เข้าสู่ระบบจากความบังเอิญ… ที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่กลับทำให้ใจเราเต้นแรง …จากจุดเริ่มต้นของเรื่องราว จากความบังเอิญ ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
ดูเพิ่มเติมตอนที่ 1 : ชั้นวางหนังสือและปาฏิหาริย์ที่ไม่ได้ตั้งใจ
แสงยามบ่ายคล้อยสาดผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องสมุดกลางมหาวิทยาลัยอินเตอร์เนชันแนล เทคโนโลยี แอนด์ อาร์ตส์ หรือที่นักศึกษาทุกคนเรียกกันติดปากว่า "ไอต้า" ทำให้แสงสีทองอ่อนๆ ส่องลงมาบนแถวชั้นหนังสือที่เรียงรายสูงเกือบถึงเพดาน กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นแอร์เย็นฉ่ำลอยอยู่ทั่วบริเวณ เสียงเงียบสงัดมีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงรองเท้าเดินเบาๆ ที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว “เมย์” สุทธิดา พรสวรรค์ นักศึกษาปีสามคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น ยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือโซนภาษาและวรรณกรรมเปรียบเทียบ สายตาจ้องขึ้นไปยังหนังสือปกสีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่บนชั้นสูงสุด "พจนานุกรมภาษาญี่ปุ่น-ไทย ฉบับวิชาการ ปรับปรุงครั้งที่ 4..." เธออ่านสันปกในใจ แล้วก็ถอนหายใจเบาๆ ชั้นหนังสือนั้นสูงประมาณเมตรแปดสิบ และเธอสูงแค่ร้อยห้าสิบหก ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ว่าจะบวกลบคูณหารอย่างไร ก็ไม่มีทางให้มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมถึงได้ "อ้าย...ทำไมมันต้องอยู่ชั้นบนสุดด้วย" เมย์บ่นในใจ แว่นสายตาสี่เหลี่ยมอันใหญ่เลื่อนลงมาเล็กน้อยที่สันจมูก เธอเอานิ้วดันกลับขึ้นตามเดิม แล้วมองซ้ายมองขวาหาว่ามีเก้าอี้หรืออะไรสักอย่างให้ปีนไหม ไม่มี มีแต่แถวชั้นหนังสือทอดยาวเงียบเชียบ เมย์หายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจ แล้วก็เขย่งปลายเท้าขึ้น มือเล็กๆ พยายามคว้าสันปกที่ยื่นออกมานิดหน่อย ปลายนิ้วสัมผัสได้เพียงมุมกระดาษ "อีกนิด... อีกนิดเดียว..." เธอเขย่งสูงขึ้นอีก ร่างกายโน้มไปข้างหน้า น้ำหนักตัวทั้งหมดตกอยู่ที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งตอนนี้เริ่มสั่นเทาแล้ว “ริว” ริวโนะสุเกะ มิยาโมโต้ ยืนอยู่ปลายทางเดินระหว่างชั้น หัวก้มมองรายชื่อหนังสือในโน้ตที่เขียนด้วยมือบนแผ่นกระดาษย่น มือหนึ่งกุมสายกระเป๋าเป้ไว้ หูข้างหนึ่งเสียบหูฟังไว้แต่ไม่ได้เปิดเพลง นิสัยเก่าที่ทำเวลาอยู่คนเดียว "Systems Engineering Fundamentals... ต้องอยู่โซนนี้แหละ" เขาพึมพำเบาๆ แล้วเดินช้าๆ ไปตามแนวชั้น สายตากวาดผ่านสันหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า แล้วก็หยุด มุมตาเขาเห็นบางอย่างที่ปลายทางเดิน ร่างเล็กๆ คนหนึ่งกำลังเขย่งปลายเท้า แขนยกสูงเหนือหัว ร่างกายสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด น่าจะเซล้มได้ทุกเมื่อ ริวขมวดคิ้ว ก้าวเท้าเดินไปโดยอัตโนมัติ "เดี๋ยวล้มแน่ๆ" แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใครจะรับมือได้ เมย์รู้สึกว่าปลายนิ้วสัมผัสขอบหนังสือได้แล้ว เธอดึงเบาๆ แต่หนังสือหนักกว่าที่คิด น้ำหนักที่ดึงมาทำให้ร่างกายเธอเสียสมดุลในทันที "อ้าว—!" เท้าลื่นจากปลายเท้า ตัวเอนไปข้างหลัง แขนที่โอบหนังสือกอดอกไว้ไม่ได้ช่วยทรงตัวได้เลย "เห้ย!! ระวัง!!" เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงก้าวเท้ารีบ แต่ไม่ทันแล้ว ตูม—! เมย์ล้มลงไปกับน้ำหนักของใครบางคนที่วิ่งเข้ามาในเส้นทางเดียวกัน พื้นลาดยางสีเทาอ่อนรับน้ำหนักทั้งคู่ด้วยเสียงดังพอได้ยิน ห้องสมุดที่เงียบสงัดเงียบลงยิ่งกว่าเดิม เมย์นอนแน่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้นแรง และ... เสียงหายใจของใครบางคนที่อยู่ใต้ตัวเธอ เธอค่อยๆ ลืมตา แล้วก็แข็งทื่อ ใบหน้าที่อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงยี่สิบเซนติเมตร เป็นใบหน้าชายหนุ่มที่คมเข้มจนเหมือนหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสาร คิ้วเข้มตัดกับผิวสีน้ำผึ้งอมทอง ดวงตาคู่หนึ่งสีน้ำตาลเข้มกำลังมองขึ้นมาหาเธอ และตอนนี้ขยายกว้างด้วยความประหลาดใจ เมย์ไม่ได้ใส่แว่น เพราะแว่นมันหล่นหายไปตั้งแต่ตอนล้ม แต่ระยะห่างนี้ไม่ต้องใช้แว่นก็มองเห็นชัด "นี่... นี่คือ..." สมองเธอพยายามทำงาน แต่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง "คุณ..." ริวเปล่งเสียงขึ้นมา เสียงทุ้มเบาระคนกับความงงงวย "...เป็นอะไรบ้างไหม?" เมย์ผงกหัวอย่างรวดเร็วและรีบลุกขึ้น หัวเข่าสั่น หน้าร้อนวาบโดยไม่รู้ตัว "ขอ…ขอโทษนะคะ! ไม่ได้ตั้งใจ ฉัน…แว่น… " เธออ้ำอึ้ง มือคลำพื้นหาแว่น ริวลุกขึ้นนั่งแล้วก็หยุด มองลงไปที่มือ ใต้ฝ่ามือซ้ายของเขามีชิ้นพลาสติกแบนๆ และ... เสียงกรอบที่ดังขึ้นก่อนที่เขาจะลุกก็บอกทุกอย่างแล้ว เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น แว่นสี่เหลี่ยมอันใหญ่ ที่ตอนนี้กรอบด้านขวาหักงออย่างน่าเศร้า "...โอ้" เมย์มองแว่นในมือริว แล้วค่อยๆ หยิบมาด้วยมือสั่นๆ "แว่น..." เธอพึมพำ เสียงเบาจนแทบได้ยิน ริวรู้สึกว่าหน้าอกแน่นขึ้นนิดหนึ่ง นั่นเป็นความรู้สึกที่แปลก เพราะเขาไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ แต่สำหรับเรื่องนี้ เขารู้สึกผิดอย่างชัดเจน "ผมเป็นคนทำแตก ขอโทษ" เขาพูดตรงๆ ตามนิสัย "ผมจะซื้อใหม่ให้" เมย์มองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายตาเบลอๆ ที่ไม่มีแว่นมองเขาด้วยความงุนงง และริวก็เห็น ใบหน้าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมอันใหญ่ ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตาโตสีน้ำตาลอ่อนที่ตอนนี้กำลังพริบถี่ด้วยความสับสน จมูกเล็กๆ ปากอิ่มนิดหน่อย แก้มอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวสีขาวนวลที่ดูอ่อนนุ่มราวกับกลีบดอกไม้ น่ารักมาก... ความคิดนั้นเข้ามาในหัวก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว ริวกะพริบตาหนึ่งที ไล่ความคิดนั้นออกไป แต่มันไม่ยอมออก แล้วเขาก็ได้กลิ่น อ่อนๆ ละมุน กลิ่นดอกไม้บางชนิดที่เขาบอกไม่ได้ว่าคือดอกอะไร แต่หอมในแบบที่ทำให้อยากสูดลึกๆ อีกครั้ง ริวดึงตัวเองกลับมา รีบขยับถอยออกไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอาสายตาออกจากใบหน้าเธอ "คุณ..." เขาเริ่มพูด "เมย์ค่ะ" เธอตอบเร็ว แล้วก็หยุดทันที หน้าแดงขึ้นอีก "คือ... ชื่อฉัน ชื่อเมย์ค่ะ ขอโทษที่ล้มทับนะคะ" ริวมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มเล็กน้อย ยิ้มน้อยๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในชีวิตปกติของเขา "ริวครับ ริว มิยาโมโต้" เขาแนะนำตัวสั้นๆ ก้มเก็บหนังสือปกน้ำเงินที่ตกอยู่บนพื้นส่งให้เธอ "นี่ใช่เล่มที่กำลังหาอยู่ไหมครับ?" เมย์รับหนังสือไปด้วยมือทั้งสองข้าง ผงกหัว "ขอบคุณค่ะ..." ความเงียบแวบหนึ่งลอยอยู่ระหว่างทั้งคู่ ไม่ได้อึดอัด แต่เป็นความเงียบที่ทั้งคู่ต่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ริวลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือลงมาช่วยเมย์ลุกด้วย เมย์มองมือนั้นอยู่ครึ่งวินาที ก่อนจะจับ มือที่อุ่น นิ้วยาว แข็งแรง เธอยืนขึ้น รีบปล่อยมือออก ก้มหน้า "ขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่แว่นแตก…" "บอกแล้วว่าผมเป็นคนทำ" ริวพูดตัดสั้น ไม่ใช่ไม่เป็นมิตร แต่เป็นน้ำเสียงที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเถียงกัน "ถ้างั้นผมขอเบอร์โทรได้ไหมครับ จะได้โอนค่าแว่นให้" เมย์มองขึ้นมาอย่างเร็ว งงอย่างเห็นได้ชัด "ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ แว่นมันเก่าแล้ว…" "เมย์" เธอหยุด ริวมองเธอตรงๆ ด้วยดวงตาที่จริงจัง "ผมเป็นคนทำแตก ผมซื้อให้" เขาพูดอีกครั้ง เสียงสงบแต่หนักแน่น "หรือถ้าไม่สะดวกให้เบอร์ บอกมาได้เลยว่าต้องการแว่นแบบไหน ผมจะจัดการให้" เมย์เปิดปากจะปฏิเสธ แต่บางอย่างในน้ำเสียงของเขาทำให้เธอรู้ว่า เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอถอนหายใจ แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์เบอร์ให้ ริวบันทึกไว้ ก้มหัวให้เล็กน้อย "ขอบคุณครับ แล้วผมจะติดต่อกลับ" แล้วเขาก็หันไปหยิบกระเป๋าที่ตกอยู่บนพื้น ตรวจสอบรายชื่อหนังสือในมือ แล้วเดินต่อไปตามทางเดินระหว่างชั้นอย่างสงบ ราวกับว่าทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้มีผลอะไรกับเขาเลย เมย์มองตามจนร่างสูงนั้นหายลับไปหลังชั้นหนังสือ แล้วเธอก็หันมามองแว่นหักในมือ กดหนังสือปกน้ำเงินไว้แน่นกับอก หัวใจเต้นเร็วจนตัวเองก็รู้สึกได้ "นั่นมัน... ริว มิยาโมโต้ จริงๆ เหรอ?" เธออุทานในใจ เสียงในหัวฟังดูเหมือนตัวละครในนิยายที่เธอเขียนเองและรู้สึกละอายตัวเองทันที แต่หัวใจก็ยังเต้นเร็วอยู่ดี ฝั่งโต๊ะด้านในของห้องสมุด เสียงวอยซ์แมสเสจดังขึ้นเบาๆ จากโทรศัพท์ ภาค: "ริวววว มึงอยู่ไหน? กินข้าวเย็นด้วยกันเปล่า มีสาวชั้นปีสี่ชวนกินข้าวที่ร้านใหม่หน้ามหาลัย" ริวกดปิดแล้วพิมพ์ตอบสั้นๆ ริว: "กูยังอยู่ห้องสมุด พวกมึงไปก่อนได้เลย" ภาค: "อ่าว?? มึงป็นนายแบบหล่อๆ แต่ยังนั่งขลุกตัวอยู่ห้องสมุด ไม่มีชีวิตชีวาเลยคุณริว มิยาโมโต้" ริวเก็บโทรศัพท์ แล้วดึงเก้าอี้ออกนั่งที่โต๊ะที่ว่าง แต่แทนที่จะเปิดหนังสือทันที เขาจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่มีชื่อผู้ติดต่อใหม่อยู่ "เมย์" แค่ชื่อเดียว ไม่มีนามสกุล ไม่มีอะไรเพิ่มเติม ริวปิดหน้าจอ แล้วเปิดหนังสือออก แต่ก่อนที่สายตาจะโฟกัสที่ตัวอักษรหน้าแรก ภาพใบหน้าเรียวเล็กกับดวงตาโตที่มองมาหาเขาด้วยความงุนงงก็ผ่านเข้ามาในหัวอีกครั้ง เขาขยับตัว พลิกหน้ากระดาษ แค่บังเอิญ เขาบอกตัวเอง แค่บังเอิญธรรมดา ที่ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น แต่ที่จริงแล้ว ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นแค่บังเอิญธรรมดาเลยสักครั้งวันที่สามของการปิดเทอมบ้านเมืองไม่ได้เงียบลงเพราะมหาลัยปิด แต่จังหวะชีวิตของกลุ่มเล็กๆ นี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดไม่มีการตื่นแต่เช้าเพราะกลัวสาย ไม่มีรายงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้ ไม่มีตารางเรียนที่ต้องจัดสมดุลมีแค่เวลาที่เป็นของตัวเองบ่ายวันจันทร์บ่ายห้องสมุดชั้นสี่เงียบกว่าปกติมากนักศึกษาส่วนใหญ่กลับบ้านต่างจังหวัดหรือออกไปเที่ยวกับครอบครัว โต๊ะหลายตัวว่างเปล่า แสงบ่ายส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่อย่างเต็มที่ภูมินั่งอยู่ที่โต๊ะเดิมแต่วันนี้ไม่ได้มีโน้ตบุ๊คเปิดอยู่เขานั่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ หน้าจอเปิด Unity อยู่ไม่ใช่ project ของตัวเองแต่เป็น build file ที่เมเปิ้ลส่งมาให้ดูเมื่อวานภูมิเล่นผ่านตั้งแต่ต้นเดินในโลกของเกมส์ที่เมเปิ้ลสร้างขึ้นมาคนเดียว ทุกอย่างยังไม่สมบูรณ์ ยังมีส่วนที่ขาดอยู่ บางโมเดลยังเป็นแค่ placeholder สีเทา บาง environment ยังว่าง แต่โครงสร้างหลักมันชัดเจน และ dialogue system ที่เมเปิ้ลทำมันซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มากภูมิอ่าน code ที่อยู่เบื้องหลัง dialogue tree แต่ละ nodeแล้วก็นิ่งมีบางส่วนที่เขียนด้วยวิธีที่เขาไม่เคยเห็นในหนังสือเรียนหรืองานวิจัยไหน เป็นวิ
ตอนที่ 14 : ช่วงเวลาที่อยู่ข้างกันวันแรกของการปิดเทอมเมย์ตื่นขึ้นมาตอนแปดโมงครึ่งเธอนอนอยู่บนเตียงสักครู่โดยไม่ขยับ สมองค่อยๆ ตระหนักว่าวันนี้ไม่มีชั้นเรียน ไม่มีงานส่ง ไม่มีอะไรที่ต้องทำโดยเด็ดขาดความรู้สึกนั้นดีมากเมเปิ้ลนอนหลับอยู่อีกฝั่ง ผมรุงรัง แขนหนึ่งคลุมหน้า สตรีมเมื่อคืนจบไปตีสองเมย์ค่อยๆ ลุกขึ้นเงียบๆ ไปชงชาที่มุมห้องนั่งที่โต๊ะ มองออกไปนอกหน้าต่างท้องฟ้าสีฟ้าใส ไม่มีเมฆ แสงเช้าสาดลงมาบนสนามหญ้าข้างล่างวันนี้ช่างเป็นวันที่ดีโทรศัพท์สั่นริว: "ตื่นแล้วเหรอครับ?"เมย์: "ค่ะ กำลังชงชาอยู่ค่ะ"ริว: "วันนี้ว่างไหมครับ?"เมย์มองข้อความเมย์: "ว่างค่ะ ทำไมคะ?"ริว: "ไปเที่ยวด้วยกันไหมครับ?"เมย์วางถ้วยชาลงเมย์: "ไปไหนคะ?"ริว: "มีที่อยากพาไปครับ เป็นเซอร์ไพรส์"เมย์อ่านคำว่า เซอร์ไพรส์ริวที่พูดตรงเสมอ บอกว่าจะเซอร์ไพรส์เมย์: "โอเคค่ะ กี่โมงคะ?"ริว: "เก้าโมงครึ่งได้ไหมครับ? แต่งตัวสบายๆ รองเท้าเดินได้ไกลหน่อย"เมย์: "ได้ค่ะ"เมย์วางโทรศัพท์ลง และเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงสี่สิบห้าเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเธอรีบลุกขึ้นไปจัดการตัวเองริวมาถึงหน้าหอพักหญ
ตอนที่ 13 : อยู่ข้างๆกันสองอาทิตย์ก่อนสอบปลายเทอมมหาลัยไอต้าเข้าสู่โหมดที่ทุกคนรู้จักดีห้องสมุดเปิดถึงตีสอง นักศึกษาจับกลุ่มนั่งติวกันตามโถงตึก ร้านกาแฟขายดีกว่าปกติสามเท่า และบางคนก็เริ่มมีใบหน้าที่บอกว่านอนน้อยเกินไปมาสักอาทิตย์แล้วเมย์นั่งอยู่ที่โต๊ะในห้อง กางตารางสอบออกมาวางตรงหน้าห้าวิชา สี่วันวิชาหนักที่สุดคือ Advanced Japanese Linguistics กับ Comparative Literature Theory ทั้งสองวิชาสอบวันเดียวกัน เช้าและบ่ายเธอมองตาราง แล้วก็ถอนหายใจเบาๆเมเปิ้ลนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเอง หูฟังครอบหัว กำลังทำโปรเจกต์สุดท้ายก่อนสอบ หน้าจอเต็มไปด้วยโค้ดและ Unity"เมย์" เมเปิ้ลเรียกโดยไม่ถอดหูฟัง"หืม… อะไร?""ภูมิส่งข้อความมาถามว่าโปรเจกต์เกมส์ฉันเสร็จไปถึงไหนแล้ว"เมย์มองหลังเพื่อน "แล้วแกตอบไปว่าอะไร?""ยังไม่ได้ตอบ กำลังคิดอยู่ว่าจะตอบยังไงดี""แกก็ตอบตามจริงได้เลยนะ""ฉันรู้ แค่..." เมเปิ้ลหยุด "ไม่มีอะไร"เมย์ยิ้มเบาๆ แล้วก็หันกลับมาที่ตารางสอบโทรศัพท์สั่นริว: "ตารางสอบเป็นยังไงบ้างครับ?"เมย์: "หนักค่ะ วันพุธสองวิชาติดกัน"ริว: "ติวด้วยกันไหมครับ? ผมมีสอบวันเดียวกัน"เมย์อ่านข้อความเมย
ตอนที่ 12 : ความกลัวสัปดาห์ที่สามของเดือนมหาลัยไอต้าเข้าสู่ช่วงกลางเทอม นักศึกษาเริ่มตึงเครียดตามวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำทุกปี ห้องสมุดเต็มตั้งแต่เช้า โรงอาหารยาวกว่าปกติ ใบหน้าคนส่วนใหญ่มีรอยเหนื่อยติดอยู่แต่ชีวิตของเมย์รู้สึกต่างออกไปจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆปีก่อนๆ กลางเทอมคือช่วงที่เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องสมุดจนดึก กินข้าวคนเดียวหน้าโน้ตบุ๊ค และนอนหลับบนกองหนังสือเป็นครั้งคราวปีนี้ยังมีทั้งหมดนั้นอยู่ แต่มีบางอย่างเพิ่มขึ้นมาเช้าวันจันทร์เมย์เดินเข้าโรงอาหารตึก A พบว่าริวนั่งรออยู่แล้วพร้อมข้าวสองจานเธอนั่งลง มองอาหารที่ริวสั่งให้"ริวรู้ว่าเมย์อยากกินอะไรได้ยังไงคะ?""เมย์กินข้าวต้มทุกเช้าวันจันทร์ครับ" ริวพูดพลางหยิบช้อน "สังเกตมาสักพักแล้ว"เมย์มองหน้าเขา"ริวสังเกตรูทีนเมย์เหรอคะ?""ไม่ได้ตั้งใจครับ แค่เห็นบ่อยพอที่จะจำได้"เมย์กดรอยยิ้มลง แล้วหยิบช้อนขึ้นมา"ขอบคุณค่ะ"บ่ายวันอังคารห้องสมุดชั้นสอง โต๊ะที่ทั้งคู่ใช้บ่อยจนรู้สึกว่าเป็นของตัวเอง แม้ไม่ได้จองอย่างเป็นทางการเมย์นั่งทำรายงานวิเคราะห์วรรณกรรม ริวนั่งทำโปรเจกต์ Robotics ด้วยกัน ต่างคนต่างทำงานเงียบ…แต่เป็นค