Home / แฟนตาซี / เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path) / ก้าวแรกสู่สำนักเซียน

Share

ก้าวแรกสู่สำนักเซียน

last update publish date: 2025-09-25 12:15:30

....รุ่งอรุณแรกของการเข้าสำนักอวิ๋นเจิ้ง แสงอรุณสาดทาบยอดเขา เมฆหมอกล้อมรอบราวแดนสวรรค์

เหล่าศิษย์ใหม่เบียดเสียดกันขึ้นบันไดศิลา เสียงกลองพิธีดังก้องกลางลานกว้าง 

สายตาศิษย์ผู้มีตระกูลเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ต่างชี้ชวนกันเลือกเรือนพักหรู

ท่ามกลางความเสียงพูดคุยเหล่านั้น หลินเซียนกลับยืนนิ่งเฉย 

ทันทีที่เจ้าหน้าที่สำนักประกาศแบ่งห้องพักให้ศิษย์ใหม่ เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นทั่วลาน

“ห้องนี้มีเตียงไม้หอมจากแดนใต้!”

“เรือนนี้หันออกไปเห็นทะเลเมฆโดยตรง!”

และผู้ที่เสียงดังที่สุดก็คือ หลิวเซี่ยง

ร่างอ้วนเตี้ย ตาโบนเล็กๆ แทรกตัวขึ้นหน้า เบียดไหล่คนอื่นอย่างไม่เกรงใจ

“ฮึ! ข้าคือลูกเสนาบดีตระกูลหลิว ห้องนี้ ข้าเอา!”

มันหันกลับมาแสยะยิ้มใส่หลินเซียน ร่างสูงสง่าในชุดผ้าป่านเก่าๆสีจืดที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลัง

“อ้าวๆ นี่หลินเซียน หรือว่าควรเรียกว่าหลิวเซี่ยงตัวปลอมดีล่ะ?”

เสียงหัวเราะเยาะของมันทำให้ศิษย์ใหม่รอบข้างหัวเราะตาม

ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตะโกนประกาศว่า

“หลินเซียน! ที่พักของเจ้าคือห้องเก็บของข้างคอกม้า!”

เสียงหัวเราะดังก้องสะท้อนทั่วลาน เหมือนคำพิพากษาแห่งความอัปยศ

หลิวเซี่ยงหัวเราะลั่น ตาพราวด้วยความสะใจ

“ได้กลิ่นขี้ม้า คงหรูหราเหมาะกับชั้นต่ำอย่างเจ้า ขอให้หลับฝันดีทุกคืนนะ ฮ่าๆๆ!”

หลินเซียนกำหมัดแน่น… แต่เขาไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงยืนนิ่ง

....ณ ห้องเก็บของข้างคอกม้าชำรุดทรุดโทรม ประตูไม้บิดเบี้ยว เหล็กก็ขึ้นสนิม เมื่อผลักเข้าไป กลิ่นเหม็นอับและกลิ่นขี้ม้าคละคลุ้งตีจมูกทันที พื้นกระดานเต็มไปด้วยฝุ่นหยากไย่ มุมหนึ่งกองฟางเปียกชื้นกองพะเนิน เสียงม้าสะบัดหายใจฟืดฟาดลอดผนังแผ่วเบา ราวกับกำลังหัวเราะเยาะเขา

หลินเซียนวางสัมภาระลงอย่างระมัดระวัง ก่อนหยิบป้ายวิญญาณบิดา ที่ห่อด้วยผ้าเก่าขึ้นมา วางบนหีบไม้เก่าแทนโต๊ะบูชา เสร็จแล้วเขาคุกเข่าลง จุดธูปเล็กๆที่พกติดตัว ก้มศีรษะคำนับ 3ครั้ง น้ำเสียงเคร่งขรึมเอื้อนเอ่ยเบาๆ

“ท่านพ่อ… ลูกจะอดทนต่อคำดูถูกเหยียดหยามทุกสิ่ง เพื่อให้ท่านแม่และท่านย่าสุขสบาย… ท่านไม่ต้องกังวล”

แสงเปลวเล็กๆจากธูปลุกไอฝุ่นให้เต้นระริกในความมืด กลายเป็นแสงสลัวที่อบอุ่นราวคำปลอบโยน หลินเซียนยกมือลูบป้ายวิญญาณเบาๆ ราวกับได้สัมผัสบิดาผู้จากไป เขากำหมัดแน่น… กตัญญูคือแรงผลักดันเดียวที่จะพาเขาฝ่าฟันโลกที่เลวร้ายในสำนักเซียนนี้... 

....พอสายๆ ศิษย์ใหม่ทุกคนก็เริ่มทยอยมาในห้องเรียน ซึ่งห้องเรียนนี้กว้างขวางโอ่อ่า

ประดับด้วยผ้าแพรและโคมไฟหยก บ้างมีหยกหินเซียนโบราณประดับข้างผนังดูล้ำค่า

บรรดาศิษย์ใหม่ทั้งชายหญิงนั่งเรียงรายส่งเสียงหัวเราะคิกคักดังไม่ขาดปาก

แต่ละคนโอ้อวดสร้อยหยก หยกพกดาบสลักลายทอง ฯลฯ

“นี่คือของขวัญจากบิดา ข้าสั่งทำจากเมืองหลวงโดยเฉพาะ!”

“หึ ของเจ้าน่ะสู้ตระกูลข้าไม่ได้หรอก!”

...ท่ามกลางบรรยากาศโอ้อวดวุ่นวาย ประตูห้องเรียนถูกผลักออกเบาๆ

หลินเซียน เดินเข้ามาในชุดผ้าธรรมดา เก่าแต่สะอาดเรียบร้อย

ร่างสูงโปร่ง สง่าดุจดาบในฝัก ใบหน้าหวานละมุนราวเทพเซียนจุติ

ผิวขาวเนียนดังปุยฝ้ายสะท้อนกับแสง ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ

ศิษย์หญิงนับสิบหันขวับมองพร้อมกัน ดวงตาเบิกกว้าง

ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับจะกรีดร้องแต่ไม่กล้า

เสียงซุบซิบดังขึ้นอย่างตื่นเต้น  “เขา… เขาช่างหล่อละมุนราวเทพเซียนจริงๆ”

...ทันใดนั้น หลิวเซี่ยง เดินสะบัดตัวเข้าห้อง ตาโบนเล็กพราวด้วยความสะใจ

“ฮ่าๆ พวกเจ้าโอ้อวดความรวยกันอยู่รึ? ของพวกเจ้าดูดีแค่ในสายตาพวกเจ้าเท่านั้น แต่ก็สู้ของข้า หลิวเซี่ยง ผู้นี้ไม่ได้!”

มันชี้ไปยังสร้อยทอง ดาบแกะสลักและกระเป๋าหรูของเพื่อนศิษย์ พร้อมยักไหล่ยียวน

“บ้านข้ารวยที่สุดในสำนัก ไหนใครกล้าแข่งกับข้า!?”

ทุกสายตาในห้องหันไปมองไอ้อ้วนหลิวเซี่ยงด้วยความอึ้งปนหมั่นไส้

เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆว่า  “ไอ้อ้วนเอ้ย รวยกว่าแค่นิดหน่อย ทำเป็นลูกเศรษฐีขี้อวดไปได้…”

ส่วนหลินเซียนยืนนิ่ง เขาเพียงเงยหน้ามองหลิวเซี่ยงด้วยสายตาเย็น แต่ไม่ตอบโต้ใดๆ เพียงเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ในใจ

เขากวาดตามองหาที่นั่ง ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวตรงไปยังด้านหน้าสุดของห้องเรียน

“ที่ตรงนี้… ใกล้อาจารย์ที่สุด ข้าจะได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน” เขาคิดในใจ

แม้รู้ว่าการนั่งข้างหน้าจะดึงสายตาและคำซุบซิบนินทา แต่เขากลับไม่ลังเล

ที่นั่งตรงนั้นข้างๆมีหลิวเซี่ยงร่างอ้วนเตี้ยผู้แต่งอาภรณ์ไหมหรูหรานั่งอยู่

เมื่อเห็นหลิวเซียนเดินมานั่งข้าง ๆ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นทันที

“หึ… ขยะ! ช่างกล้านักนะ คิดว่าตัวเองคู่ควรกับที่ตรงนี้หรือ?”

เสียงของหลิวเซี่ยงดังพอให้คนรอบๆได้ยิน เกิดเสียงหัวเราะตามมาประปราย

บางคนส่ายหัว บางคนกระซิบกระซาบ “ดูสิ ขอทานหลินเซียนนั่งข้างคุณชายหลิวเซี่ยงด้วย ฮิฮิ”

หลินเซียนได้ยินทุกถ้อยคำ แต่ไม่แม้แต่จะหันไปตอบโต้ เขาเพียงวางม้วนคัมภีร์ลงบนโต๊ะไม้เรียบ ๆ และนั่งสงบ สายตาจับจ้องไปยังแท่นอาจารย์เบื้องหน้าเต็มไปด้วยความแน่วแน่

เสียงเปิดประตู อาจารย์ผู้เฒ่าเดินเข้ามาอย่างสุขุม ทุกคนในห้องทำความเคารพ ท่านอาจารย์จึงเริ่มสอนวิชาความรู้

หลิวเซี่ยงขยับตัวมาใกล้ๆหลินเซียน ทำเสียงจมูกสั่งขี้มูกใส่ “เหม็นสาปกลิ่นขี้ม้า...”

แต่หลินเซียนยังคงนั่งนิ่งหลังตรง ราวภูผาที่ไม่หวั่นไหวต่อสายลม ฟังแต่เสียงอาจารย์สอนหน้าห้อง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ลูกแก้วสีน้ำเงิน (จบภาค5)

    ...เด็กชายตกปลานั่งบนก้อนหินใหญ่ แววตาเย็นชา เขาล้วงกระเป๋าเอาลูกแก้วสีทองและเขียวออกมา แล้วโยนออกไปกลายร่างเป็นสัจจเทพธาตุทอง(ชายวาดรูป)และสัจจเทพธาตุไม้(ชายถือตำรา)ทั้ง 2 คนโค้งศรีษะขอบคุณเด็กชาย“ขอบคุณท่านพ่อที่อภัยโทษขอรับ”เด็กชายไม่ตอบ เขาหันไปมองด้านหน้าไกลๆที่การต่อสู้ ซึ่งสัจจเทพทั้ง 3 รู้ความหมายดี จึงเหาะไปด้านหน้าเพื่อช่วยทัพพันธมิตรต่อสู้(สัจจเทพธาตุดิน, ไม้, ทอง เป็นเซียนระดับ 11 สัมผัสดาราทุกคน)เมื่อทุกคนไปแล้ว เด็กชายล้วงกระเป๋าหยิบลูกแก้วสีน้ำเงินออกมา มันมีละอองน้ำวนรอบๆและมีรอยร้าว เขาจ้องมองด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง ก่อนที่จะชูมือข้างหนึ่งขึ้นเหนือฟ้าตึง ตึง ตึงเสียงดังจากท้องฟ้าเบื้องบนสูงมากๆค่อยดังขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาทุกคนเงยหน้ามองว่าคืออะไร?แท่งผลึกต้นกำเนิดสรรพสิ่งซึ่งเป็นผลึกขนาดยักษ์ลอยลงมาจากสวรรค์ชั้นที่ 9 จิ่วฉงเทียน(สวรรค์ชั้นสูงสุด) ทุกคนตกใจมาก และที่น่าแปลกใจคือหุ่นเชิดทั้งหมดมาอาการรวนๆจนสู้ต่อไม่ค่อยได้มังกรทองตาเบิกโพลง“นั่นมันอะไร?”ซีหมิงกลายร่างเป็นมนุษย์และมายืนคู่กับพี่น้องสัจจเทพทั้ง 4(ไฟ ดิน ไม้ ทอง)“เจ้าผิดแล้วมังกรทองเอ๋ย...”สัจจเทพธาตุทอ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   มหาศึกชี้ชะตา

    ระเบิดแสงเทียบเท่าเซียนธาตุแสงระดับ 10 ถึง 2 คนรุนแรงมาก พระราชวัง อาคารบ้านเรือน และทุกชีวิตไหม้ตายกลายเป็นเถ้าในพริบตาจริงๆมันสามารถทำให้แคว้นจ้าวทั้งแคว้นหายไปได้เลย แต่กลายเป็นหุ่นเชิดเทียบเท่าเซียนระดับ 8 พวกนี้กลับช่วยสร้างม่านกำบังให้มันพินาศแค่เมืองหลวงเท่านั้น“ฮ่าๆ ตายซะ! เทพวารี!”มังกรทองจินหลงหัวเราะลั่น ในขณะที่องค์ชายยังจ้องมองไปข้างหน้าด้วยแววตาเย็นชา เมื่อสิ้นแรงระเบิดแสงแล้วมองไม่เห็นอะไรเหลืออยู่เบื้องหน้า องค์ชายถึงโล่งใจจินหลงก้มมองปลาดาวของเล่นในมือ“ฮ่าๆ ข้าข้ามมิติได้แล้ว ฮ่าๆ”“ยินดีกับท่านพ่อด้วยขอรับ”จินหลงยิ้มตบบ่าองค์ชาย“เจ้าทำดีมากลูกชายสุดที่รักของพ่อ แผนของเจ้ายอดเยี่ยมมาก ที่แฝงตัวเข้าไปล้วงข้อมูลต่างๆของมันมา”เขาชี้ไปที่หุ่นเชิดหลายล้านตัว“ดูนั่นสิ ระดับ 8 อวี๋เทียนทุกตัว แดนปีศาจ แดนมาร แดนสวรรค์ ยึดได้หมดแน่ ฮ่า”เขาตบบ่าองค์ชาย“เจ้าก็จะได้เป็นผู้ปกครองดาวโลกนี้ในขณะที่พ่อยังไม่กลับมา พ่อไว้ใจเจ้า ลูกรัก”“ขอรับ”องค์ชายไม่ถามว่าจินหลงทำไมถึงอยากข้ามมิติมากขนาดนี้ เพราะเขารู้ว่าหากรู้ความลับอะไรของจินหลงมากเท่าใด เขาจะยิ่งไม่ปลอดภัย“ป่ะ! ไปถ

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   บ้านเกิด...ไม่มีแล้ว

    ...หลินเซียนเหาะมาที่แคว้นจ้าวตามลำพัง เขาไม่ยอมให้หลิวเซี่ยงมาด้วยเพื่อให้เธออยู่ปกป้องศูนย์และชีวิตแพทย์หลายแสนชีวิตนั้น โดยเขาบอกด้วยแววตาเศร้าสร้อยว่าหากค่ายกลแตก ผีดิบบุกเข้ามา ขอให้เจ้าจัดการตามความเหมาะสมเถิดณ ชายแดนแคว้นจ้าว ซึ่งเป็นแคว้นเดียวตอนนี้ที่ไม่มีโรคผีดิบระบาดเลย คนทั้งแคว้นต่างยกย่องชื่นชมว่าเป็นเพราะวารีของบรรพาจารย์คนใหม่ ปราณวารีทั้ง 9 สายของเขาปกป้องคุ้มครองทั้งแคว้นไว้จะเห็นเป็นเส้นสายวารีอยู่เขตแดนหลินเซียนไม่ได้ปลอมแปลงใบหน้าแต่ประการใด เพราะผู้คนจดจำใบหน้ารูปปั้นตาแก่เครายาวถือไม้เท้าเมื่อถึงด่านประตูเมืองชายแดน เขาก็ถูกสอบถามและตรวจค้นร่างกาย แต่เนื่องจากหลินเซียนมีรากวิญญาณเซียนก็จะมีเซียนระดับ 3 แกนปราณตรวจสอบเขาอีกที“โห่ ปราณวารีหรือนี่ เหมือนท่านบรรพาจารย์ของเราเลย”“ท่านหลินเซียนหรือขอรับ?”ผู้ตรวจโกรธทันที“อย่าพูดชื่อเสนียดนั่น! เพราะมันท่านจ้าวหานเฟิงอาจารย์ของท่านบรรพาจารย์ต้องตาย!”“มันทรยศชาติไปเข้ากับแคว้นฉิน ไอ้เนรคุณนั่น!”เจ้าหน้าที่อีกคนก็กล่าวเสริมด้วยความโมโห“สมแล้วที่มันเป็นลูกไพร่ชาวนาสถุลชั้นต่ำ ไม่เหมือนท่านบรรพาจารย์ที่เกิดในตระก

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   ฝูงผีดิบ

    ...หลินเซียนและหลิวเซี่ยงเหาะมาที่เฟิงหลิวชุน พูดคุยกับอาจารย์ปีศาจมังกรเขียว พบว่าเขาเองก็มีคนในเผ่ามาขอร้องให้ช่วยและพยายามค้นคว้ามาตลอด แต่ยังหาทางรักษาไม่ได้เช่นกัน (อย่างไรก็ดีหลินเซียนได้เอกสารข้อมูลการรักษากลับมาเพียบ)หลิวเซี่ยงเสนอว่าให้หลินเซียนใช้เส้นสายและชื่อเสียงตนเองเรียกประชุมแพทย์ทุกเผ่ามาระดมสมองหาวิธีรักษาร่วมกันเลยดีกว่า ซึ่งหลินเซียนก็เห็นด้วย ก่อนกลับหลินเซียนแวะไปทำปลาย่างและนั่งกินข้าวกับเด็กชายตกปลาเช่นเดิม ส่วนหลิวเซี่ยงเดินไปนั่งฟังนิทานจากชายแก่ร่างอ้วนกับเด็กๆที่กลางหมู่บ้านเมื่อหลินเซียนเดินมาเรียกพวกเขาก็เหาะไปด้วยกันไปหาจอมมาร, จักรพรรดินีปีศาจ และเทพโอสถบนสวรรค์(หลินเซียนรู้จักเป็นการส่วนตัว) ซึ่งทุกคนเห็นด้วย“ติดที่เผ่ามนุษย์นี่แหละ พวกเขาไม่มีผู้นำ”หลิวเซี่ยงเอานิ้วจิ้มอกหลินเซียน“ท่านอาจารย์ไงเจ้าค่ะ! ศูนย์รวมจิตใจของเผ่ามนุษย์”หลินเซียนยิ้ม เขาเรียกวารีจากแม่น้ำ,บึง,ทะเลสาป ฯลฯ ของแต่ละแคว้นกลายเป็นร่างเขาขนาดใหญ่มากที่เมืองหลวงและเมืองใหญ่ต่างๆ (แต่แคว้นจ้าว ไม่มีร่างหลินเซียนยักษ์ออกมา มีไปโผล่ลำธารเส้นแบ่งอาณาเขตข้างๆแคว้นจ้าวให้พอมองเห็นไก

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   แผลถูกกรีดไปแล้ว

    ...กลางเทือกเขาซับซ้อนและกันดาร ห่างไกลแม้แต่หมู่บ้านเล็กๆ อารามสูงใหญ่เก่ามากตั้งกลางป่าทึบ หลินเซียนเหาะมาถึงก็แปลกใจ ไม่มีใครอยู่ปรนนิบัติรับใช้เลย นักบวชก็ไม่มี นี่เขาอยู่คนเดียวในสถานที่แบบนี้หรือ?ยิ่งพอเปิดประตูใหญ่ทางเข้าก็ยิ่งแปลกใจคราบและความฝืดนี้บ่งชี้ว่าประตูไม่ได้ถูกเปิดมานานมากแล้ว แถมด้านในมีกลิ่นอับเก่าเต็มไปหมด“ฉินผิง!”เงียบไม่มีเสียงตอบ“เจ้าคนแซ่ฉิน!”ก็ยังเงียบไร้เสียงตอบ หลินเซียนแปลกใจมาก เขาสร้างลูกไฟเล็กๆลอยบนมือพอให้แสงสว่าง(ซีหมิงสอนให้)แล้วเดินหาฉินผิงไปทั่วก็ไม่เจอ“เขาไปไหน?”หลินเซียนจึงเพ่งจิตตรวจหาปราณฉินผิงพบว่าอยู่ด้านใน แต่เมื่อเดินเข้าไปกลับพบเป็นกำแพง เขาจึงเปลี่ยนเป็นร่างเทพวารีเดินทะลุกำแพงเข้าไปด้านใน แล้วภาพที่สะเทือนใจก็ทำให้หลินเซียนน้ำตาไหลฉินผิงกลายสภาพเป็นผีดิบ มีโซ่เซียนมากมายล่ามเขาไว้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงเซียนระดับ 7 เจินเสิน(เทวะแท้จริง)ซึ่งมีพลังมาก ผีดิบฉินผิงมองอาจารย์ตัวเองแต่จำไม่ได้มันส่งเสียงแสดงความหิวโซอยากกินเนื้อมนุษย์“ทำไมกลายเป็นเช่นนี้?”หลินเซียนเหลือบไปเห็นข้อความที่เขียนด้วยเลือดจนแห้ง“ท่านอาจารย์ ข้ารู้ว่

  • เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path)   มีค่ามากกว่ากระบี่ระดับจักรวาล

    ...หลินเซียนออกมาจากจักรวาลดับสูญ ทันทีที่เขาเปิดประตูกระท่อมออกมา ก็ตกใจ เพราะศิษย์ทั้ง 10 ล้านคน, คนจากสมาพันธ์เซียน, เซียนดวงดาวใกล้เคียงต่างๆ มารอคำนับอยู่มากมายจนล้นออกไปนอกดวงดาว(อยู่บนเรือ,พาหนะเซียน)“พ่ะ...พวกท่านมีอะไรกัน?”หลินเซียนประหม่าเขินมากเป็นเจ้าสำนักวารีนิรันดร์(อดีตฮ่องเต้)เข้ามา“ท่านนักบุญบรรลุระดับ 12 รับดาราแล้ว ศิษย์และเซียนทุกท่านต่างมาร่วมแสดงความยินดีครับ”ผู้นำสมาพันธ์ดาราจักรและเซียนหญิงชราระดับ 12 ขั้นกลางลอยเข้ามาหา“ท่านหลินเซียนท่านรับพลังดาราอะไรมา? ทำไมพวกข้าถึงไม่รู้สึกคุ้นเคยกับพลังปราณในกายท่านเลย”แล้วก็มีเสียงเชียร์ดังกระหึ่มให้หลินเซียนโชว์พลังปราณ ตอนแรกหลินเซียนจะปฏิเสธแต่คุณหนูน้องสาวเข้ามากระซิบว่าท่านพี่สร้างบารมีสักหน่อยเถอะ เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจเพราะบางคนเขามาไกลมากและรอท่านมาหลายปีแล้วด้วยหลินเซียนนิ่งสักครู่ เขาก็สร้างค่ายกลเล็กๆครอบร่างตนเองแล้วจึงค่อยๆกลายร่างเป็นร่างดาราดับสูญ เหล่าศิษย์ที่อยู่ตกใจมากบางคนกำลังจะวิ่งหนีเพราะยังขยาดครั้งที่แล้วไม่หาย แต่หลิงเอ๋อกลับยืนมองใกล้ๆอย่างไม่หวาดกลัว“ทุกคนไม่ต้องกลัว ข้ายังมีสติอยู่!”เป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status