author-banner
ปัฐน์พี
ปัฐน์พี
Author

Novels by ปัฐน์พี

ดาบสังหาร (Sword of Annihilation)

ดาบสังหาร (Sword of Annihilation)

ไป๋เยว่หลิง เบื้องหน้า เขาคือคุณชายตระกูลใหญ่ สูง ขาว ผิวเนียน ดวงตาเรียวยาวราวภาพเขียน หล่อ ชุดขาวบริสุทธิ์(แซ่ไป๋(ขาว)) เป็นนักกระบี่อัจฉริยะในรอบร้อยปี แต่...หลังฉาก เขาเป็นลูกเลี้ยงที่ถูกกดขี่ดูถูกทุกอย่าง ถูกซ้อม วางยา ด่า เฆี่ยน และโดนขืนใจแบบวิปริต เขาจึงเป็นคนเก็บกด ไม่พูด แววตาเย็นชา และโดดเดี่ยว ....วันหนึ่งครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเขาถูกฆ่าล้างตระกูล แต่เขากลับหลงรักนักฆ่าคนนั้น....
อ่าน
Chapter: คืนก่อนจากลา
คืนนั้นเลี่ยหยางยืนชมจันทร์กับไป๋เยว่หลิง“หลิงหลิง ถ้าพรุ่งนี้ข้าตาย เจ้าจะยังคิดถึงข้าไหม?”เยว่หลิงจับมือเลี่ยงหยางแต่ไม่มองหน้า เขากลับชี้ไปข้างหน้า“ตรงนั้นมีน้ำตก ไปอาบน้ำกัน”...แสงจันทร์คืนนี้ช่องสวยงามและเงียบเหงา เสียงน้ำตกซู่ๆดังราวกับกำลังโกรธเคืองผู้ใด นกฮูกตัวหนึ่งเหนื่อยจากการบินหาอาหารมันจึงบินมาเกาะที่กิ่งไม้ข้างน้ำตกและมองไปทางน้ำที่ตกลงมานั้นใต้น้ำตกนั้นมีชาวร่างหุ่นดีและชายผิวขาวเนียนบอบบางพวกเขาเปลือยท่อนบน เลี่ยหยาวใส่ผ้าคาดเอวซึ่งเป็นผ้าผืนเดียวพันช่วงล่าง ส่วนไป๋เยว่หลิงเป็นผ้าฝ้ายบางๆพวกเขาหลับตาเอาลิ้นสอดใส่กระทุ้งแก้มของกันและกัน ในปากนั้นและลมหายใจอุ่นๆสัมผัสใบหน้ากันและกัน ช่วยลดความหนาวเย็นของน้ำที่ตกลงมาใส่ศีรษะพวกเขาทั้งคู่สองมือเลี่ยหยางกอดไป๋เยว่หลิงไว้แน่น กล้ามแขนเห็นชัดเจนเป็นก้อนๆ ส่วนมือเยว่หลิงจับที่ข้างเอวเขาและใช้นิ้วกรีดไปมาเบาๆสักพักเลี่ยหยางก็ถอนปากออก เขามองหน้าเยว่หลิงที่ยังหลับตาอยู่และจูบเบาๆไปทั่วทั้งใบหน้า เยว่หลิงยังอ้าปากนิดๆรอจูบต่ออยู่ เลี่ยหยางหายใจเข้าลึกๆแล้วประกอบปากใช้ลิ้นอุ่นๆเข้าไปพันกันเล่นในปากของเยวี่หลิงอีกครั้งควา
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-05-31
Chapter: (ภาคกว่างโจว) วิชาปราณกระบี่ของปู่และหลาน
ณ สถานที่ลับสุดยอด มืดมิด เงียบเหงาวังเวง มีเสียงนกกลางคืนร้องอยู่ 1-2 ตัว มีชายวัย 50 ท่าทางไม่สมชายเดินมากับชายอีกคนหนึ่งที่องอาจผ่าเผยแขนลำสันเขามีดาบใหญ่มากพกติดตัวมาด้วย พวกเขาคือขันทีและแม่ทัพปลอมตัวมา"ท่ะ...ท่านแม่ทัพ ช่ะ...ใช่ที่นี่แน่หรือ?"แม่ทัพไม่พูดแต่มือข้างหนึ่งกำด้ามดาบไว้แน่น เพราะเขารู้สึกได้ถึงฝูงสัตว์ร้ายมากมายกำลังจ้องพวกเขาอยู่และแล้วคบไฟก็ลุกพรึ่บ แสงสลัวๆนั้นทำให้เห็นชายชุดดำซึ่งหลายร้อยคน ขันทีตกใจมาก คนพวกนี้มาตอนไหน? ทำไมถึงอยู่ใกล้ชิดพวกเราได้ขนาดนี้แม่ทัพยังไม่ชักดาบออกมา แต่เขามองด้วยแววตาหวั่นเกรงอยู่ 1 ส่วน จำนวนคนมากขนาดนี้หากตกลงกันไม่ได้ต้องตีฝ่าออกไป ต่อให้ใช้เจ้าขันทีโง่นี่เป็นเกราะกำบังก็ตาม ข้าคงเสียแขนและขาอย่างน้อย 1 ข้างเป็นแน่แล้วเขาก็สะดุ้งเฮือก เมื่อ บุคคล 6 คนโผล่มานั่งบนเสา, ต้นไม้, ลัง แม่ทัพสังเกตุว่า แม้แต่เหล่าชายชุดดำมองก็มอง 6 คนนี้ด้วยแววตาหวาดกลัวคนหนึ่งเอามือลูบคมมีดสั้นไปมาและเลียมันราวกับสัตว์เลียขนให้ลูกด้วยความรัก เขาก็คือเลี่ยเวินนั่นเอง และเขาพูดว่า"ไม่คุ้นเลยว่ะ ต้องทำงานร่วมกับพวกขุนนางแบบนี้""ทุกทีเคยแต่เชือดหมูสกป
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-05-28
Chapter: (ภาคกว่างโจว) องค์ชาย
....วันนี้คือรอบชิง ศิษย์เยว่หลิงผ่านเข้ามาได้ทุกรอบ แม้ร่างกายเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาหรือแผลลึกอะไร กับเด็กขอทานที่ทั้งถูกซ้อม ทนแดดทนฝน นอนวัดร้าง ดื่มน้ำฝัน เจ็บแค่นี้มันแทบไม่กระทบอะไรกับเขาเลยคู่ต่อสู้เป็นศิษย์เอกสำนักดาบเลื่องชื่ออันดับ 1 ของกว่างโจว ไม่ใช่แค่หน้าตาดีพอประมาณแต่เป็นสุภาพบุรุษ ทุกครั้งที่เขาลงแข่งมักจบด้วยเสียงปรบมือและชื่นชมจากผู้ชมเสมอวันนี้คุณชายไป๋มองหน้าศิษย์โดยไม่พูดอะไร สายตาพวกเขาส่องสะท้อนถึงกันได้อย่างลงตัว พวกเขาเขจ้าใจกันโดยไม่ต้องใช้คำพูดคู่แข่งขึ้นลานประลองด้วยเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ในขณะที่เด็กขอทานขึ้นมาด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงด่า แววตาผู้ชมมองเขาด้วยความหวาดกลัว จากวีรกรรมที่เขาทำมาในรอบก่อนๆนั่นเองและแล้วทหารองครักษ์มากมายก็เข้ามา ทุกคนคุกเข่าลง (เหยว่หลิงไม่คุกเข่าแถมเงยหน้าจ้องมองด้วย แม้ว่าเลี่ยงหยางจะพยายามดึงแล้วก็ตาม)และแล้วผู้แทนพระองค์ก็เข้ามา เป็นองค์ชายอายุประมาณ 17 ปี ผิวขาวมาก สูงโปร่ง แก้มขาวอมชมพู ผุ้หญิงบางคนแอบเงยหน้ามองถึงกับเขิน ทำไมองค์ชายหล่อน่ารักขนาดนี้ ใบหน้านั่นสะกดทุกสายตาได้จริงๆเมื่ออค
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-05-10
Chapter: (ภาคกว่างโจว) ชี่เฟิง
....ลานประลองยุทธใหญ่แห่งเมืองกว่างโจวปูด้วยศิลา รอยแตกร้าวจากการประลองนับสิบปีซ้อนทับกันราวบาดแผลเก่าวันนี้มันจะถูกจารึกด้วยเลือดใหม่เด็กขอทานผู้หนึ่งยืนอยู่กลางลาน ลมพัดผ่าน ชายเสื้อขาด ๆ ของเขาสะบัดเบา ๆ เผยให้เห็นข้อมือผอมบาง แต่มั่นคงราวเหล็กกล้าชี่เฟิงเขาไม่ยืนท่ากระบี่ ไม่ตั้งลมปราณ ไม่แม้แต่จะเผยพลัง เหมือนคนที่ไม่มีอะไรให้เสียฝั่งตรงข้าม หลี่ต้วนอิง ก้าวออกมา กระบี่เหล็กดำในมือสะท้อนแสงอาทิตย์ ลมปราณพวยพุ่งออกจากฝ่าเท้า ทำให้ฝุ่นรอบตัวลอยขึ้นเป็นวง"หึ! เสนียดข้าเหลือเกิน!"หลี่ต้วนอิงเอ่ยเสียงเรียบ“ไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของขอทาน!”เสียงฆ้องเริ่มต้นดังขึ้นก้อง!หลี่ต้วนอิงขยับก่อน หนึ่งก้าว ร่างหายไปจากตำแหน่งเดิมฉัวะ!กระบี่ฟันจากด้านข้าง เร็ว รุนแรง และแม่นยำ เป็นกระบี่สายสังหารที่ไม่เปิดช่องว่างให้ตั้งตัวแต่ชี่เฟิง… เอนตัวหลบ คมกระบี่เฉียดปลายผม เส้นผมขาดปลิวร่วงผู้ชมอ้าปากค้าง นี่ไม่ใช่การหลบแบบคนไร้ฝีมือ แต่เป็นการอ่านจังหวะล่วงหน้าหลี่ต้วนอิงไม่หยุด กระบี่สองฟัน สามฟัน สี่ฟัน แต่ละฟันต่อเนื่องราวคลื่นซัด พื้นหินแตกร้าวเป็นเส้นยาวเคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!ในที่สุด
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-20
Chapter: (ภาคกว่างโจว) สองวันก่อนแข่ง
(วันที่ 3) รุ่งอรุณยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า ไป๋เยว่หลิงมาปลุกเด็กขอทานให้ตื่น เขาพูดครั้งเดียวด้วยเสียงเย็นชาว่า"2 วันนี้ ถ้าเจ้าพลาด ข้าจะฆ่าเจ้า"เด็กชายมองแววตานั้นแล้วรู้สึกกลัวมาก เขาจึงยอมแต่โดยดีเรื่องน่าแปลกคือเยว่หลิงให้เลี่ยหยางกลับเข้าไปในเมืองก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่กับเด็กขอทานเพียง 2 คน ซึ่งตอนแรกเลี่ยหยางก็งอแงง แต่เยว่หลิงแววตาจริงจังมาก เลี่ยหยางเลยไม่อยากขัดใจ และขึ้นม้ากลับเข้ามานอนโรงแรมในเมืองแต่โดยดีคืนนั้นเลี่ยหยางถือสุราไฟเล็กขึ้นไปบนหลังคาของหอคอยสูงมองดูไปทางป่าที่มีเยว่หลิงอยู่ด้วยแววตาคิดถึง แสงจันทร์สะท้อนลงพื้นผิวต่างๆยิ่งทำให้รู้สึกว้าเหว่และโดดเดี่ยว คืนนี้เลี่ยหยางเลยดื่มเยอะจนมีอาการเมามายเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับเข้าห้องพักและนอนไปทั้งๆที่กลิ่นสุราคลุ้งไปหมดและแล้วก็มาถึงวันแข่งขัน ที่สนามประลองคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายแห่แหนกันมาดู มีทั้งชาวบ้าน เศรษฐี เหล่าจอมยุทธ และขุนนางราชสำนัก ที่น่าสนใจคือมีแม่ทัพทหารบางนายมาชมการต่อสู้นี้ด้วยณ จุดรับสมัคร เลี่ยหยางยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้นจนเจ้าหน้าที่สงสัยและรำคาญ"นี่เจ้าน่ะ!""ข้าเหรอ?""ใช่ๆ จะสมัครหรือไม่? ถ้า
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-02
Chapter: (ภาคกว่างโจว) ศิษย์
ไป๋เยว่หลิงนั่งจิบชาดูเด็กขอทานโดนรุมต่อย แม้เขาจะพยายามสู้แค่ไหน แต่หมัดและเท้าจากคนจำนวนมากทำให้ตอบโต้ไม่ทัน แถมพออ่อนแรงโดนล็อคแขนแล้วรุมชกอีกในที่สุดเด็กขอทานก็หมดสภาพ พวกอันธพาลเอาเงินน้อยนิดในขันขอทานนั้นแล้วเดินจากไปแววตาเด็กขอทานที่นอนตะแคงหมดสภาพนั้นไม่ร้องไห้ เขากัดฟันกีอดแค้นที่ตัวเองไม่มีกำลังพอจะปกป้องตัวเองได้เกร๊ง! ทองคำก้อนโตโยนลงขันขอทานของเขา ทำเอาเด็กขอทานรีบเงยหน้าดูผู้ที่โยนมัน คุณชายชุดขาวผิวเนียนละเอียดใบหน้าราวเทพเซียน ดูปุ๊บบก็รู้เลยว่าเป็นพวกชาติตระกูลดี"ขายตัวให้ข้า 4 วัน" ไป๋เยว่หลิงพูด"ได้!" เด็กขอทานมองตาเยว่หลิงเขม็งและตอบเลี่ยหยางแพลมมาถามขัดจังหวะ"เจ้าหนู เจ้าไม่กลัวพวกพี่เอาเจ้าไปทำมิดีมิอร้ายหรือ?""แล้วตอนนี้ข้ายังจะมีอะไรต้องเสียอีกล่ะ?""คนรวยอย่างพวกเจ้าอยากจะเอาร่างกายนี้ไปทำอะไรก็เชิญ!"เคร๊ง!ดาบเลี่ยหยางถูกเยว่หลิงดึงออกมาจากเอวโยนให้เด็กขอทาน"ข้าต้องยกชาคำนับเจ้าเป็นอาจารย์ไหม?""จอกชาแค่พิธี ถ้าใจเจ้าไม่ยอมรับ มันก็แค่พิธีงี่เง่า"เยว่หลิงหันหลันเดินออกไป"ถือดาบแล้วตามข้ามา"ณ สถานที่แห่งหนึ่งของเมืองกว่างโจวที่กว้างใหญ่ ไป๋เยว่ห
ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-24
เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)

เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)

....สู่การเดินทางของหนุ่มน้อยปราณวารีและลูกหมีแพนด้า.... หลินเซียนนั้นได้นำแบบอย่างจากพระเอกอนิเมะแนวฝึกฝนเซียนดังๆ ของจีนหลายๆ เรื่องที่พอผมดูไปนานๆ 4-6 ปีแล้วอยากได้พระเอกที่ดูเป็นเซียนจริงๆ ไม่เอาชื่อเซียนมาเล่าเรื่องคน ผมก็เลยทำพระเอกคนนี้ขึ้นมา หลินเซียนเป็นคนที่รู้จักเศร้าและทุกข์ในเรื่องของผู้อื่น เสียสละ มีคุณธรรม เมตตาธรรม กตัญญู ไม่ฆ่า (ถ้าไม่จำเป็น) และไม่ขโมย ในเรื่องนี้แม้เป็นเซียนก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ไปทุกเรื่อง พระเอกเรื่องนี้แม้เป็นเซียนระดับสูงแต่ก็มีบางครั้งได้รับคำสอนจากปราชญ์มนุษย์ได้เช่นกัน ในเรื่องมีการนำความเชื่อ ตำนาน และปรัชญาทางเต๋าและพุทธเข้ามาปะปนด้วยพอสมควร มีเทพ มีปีศาจ มีมาร มีชนเผ่าที่มาจากต่าวดวงดาว โลกวิญญาณ มีเทพเจ้า และมี....พระเจ้าผู้สร้างโลก แถมยังนำความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกที่มีพบในตำนานควมเชื่อทั้งโลกตะวันออกและโลกตะวันตกนั่นคือน้ำท่วมโลกเพื่อ reset ทุกสิ่งใหม่เข้ามาอีกด้วย และผู้ที่จะล้างโลกด้วยวารีก็ไม่ใช่ใคร....คือหลินเซียนนี่เอง....
อ่าน
Chapter: คุนหยวนเซิ่งหมู่ (พระแม่ธรณี)
ณ ภูเขาสูงเหนือพื้นดิน 104 จั้งครึ่ง (348 เมตร) เป็นภูเขาที่มีแต่หินทรายสีแดงขนาดใหญ่มีเส้นรอบวงที่ฐานประมาณ 19 ลี้(9.4 กม.) หากเป็นเซียนระดับ 1 รวมปราณเหาะเหินด้วยกระบี่ ก็ยังต้องใช้เวลาครึ่งก้านธูปจากต้นไปถึงปลายเขา แถมสามารถมองเห็นได้ไกลกว่า 200 ลี้(100 กม.) อีกด้วย หลินเซียนเหาะมาถึงในเวลาใกล้ตอนเย็น เขาจึงเห็นสีของหินจะเปลี่ยนตามสภาพแสง คือจากจากสีแดงเป็นสีม่วงในช่วงเย็น"สถานที่นี้คือสะดือโลก"หลินเซียนเห็นชนเผ่าหนึ่งอยู่ที่ภูเขานี้พอดีจึงเหาะลงไปพุดคุยด้วย"พวกท่านคือเผ่าผู้พิทักษ์ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หรือ?"ชายชราผู้นำเห็นท่านเซียนชุดขาวลอยลงมาจากฟ้าก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา จึงเดินมาข้างหน้าและพุดคุยกับหลินเซียน"นี่คือร่างกายของบรรพชน"ชายชราดูหลินเซียนตั้งใจฟัง จึงพูดต่อ"ยุคแรกเริ่มแห่งการสร้างโลก บรรพชนในรูปร่างกึ่งเทพกึ่งสัตว์ได้เดินทางไปทั่วแผ่นดิน สร้างภูเขา แม่น้ำ ทะเลทราย และทิ้งพลังศักดิ์สิทธิ์ไว้ในภูเขานี้""ภูเขานี้คือจุดกำเนิด, ศูนย์กลางพลัง, สถานที่ประกอบพิธีกรรม(ของพวกเขา)"หลินเซียนฟังแล้วก็คุกเข่าโขกศรีษะลงกับพื้นภูเขา และกล่าวว่า"มนุษย์ไม่ได้เป็นเจ้าของแผ่
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-19
Chapter: แขกประหลาด
ก๊อกๆหลินเซียนเปิดประตูบ้านเห็นเป็นหัวหน้าศิษย์กลุ่มสีม่วงมาเคาะ"มีอะไรหรือ?""ท่านอาจารย์ ท่านดูบนฟ้าสิขอรับ"หลินเซียนจึงแหงนหน้ามองดวงดวงดาวต่างๆบนท้องฟ้า"เอ๋? นั่นดวงดาวที่มีป่าอสูรหนิ ทำไมมันเข้ามาใกล้ดาวเราขนาดนี้"หลินเซียนใช้ปราณหุ้มร่างศิษย์และพากันเหาะออกนอกดวงดาวไปดู"ดาวป่าอสูรนี่ปกติก็ใกล้ดาวเราอยู่แล้ว แต่นี่เข้ามาใกล้ยิ่งกวาเดิมอีก"หลินเซียนใช้จิตสำรวจดวงดาวก็ไม่พบอะไรนอกจากพวกสัตว์อสูรดาวป่าอสูรนี้ก็ดวงไม่ใหญ่มาก (แต่ก็ใหญ่กว่าดาวหลินเซียนเยอะ เพราะดาวหลินเซียนเล็กเป็นพิเศษ)ทันใดนั้นก็มีเสียงตรงเข้ามาในจิต"ท่านๆ"หลินเซียนหันซ้ายหันขวา"ใครน่ะ?""นี่ไง ข้าก็อยู่ตรงหน้าท่านนี่ไง"หลินเซียนมองไปข้างหน้าไม่เห็นใครก็งง ผู้พูดจึงเฉลย"ข้าคือดวงดาวป่าอสูรที่พวกท่านเรียกกันไง""ดวงดาวพูดได้?""อ้าว! ท่านไม่รู้เหรอว่าพวกเราก็มีชีวิต?""ดาวที่ท่านตั้งสำนักอยู่นั่นตอนนี้ก็พี่สาวข้าเอง"หลินเซียนรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก นี่เป็นความรู้ใหม่ ดวงดาวก็มีชีวิต!"แล้วทำไมพี่สาวท่านไม่เคยติดต่อข้าเลย?""อ๋อ! นางตายไปนานแล้ว""ดาวที่ไม่ตายจะมีสิ่งมีชิวิตอาศัยอยู่""แล้วท่านมีธุระอะไรหรื
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-18
Chapter: วิชาผลึกวารี
(500 ปี ผ่านไป)บัดนี้ศิษย์ระดับต่ำสุดคือหยวนอิงขั้นปลาย เกินครึ่งทะลุระดับ 5 หลิงเฉิงหมดแล้วทำไมถึงเร็วขนาดนี้? คำตอบคือหลินเซียนตั้งสถาบันพัฒนาวิชาการขึ้น เขาสังคายนาวิชาความรู้ในการฝึกฝนใหม่ทั้งหมดกลุ่มสลายดาราใครว่าเป็นแค่กลุ่มโจร พวกเขาเป็นกลุ่มผู้ต่อต้านจากดวงดาวหลายพันดวง และในนั้นมีเซียนบางท่านที่เป็นระดับปราชญ์ หลินเซียนเชิญให้มาสถาบันวิจัยนี้หมด โดยแลกเปลี่ยนกับการมอบอาวุธระดับสวรรค์บรรพกาลให้แก่กลุ่มสลายดาราเมื่อได้รับความรู้ที่หลากหลายขึ้นก็เกิดการผสมผสาน แก้ไขจุดด้อย เสริมจุดแข็ง ประกอบกับพลังปราณที่มากล้นของดาวดวงนี้ การฝึกศิษย์ทุกคนจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมากอีกทั้งศิษย์ทั้ง 5 กลุ่มสีนั้นได้ได้สร้างอัตลักษณ์หรือวิชาเฉพาะของแต่ละสีขึ้นมาด้วย ได้แก่1. กลุ่มสีแดง = กระบี่ปราณเพลิงโลหิต เป็นการหลอมรวมระหว่างปราณวารีและปราณอัคคีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยใช้ *เลือด* เป็นตัวเชื่อมวิชานี้จะกระตุ้นชีพจรเร่งปราณให้สูงขึ้นกว่าระดับตัวเอง 1 ขั้น(บางคนเร่งได้ถึง 2 ขั้น)แถมยังรวมกันสร้างค่ายกลรบ 5 คน, 10 คน และ 50 คน ได้อีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากๆหากเกิดสงครามสมาพันธ์ฯบุกดาวดวงนี
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-17
Chapter: จัดสรร
(1 เดือนถัดมา)หลินเซียนเหาะเร็วมากจากโลกมาสู่ดาวดวงเล็กที่มีสำนักวารีนิรันดร์ของเขาตั้งอยู่ แค่ 1 เดือนนิดๆเอง (จากตอนแรก 100 ปี)หลินเซียนเอาขวดหยกที่อาจารย์มังกรเขียวยกให้ออกมาและปลดผนึก ปรากฏว่ามีคนมากมายถึง 455 คน โดย 450 คนคือผู้ที่สอบผ่าน อีก 5 คนที่ตามมาด้วยคือ1. จางหลิง เพราะเขาฟังว่าดวงดาวหลินเซียนนี้มีพืชสมุนไพรสวรรค์หายากมากมาย แถมโตไว อยากได้อะไรหลินเซียนใช้ลูกแก้วเขียนปลูกเพิ่มให้ได้อีกต่างหาก นี่มันแดนสวรรค์สำหรับเซียนปรุงยาแบบเขาชัดๆ เลยขอตามมาด้วย และหลินเซียนก็อยากได้ผู้ที่มีอบรมสอนวิชาปรุงยาให้ศิษย์ใหม่ด้วยพอดี2. อดีตฮ่องเต้แคว้นชิว หลานศิษย์ของหลินเซียน (ศิษย์หานซิ่ว) พระองค์ทรงอยู่แคว้นชิวมาหมื่นปีจนเบื่อหน่ายแล้ว เลยอยากมา3. องค์ชายน้อย หลานศิษย์ของหลินเซียน (ศิษย์จ้าวหานเฟิง) คนนี้หลินเซียนชวนเขามาเอง เพราะเป็นห่วงว่าเขาวู่วามเกินไป หากยังไม่เก่งเร็วๆ กลัวจะอายุสั้น4. สืออัน เขาอยากตามมาดูแลหลินเซียน เพราะในสายตาเขาหลินเซียนก็ไม่ต่างจากปู่ทวดญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพนับถือมาก และสืออันก็อยากเลื่อนขั้นเร็วๆอีกด้วย 5. หลิงเอ๋อ อันนี้แค่อยากมาเที่ยวบ้านหลินเซียน
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-16
Chapter: การสอบคัดเลือกรอบที่ 2
.....ณ หมู่บ้านเฟิงหลิว ที่ลำธารท้ายหมู่บ้าน หลินเซียนกำลังนั่งง้อเด็กชายตกปลาอยู่"นะ นะ นะ ช่วยพี่สักครั้ง น้า นะ น้า นะ นะ"เด็กชายตกปลานั่งนิ่ง แต่เขาก็ชำเลืองตามองหลินเซียนนิดหน่อย"ไปช่วยพี่คัดเลือกหน่อย"หลินเซียนเริ่มลามปามจับแขนเด็กน้อยเขย่าไปมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ้อนอยู่จนกระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ในที่สุดเด็กชายก็ถอนหายใจ เขาลุกขึ้น หลินเซียนก็นึกว่าเขาตกลงแต่ที่ไหนได้เขาเหวี่ยงสายเบ็ดขึ้นฟ้า แล้วก็มีชายคนหนึ่งตกลงมาดังโครม!"อ้าวท่าน!""จ่ะ...เจ้า!"เขาก็คือสัจจเทพธาตตุดิน หรือชายผู้ลงมาจากฟ้า ที่ลงมากินข้าวพร้อมหน้าชายชุดเขียว(สัจจเทพธาตุไม้), ซีหมิง(ไฟ), หลินเซียน(น้ำ) นั่นเองหลินเซียนรู้ตัวแล้วว่าสร้างปัญหาใหญ่ ชายผู้นี้อยู่ถึงสวรรค์ชั้นที่ 9 สูงสุด หลินเซียนรีบก้มหมอบกราบแต่สัจจเทพธาตุดินไม่กล้าต่อว่าหลินเซียนต่อหน้าเด็กชายผู้เป็นบิดา เด็กชายเดินมาใกล้ เขาก็สยองหลับตาปี๋กลัวโดนทำให้เป็นลูกแก้วแต่ไม่ใช่ เด็กชายไม่พูด เขาชี้นิ้วทำภาษาใบ้บอกว่าให้เจ้าตามเขาไปสอบคัดเลือกแทนข้าสัจจเทพธาตุดินโค้งศรีษะคาราวะรับทราบ เด็กชายจึงเดินไปตกปลาต่อแล้วหลินเซียนก็อัญเชิญท่านสัจจเทพธา
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-15
Chapter: การสอบคัดเลือกรอบที่ 1
(6 เดือนผ่านไป)หลังจากจ้าวหานเฟิงได้กินยาสวรรค์ระดับ 8 แล้วเขาก็หายและตอนนี้กลับมาเกือบดีดั่งเดิมแล้ว ช่วงนี้หลินเซียนเหาะไปแดนปีศาจปลูกต้นชาดฟ้าบรรพกาลตามที่พูดไว้ให้จริงๆเขาไปตามหาลูกศิษย์เขาปีศาจ 4 ปีกจนเจอ(รวมถึงแม่ทัพอิงเหรินด้วย) แล้วให้มานั่งคุยกับราชาปีศาจ โดยมีหลินเซียนนั่งตรงกลางสรุปเป็นราชาปีศาจที่สั่งฆ่าพี่ชายนางจริงๆ และนางแค้นมากๆ หลินเซียนถอนหายใจ เขาชูแขนขึ้นและใช้ดาบตัดแขนตัวเองขาด บอกว่า"อาจารย์ชดใช้ให้ ผิดที่อาจารย์เองที่ไม่ดูแลพวกเจ้าให้ดี"นั่นจึงทำให้ศิษย์ของเขาลดโทสะลง (สักพักแขนหลินเซียนก็งอกมาใหม่ ซึ่งทุกคนตกใจมาก หลินเซียนได้แต่ยิ้มแหะๆ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน)สรุปได้ว่า เผ่าปีศาจให้แยกกันปกครองเป็นแดนเหนือและแดนใต้ อนุญาตให้ประชาชนไปมาหาสู่กันได้ มีการค้าขายต่อกันได้ ส่วนเผ่าปีศาจไหนจะย้ายไปอยู่ฝั่งใครก็ให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง"ปกครองดีคนก็อยากอยู่ ปกครองทรามคนก็หนี""ขึ้นอยู่ที่ฝีมือของพวกเจ้า"แต่...หลินเซียนสั่งห้ามทำสงครามกันเด็ดขาด! ซึ่งศิษย์เขาและแม่ทัพอิงเหรินไม่พอใจ แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งหลินเซียน หลินเซียนเห็นศิษย์ตนทำหน้าเคืองๆเลยพูดว่า"งั้นเอาง
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-06-12
บางทีคุณอาจจะชอบ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status