิงขยับก่อน หนึ่งก้าว ร่างหายไปจากตำแหน่งเดิมฉัวะ!กระบี่ฟันจากด้านข้าง เร็ว รุนแรง และแม่นยำ เป็นกระบี่สายสังหารที่ไม่เปิดช่องว่างให้ตั้งตัวแต่ชี่เฟิง… เอนตัวหลบ คมกระบี่เฉียดปลายผม เส้นผมขาดปลิวร่วงผู้ชมอ้าปากค้าง นี่ไม่ใช่การหลบแบบคนไร้ฝีมือ แต่เป็นการอ่านจังหวะล่วงหน้าหลี่ต้วนอิงไม่หยุด กระบี่สองฟัน สามฟัน สี่ฟัน แต่ละฟันต่อเนื่องราวคลื่นซัด พื้นหินแตกร้าวเป็นเส้นยาวเคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!ในที่สุด
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-20
Chapter: (ภาคกว่างโจว) สองวันก่อนแข่ง(วันที่ 3) รุ่งอรุณยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า ไป๋เยว่หลิงมาปลุกเด็กขอทานให้ตื่น เขาพูดครั้งเดียวด้วยเสียงเย็นชาว่า"2 วันนี้ ถ้าเจ้าพลาด ข้าจะฆ่าเจ้า"เด็กชายมองแววตานั้นแล้วรู้สึกกลัวมาก เขาจึงยอมแต่โดยดีเรื่องน่าแปลกคือเยว่หลิงให้เลี่ยหยางกลับเข้าไปในเมืองก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่กับเด็กขอทานเพียง 2 คน ซึ่งตอนแรกเลี่ยหยางก็งอแงง แต่เยว่หลิงแววตาจริงจังมาก เลี่ยหยางเลยไม่อยากขัดใจ และขึ้นม้ากลับเข้ามานอนโรงแรมในเมืองแต่โดยดีคืนนั้นเลี่ยหยางถือสุราไฟเล็กขึ้นไปบนหลังคาของหอคอยสูงมองดูไปทางป่าที่มีเยว่หลิงอยู่ด้วยแววตาคิดถึง แสงจันทร์สะท้อนลงพื้นผิวต่างๆยิ่งทำให้รู้สึกว้าเหว่และโดดเดี่ยว คืนนี้เลี่ยหยางเลยดื่มเยอะจนมีอาการเมามายเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับเข้าห้องพักและนอนไปทั้งๆที่กลิ่นสุราคลุ้งไปหมดและแล้วก็มาถึงวันแข่งขัน ที่สนามประลองคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายแห่แหนกันมาดู มีทั้งชาวบ้าน เศรษฐี เหล่าจอมยุทธ และขุนนางราชสำนัก ที่น่าสนใจคือมีแม่ทัพทหารบางนายมาชมการต่อสู้นี้ด้วยณ จุดรับสมัคร เลี่ยหยางยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้นจนเจ้าหน้าที่สงสัยและรำคาญ"นี่เจ้าน่ะ!""ข้าเหรอ?""ใช่ๆ จะสมัครหรือไม่? ถ้า
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-02
Chapter: (ภาคกว่างโจว) ศิษย์ไป๋เยว่หลิงนั่งจิบชาดูเด็กขอทานโดนรุมต่อย แม้เขาจะพยายามสู้แค่ไหน แต่หมัดและเท้าจากคนจำนวนมากทำให้ตอบโต้ไม่ทัน แถมพออ่อนแรงโดนล็อคแขนแล้วรุมชกอีกในที่สุดเด็กขอทานก็หมดสภาพ พวกอันธพาลเอาเงินน้อยนิดในขันขอทานนั้นแล้วเดินจากไปแววตาเด็กขอทานที่นอนตะแคงหมดสภาพนั้นไม่ร้องไห้ เขากัดฟันกีอดแค้นที่ตัวเองไม่มีกำลังพอจะปกป้องตัวเองได้เกร๊ง! ทองคำก้อนโตโยนลงขันขอทานของเขา ทำเอาเด็กขอทานรีบเงยหน้าดูผู้ที่โยนมัน คุณชายชุดขาวผิวเนียนละเอียดใบหน้าราวเทพเซียน ดูปุ๊บบก็รู้เลยว่าเป็นพวกชาติตระกูลดี"ขายตัวให้ข้า 4 วัน" ไป๋เยว่หลิงพูด"ได้!" เด็กขอทานมองตาเยว่หลิงเขม็งและตอบเลี่ยหยางแพลมมาถามขัดจังหวะ"เจ้าหนู เจ้าไม่กลัวพวกพี่เอาเจ้าไปทำมิดีมิอร้ายหรือ?""แล้วตอนนี้ข้ายังจะมีอะไรต้องเสียอีกล่ะ?""คนรวยอย่างพวกเจ้าอยากจะเอาร่างกายนี้ไปทำอะไรก็เชิญ!"เคร๊ง!ดาบเลี่ยหยางถูกเยว่หลิงดึงออกมาจากเอวโยนให้เด็กขอทาน"ข้าต้องยกชาคำนับเจ้าเป็นอาจารย์ไหม?""จอกชาแค่พิธี ถ้าใจเจ้าไม่ยอมรับ มันก็แค่พิธีงี่เง่า"เยว่หลิงหันหลันเดินออกไป"ถือดาบแล้วตามข้ามา"ณ สถานที่แห่งหนึ่งของเมืองกว่างโจวที่กว้างใหญ่ ไป๋เยว่ห
ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-24
Chapter: คุนหยวนเซิ่งหมู่ (พระแม่ธรณี)ณ ภูเขาสูงเหนือพื้นดิน 104 จั้งครึ่ง (348 เมตร) เป็นภูเขาที่มีแต่หินทรายสีแดงขนาดใหญ่มีเส้นรอบวงที่ฐานประมาณ 19 ลี้(9.4 กม.) หากเป็นเซียนระดับ 1 รวมปราณเหาะเหินด้วยกระบี่ ก็ยังต้องใช้เวลาครึ่งก้านธูปจากต้นไปถึงปลายเขา แถมสามารถมองเห็นได้ไกลกว่า 200 ลี้(100 กม.) อีกด้วย หลินเซียนเหาะมาถึงในเวลาใกล้ตอนเย็น เขาจึงเห็นสีของหินจะเปลี่ยนตามสภาพแสง คือจากจากสีแดงเป็นสีม่วงในช่วงเย็น"สถานที่นี้คือสะดือโลก"หลินเซียนเห็นชนเผ่าหนึ่งอยู่ที่ภูเขานี้พอดีจึงเหาะลงไปพุดคุยด้วย"พวกท่านคือเผ่าผู้พิทักษ์ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หรือ?"ชายชราผู้นำเห็นท่านเซียนชุดขาวลอยลงมาจากฟ้าก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา จึงเดินมาข้างหน้าและพุดคุยกับหลินเซียน"นี่คือร่างกายของบรรพชน"ชายชราดูหลินเซียนตั้งใจฟัง จึงพูดต่อ"ยุคแรกเริ่มแห่งการสร้างโลก บรรพชนในรูปร่างกึ่งเทพกึ่งสัตว์ได้เดินทางไปทั่วแผ่นดิน สร้างภูเขา แม่น้ำ ทะเลทราย และทิ้งพลังศักดิ์สิทธิ์ไว้ในภูเขานี้""ภูเขานี้คือจุดกำเนิด, ศูนย์กลางพลัง, สถานที่ประกอบพิธีกรรม(ของพวกเขา)"หลินเซียนฟังแล้วก็คุกเข่าโขกศรีษะลงกับพื้นภูเขา และกล่าวว่า"มนุษย์ไม่ได้เป็นเจ้าของแผ่
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-19
Chapter: แขกประหลาดก๊อกๆหลินเซียนเปิดประตูบ้านเห็นเป็นหัวหน้าศิษย์กลุ่มสีม่วงมาเคาะ"มีอะไรหรือ?""ท่านอาจารย์ ท่านดูบนฟ้าสิขอรับ"หลินเซียนจึงแหงนหน้ามองดวงดวงดาวต่างๆบนท้องฟ้า"เอ๋? นั่นดวงดาวที่มีป่าอสูรหนิ ทำไมมันเข้ามาใกล้ดาวเราขนาดนี้"หลินเซียนใช้ปราณหุ้มร่างศิษย์และพากันเหาะออกนอกดวงดาวไปดู"ดาวป่าอสูรนี่ปกติก็ใกล้ดาวเราอยู่แล้ว แต่นี่เข้ามาใกล้ยิ่งกวาเดิมอีก"หลินเซียนใช้จิตสำรวจดวงดาวก็ไม่พบอะไรนอกจากพวกสัตว์อสูรดาวป่าอสูรนี้ก็ดวงไม่ใหญ่มาก (แต่ก็ใหญ่กว่าดาวหลินเซียนเยอะ เพราะดาวหลินเซียนเล็กเป็นพิเศษ)ทันใดนั้นก็มีเสียงตรงเข้ามาในจิต"ท่านๆ"หลินเซียนหันซ้ายหันขวา"ใครน่ะ?""นี่ไง ข้าก็อยู่ตรงหน้าท่านนี่ไง"หลินเซียนมองไปข้างหน้าไม่เห็นใครก็งง ผู้พูดจึงเฉลย"ข้าคือดวงดาวป่าอสูรที่พวกท่านเรียกกันไง""ดวงดาวพูดได้?""อ้าว! ท่านไม่รู้เหรอว่าพวกเราก็มีชีวิต?""ดาวที่ท่านตั้งสำนักอยู่นั่นตอนนี้ก็พี่สาวข้าเอง"หลินเซียนรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก นี่เป็นความรู้ใหม่ ดวงดาวก็มีชีวิต!"แล้วทำไมพี่สาวท่านไม่เคยติดต่อข้าเลย?""อ๋อ! นางตายไปนานแล้ว""ดาวที่ไม่ตายจะมีสิ่งมีชิวิตอาศัยอยู่""แล้วท่านมีธุระอะไรหรื
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-18
Chapter: วิชาผลึกวารี(500 ปี ผ่านไป)บัดนี้ศิษย์ระดับต่ำสุดคือหยวนอิงขั้นปลาย เกินครึ่งทะลุระดับ 5 หลิงเฉิงหมดแล้วทำไมถึงเร็วขนาดนี้? คำตอบคือหลินเซียนตั้งสถาบันพัฒนาวิชาการขึ้น เขาสังคายนาวิชาความรู้ในการฝึกฝนใหม่ทั้งหมดกลุ่มสลายดาราใครว่าเป็นแค่กลุ่มโจร พวกเขาเป็นกลุ่มผู้ต่อต้านจากดวงดาวหลายพันดวง และในนั้นมีเซียนบางท่านที่เป็นระดับปราชญ์ หลินเซียนเชิญให้มาสถาบันวิจัยนี้หมด โดยแลกเปลี่ยนกับการมอบอาวุธระดับสวรรค์บรรพกาลให้แก่กลุ่มสลายดาราเมื่อได้รับความรู้ที่หลากหลายขึ้นก็เกิดการผสมผสาน แก้ไขจุดด้อย เสริมจุดแข็ง ประกอบกับพลังปราณที่มากล้นของดาวดวงนี้ การฝึกศิษย์ทุกคนจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมากอีกทั้งศิษย์ทั้ง 5 กลุ่มสีนั้นได้ได้สร้างอัตลักษณ์หรือวิชาเฉพาะของแต่ละสีขึ้นมาด้วย ได้แก่1. กลุ่มสีแดง = กระบี่ปราณเพลิงโลหิต เป็นการหลอมรวมระหว่างปราณวารีและปราณอัคคีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยใช้ *เลือด* เป็นตัวเชื่อมวิชานี้จะกระตุ้นชีพจรเร่งปราณให้สูงขึ้นกว่าระดับตัวเอง 1 ขั้น(บางคนเร่งได้ถึง 2 ขั้น)แถมยังรวมกันสร้างค่ายกลรบ 5 คน, 10 คน และ 50 คน ได้อีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากๆหากเกิดสงครามสมาพันธ์ฯบุกดาวดวงนี
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-17
Chapter: จัดสรร(1 เดือนถัดมา)หลินเซียนเหาะเร็วมากจากโลกมาสู่ดาวดวงเล็กที่มีสำนักวารีนิรันดร์ของเขาตั้งอยู่ แค่ 1 เดือนนิดๆเอง (จากตอนแรก 100 ปี)หลินเซียนเอาขวดหยกที่อาจารย์มังกรเขียวยกให้ออกมาและปลดผนึก ปรากฏว่ามีคนมากมายถึง 455 คน โดย 450 คนคือผู้ที่สอบผ่าน อีก 5 คนที่ตามมาด้วยคือ1. จางหลิง เพราะเขาฟังว่าดวงดาวหลินเซียนนี้มีพืชสมุนไพรสวรรค์หายากมากมาย แถมโตไว อยากได้อะไรหลินเซียนใช้ลูกแก้วเขียนปลูกเพิ่มให้ได้อีกต่างหาก นี่มันแดนสวรรค์สำหรับเซียนปรุงยาแบบเขาชัดๆ เลยขอตามมาด้วย และหลินเซียนก็อยากได้ผู้ที่มีอบรมสอนวิชาปรุงยาให้ศิษย์ใหม่ด้วยพอดี2. อดีตฮ่องเต้แคว้นชิว หลานศิษย์ของหลินเซียน (ศิษย์หานซิ่ว) พระองค์ทรงอยู่แคว้นชิวมาหมื่นปีจนเบื่อหน่ายแล้ว เลยอยากมา3. องค์ชายน้อย หลานศิษย์ของหลินเซียน (ศิษย์จ้าวหานเฟิง) คนนี้หลินเซียนชวนเขามาเอง เพราะเป็นห่วงว่าเขาวู่วามเกินไป หากยังไม่เก่งเร็วๆ กลัวจะอายุสั้น4. สืออัน เขาอยากตามมาดูแลหลินเซียน เพราะในสายตาเขาหลินเซียนก็ไม่ต่างจากปู่ทวดญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพนับถือมาก และสืออันก็อยากเลื่อนขั้นเร็วๆอีกด้วย 5. หลิงเอ๋อ อันนี้แค่อยากมาเที่ยวบ้านหลินเซียน
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-16
Chapter: การสอบคัดเลือกรอบที่ 2.....ณ หมู่บ้านเฟิงหลิว ที่ลำธารท้ายหมู่บ้าน หลินเซียนกำลังนั่งง้อเด็กชายตกปลาอยู่"นะ นะ นะ ช่วยพี่สักครั้ง น้า นะ น้า นะ นะ"เด็กชายตกปลานั่งนิ่ง แต่เขาก็ชำเลืองตามองหลินเซียนนิดหน่อย"ไปช่วยพี่คัดเลือกหน่อย"หลินเซียนเริ่มลามปามจับแขนเด็กน้อยเขย่าไปมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ้อนอยู่จนกระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ในที่สุดเด็กชายก็ถอนหายใจ เขาลุกขึ้น หลินเซียนก็นึกว่าเขาตกลงแต่ที่ไหนได้เขาเหวี่ยงสายเบ็ดขึ้นฟ้า แล้วก็มีชายคนหนึ่งตกลงมาดังโครม!"อ้าวท่าน!""จ่ะ...เจ้า!"เขาก็คือสัจจเทพธาตตุดิน หรือชายผู้ลงมาจากฟ้า ที่ลงมากินข้าวพร้อมหน้าชายชุดเขียว(สัจจเทพธาตุไม้), ซีหมิง(ไฟ), หลินเซียน(น้ำ) นั่นเองหลินเซียนรู้ตัวแล้วว่าสร้างปัญหาใหญ่ ชายผู้นี้อยู่ถึงสวรรค์ชั้นที่ 9 สูงสุด หลินเซียนรีบก้มหมอบกราบแต่สัจจเทพธาตุดินไม่กล้าต่อว่าหลินเซียนต่อหน้าเด็กชายผู้เป็นบิดา เด็กชายเดินมาใกล้ เขาก็สยองหลับตาปี๋กลัวโดนทำให้เป็นลูกแก้วแต่ไม่ใช่ เด็กชายไม่พูด เขาชี้นิ้วทำภาษาใบ้บอกว่าให้เจ้าตามเขาไปสอบคัดเลือกแทนข้าสัจจเทพธาตุดินโค้งศรีษะคาราวะรับทราบ เด็กชายจึงเดินไปตกปลาต่อแล้วหลินเซียนก็อัญเชิญท่านสัจจเทพธา
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-15
Chapter: การสอบคัดเลือกรอบที่ 1(6 เดือนผ่านไป)หลังจากจ้าวหานเฟิงได้กินยาสวรรค์ระดับ 8 แล้วเขาก็หายและตอนนี้กลับมาเกือบดีดั่งเดิมแล้ว ช่วงนี้หลินเซียนเหาะไปแดนปีศาจปลูกต้นชาดฟ้าบรรพกาลตามที่พูดไว้ให้จริงๆเขาไปตามหาลูกศิษย์เขาปีศาจ 4 ปีกจนเจอ(รวมถึงแม่ทัพอิงเหรินด้วย) แล้วให้มานั่งคุยกับราชาปีศาจ โดยมีหลินเซียนนั่งตรงกลางสรุปเป็นราชาปีศาจที่สั่งฆ่าพี่ชายนางจริงๆ และนางแค้นมากๆ หลินเซียนถอนหายใจ เขาชูแขนขึ้นและใช้ดาบตัดแขนตัวเองขาด บอกว่า"อาจารย์ชดใช้ให้ ผิดที่อาจารย์เองที่ไม่ดูแลพวกเจ้าให้ดี"นั่นจึงทำให้ศิษย์ของเขาลดโทสะลง (สักพักแขนหลินเซียนก็งอกมาใหม่ ซึ่งทุกคนตกใจมาก หลินเซียนได้แต่ยิ้มแหะๆ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน)สรุปได้ว่า เผ่าปีศาจให้แยกกันปกครองเป็นแดนเหนือและแดนใต้ อนุญาตให้ประชาชนไปมาหาสู่กันได้ มีการค้าขายต่อกันได้ ส่วนเผ่าปีศาจไหนจะย้ายไปอยู่ฝั่งใครก็ให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง"ปกครองดีคนก็อยากอยู่ ปกครองทรามคนก็หนี""ขึ้นอยู่ที่ฝีมือของพวกเจ้า"แต่...หลินเซียนสั่งห้ามทำสงครามกันเด็ดขาด! ซึ่งศิษย์เขาและแม่ทัพอิงเหรินไม่พอใจ แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งหลินเซียน หลินเซียนเห็นศิษย์ตนทำหน้าเคืองๆเลยพูดว่า"งั้นเอาง
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-12