Beranda / แฟนตาซี / เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path) / เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า

Share

เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 07:16:17

....ภายใน หอพิพากษาสำนัก แสงไฟจากคบเพลิงสลัวสะท้อนเงาบนผนังหิน ทำให้บรรยากาศขึงขังและเย็นเยียบ ราวกับทุกลมหายใจถูกพันธนาการด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น 

เมื่อบานประตูหินหนักค่อยๆ เปิดออก เสียงก้าวเท้าองครักษ์เกราะดำสิบคนกระแทกพื้นดังก้อง พวกมันกดบ่าหลินเซียนแน่นจนถูกบังคับให้คุกเข่าลงบนลานพิพากษาอันกว้างใหญ่

เบื้องสูงสุดของแท่นหินดำประดับหยก เจ้าสำนักชุดคลุมสีครามเข้มประทับนั่ง ดวงตาเรียบเฉย แต่แฝงแรงกดข่มที่ทำให้แม้กระทั่งอากาศรอบตัวสั่นสะท้าน

สองข้างล่างลงมา อาจารย์เฉิงเสิน และ อาจารย์จื่อหยง นั่งขนาบซ้ายขวา

อาจารย์เฉิงเสินมีใบหน้าคมคายแฝงรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาเหมือนมองทุกคนต่ำต้อยกว่าตน

ส่วนอาจารย์จื่อหยงนั้นสายตาเย็นชา ดั่งเฝ้าสังเกตโดยไร้อารมณ์

ด้านข้างอีกชั้นคือ ผู้อาวุโสทั้งสาม ผู้ชรานั่งเรียงราย เคราขาวสะบัดตามลมปราณที่พัดไหว บรรยากาศเคร่งขรึมเต็มไปด้วยอำนาจเก่าแก่

หลินเซียนถูกองครักษ์เกราะดำกดคุกเข่าลงตรงกลางลานหินเย็นเฉียบ เลือดที่มุมปากยังไม่แห้งสนิท หัวใจเต้นแรง แต่สายตายังคงแข็งกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

หลินเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาอิดโรยแต่ยังพอมีประกายความหวังอยู่เล็กน้อย... เมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตา  อาจารย์เฉิงเสิน ผู้ที่เขาเคารพบูชาและยึดมั่นเสมอมา กำลังนั่งอยู่ข้างเจ้าสำนัก

“ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่... อย่างน้อยท่านต้องเชื่อใจข้า ท่านจะช่วยข้าแน่...”

ความคิดดังพลุ่งพล่านในใจเขา

ทว่าเวลาค่อยๆ ผ่านไป เฉิงเสินเพียงนั่งนิ่ง แววตาเย็นชาเหมือนมองคนแปลกหน้า ราวกับไม่เคยมีความผูกพันใดๆ กับศิษย์ผู้นี้มาก่อน

เสียงเคาะไม้พิพากษาดัง “ก๊อก!” ก้องสะท้อนทั้งหอ

เจ้าสำนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นต่ำ

“หลินเซียน... เจ้าถูกกล่าวหาว่าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และดูหมิ่นกฎแห่งสำนัก เจ้าจะมีสิ่งใดแก้ต่างหรือไม่?”

หลิวเซี่ยงที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบชิงโอกาส หมอบคุกเข่าทำทีเป็นผู้น้อยผู้ซื่อสัตย์ เสียงเจื้อยแจ้วเต็มไปด้วยเล่ห์กล

“เรียนเจ้าสำนัก ศิษย์ผู้นี้เกรี้ยวกราดไร้มารยาท ขัดขืนคำสั่ง ไม่เห็นหัวผู้ใด กระทั่งยังลงมือทำร้ายข้า! หากมิลงโทษอย่างรุนแรง เกรงว่าสำนักเราจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ และข้าจำเป็นต้องเอาความนี้ไปแจ้งแก่ท่านเสนาบดีบิดาข้า”

คำพูดประหนึ่งมีดกรีดกลางใจหลินเซียน เสียงหัวเราะกดข่มของเฉิงเสินดังแทรกขึ้นทันที

“ฮึ... ขยะที่แค่บังเอิญโชคดีนิดหน่อยเลื่อนมาเป็นขั้น 2 ปราณพื้นฐาน คิดว่าตนเป็นใครกัน ถึงกล้าเหิมเกริมเช่นนี้?”

ผู้อาวุโสผู้เฒ่าคนหนึ่งลูบเคราช้าๆ แววตาแฝงประกายครุ่นคิด มิได้กล่าวเสริม แต่กลับทำให้บรรยากาศหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

หลินเซียนเงยหน้าขึ้น แม้ถูกกดไว้จนเจ็บปวด แต่ดวงตายังคงลุกโชน

“เรียนที่เจ้าสำนักและผู้อาวุโสทุกท่าน หากศิษย์ผิดจริง ข้ายอมรับโทษ... แต่เหตุการณ์วันนี้ ข้ามิอาจก้มหัวให้กับความเท็จ!ได้ขอรับ”

ทันใดนั้น เสียงฮือฮาดังสะท้อนทั้งหอพิพากษา องครักษ์เกราะดำกดแรงลงบนบ่าเขามากขึ้น ราวกับหวังบดขยี้ให้ร่างนั้นแตกสลาย

สายตาของเจ้าสำนักกวาดมองทุกคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่หลินเซียน... ความเงียบอันเย็นเยือกปกคลุมทั้งลาน ดั่งพายุใหญ่กำลังจะก่อตัว

เสียง อาจารย์จื่อหยง ดังขึ้นอย่างเฉียบขาด

“เรียนเจ้าสำนัก ศิษย์ผู้นี้ไม่เพียงก่อเรื่องวิวาทกับหลิวเซี่ยง หากแต่ยังเคยใช้ วิชากระบี่เซียน ฟันใส่ข้าโดยตรง!”

หลินเซียนตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง รีบโต้กลับเสียงสั่นเครือ

“ไม่จริง! ตอนนั้นข้ากำลังฝึกกระบี่อยู่ในลานฝึก อาจารย์จื่อหยงเดินเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว ข้าจึงเก็บกระบี่ไม่ทัน! ข้าไม่มีทางคิดทำร้ายอาจารย์แน่!”

แต่เจ้าสำนักกลับเคาะไม้พิพากษาดังสนั่น น้ำเสียงเย็นเยือก

“นอกจากทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก เจ้ายังกล้าจะสังหารอาจารย์ของตน...ไอ้ศิษย์เนรคุณ!

เจ้าไม่รู้หรือว่าคนผู้นี้เป็นถึงลูกเสนาบดีหลิวผู้ยิ่งใหญ่ เจ้ายังคิดจะอาศัยอำนาจคุ้มกฎสำนักช่วยปกป้องเจ้า?"

"บาปนี้จะปล่อยผ่านมิได้!”

หัวใจหลินเซียนหล่นวูบ ดวงหน้าซีดเผือด แต่ยังคงมองไปที่เฉิงเสินด้วยความหวังครั้งสุดท้าย

“อาจารย์... ได้โปรดเถิด! ท่านย่อมรู้จักข้ามานาน ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อท่าน ท่านจะไม่พูดแทนข้าสักคำเลยหรือ?”

คราวนี้ เฉิงเสินจ้องมองเขานิ่ง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่แทงทะลุหัวใจยิ่งกว่าใบมีดใดๆ

“หลินเซียน... เจ้ารู้หรือไม่ คัมภีร์กระบี่เซียนที่ข้ามอบให้ นั่นคือสิ่งที่ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นศิษย์ที่ข้าไว้วางใจที่สุด ข้าถึงยอมมอบมันให้... แต่วันนี้ เจ้ากลับใช้มันหันคมใส่อาจารย์ตนเอง หัวใจเจ้าทำด้วยอะไร! เจ้ายังสมควรเรียกข้าว่าอาจารย์อีกหรือ?”

ถ้อยคำแต่ละคำเหมือนฟ้าผ่ากลางอก หลินเซียนตัวสั่นงันงก ความสิ้นหวังสุมแน่นในทรวง

เขาตะโกนโต้กลับด้วยเสียงสั่นเครือ

“ท่านอาจารย์! วิชากระบี่นี้ข้าฝึกเพราะอยากสืบทอดเจตจำนงของท่าน ไม่ใช่หันมาทำร้ายใครสักคน! ทำไมท่านถึงไม่เชื่อใจข้าเลย... ทำไมท่านถึงตัดสินข้าเหมือนคนแปลกหน้า...?”

“ท่านอาจารย์! เรารู้จักสนิทสนมกันมาหลายปี เหตุใดท่านถึงฟังความเพียงด้านเดียว! เหตุใดไม่ยอมฟังข้าอธิบายบ้างเลย!!”

แต่อาจารย์เฉิงเสินกลับลุกขึ้น หันหลังเดินจากไปอย่างเฉยชา ทิ้งเพียงความว่างเปล่าไว้กลางอกศิษย์

เสียงนั้นก้องสะท้อนในโสตประสาท หลินเซียนเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางอก

เลือดในกายพลันร้อนระอุ เขาตะโกนโต้เถียง น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว

อาจารย์ที่ข้ารักเคารพที่สุด บัดนี้ เขาทอดทิ้งข้าเหลือเพียงความว่างเปล่าอันเย็นชาไว้ให้ข้าผู้เป็นศิษย์ที่ยังคุกเข่าอยู่

เจ้าสำนัก แค่นลมหายใจเย็นเยียบ พลันประกาศเสียงดังก้อง

“หลินเซียน มีความผิดครบทุกข้อ ลงโทษขับออกจากสำนัก เฆี่ยนห้าสิบไม้ ล่ามโซ่ขังไว้คุกใต้ดินชั่วกาล อย่าให้มันได้ก้าวออกมาเห็นแสงอรุณอีก!”

สิ้นคำตัดสิน เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งแท่นตัดสินทุกคนลุกออกจากแท่นและกำลังเดินออก

หลิวเซี่ยงยิ้มดีใจมากก้มศรีษะโค้งคำนับเจ้าสำนักอย่างนอบน้อม

"ท่านเจ้าสำนัก ท่านผู้อาวุโส ท่านอาจารย์ ได้โปรด อย่าขังข้า ข้ามีแม่และย่าที่ต้องกลับไปดูแล ได้โปรด!"

"ข้ายอมรับโทษทุกอย่างแล้ว ขอพวกท่านได้โปรด แม่ข้า ย่าข้า อยู่ลำพังไม่ได้!"

หลินเซียนโขกศรีษะกับพื้นหลายครั้งจนเลือดออก แต่ไม่มีใครสนใจจะฟังคำขอร้องนั้น 

องครักษ์เกราะดำกระชากร่างหลินเซียนลากออกไป เสียงโซ่เหล็กกระทบพื้นดังกรุ๋งกริ๋ง 

หลินเซียนกำหมัดแน่น เลือดไหลออกจากริมฝีปาก สายตาเต็มไปด้วยความช็อค ความเสียใจ และความแค้นที่แผดเผาหัวใจ

“พวกท่าน...ยังมีจิตวิญญาณความเป็นครูอยู่อีกไหม!!”

"อย่างเจ้า ไม่ต้องมาสอนข้าๆถ่ายทอดวิชามาทั้งชีวิต" เสียงผู้อาวุโสผู้เฒ่าคนหนึ่งลูบเคราช้าๆ 

"ขยะ ยังไงก็คือขยะ หึ! ไม่ควรรับมันเข้าสำนักมาตั้งแต่แรก" เสียงบ่นพรึมพรำของผู้อาวุโสอีกคนหนึ่ง

หลินเซียนมองหน้าพวกมันอย่างเจ็บแค้นถึงที่สุด ก่อนที่จะถูกลากออกไปเฆี่ยนประจานตรงกลางลานของสำนัก

...ความมืดหนาทึบคล้ายกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เพดานต่ำและชื้นแฉะ น้ำสกปรกหยดลงมาจากหินด้านบนเป็นจังหวะ ติ๋ง... ติ๋ง... กลิ่นเหม็นเน่าของเลือดเก่าผสมกับสนิมเหล็กอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก

ร่างของ หลินเซียน ถูกโซ่เหล็กเส้นหนาล่ามตรึงไว้กับกำแพง ข้อมือแตกยับ เลือดสดไหลปนกับสนิมแดงคล้ำ ความเจ็บปวดจากแผลเฆี่ยนทั่วร่างยังคงรุนแรงทุกครั้งที่เขาขยับ

ชุดเซียนสีขาวบริสุทธิ์ที่ครั้งหนึ่ง อาจารย์เฉิงเสิน เคยมอบให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิ บัดนี้ขาดวิ่นเป็นเศษผ้า มีแต่คราบเลือดเกรอะกรังเปื้อนปะปนกับโคลนสกปรกของคุกใต้ดิน จนแทบมองไม่ออกว่านั่นเคยเป็นชุดที่สง่างามเพียงใด

ทุกครั้งที่สายตาเหลือบมองเศษผ้าขาดๆ บนกาย ความทรงจำในวันที่อาจารย์มอบมันให้ยังผุดขึ้นชัดเจน 

เสียงอาจารย์วันนั้นบอกว่า “เจ้าคือศิษย์ที่ข้าไว้ใจที่สุด”

แต่วันนี้... คำพูดเย็นชากลับก้องซ้ำ “หลินเซียน เจ้ามันศิษย์เนรคุณ”

หลินเซียนหัวเราะเบาๆ เสียงแห้งแตกปนเลือด กลายเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง

“หึ... ฮะฮะ... พวกมันเขียนข้าด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า”

"มันมองข้าเป็นขยะมาตลอด ฮะฮะฮะฮะ" เขาหัวเราะเบาๆราวกับคนเสียสติ

หยดน้ำตาไหลปนเลือดบนแก้ม ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ แข็งกร้าว แสงสลัวในคุกสะท้อนดวงตาที่เริ่มเปล่งประกายแค้นลึก

“ก็ได้... หากความสัตย์จริงไม่มีค่า... ข้าจะสร้างความจริงขึ้นมาด้วยมือของข้าเอง... และสักวันพวกเจ้าทุกคน...จะต้องได้ชดใช้!”

เสียงโซ่เหล็กที่ขยับดัง กรุ๋งกริ๋ง ไปทั่วคุกใต้ดิน ราวกับสัญญาแห่งความมืดกำลังถูกสลักลงในชะตาของเขา....

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ผู้ทำความดี ไม่หวาดหวั่นต่อโลก

    หน้าหลุมศพอาจารย์เฉิงเสิน ทั้งสองนั่งมองต้นไผ่ลู่ลม เสียงนก และเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า..."เออ! นี่เจี้ยงเซิ่ง""หือ?""คือ....ข้าเห็นหอตำราสำนักเก่ามากแล้ว ข้าอยากซ่อมมันใหม่ เจ้าช่วยออกหน้าแทนข้าได้ไหม?""เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์จื่อหยงนั้นไม่ชอบข้าๆไม่อยากให้ความตั้งใจบริสุทธิ์นี้แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น"เจี้ยงเซิ่งตบหลังหลินเซียนเบาๆ"ผู้ทำความดี ไม่หวาดหวั่นต่อโลก เจ้าไปกับข้าๆคุยให้เอง""แต่....""เอาน่า! ท่านบรรพาจารย์แคว้น แก่กันปูนนี้แล้ว อย่าใจปลาซิวเหมือนหน้าเด็กน้อยของเจ้าหน่อยเลย ฮ่าๆ" เจี้ยงเซิ่งหัวเราะ (เจี้ยงเซิ่งเองก็แก่หงั่กแล้ว)แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปในสำนัก อาจารย์ผู้เฒ่าชราท่านหนึ่งก็ออกมาตอนรับ"ที่แท้ท่านเจ้าสำนักเจี้ยงเซิ่งแห่งสำนักเซียนหลิงอู่ซานนี่เอง"แล้วผู้เฒ่าชราก็เหลือบไปเห็นชายเสื้อผ้าเก่าชุดเปื้อนดินอีกคนที่หลบอยู่ด้านหลังเจี้ยงเซิ่ง เห็นแต่ผมขาวๆยาวปลิวไปมาผู้เฒ่าพยายามจะเพ่งมอง จนเจี้ยงเซิ่งเห็น เขาเลยจับหลินเซียนดึงออกมาด้านหน้า"ทะ...ท่านอาจารย์ สบายดีนะขอรับ แหะๆ" หลินเซียนหัวเราะแก้เขินแล้วยิ้มเหมือนเด็กๆ ชายชราสายตาฝ้าฟาง เขาจึงเดินไปใกล้ๆ พอเห็นหน้าชัดๆเท

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   อดีตยึดไว้ก็เจ็บปวด การลาครั้งสุดท้าย มิใช่เพื่อร่ำไห้ แต่เพื่อคืนใจให้สงบ...

    .....เวลาผ่านมา 7 วัน หลินเซียนกลับมาที่เผ่าเสือ เขาตกใจว่าทำไมที่นี่เวลาผ่านไปเพียง 7 วันเท่านั้น เพราะเขาอยู่ในแดนอเวจีนั้นยาวนานถึง 588 วัน(ราวๆ 1 ปี 7 เดือนกว่าๆ) ทำให้รู้ว่าเวลาในแดนอเวจีนั้นรวดเร็วกว่าเวลาบนโลกมนุษย์มากจอมปีศาจเสือขาวจึงสำทับเสริมเข้าไปอีกว่าแดนสวรรค์ก็เช่นกันแค่ 1 วันของที่นั่นจะเท่ากับเวลาบนโลกถึง 84 วันทีเดียว หลินเซียนก็ได้เปิดหูเปิดตาได้ความรู้ใหม่ว่า 3 พิภพนี้มีมิติเวลาที่ต่างกันเด็กปีศาจถามถึงน้องสาวเขา หลินเซียนบอกว่าตอนนี้เธอไม่เป็นไรแล้ว เขาพาเธอไปเข้าฌานอยู่น้ำพุที่ 2 ของแดนยมโลกซึ่งอยู่ใต้แม่น้ำหวังชวน(แม่น้ำแห่งการลืมเลือน) หลินเซียนบอกว่าเธอไม่เป็นไร พลังน้ำยมโลกที่เขาเคยมอบให้สอดประสานต้อนรับเธอเป็นอย่างดีหลิวเซี่ยงถามว่า "พวกท่านไม่ถูกให้ดื่มน้ำแกงลืมอดีตหรือ?"หลินเซียนตอบว่า "ที่นั่นไม่มียมฑูต ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย มีเพียงวิญญาณมนุษย์เดินตามเส้นทางแห่งความตายข้ามแม่น้ำไปเท่านั้น""แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าปลายทางนั้นจะไปที่แห่งใดหรอกนะ...." หลินเซียนกล่าว “แม่น้ำหวังชวนไร้ฝั่ง มีเพียงใจเท่านั้นที่เป็นเรือข้าม” “ชีวิตและความตายต่างเพียงหนึ่งลมหาย

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   หลุมอเวจี

    (1 ปีต่อมา).....ณ ชายขอบแคว้นจ้าว มีกระท่อมเล็กๆอยู่ท่ามกลางภูเขาธรรมชาติร่มรื่น หน้าบ้านมีเด็กชายและเด็กหญิงวิ่งเล่นกัน เด็กหญิงมีหูและหางด้วย กระท่อมนี้เป็นที่อยู่ของหลิวเซี่ยงและสามีของนางนั่นเองในขณะที่นางกำลังตากผ้าที่ซัก นางก็เห็นบุรุษชุดขาวคนหนึ่งเดินมา ผมเขาเป็นสีขาวโพลน ชุดก็ขาว ผิวก็ขาว ใบหน้าก็อ่อนเยาว์ ดูราวกับเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ มีชายหญิงอีก 2 คนอายุไล่เลี่ยกันเดินตามหลังมาด้วย ผู้หญิงมี 2 เขาและ 4 ปีกดูน่ากลัวลูกชายเธอเห็นปีศาจสาวก็กลัว ร้องลั่นวิ่งเข้าบ้านหาพ่อ แต่ลูกสาวยังคงยืนจ้องมองปีกสีดำนั้นอย่างตั้งใจแสงแดดส่องมาทางชายชุดขาวนั้นพอดีทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่เมื่อพวกเขามายืนอยู่หน้าบ้านก็ทำให้รู้ว่าเขาคือหลินเซียนอาจารย์ของเธอนั่นเองเธอรีบวางตระกร้าผ้าแล้วเดินเข้ามาต้อนรับ ในขณะที่ลูกชายก็ตามพ่อซึ่งเป็นปีศาจเสือหนุ่มออกมาเมื่อทั้งหมดเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน หลินเซียนขอให้สามีนางช่วยพาไปพบพ่อของเขา(จอมปีศาจเสือขาว)เพื่อจะฝากเด็กปีศาจทั้งสองไว้ แต่ปีศาจเสือหนุ่มก็ส่ายหน้าไม่อยากยุ่งเขาบอกว่าเด็กหญิงที่ท่านพามานี้มีถึง 4 ปีก บ่งว่าเป็นปีศาจชั้นสูงมาก ระดับเดียวกับ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   เติบโต....

    .....หลินเซียนซึมซับไอสีดำที่ออกมาจากผนังห้องนั้นอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น และเดินออกมานอกห้องลับนั้น เห็นเด็กๆนั่งชันเข่าหิวข้าวและมองหน้าหลินเซียนแบบงอนๆ หลินเซียนหัวเราะแหะๆ เขาจึงทำอาหารให้เด็กๆกินกันวันต่อมาหลินเซียนเริ่มสอนหนังสือให้เด็กๆ ทั้งทำอาหารให้เด็กๆกิน และเข้าไปในห้องนั้นเพื่อซึมซับเต๋าแห่งปีศาจ เขาทำเช่นนี้ทุกวันๆ เป็นระยะเวลา 40 ปี จนเด็กๆเริ่มโตขึ้นบัดนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปกลายเป็นวัยรุ่นแล้ว เด็กชายรูปร่างและหน้าตาราวๆวัยรุ่นอายุ 20-21 ปีแล้ว ส่วนเด็กหญิงปีศาจก็ดูอายุราวๆเด็ก 17-18 ปีเท่าๆหลินเซียน และพวกเขาบรรลุเป็นปีศาจระดับ 7 (เทียบเท่าเซียนขั้นแกนปราณขั้นต้น-กลาง)ได้แล้วทั้งคู่ด้วย เหตุเพราะหลินเซียนให้เขาสัมผัสปราณของหยดน้ำวิญญาณคร่ำครวญบรรพกาลทุกวัน และยังสอนปรัชญาความรู้เต๋าต่างๆให้มากมายด้วยหลินเซียนจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณและอาจารย์เด็กปีศาจทั้ง 2 คนนี้ ซึ่งทั้งคู่ก็พร้อมใจกันยกชามาคาราวะหลินเซียนเป็นอาจารย์ด้วยความสมัครใจ ซึ่งหลินเซียนก็รับไว้ด้วยใบหน้ามีความสุขที่น่าแปลกคือจิตเต๋าปีศาจที่ซึมซับทุกวันนั้นทำให้ร่างกายทารกวิญญาณปีศาจในจ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ใจกลางพายุฝน

    .........ท้องฟ้ามืดมัว ก้อนเมฆดำทมิฬของพายุใหญ่ เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องในหมู่เมฆเป็นระยะๆ ฟ้าแล่บในก้อนเมฆ ปราฏว่ามีเซียนหยวนอิง 1 คนก็กำลังเหาะหนีเซียนหยวนอิงอีก 2 คนที่กำลังไล่ล่า สภาพเขามีบาดแผลเต็มตัวและอ่อนแรงเปลวไฟชีวิตใกล้จะดับมอด"ฮ่าๆ เจ้าไม่รอดแน่ รีบส่งสิ่งๆนั้นมาให้พวกข้า!"ผู้หนีกัดฟันกร่อด แต่เขาจะไม่ไหวแล้ว มือของเขากุมกุญแจโบราณบางอย่างไว้แน่น เขามองไปยังแกนกลางพายุใหญ่และพุ่งฝ่าก้อนเมฆดำทมิฬนั้น สายฝนจนร่างกายเปียกปน โดนฟ้าผ่า 1 ครั้ง พยายามใช้สติเท่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลบเลี่ยงสายฟ้าไปมา ส่วนผู้ไล่ล่าทั้งคู่นั้นเหมือนจะมีสมบัติวิเศษบางอย่าง เพราะนอกจากเสื้อเปียกแล้ว สายฟ้าไม่ฟาดใส่ตัวเขาเลยเมื่อมาถึงแกนกลางพายุ ผู้ไล่ล่าก็ไล่มาจนทันและทั้งคู่ดักหน้าและหลังเหยื่อ"ฮ่าๆ หนีไม่รอดแล้ว"ชายผู้เป็นเหยื่อจำใจต้องต่อสู้ เขาปลดปล่อย ทารก วิญญาณของตนเองออกมา เป็นเด็กปีศาจมี 1 เขากับปีก 1 คู่ ร่างกายเป็นสีเขียว พ่นควันพิษสีเขียวไปหาผู้ไล่ล่าเซียนหยวนอิงผู้ไล่ล่าทั้งสองก็ปลดปล่อยทารกวิญญาณของตนออกมา เป็นเด็กชายผมสีดำคนหนึ่งมือมีไฟลุก อีกคนหนึ่งมือมีน้ำไหล วน ทารกทั้ง 2 ไฟและน้ำ ร

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   สายน้ำและดอกบัว2

    (1 ปีผ่านไป)....หลินเซียนยังอยู่ ณ ลำธารแห่งนี้ไม่ได้ไปไหน เขาได้ถกความรู้เต๋ากับเด็กหญิงปีศาจดอกบัวเสมอๆวันนี้ก็เช่นกันหมอกยามเช้าลอยต่ำลงบนลำธาร หยดน้ำค้างสะท้อนแสงจันทร์ที่ยังคงส่องอ่อนอยู่บนผิวน้ำหลินเซียนหลับตานั่งสมาธิอยู่ริมฝั่ง ใบหน้าของเขาเรียบสงบ ดวงตาปล่อยว่างเปล่าเหมือนกระจกสะท้อนฟ้าสายน้ำใสไหลเอื่อย เหมือนจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบแต่มั่นคง ดอกบัวน้อยค่อยๆ แง้มกลีบออกมาจากผืนน้ำ สีชมพูอ่อนเรืองแสงอ่อนปีศาจดอกบัวในร่างเด็กหญิงตัวน้อยเธอนั่งอยู่บนดอกบัวที่ลำธารเบื้องหน้าหลินเซียนมือเล็กๆของเธอยกถ้วยน้ำชา กลิ่นหอมชาอบอวลไปทั่ว เข้ากับกลิ่นหญ้าและฝนเมื่อคืน หลินเซียนลืมตา เขามองร่างเด็กหญิงตัวน้อยที่ถือถ้วยน้ำชาเธอเห็นหลินเซียนลืมตา เธอก็พูดด้วยเสียงที่คล้ายกับสายลม นุ่ม และแผ่วเบา “เซียน… ”เสียงนั้นเหมือนเสียงลำธารอีกสายเล็กๆ ไหลเข้ามาในจิตใจ หลินเซียนพยักหน้าเบาๆเขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่สายตาที่พวกเขามองกันและกันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดีแก่กันสายลมพัดผ่านผิวน้ำ ดอกบัวน้อยโอนอ่อนตามแรงลม ราวกับโยกไปตามจังหวะของธรรมชาติหลินเซียนค่อยๆ ยื่นมือ แตะผิวน้ำเบาๆ น้ำเย็นชุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status