Masuk....ภายใน หอพิพากษาสำนัก แสงไฟจากคบเพลิงสลัวสะท้อนเงาบนผนังหิน ทำให้บรรยากาศขึงขังและเย็นเยียบ ราวกับทุกลมหายใจถูกพันธนาการด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น
เมื่อบานประตูหินหนักค่อยๆ เปิดออก เสียงก้าวเท้าองครักษ์เกราะดำสิบคนกระแทกพื้นดังก้อง พวกมันกดบ่าหลินเซียนแน่นจนถูกบังคับให้คุกเข่าลงบนลานพิพากษาอันกว้างใหญ่
เบื้องสูงสุดของแท่นหินดำประดับหยก เจ้าสำนักชุดคลุมสีครามเข้มประทับนั่ง ดวงตาเรียบเฉย แต่แฝงแรงกดข่มที่ทำให้แม้กระทั่งอากาศรอบตัวสั่นสะท้าน
สองข้างล่างลงมา อาจารย์เฉิงเสิน และ อาจารย์จื่อหยง นั่งขนาบซ้ายขวา
อาจารย์เฉิงเสินมีใบหน้าคมคายแฝงรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาเหมือนมองทุกคนต่ำต้อยกว่าตน
ส่วนอาจารย์จื่อหยงนั้นสายตาเย็นชา ดั่งเฝ้าสังเกตโดยไร้อารมณ์
ด้านข้างอีกชั้นคือ ผู้อาวุโสทั้งสาม ผู้ชรานั่งเรียงราย เคราขาวสะบัดตามลมปราณที่พัดไหว บรรยากาศเคร่งขรึมเต็มไปด้วยอำนาจเก่าแก่
หลินเซียนถูกองครักษ์เกราะดำกดคุกเข่าลงตรงกลางลานหินเย็นเฉียบ เลือดที่มุมปากยังไม่แห้งสนิท หัวใจเต้นแรง แต่สายตายังคงแข็งกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
หลินเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาอิดโรยแต่ยังพอมีประกายความหวังอยู่เล็กน้อย... เมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตา อาจารย์เฉิงเสิน ผู้ที่เขาเคารพบูชาและยึดมั่นเสมอมา กำลังนั่งอยู่ข้างเจ้าสำนัก
“ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่... อย่างน้อยท่านต้องเชื่อใจข้า ท่านจะช่วยข้าแน่...”
ทว่าเวลาค่อยๆ ผ่านไป เฉิงเสินเพียงนั่งนิ่ง แววตาเย็นชาเหมือนมองคนแปลกหน้า ราวกับไม่เคยมีความผูกพันใดๆ กับศิษย์ผู้นี้มาก่อน
เสียงเคาะไม้พิพากษาดัง “ก๊อก!” ก้องสะท้อนทั้งหอ
เจ้าสำนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นต่ำ
“หลินเซียน... เจ้าถูกกล่าวหาว่าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และดูหมิ่นกฎแห่งสำนัก เจ้าจะมีสิ่งใดแก้ต่างหรือไม่?”
หลิวเซี่ยงที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบชิงโอกาส หมอบคุกเข่าทำทีเป็นผู้น้อยผู้ซื่อสัตย์ เสียงเจื้อยแจ้วเต็มไปด้วยเล่ห์กล
“เรียนเจ้าสำนัก ศิษย์ผู้นี้เกรี้ยวกราดไร้มารยาท ขัดขืนคำสั่ง ไม่เห็นหัวผู้ใด กระทั่งยังลงมือทำร้ายข้า! หากมิลงโทษอย่างรุนแรง เกรงว่าสำนักเราจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ และข้าจำเป็นต้องเอาความนี้ไปแจ้งแก่ท่านเสนาบดีบิดาข้า”
คำพูดประหนึ่งมีดกรีดกลางใจหลินเซียน เสียงหัวเราะกดข่มของเฉิงเสินดังแทรกขึ้นทันที
“ฮึ... ขยะที่แค่บังเอิญโชคดีนิดหน่อยเลื่อนมาเป็นขั้น 2 ปราณพื้นฐาน คิดว่าตนเป็นใครกัน ถึงกล้าเหิมเกริมเช่นนี้?”
ผู้อาวุโสผู้เฒ่าคนหนึ่งลูบเคราช้าๆ แววตาแฝงประกายครุ่นคิด มิได้กล่าวเสริม แต่กลับทำให้บรรยากาศหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
หลินเซียนเงยหน้าขึ้น แม้ถูกกดไว้จนเจ็บปวด แต่ดวงตายังคงลุกโชน
“เรียนที่เจ้าสำนักและผู้อาวุโสทุกท่าน หากศิษย์ผิดจริง ข้ายอมรับโทษ... แต่เหตุการณ์วันนี้ ข้ามิอาจก้มหัวให้กับความเท็จ!ได้ขอรับ”
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาดังสะท้อนทั้งหอพิพากษา องครักษ์เกราะดำกดแรงลงบนบ่าเขามากขึ้น ราวกับหวังบดขยี้ให้ร่างนั้นแตกสลาย
สายตาของเจ้าสำนักกวาดมองทุกคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่หลินเซียน... ความเงียบอันเย็นเยือกปกคลุมทั้งลาน ดั่งพายุใหญ่กำลังจะก่อตัว
เสียง อาจารย์จื่อหยง ดังขึ้นอย่างเฉียบขาด
“เรียนเจ้าสำนัก ศิษย์ผู้นี้ไม่เพียงก่อเรื่องวิวาทกับหลิวเซี่ยง หากแต่ยังเคยใช้ วิชากระบี่เซียน ฟันใส่ข้าโดยตรง!”
หลินเซียนตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง รีบโต้กลับเสียงสั่นเครือ
“ไม่จริง! ตอนนั้นข้ากำลังฝึกกระบี่อยู่ในลานฝึก อาจารย์จื่อหยงเดินเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว ข้าจึงเก็บกระบี่ไม่ทัน! ข้าไม่มีทางคิดทำร้ายอาจารย์แน่!”
แต่เจ้าสำนักกลับเคาะไม้พิพากษาดังสนั่น น้ำเสียงเย็นเยือก
“นอกจากทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก เจ้ายังกล้าจะสังหารอาจารย์ของตน...ไอ้ศิษย์เนรคุณ!
เจ้าไม่รู้หรือว่าคนผู้นี้เป็นถึงลูกเสนาบดีหลิวผู้ยิ่งใหญ่ เจ้ายังคิดจะอาศัยอำนาจคุ้มกฎสำนักช่วยปกป้องเจ้า?"
"บาปนี้จะปล่อยผ่านมิได้!”
หัวใจหลินเซียนหล่นวูบ ดวงหน้าซีดเผือด แต่ยังคงมองไปที่เฉิงเสินด้วยความหวังครั้งสุดท้าย
“อาจารย์... ได้โปรดเถิด! ท่านย่อมรู้จักข้ามานาน ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อท่าน ท่านจะไม่พูดแทนข้าสักคำเลยหรือ?”
คราวนี้ เฉิงเสินจ้องมองเขานิ่ง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่แทงทะลุหัวใจยิ่งกว่าใบมีดใดๆ
“หลินเซียน... เจ้ารู้หรือไม่ คัมภีร์กระบี่เซียนที่ข้ามอบให้ นั่นคือสิ่งที่ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นศิษย์ที่ข้าไว้วางใจที่สุด ข้าถึงยอมมอบมันให้... แต่วันนี้ เจ้ากลับใช้มันหันคมใส่อาจารย์ตนเอง หัวใจเจ้าทำด้วยอะไร! เจ้ายังสมควรเรียกข้าว่าอาจารย์อีกหรือ?”
ถ้อยคำแต่ละคำเหมือนฟ้าผ่ากลางอก หลินเซียนตัวสั่นงันงก ความสิ้นหวังสุมแน่นในทรวง
เขาตะโกนโต้กลับด้วยเสียงสั่นเครือ
“ท่านอาจารย์! วิชากระบี่นี้ข้าฝึกเพราะอยากสืบทอดเจตจำนงของท่าน ไม่ใช่หันมาทำร้ายใครสักคน! ทำไมท่านถึงไม่เชื่อใจข้าเลย... ทำไมท่านถึงตัดสินข้าเหมือนคนแปลกหน้า...?”
“ท่านอาจารย์! เรารู้จักสนิทสนมกันมาหลายปี เหตุใดท่านถึงฟังความเพียงด้านเดียว! เหตุใดไม่ยอมฟังข้าอธิบายบ้างเลย!!”
แต่อาจารย์เฉิงเสินกลับลุกขึ้น หันหลังเดินจากไปอย่างเฉยชา ทิ้งเพียงความว่างเปล่าไว้กลางอกศิษย์
เสียงนั้นก้องสะท้อนในโสตประสาท หลินเซียนเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางอก
เลือดในกายพลันร้อนระอุ เขาตะโกนโต้เถียง น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อาจารย์ที่ข้ารักเคารพที่สุด บัดนี้ เขาทอดทิ้งข้าเหลือเพียงความว่างเปล่าอันเย็นชาไว้ให้ข้าผู้เป็นศิษย์ที่ยังคุกเข่าอยู่
เจ้าสำนัก แค่นลมหายใจเย็นเยียบ พลันประกาศเสียงดังก้อง
“หลินเซียน มีความผิดครบทุกข้อ ลงโทษขับออกจากสำนัก เฆี่ยนห้าสิบไม้ ล่ามโซ่ขังไว้คุกใต้ดินชั่วกาล อย่าให้มันได้ก้าวออกมาเห็นแสงอรุณอีก!”
สิ้นคำตัดสิน เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งแท่นตัดสินทุกคนลุกออกจากแท่นและกำลังเดินออก
หลิวเซี่ยงยิ้มดีใจมากก้มศรีษะโค้งคำนับเจ้าสำนักอย่างนอบน้อม
หลินเซียนกำหมัดแน่น เลือดไหลออกจากริมฝีปาก สายตาเต็มไปด้วยความช็อค ความเสียใจ และความแค้นที่แผดเผาหัวใจ
“พวกท่าน...ยังมีจิตวิญญาณความเป็นครูอยู่อีกไหม!!”
"อย่างเจ้า ไม่ต้องมาสอนข้าๆถ่ายทอดวิชามาทั้งชีวิต" เสียงผู้อาวุโสผู้เฒ่าคนหนึ่งลูบเคราช้าๆ
"ขยะ ยังไงก็คือขยะ หึ! ไม่ควรรับมันเข้าสำนักมาตั้งแต่แรก" เสียงบ่นพรึมพรำของผู้อาวุโสอีกคนหนึ่ง
หลินเซียนมองหน้าพวกมันอย่างเจ็บแค้นถึงที่สุด ก่อนที่จะถูกลากออกไปเฆี่ยนประจานตรงกลางลานของสำนัก
...ความมืดหนาทึบคล้ายกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เพดานต่ำและชื้นแฉะ น้ำสกปรกหยดลงมาจากหินด้านบนเป็นจังหวะ ติ๋ง... ติ๋ง... กลิ่นเหม็นเน่าของเลือดเก่าผสมกับสนิมเหล็กอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก
ร่างของ หลินเซียน ถูกโซ่เหล็กเส้นหนาล่ามตรึงไว้กับกำแพง ข้อมือแตกยับ เลือดสดไหลปนกับสนิมแดงคล้ำ ความเจ็บปวดจากแผลเฆี่ยนทั่วร่างยังคงรุนแรงทุกครั้งที่เขาขยับ
ชุดเซียนสีขาวบริสุทธิ์ที่ครั้งหนึ่ง อาจารย์เฉิงเสิน เคยมอบให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิ บัดนี้ขาดวิ่นเป็นเศษผ้า มีแต่คราบเลือดเกรอะกรังเปื้อนปะปนกับโคลนสกปรกของคุกใต้ดิน จนแทบมองไม่ออกว่านั่นเคยเป็นชุดที่สง่างามเพียงใด
ทุกครั้งที่สายตาเหลือบมองเศษผ้าขาดๆ บนกาย ความทรงจำในวันที่อาจารย์มอบมันให้ยังผุดขึ้นชัดเจน
หลินเซียนหัวเราะเบาๆ เสียงแห้งแตกปนเลือด กลายเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง
“หึ... ฮะฮะ... พวกมันเขียนข้าด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า”
"มันมองข้าเป็นขยะมาตลอด ฮะฮะฮะฮะ" เขาหัวเราะเบาๆราวกับคนเสียสติ
หยดน้ำตาไหลปนเลือดบนแก้ม ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ แข็งกร้าว แสงสลัวในคุกสะท้อนดวงตาที่เริ่มเปล่งประกายแค้นลึก
“ก็ได้... หากความสัตย์จริงไม่มีค่า... ข้าจะสร้างความจริงขึ้นมาด้วยมือของข้าเอง... และสักวันพวกเจ้าทุกคน...จะต้องได้ชดใช้!”
เสียงโซ่เหล็กที่ขยับดัง กรุ๋งกริ๋ง ไปทั่วคุกใต้ดิน ราวกับสัญญาแห่งความมืดกำลังถูกสลักลงในชะตาของเขา....
ก๊อกๆ"ศิษย์พี่ ข้าเอง หลินเซียน ข้าเข้าไปได้ไหม?"ไม่มีเสียงตอบ หลินเซียนเลยเปิดเข้าไป เขาเห็นซีหมิงนั่งชันเขาขดตัวอยู่มุมห้อง มีแค่ตะเกียงไฟสลัวๆดวงเดียวพอให้เห็นหน้า เปลวไฟในตะเกียงแกว่งไปมาอย่างน่าประหลาดทั้งๆที่ไม่มีลมในห้องนี้"ท่านเป็นอะไรมากไหม? อย่าทำแบบนี้สิ ข้าเป็นห่วง""หลินเซียน....ข้า.....ข้า...."หลินเซียนเข้าไปใกล้ๆ "แบร่!"ซีหมิงหันหน้ามีแล่บลิ้นให้ตุ๊งแช่ หลินเซียนตกใจจนผงะ"ฮ่าๆ สำเร็จๆ ไอ้หล่อกลัวแล้วๆ""เล่นบ้าอะไรเนี่ยศิษย์พี่! ข้าหลงเป็นห่วงอุตส่าห์รีบมาดู"โทษที ข้าแค่ปวดหัวนิดหน่อยเลยกลับมาก่อนน่ะ ว่าแต่....ผลการแข่งขันเป็นยังไงบ้าง?"หลินเซียนยกแขนชูกล้ามเล็กๆ "ชนะสิ ไม่ขายหน้าท่านอยู่แล้ว"ซีหมิงยิ้มดีใจ "ว้าว! เจ้าเข้า 10 อันดับแรกจนได้ เก่งโคตรๆ ใครจะไปคิดว่าแค่ระดับพื้นฐานปราณขั้นต้นจะมาได้ไกลขนาดนี้""ใช่! เหลืออีกแค่รอบเดียวข้าก็จะติด 1 ใน 5 ได้พบบรรพาจารย์จื่ออิงได้แล้ว!""สู้ๆนะ ขอให้เจ้าสมหวัง""แต่...ถ้าชนะอีกรอบได้แล้ว รอบหลังจากนั้นเจ้ายอมแพ้เถอะนะ สู้ไม่ไหวหรอก 5 คนที่เหลือนั่นปราณไฟโหดๆทั้งนั้น เกราะข้าป้องกันไม่ได้แล้ว""ข้าก็คิดเหมือนท่านศิษย
....คืนนี้ศิษย์พี่ซีหมิงมาหาหลินเซียนเพื่อช่วยวางแผนสำหรับการต่อสู้รอบที่ 2"พรุ่งนี้เจ้าต้องสู้กับไอ้อ้วนซือหม่า พุงใหญ่ๆนั่นทำให้มันขี้เกียจเคลื่อนไหว""แต่มันสามารถสร้างลูกไฟลอยบนฟ้าพุ่งใส่เข้าได้หลายสิบลูกจากทุกมุม ในขณะที่มันนั่งแคะขี้มูกอยู่""ประมาทไม่ได้" ซีหมิงสอนหลินเซียน"งั้นใช้โล่ท่านบังไหวไหมล่ะ?""นั่นแหละๆ ข้ากำลังจะบอกเจ้าว่าให้ใช้โล่ป้องกันไฟ ตีฝ่าเข้าไปประชิดตัวมัน ทีนี้ก็เผด็จศึกได้ง่ายๆเลย""นี่ศิษย์พี่...""หือ? มีอะไร?""คือ....ข้าสงสัย ที่นี่เป็นนครไร้แสงอาทิตย์ ทำไมสำนักนี้....ไม่สิ! ทั้งเมืองนี้ถึงไม่บูชาราตรีนิรันดร์(จอมมารมู่เยี่ย)?"ซีหมิงทำหน้าครุ่นคิด แล้วจึงตอบ"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ที่นี่มีพวกมาร ลูกครึ่งมาร อยู่ร่วมกับมนุษย์ก็จริง แต่ไม่เห็นจะมีใครบูชาจอมมารมู่เยี่ยนั่นเลยนะ"หลินเซียนทำหน้าครุ่นคิดบ้าง เพราะตอนแรกเขาคิดว่านครไร้แสงนี้จะคล้ายๆเมืองมารใต้ดินที่เขาเคยไปซะอีก แต่ที่ไหนได้เป็นแคว้นธรรมดาๆที่แค่ไม่มีแสงอาทิตย์ก็เท่านั้นเองซีหมิงเห็นหลินเซียนทำหน้าเครียดเขาเลยเข้ามาตบไหล่หลินเซียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ฮ่าๆ คิดมากเดี๋ยวหน้าหล่อๆจะมีตีนกานะ
....หายไป 3 วันแล้วรุ่นพี่ซีหมิงก็มาหาหลินเซียนตั้งแต่ไก่โห่"ตื่นเร็วๆไอ้หน้าหล่อ จะนอนขี้เกียจไปอีกนานแค่ไหนกัน!""ศิษย์พี่.....โห.....นี่มันเช้ามากเลยนะ! ข้าไม่ได้ขี้เกียจสักหน่อย" หลินเซียนตอบแบบงัวเงียแล้วศิษย์พี่ซีหมิงก็โชวอาวุธเซียน"เอ้านี้! โล่กันไฟ!"หลินเซียนมองที่โล่เก่าๆอันนั้น มันทำมาจากไม้บางๆผุๆ ซึ่งซีหมิงเห็นหลินเซียนมองแบบดูแคลน เขาก็ฉุนแล้วพูดว่า"เห้ยๆ อย่าดูถูกโล่นี้เชียวนะ เนี่ยอ่ะ! สมบัติสุดหวงของข้าเลย เห็นแบบนี้มันป้องกันได้ถึงไฟระดับ 57 เลยนะเว้ย""ระดับ 57?" หลินเซียนทำหน้างง"อ้อๆ ข้าลืมไปว่าเจ้าเป็นปราณธาตุน้ำ" แล้วซีหมิงก็อธิบายให้ฟัง สรุปได้ว่า "ไฟ" เผ่ามนุษย์นั้นมีการกำหนดระดับความร้อนและความรุนแรงไว้ระดับ 1 - 100 โดยปกติแล้วเซียนระดับ 1 รวมปราณจะได้ไฟระดับ 1 - 6 ได้ส่วนระดับ 2 พื้นฐานปราณจะใช้ไฟระดับ 7 - 33 ได้ระดับ 3 แกนปราณจะใช้ไฟระดับ 34 - 60 ระดับ 4 หยวนอิง(วิญญาณแรกกำเนิด)จะใช้ไฟระดับ 61 - 87 ได้ระดับ 5 หลิงเฉิง(วิญญาณสมบูรณ์) จะใช้ไฟระดับ 88 - 96 ได้ระดับ 6 เสินหุ่น(วิญญาณเทวะ)จะใช้ไฟระดับ 97 - 99 ได้ระดับ 7 เจินเสิน(เทวะแท้จริง) ที่ไม่ม
....วันนี้เป็นเวรของหลินเซียนไปจุดปราณไฟให้ห้องอาบน้ำสาธารณะในเมือง ศิษย์พี่ซีหมิงก็ตามมาด้วย ด้านในอาคารบ่อน้ำร้อนสาธารณะนี้ดูเก่าแก่และมีหิมะเกาะเต็มผนังและพื้นห้อง ตรงกลางห้องเป็นบ่อน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ขอบบ่อสร้างจากหินแข็ง น้ำในบ่อกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดหลินเซียนนั่งสมาธิข้างบ่อ เขารวบรวมสมาธิเรียกปราณไฟออกมา แต่ก็เป็นได้เพียงไฟลูกเล็กๆ หลินเซียนมีใบหน้าเคร่งเครียดทั้งๆที่หลับตาอยู่ซีหมิงเลยเข้าไปด้านหลังใช้ฝ่ามือดันหลังหลินเซียนส่งพลังปราณไฟบางส่วนของเขาไปช่วยหลินเซียน นั่นจึงทำให้ลูกบอลไฟใหญ่และสว่างขึ้นได้ แต่มันก็ยังคงไม่เสถียร มีบางช่วงก็ไฟอ่อนลงบ้าง ติดๆดับๆ"ใจเย็นๆ ค่อยๆ ช้าๆ" ซีหมิงสอนหลินเซียนลูกบอลไฟค่อยๆลอยขึ้นไปเหนือบ่อน้ำ สูงขึ้นเกือบติดเพดาน น้ำแข็งผิวน้ำมีละลายลงเล็กน้อยซีหมิงเดินวนรอบบ่อ เขาขีดวาดวงค่ายกลบางอย่างจนครบรอบบ่อ"เอาล่ะ! ค่อยๆส่งพลังธาตุไฟจากลูกไฟลงค่ายกล"หลินเซียนลืมตา เขาใช้นิ้วชี้ไปที่ลูกบอลไฟที่เขาสร้าง หลินเซียนใช้ความพยายามมากจนเหงื่อแตก ส่วนซีหมิงยืนให้กำลังใจข้างๆผ่านไป 1 ชั่วยามก็ค่อยๆมีเปลวไฟเป็นเส้นไหลลงมาตามจุดต่างๆของอักขระค่ายกล แ
.....แผ่นดิน ณ ขั้วโลก สถานที่ๆไม่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต มีแคว้นอันฮั่นโจว(มืดและหนาว)อยู่อย่างโดดเดี่ยว ถึงจะเรียกว่าแคว้น แต่จริงๆมีประชากรอาศัยอยู่แค่ไม่กี่พันคนเท่านั้น ไม่ต่างจากเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง อาหารส่วนมากก็จะเป็นปลาที่พอมีอยู่บ้างใต้ทะเลสาปน้ำแข็ง และสัตว์ทนหนาวได้ไม่กี่ชนิด บ้านเรือนก็สร้างจากต้นไม้ที่ทนหนาวได้เช่นกัน พระราชวังที่นี่จึงสร้างจากหินและไม้ ไม่สวยงามมากนักเหมือนวังแคว้นอื่นๆ กลางเมืองมีหลุมหินละลายหลุมใหญ่มากหลุมหนึ่ง แม้ไม่ลึกมากนัก แต่หินและแร่รอบๆขอบบหลุมนั้นบ่งว่าโดนไฟที่ร้อนมากๆละลายมัน ซึ่งมีน้ำแข็งอยู่ด้านล่างจนกลางเป็นลานน้ำแข็งเล้กๆให้เด็กๆในเมืองเล่นสกีน้ำแข็งกันจริงๆแล้วนครที่ฟ้าไม่ยอมส่องแสงนี้ก็ไม่แย่เสียทีเดียวในทุกๆ 1 ปีจะมีอยู่ราวๆ 14 - 16 วันเท่านั้นที่แสงอาทิตย์จะโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้า ช่วงนี้ของทุกๆปีชาวเมืองก็จะออกมาจัดงานรื่นเริง สำนักเซียนมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือสำนักฮั่วน่วน(ไฟที่อบอุ่น) แต่บรรพจารย์สำนักนี้ไม่ธรรมดาเป็นถึงระดับ 5 หลิงเฉิงขั้นต้น เขามีอายุมาเกินหมื่นปี เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองและเซียนทุกคนในเมืองอย่างมาก บ้างเล่ากัน
.....รุ่งเช้าอีกวันหลินเซียนเห็นชายถือตำรากำลังปลูกผักอยู่ จึงเข้าไปช่วย"เมื่อวานขอบคุณท่านมากเลยนะขอรับ""ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ เรื่องเล็กน้อย""อีกอย่าง .....เพราะเจ้าเหมือนพี่ของข้ามาก""พี่? ตอนนี้เขาไปอยู่ไหนแล้วขอรับ"ชายถือตำราหยุดนิ่งสักครู่ก่อนที่จะกลับมายิ้มอีกครั้ง"มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว""ข้าเสียใจด้วยนะขอรับ""ฮ่าๆ เขาไม่ได้ตาย" ชายถือตำรามองมาที่หลินเซียนแล้วยิ้มบางๆ ด้วยแววตาที่เหมือนรำลึกถึงอดีตบางอย่าง"แล้ว....เอ่อ....ท่านไปรู้จักกับมหาราชาปีศาจมังกรดำได้ยังไงขอรับ""ฮ่าๆ ไม่ต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นหรอก ตาลุงนี่เขาไม่มีอะไรหรอก เขาก็แค่เคยมานั่งเรียนกับข้าเหมือนเจ้านี่ไง ฮ่าๆ""เขามาเรียนอะไร?"แล้วลุงมังกรดำก็เข้ามาตอนไหนไม่รู้ เอาน้ำราดผักที่เพิ่งปลูกให้"เพราะข้าบรรลุระดับ 16 ไม่ได้ไงล่ะ เจ้านี่มันบอกว่าเป็นเพราะใจข้าไม่สงบ เลยให้ข้าเรียนเต๋ากับมัน"หลินเซียนกลืนน้ำลายดังอึ่ก สมกับเป็นปีศาจระดับ 15 ประชิดตัวข้าได้โดยที่ข้าสัมผัสไม่ได้เลย"ข้าอยู่ที่นี่มา 1,600ปี แล้ว พอใจว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยเอาวิชากระบี่ที่เคยเจอตามที่ต่างๆมาฝึกฝนไปเรื่อยๆแก้เบ





![I'll follow Apollo [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

