Beranda / แฟนตาซี / เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path) / นี่คือความจริงของโลก ไอ้ขยะ!!

Share

นี่คือความจริงของโลก ไอ้ขยะ!!

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-30 13:59:50

.....4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก หลินเซียนและเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนเรียนวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว สำนักนี้มีการแจกยาสมุนไพรเซียนให้ศิษย์ทุกๆ ครั้งที่เรียนจบ ศิษย์ที่ผลการเรียนดีที่สุดในวิชานั้นจะได้รับยา 2 เม็ด ปานกลางได้ 1 เม็ด และศิษย์ที่ผลการเรียนวิชานั้นแย่มากจะไม่ได้รับยา ซึ่งยานี้มีผลต่อการช่วยเพิ่มระดับชั้นปราณเซียนได้ ดังนั้นเมื่อผ่านมา 4 ปี จึงมีศิษย์หลายๆ คนระดับพลังปราณเซียนสูงขึ้น และมีบางคนทะลุไปอีกขั้น นั่นคือขั้นที่ 2 ปราณพื้นฐานได้สำเร็จ

ส่วนหลินเซียนนั้น เนื่องจากเขาผลการเรียนได้ระดับสูงสุดแทบทุกวิชา (ยกเว้นวิชาของอาจารย์จื่อหยง) เขาจึงมักได้รับยาโอสถเซียนถึง 2 เม็ดแทบทุกครั้ง วันนี้เขาจึงบรรลุขั้นที่ 2 ปราณพื้นฐานไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังขึ้นไปดึงระดับกลางอีกด้วย (คนเก่งอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันได้แค่ขั้นปราณพื้นฐานระดับต้นเท่านั้น)

หลินเซียนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและยาปริมาณมากกว่าคนอื่นหลายเท่าเพื่อบรรลุสู่ขั้นปราณพื้นฐานเนื่องจากรากวิญญาณเซียนของเขาอ่อนด้อยกว่าคนอื่นมากๆ รากวิญญาณเซียนเริ่มต้นนั้นดีกว่าคนธรรมดาแค่นิดเดียว ซึ่งหลินเซียนตระหนักข้อนี้ดี ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเขาถึงได้พยายามมากกว่าคุณหนูคุณชายคนอื่นๆ นั่นเอง หลินเซียนจึงเป็นแบบอย่างและเป็นที่นับถือของศิษย์รุ่นน้องมากมาย

โดยปกติแล้วศิษย์ที่เรียนจบจะแยกย้ายกลับไปตระกูลของตนเอง แต่ก็มีศิษย์บางคนอยู่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักต่อ

แต่...เฉพาะปีนี้ที่มีสิทธิ์พิเศษทำเอาทุกคนในสำนักตาลุกวาว นั่นคือทางสำนักได้รับโควต้ามาจากสำนักเซียนชั้นสูงในเมืองหลวงมอบโควต้าให้ศิษย์ที่เพิ่งจบ 3 คนได้ทุนส่งต่อไปเรียนที่สำนักเซียนชั้นสูง เพื่อพัฒนาไปสู่ระดับ 3 ขั้นแกนปราณ

เรื่องนี้เป็นที่สนใจของศิษย์มากมาย ทั้งความอิจฉาจากศิษย์รุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ในสำนักซึ่งไม่ได้รับโอกาส ทุกๆ คนเพิ่งเล็งหลินเซียน เพราะเขาคือศิษย์ผู้มีคะแนนสอบสูงที่สุดของรุ่น

ผู้อาวุโสนำแผ่นป้านประกาศรายชื่อศิษย์ 3 คนที่ได้รับโควต้านี้มาแปะไว้ที่กระดาษป้ายประกาศของสำนัก ทุกๆ คนก็วิ่งกรูกันเข้าไปดู โดยหวังว่าจะมีลุ้นกับเขาบ้าง

ในขณะที่เสียงอื้ออึงแซงแซ่หน้าป้ายกระกาศ หลินเซียนในชุดเซียนสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้างดงามราวเซียนจากสวรรค์เขาค่อยๆ เดินมาที่ป้ายประกาศ ในใจลึกๆ เขาแอบยิ้มและวางแผนไว้แล้วว่าเขาจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนในสำนักเซียนชั้นสูงที่เมืองหลวงเพื่อยกระดับตนเองไปสู่ขั้นที่ 3 แกนปราณให้ได้เท่ากับอาจารย์เฉิงเสินที่เขานับถือมาก เพราะเขาอยากได้ยินคำชื่นชมจากอาจารย์เฉิงเสินสั้นๆ ว่า "เก่งมากนะ หลินเซียน อาจารย์ภูมิใจในตัวเจ้า" หลินเซียนหวังแค่นั้นจริงๆ

"ฮ่าๆ ไอ้ขยะ"

หลินเซียนหันมองข้างเห็นไอ้อ้วนหลิวเซี่ยง มันยังคงเป็นคนขี้อิจฉาริษยาเขาไม่เคยเปลี่ยนมาตลอด 4 ปี

แต่มันก็เลื่อนขั้นที่ 2 ปราณพื้นฐานได้ด้วยยาคุณภาพดีที่ตระกูลหลิวส่งมาให้พิเศษหลายครั้งเพื่อช่วยมัน ทั้งๆ ที่มันได้คะแนนต่ำสุดแทบจะทุกวิชา (คือควรจะไม่ได้รับยาเลย) แต่ที่ไม่สอบตกเพราะอาจารย์แต่ละท่านยังเกรงใจสกุลหลิวของมันเท่านั้นเอง

หลินเซียนหันหน้ากลับใบหน้าเฉยชาทำไม่สนใจ ในใจคิดว่าวันนี้วันสุดท้ายแล้วที่ข้าจะได้เห็นใบหน้าและท่าทางที่น่ารังเกียจของเจ้า จากนี้ข้าจะไปเมืองหลวงเพื่อร่ำเรียนไปสู่ระดับแกนปราณที่สำนักเซียนชั้นสูงแล้ว ลาขาด!

หลินเซียนใช้ดวงตาแสนมั่นใจมองขึ้นไปที่แผ่นกระดาษที่ประกาศผล

"เจี้ยงเซิ่ง" .....ใช่ เขาคืออันดับ 2 ต่อจากข้าในหลายๆ วิชา ไม่แปลกที่เขาจะได้

"จินฮวา!!" ......ข่าวลือเข้ามาในใจเขาทันที จินฮวาผู้นี้มีเสียงซุบซิบมากมายว่าเข้าออกห้องนอนอาจารย์จื่อหยงเป็นประจำ และอาจารย์จื่อหยงยังให้ป้ายพิเศษเข้าในหอตำราเฉพาะศิษย์ฝ่ายในแก่จินฮวาอีกด้วย

หลินเซียนถอนหายใจ และรู้สึกสมเพชเวทนาศิษย์หญิงผู้นี้ที่ใช้ร่างกายเป็นวิธีพิเศษในการได้รับสิทธิ์

หลินเซียนเลื่อนสายตาลงมาชื่อที่สาม ซึ่งเขามั่นใจว่าจะเป็นชื่อตัวเอง

"ห...หลิว....หลิวเซี่ยง!!" เขาตกใจมาก รีบหันหน้าไปทางหลิวเซี่ยง

ไอ้อ้วนเห็นหลินเซียนหันหน้ามามองด้วยสายตาโกรธแค้น มันสะใจมาก หัวเราะเสียงดังจนน้ำลายกระเด็น อุบาว์ทสายตาที่สุด

"ฮ่าๆ ไอ้ขยะ สวะชนชั้นล่างอย่างเจ้าหวังลมๆ แล้งๆ อะไรไม่ทราบ"

"เจ้าไม่รู้รึว่าข้าคือผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นใหญ่ในอนาคต"

"พ่อข้าเป็นถึงเสนาบดีของแคว้น เจ้าเป็นใคร ไอ้ขยะ! แค่ลูกทหารชั้นต่ำที่ไม่มีใครจำได้ที่ตายห่าให้อีแร้งกินในสนามรบ"

หลินเซียนเลือดขึ้นหน้า เขาแค้นไอ้อ้วนนี่ตั้งแต่ที่มันทำลายป้ายวิญญาณพ่อเขาแล้ว ครั้งนี้มันยังกล้าพูดถึงพ่อเขาอีก

เสียงกำปั้นกระแทกดัง ปัง! หลิวเซี่ยงถูกหมัดของหลินเซียนซัดเข้าที่ใบหน้าเต็มแรงจนล้มกระแทกพื้น

เลือดไหลซิบจากมุมปาก หลิวเซี่ยงลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทั้งจากความเจ็บและความอับอาย

“จับมันเดี๋ยวนี้!” หลิวเซี่ยงตะโกนด้วยเสียงสั่นแต่ก้องกังวาน

ทันใดนั้น เหล่าทหารองครักษ์สิบคนในเกราะดำรีบกรูกันเข้ามาล้อมหลินเซียน

คมดาบวาววับชี้ตรงมาที่ร่างของศิษย์หนุ่มผู้ยังหอบหายใจแรงด้วยความโกรธ

หลินเซียนหันมองรอบกาย แววตายังเปล่งไฟแห่งความไม่ยอมจำนน

องครักษ์สองคนพุ่งเข้าคว้าแขนล็อกไว้ อีกสองคนกดบ่าให้ก้มลงอย่างไม่ปรานี

เสียงโซ่เหล็กดังกราวเมื่อถูกนำมาคล้องข้อมือหลินเซียนแน่นหนา

“เอาไปให้เข้าสำนักตัดสินโทษ!” หลิวเซี่ยงกรีดเสียงลั่น ราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือ

บรรยากาศรอบข้างเงียบงัน เหล่าศิษย์ทั้งหลายได้แต่เบิกตาโต มองภาพนั้นด้วยทั้งความตกใจและเวทนาในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ผู้ทำความดี ไม่หวาดหวั่นต่อโลก

    หน้าหลุมศพอาจารย์เฉิงเสิน ทั้งสองนั่งมองต้นไผ่ลู่ลม เสียงนก และเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า..."เออ! นี่เจี้ยงเซิ่ง""หือ?""คือ....ข้าเห็นหอตำราสำนักเก่ามากแล้ว ข้าอยากซ่อมมันใหม่ เจ้าช่วยออกหน้าแทนข้าได้ไหม?""เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์จื่อหยงนั้นไม่ชอบข้าๆไม่อยากให้ความตั้งใจบริสุทธิ์นี้แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น"เจี้ยงเซิ่งตบหลังหลินเซียนเบาๆ"ผู้ทำความดี ไม่หวาดหวั่นต่อโลก เจ้าไปกับข้าๆคุยให้เอง""แต่....""เอาน่า! ท่านบรรพาจารย์แคว้น แก่กันปูนนี้แล้ว อย่าใจปลาซิวเหมือนหน้าเด็กน้อยของเจ้าหน่อยเลย ฮ่าๆ" เจี้ยงเซิ่งหัวเราะ (เจี้ยงเซิ่งเองก็แก่หงั่กแล้ว)แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปในสำนัก อาจารย์ผู้เฒ่าชราท่านหนึ่งก็ออกมาตอนรับ"ที่แท้ท่านเจ้าสำนักเจี้ยงเซิ่งแห่งสำนักเซียนหลิงอู่ซานนี่เอง"แล้วผู้เฒ่าชราก็เหลือบไปเห็นชายเสื้อผ้าเก่าชุดเปื้อนดินอีกคนที่หลบอยู่ด้านหลังเจี้ยงเซิ่ง เห็นแต่ผมขาวๆยาวปลิวไปมาผู้เฒ่าพยายามจะเพ่งมอง จนเจี้ยงเซิ่งเห็น เขาเลยจับหลินเซียนดึงออกมาด้านหน้า"ทะ...ท่านอาจารย์ สบายดีนะขอรับ แหะๆ" หลินเซียนหัวเราะแก้เขินแล้วยิ้มเหมือนเด็กๆ ชายชราสายตาฝ้าฟาง เขาจึงเดินไปใกล้ๆ พอเห็นหน้าชัดๆเท

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   อดีตยึดไว้ก็เจ็บปวด การลาครั้งสุดท้าย มิใช่เพื่อร่ำไห้ แต่เพื่อคืนใจให้สงบ...

    .....เวลาผ่านมา 7 วัน หลินเซียนกลับมาที่เผ่าเสือ เขาตกใจว่าทำไมที่นี่เวลาผ่านไปเพียง 7 วันเท่านั้น เพราะเขาอยู่ในแดนอเวจีนั้นยาวนานถึง 588 วัน(ราวๆ 1 ปี 7 เดือนกว่าๆ) ทำให้รู้ว่าเวลาในแดนอเวจีนั้นรวดเร็วกว่าเวลาบนโลกมนุษย์มากจอมปีศาจเสือขาวจึงสำทับเสริมเข้าไปอีกว่าแดนสวรรค์ก็เช่นกันแค่ 1 วันของที่นั่นจะเท่ากับเวลาบนโลกถึง 84 วันทีเดียว หลินเซียนก็ได้เปิดหูเปิดตาได้ความรู้ใหม่ว่า 3 พิภพนี้มีมิติเวลาที่ต่างกันเด็กปีศาจถามถึงน้องสาวเขา หลินเซียนบอกว่าตอนนี้เธอไม่เป็นไรแล้ว เขาพาเธอไปเข้าฌานอยู่น้ำพุที่ 2 ของแดนยมโลกซึ่งอยู่ใต้แม่น้ำหวังชวน(แม่น้ำแห่งการลืมเลือน) หลินเซียนบอกว่าเธอไม่เป็นไร พลังน้ำยมโลกที่เขาเคยมอบให้สอดประสานต้อนรับเธอเป็นอย่างดีหลิวเซี่ยงถามว่า "พวกท่านไม่ถูกให้ดื่มน้ำแกงลืมอดีตหรือ?"หลินเซียนตอบว่า "ที่นั่นไม่มียมฑูต ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย มีเพียงวิญญาณมนุษย์เดินตามเส้นทางแห่งความตายข้ามแม่น้ำไปเท่านั้น""แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าปลายทางนั้นจะไปที่แห่งใดหรอกนะ...." หลินเซียนกล่าว “แม่น้ำหวังชวนไร้ฝั่ง มีเพียงใจเท่านั้นที่เป็นเรือข้าม” “ชีวิตและความตายต่างเพียงหนึ่งลมหาย

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   หลุมอเวจี

    (1 ปีต่อมา).....ณ ชายขอบแคว้นจ้าว มีกระท่อมเล็กๆอยู่ท่ามกลางภูเขาธรรมชาติร่มรื่น หน้าบ้านมีเด็กชายและเด็กหญิงวิ่งเล่นกัน เด็กหญิงมีหูและหางด้วย กระท่อมนี้เป็นที่อยู่ของหลิวเซี่ยงและสามีของนางนั่นเองในขณะที่นางกำลังตากผ้าที่ซัก นางก็เห็นบุรุษชุดขาวคนหนึ่งเดินมา ผมเขาเป็นสีขาวโพลน ชุดก็ขาว ผิวก็ขาว ใบหน้าก็อ่อนเยาว์ ดูราวกับเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ มีชายหญิงอีก 2 คนอายุไล่เลี่ยกันเดินตามหลังมาด้วย ผู้หญิงมี 2 เขาและ 4 ปีกดูน่ากลัวลูกชายเธอเห็นปีศาจสาวก็กลัว ร้องลั่นวิ่งเข้าบ้านหาพ่อ แต่ลูกสาวยังคงยืนจ้องมองปีกสีดำนั้นอย่างตั้งใจแสงแดดส่องมาทางชายชุดขาวนั้นพอดีทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่เมื่อพวกเขามายืนอยู่หน้าบ้านก็ทำให้รู้ว่าเขาคือหลินเซียนอาจารย์ของเธอนั่นเองเธอรีบวางตระกร้าผ้าแล้วเดินเข้ามาต้อนรับ ในขณะที่ลูกชายก็ตามพ่อซึ่งเป็นปีศาจเสือหนุ่มออกมาเมื่อทั้งหมดเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน หลินเซียนขอให้สามีนางช่วยพาไปพบพ่อของเขา(จอมปีศาจเสือขาว)เพื่อจะฝากเด็กปีศาจทั้งสองไว้ แต่ปีศาจเสือหนุ่มก็ส่ายหน้าไม่อยากยุ่งเขาบอกว่าเด็กหญิงที่ท่านพามานี้มีถึง 4 ปีก บ่งว่าเป็นปีศาจชั้นสูงมาก ระดับเดียวกับ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   เติบโต....

    .....หลินเซียนซึมซับไอสีดำที่ออกมาจากผนังห้องนั้นอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น และเดินออกมานอกห้องลับนั้น เห็นเด็กๆนั่งชันเข่าหิวข้าวและมองหน้าหลินเซียนแบบงอนๆ หลินเซียนหัวเราะแหะๆ เขาจึงทำอาหารให้เด็กๆกินกันวันต่อมาหลินเซียนเริ่มสอนหนังสือให้เด็กๆ ทั้งทำอาหารให้เด็กๆกิน และเข้าไปในห้องนั้นเพื่อซึมซับเต๋าแห่งปีศาจ เขาทำเช่นนี้ทุกวันๆ เป็นระยะเวลา 40 ปี จนเด็กๆเริ่มโตขึ้นบัดนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปกลายเป็นวัยรุ่นแล้ว เด็กชายรูปร่างและหน้าตาราวๆวัยรุ่นอายุ 20-21 ปีแล้ว ส่วนเด็กหญิงปีศาจก็ดูอายุราวๆเด็ก 17-18 ปีเท่าๆหลินเซียน และพวกเขาบรรลุเป็นปีศาจระดับ 7 (เทียบเท่าเซียนขั้นแกนปราณขั้นต้น-กลาง)ได้แล้วทั้งคู่ด้วย เหตุเพราะหลินเซียนให้เขาสัมผัสปราณของหยดน้ำวิญญาณคร่ำครวญบรรพกาลทุกวัน และยังสอนปรัชญาความรู้เต๋าต่างๆให้มากมายด้วยหลินเซียนจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณและอาจารย์เด็กปีศาจทั้ง 2 คนนี้ ซึ่งทั้งคู่ก็พร้อมใจกันยกชามาคาราวะหลินเซียนเป็นอาจารย์ด้วยความสมัครใจ ซึ่งหลินเซียนก็รับไว้ด้วยใบหน้ามีความสุขที่น่าแปลกคือจิตเต๋าปีศาจที่ซึมซับทุกวันนั้นทำให้ร่างกายทารกวิญญาณปีศาจในจ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ใจกลางพายุฝน

    .........ท้องฟ้ามืดมัว ก้อนเมฆดำทมิฬของพายุใหญ่ เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องในหมู่เมฆเป็นระยะๆ ฟ้าแล่บในก้อนเมฆ ปราฏว่ามีเซียนหยวนอิง 1 คนก็กำลังเหาะหนีเซียนหยวนอิงอีก 2 คนที่กำลังไล่ล่า สภาพเขามีบาดแผลเต็มตัวและอ่อนแรงเปลวไฟชีวิตใกล้จะดับมอด"ฮ่าๆ เจ้าไม่รอดแน่ รีบส่งสิ่งๆนั้นมาให้พวกข้า!"ผู้หนีกัดฟันกร่อด แต่เขาจะไม่ไหวแล้ว มือของเขากุมกุญแจโบราณบางอย่างไว้แน่น เขามองไปยังแกนกลางพายุใหญ่และพุ่งฝ่าก้อนเมฆดำทมิฬนั้น สายฝนจนร่างกายเปียกปน โดนฟ้าผ่า 1 ครั้ง พยายามใช้สติเท่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลบเลี่ยงสายฟ้าไปมา ส่วนผู้ไล่ล่าทั้งคู่นั้นเหมือนจะมีสมบัติวิเศษบางอย่าง เพราะนอกจากเสื้อเปียกแล้ว สายฟ้าไม่ฟาดใส่ตัวเขาเลยเมื่อมาถึงแกนกลางพายุ ผู้ไล่ล่าก็ไล่มาจนทันและทั้งคู่ดักหน้าและหลังเหยื่อ"ฮ่าๆ หนีไม่รอดแล้ว"ชายผู้เป็นเหยื่อจำใจต้องต่อสู้ เขาปลดปล่อย ทารก วิญญาณของตนเองออกมา เป็นเด็กปีศาจมี 1 เขากับปีก 1 คู่ ร่างกายเป็นสีเขียว พ่นควันพิษสีเขียวไปหาผู้ไล่ล่าเซียนหยวนอิงผู้ไล่ล่าทั้งสองก็ปลดปล่อยทารกวิญญาณของตนออกมา เป็นเด็กชายผมสีดำคนหนึ่งมือมีไฟลุก อีกคนหนึ่งมือมีน้ำไหล วน ทารกทั้ง 2 ไฟและน้ำ ร

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   สายน้ำและดอกบัว2

    (1 ปีผ่านไป)....หลินเซียนยังอยู่ ณ ลำธารแห่งนี้ไม่ได้ไปไหน เขาได้ถกความรู้เต๋ากับเด็กหญิงปีศาจดอกบัวเสมอๆวันนี้ก็เช่นกันหมอกยามเช้าลอยต่ำลงบนลำธาร หยดน้ำค้างสะท้อนแสงจันทร์ที่ยังคงส่องอ่อนอยู่บนผิวน้ำหลินเซียนหลับตานั่งสมาธิอยู่ริมฝั่ง ใบหน้าของเขาเรียบสงบ ดวงตาปล่อยว่างเปล่าเหมือนกระจกสะท้อนฟ้าสายน้ำใสไหลเอื่อย เหมือนจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบแต่มั่นคง ดอกบัวน้อยค่อยๆ แง้มกลีบออกมาจากผืนน้ำ สีชมพูอ่อนเรืองแสงอ่อนปีศาจดอกบัวในร่างเด็กหญิงตัวน้อยเธอนั่งอยู่บนดอกบัวที่ลำธารเบื้องหน้าหลินเซียนมือเล็กๆของเธอยกถ้วยน้ำชา กลิ่นหอมชาอบอวลไปทั่ว เข้ากับกลิ่นหญ้าและฝนเมื่อคืน หลินเซียนลืมตา เขามองร่างเด็กหญิงตัวน้อยที่ถือถ้วยน้ำชาเธอเห็นหลินเซียนลืมตา เธอก็พูดด้วยเสียงที่คล้ายกับสายลม นุ่ม และแผ่วเบา “เซียน… ”เสียงนั้นเหมือนเสียงลำธารอีกสายเล็กๆ ไหลเข้ามาในจิตใจ หลินเซียนพยักหน้าเบาๆเขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่สายตาที่พวกเขามองกันและกันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดีแก่กันสายลมพัดผ่านผิวน้ำ ดอกบัวน้อยโอนอ่อนตามแรงลม ราวกับโยกไปตามจังหวะของธรรมชาติหลินเซียนค่อยๆ ยื่นมือ แตะผิวน้ำเบาๆ น้ำเย็นชุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status